บทที่ 2 การแต่งงานกับเธอเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น เ้าหน้าที่จากสำนักงานเยาวชนก็มาเยี่ยมที่บ้าน ขณะที่กำลังพูดคุยกับพ่อแม่สกุลซ่งและซ่งเฉียว ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านนอกของบ้านตระกูลซ่ง
คนที่เข้ามาคือป้าใหญ่สกุลซู
ดวงตาของเธอบวมแดง เห็นได้ชัดว่าร้องไห้มาอย่างหนัก
"ทุกคน! จงจวินกลับมาแล้ว!" พูดจบ ความอดทนของแม่ซูก็ขาดสะบั้น เธอทรุดตัวลงกับพื้นร้องไห้เรียกชื่อลูกชายเสียงดัง
ครอบครัวซูของพวกเขาไม่ได้ผ่าน่เวลาที่ง่ายเลย ในห้าปีที่ผ่านมา
กลับมาเร็วขนาดนี้เลยหรือ? ซ่งเฉียวรู้สึกใ การต้องพบกับคู่หมั้นที่ไม่รู้จัก ทำให้เธอรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที
เธอสูดลมหายใจลึก พยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง พลางคิดว่าต้องจัดการเื่ของซูจงจวินให้ราบรื่น ไม่ให้มีอะไรผิดพลาด
ด้านพ่อแม่สกุลซ่งที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกทั้งประหลาดใจและดีใจ แต่ก็รู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าตอนนี้เด็กคนนั้นเก่งกาจขนาดนี้ งานแต่งงานจะปล่อยให้ล่มไม่ได้ แม่ซ่งรีบเข้าไปประคองแม่ซูขึ้น ช่วยเช็ดน้ำตาให้เธอ
"พี่สะใภ้ซู ให้เด็กทั้งสองได้เจอกันสักหน่อยไหมคะ?" เธอลองหยั่งเชิงความคิดของครอบครัวสกุลซู
คราวนี้แม่ซูถึงได้รู้สึกตัว เธอตื่นเต้นพยักหน้าสองครั้ง แล้วเรียกซ่งเฉียวให้ไปกับเธอ ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อให้ซ่งเฉียวได้พบกับซูจงจวิน
ด้วยความตื่นเต้น แม่ซูไม่ทันสังเกตเห็นว่าซูจงจวินสวมชุดทหาร เธอคิดแต่เพียงว่าถ้าทั้งสองคนได้แต่งงานกัน ลูกชายคนเล็กก็จะได้งานทำด้วย นั่นมันก็เท่ากับได้รับโชคสองชั้นเลยนะ
ตระกูลซ่งเคยสัญญาไว้ว่า ถ้าสามารถใช้การแต่งงานของทั้งสองคนเป็ข้ออ้างให้ซ่งเฉียวไม่ต้องลงชนบทได้ พวกเขาก็จะช่วยให้ลูกชายคนเล็กได้เข้าทำงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เช่นกัน
ทันใดนั้น แม่ซ่งก็กดมือของแม่ซูลง พูดพร้อมรอยยิ้มว่า "ให้จงจวินมาพบที่นี่ดีกว่า จะให้ผู้หญิงไปพบผู้ชายได้ยังไง"
เธออยากให้เพื่อนบ้านในละแวกนี้รู้ว่า ลูกสาวของเธอกำลังจะแต่งงานกับทหาร
หึ! แล้วหวังจื้อนั่นจะเป็อะไรได้!
ครู่ต่อมา ซูจงจวินในชุดทหารสีขาวก็เดินเข้ามาในบ้านสกุลซ่ง
ถ้าถามว่าทำไมเขาต้องมาพบกับผู้หญิงที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน? หนึ่ง เขาอยากรู้ว่าคู่หมั้นที่ทางบ้านสามารถหามาได้ ทั้งที่ตัวเองหายไปหลายปี ผู้หญิงคนนั้นจะเป็สาวโง่จากบ้านไหน สอง พ่อแม่ของเขาทนรับความกระทบกระเทือนทางจิตใจไม่ไหวอีกแล้ว วันนี้กลับมาเห็นใบหน้าที่แก่ชราของท่านทั้งสอง ทำให้เขาใจริง ๆ และรู้สึกเสียใจกับความเห็นแก่ตัวของตัวเองในอดีต ตอนนี้จะทำอะไรก็ต้องคล้อยตามท่านเท่านั้น
ซ่งเฉียวนั่งตัวตรงอยู่บนม้านั่งยาว มองซูจงจวินที่เดินย้อนแสงเข้ามา เขามีรูปร่างสูงสง่า คิ้วหนาตาโต ใบหน้าคมสัน ผิวค่อนข้างคล้ำ เมื่อมองแวบแรกจะรู้สึกถึงบรรยากาศน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทั่วร่าง ทำให้คนแปลกหน้าไม่กล้าเข้าใกล้
"สหายซู สวัสดีค่ะ ฉันชื่อซ่งเฉียว" ซ่งเฉียวลุกขึ้นยื่นมือไปหาเขาก่อน
ซูจงจวินที่อยู่ตรงหน้าหรี่ตามองสำรวจเธอั้แ่หัวจรดเท้า แล้วยื่นมือออกมาเช่นกัน แต่เพียงแค่แตะฝ่ามือเบา ๆ เท่านั้นก่อนจะรีบชักมือกลับ
ทำให้บรรยากาศดูอึดอัดไปชั่วครู่
"นั่งสิคะ" ซ่งเฉียวฝืนทนความอึดอัด รินน้ำให้กับเขา
ซูจงจวินสังเกตเห็นปานแดงเล็ก ๆ ที่ง่ามนิ้วหัวแม่มือซ้ายของซ่งเฉียว ทำให้นึกออกว่าเธอเป็ใคร เขาจำได้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ตามติดหลงรักหวังจื้อลูกชายคนเล็กของบ้านหวังที่อยู่ปากซอยมาั้แ่ประถม ทุกวันยังไม่ทันสว่างก็จะไปรอหน้าบ้านเพื่อไปโรงเรียนด้วยกัน แต่หลายครั้งหวังจื้อกลับปีนกำแพงออกไปเดินกับเด็กผู้หญิงคนอื่นแทน
ช่างเป็เด็กผู้หญิงที่โง่จริง ๆ
"สหายซ่ง ผมไม่สามารถแต่งงานกับคุณได้" วันลาเยี่ยมบ้านของซูจงจวินมีแค่สามวัน เขาวางแผนจะจัดการเื่พ่อแม่ให้เรียบร้อยภายในสองวันนี้ แล้วพาน้องชายไปอยู่ที่กองทัพด้วยกัน
ตอนนี้เขาเป็ผู้บังคับกองพันประจำหน่วยทหารเรือบนเกาะ บังเอิญเห็นเอกสารจากเบื้องบนเกี่ยวกับการกวาดล้างอิทธิพลที่ไม่ดี จึงรู้สึกไม่สบายใจ เลยขอลามาพาน้องชายไปก่อน รอให้ทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยพาพ่อแม่ไปทีหลัง
ตอนนี้หน่วยทหารยังไม่ได้รับผลกระทบ ผู้บัญชาการก็ได้ยืนยันแล้วว่าต่อไปจะไม่มีผลกระทบใด ๆ
ซ่งเฉียวชะงักมือ วางกาน้ำชาลง
เธอมองซูจงจวินอย่างใจเย็น แล้วพูดว่า "สหายซูจงจวิน การแต่งงานกับฉันเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ"
น้ำเสียงเ็าของหญิงสาวทำให้เขาตะลึง แตกต่างจากเด็กผู้หญิงโง่เขลาในความทรงจำราวกับเป็คนละคน
ในนิยายไม่ได้กล่าวถึงว่าทำไมซูจงจวินถึงจากเมืองหงซิงไป แต่จากประสบการณ์อ่านนิยายน้ำเน่ามาหลายปีของเธอ ส่วนใหญ่มักจะเป็เพราะเื่ความรัก และห้าปีที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าไม่ใช่เพราะฐานะของหญิงสาวไม่เหมาะสม ก็คงเป็เพราะเขามีรักแรกหรือรักที่ไม่มีวันลืมในหัวใจ
ซ่งเฉียวแค่้าที่พึ่งพิง ไม่ได้หวังความจริงใจจากผู้ชาย
ซูจงจวินหัวเราะออกมา เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ใจคนฟังสั่นไหว
"ทำไมล่ะ?"
"ตอนนี้คุณอยู่ในระดับผู้บังคับกองพันใช่ไหม ถ้าไม่ใช่ผู้บังคับกองพันก็ต้องเป็รองผู้บังคับกองพัน และตอนนี้คุณอยู่บนเกาะห่างไกล ผู้บังคับบัญชาคงมีข้อกำหนดให้คุณต้องแต่งงานสร้างครอบครัว สาว ๆ บนเกาะคุณก็ไม่ได้สนใจ นั่นเป็เพราะคุณไม่อยากทุ่มเทหัวใจให้ แต่ฉันไม่ได้้าหัวใจของคุณหรอก พวกเราก็เป็คนบ้านเดียวกัน รู้จักกันดี การใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดหรือ?"
คำพูดนี้เหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงไป สร้างระลอกคลื่นวงแล้ววงเล่าในใจของซูจงจวิน
จริงอยู่ที่ผู้บัญชาการได้พูดกับเขาหลายครั้ง งานจับคู่บนเกาะก็บังคับให้เขาลงทะเบียน แต่พอเห็นสาว ๆ พวกนั้น เขาก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที
ครั้งนี้เขาขอย้ายไปประจำการที่ฐานทัพสำคัญที่ตั้งอยู่บนเกาะหลูเหวย แต่เพราะไม่มีครอบครัวจึงถูกระงับไว้ การไม่สามารถรับใช้ประเทศชาติได้ถือเป็ความอับอายของทหารทุกนาย
ตอนนี้เขาพิจารณาซ่งเฉียวอย่างจริงจัง รู้สึกสงสัยในตัวเธอ เธอสามารถเดายศทหารของเขาได้ถูกต้อง และพูดคุยอย่างใจเย็น จากกิริยาท่าทางและคำพูด อย่างน้อยเธอก็ต้องจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย
ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่นับเื่ที่เธอพัวพันกับหวังจื้อ เธอก็เป็สาวสวย หน้ารูปไข่ ตาโต จมูกโด่ง
ที่สำคัญที่สุดคือเธอไม่ได้้าให้เขาทุ่มเทหัวใจ ไม่รู้ทำไม พอได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
"ทำไมคุณถึงอยากแต่งงานกับผมนักล่ะ?"
ซ่งเฉียวรู้สึกโล่งใจ ในที่สุดเขาก็ยอมพูดออกมาเสียที
"เพราะฉันไม่อยากไปชนบทน่ะ" เธอตอบตรง ๆ และจ้องตาซูจงจวินอย่างไม่หวั่นเกรง ทว่าทะเลสาบสีดำในดวงตาของเขากลับไม่มีความรู้สึกใด ๆ
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ซูจงจวินนั่งอยู่บนม้านั่งครุ่นคิดหลายอย่าง จากสถานการณ์ตอนนี้ ซ่งเฉียวดูเหมือนจะเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด เมื่อทั้งคู่จดทะเบียนสมรส เขาก็จะสามารถยื่นคำร้องขอไปเกาะหลูเหวยได้อย่างถูกต้อง
เมื่อนึกถึงาที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในอนาคต ซูจงจวินก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงถามอีกครั้ง "คุณคิดดีแล้วใช่ไหม?"
ซ่งเฉียวรีบพยักหน้า คิดในใจว่าหลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ซูจงจวินก็จะจากเมืองหงซิงไปในอีกสามวัน แล้วเธอก็จะกลับมามีอิสระอีกครั้ง
ในตอนนั้น ซูจงจวินลุกขึ้นเดินมาหน้าซ่งเฉียว ยื่นมือไปหาเธอ "สหายซ่งเฉียว ต่อไปนี้เราจะเป็สหายร่วมอุดมการณ์กัน!"
ซ่งเฉียวจ้องมองมือที่คล้ำแดด นิ้วเรียวยาวแต่ฝ่ามือกว้างใหญ่นั้น แล้วยิ้มน้อย ๆ
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน" เธอจับมือเขาอย่างมั่นใจ
ซูจงจวินรีบออกไปที่ทำการไปรษณีย์เพื่อส่งโทรเลขด่วนรายงานเื่การแต่งงาน พอเขาออกไป สมาชิกสามคนของตระกูลซ่งที่เดินวนเวียนอยู่แถวนั้นมานานก็เข้ามาในบ้านทันที
เมื่อได้ยินว่าคู่หมั้นของน้องสาวมาเยี่ยม พี่ชายคนโตซ่งเจี้ยนกั๋วก็รีบหนีงานกลับมาดูความคึกคักที่บ้าน
"ลูก เขาว่ายังไงบ้าง?" พ่อซ่งถูกใจหนุ่มคนนี้ั้แ่แรกเห็น ผ่านไปห้าปี เขาดูนิ่งขึ้นมาก แต่ยังมีความกล้าแฝงอยู่ เป็คนที่มีแววและมีลักษณะของแม่ทัพใหญ่
ซ่งเฉียวยิ้มเบา ๆ "เขากลับไปรายงานเื่การแต่งงานแล้ว"
พอพ่อแม่ซ่งได้ยินก็ตบเข่าดีใจ ส่วนซ่งเจี้ยนกั๋วที่อยู่ข้าง ๆ แสดงความไม่อยากเชื่อ
"คนที่เป็ทั้งนักศึกษาทั้งทหารแบบเขามาชอบน้องได้ยังไง? ตระกูลซ่งเราคงจุดธูปบูชาได้ดีจริง ๆ"
"ไปเลย! อย่ามาดูถูกน้องสาวแก ให้หลินเชี่ยนลาหยุดสักวัน พวกแกสองคนพาน้องไปซื้อของใช้สำหรับงานแต่งงานหน่อย"
พ่อซ่งเข้าไปในห้องล้วงเงินสิบหยวนและคูปองผ้าห้าใบจากส่วนในสุดของตู้เสื้อผ้านำมายื่นให้กับซ่งเฉียว สำหรับให้พี่ชายและพี่สะใภ้พาเธอไปซื้อของ
ซ่งเฉียวมองดูเสบียงที่เหลืออยู่ในบ้านไม่มากนัก จมูกพลันแสบร้อน น้ำตาไหลออกมา เธอรีบเช็ดน้ำตาให้แห้ง ตอนนี้เธอไม่ต้องลงชนบทแล้ว หลาย ๆ เื่ก็สามารถที่จะค่อย ๆ วางแผนได้
อย่างเช่นงานบัญชีนั้น ไม่ช้าก็เร็วเธอต้องเอากลับคืนมาให้ได้