เช้าวันต่อมา...
นักศึกษาวิศวกรรมปีสามเดินทางมาเรียนด้วยสภาพไม่ค่อยสู้ดีนัก ทีมฟุตบอลที่เขาแทงไว้แพ้ยับจนเงินหายวับไปกับตา ตอนนี้ปั้นไม่เหลืออะไรสักอย่าง บิลค่าใช้จ่ายต่างๆที่ค้างไว้ก็กองพะเนินเป็ูเา ทั้งค่างวดรถบิ๊กไบค์ ค่าหอ ค่าครองชีพอื่นๆอีกมากมาย ตอนนี้ชีวิตชายหนุ่มแทบจะพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
“ไอ้กำปั้น มึงโอเคมั้ยวะ” เก่ง เพื่อนสนิทที่สุดถามเมื่อเห็นสภาพซีดเซียวเหมือนซอมบี้
“เมื่อคืนกูแพ้ยับเลยวะ”
“เชี้ย มึงยังไม่เลิกอีกหรอ ไหนบอกว่าเลิกแทงบอลนานแล้วไงวะ”
“จิ๊… ใครจะคิดว่าทีมเก่งขนาดนั้นมันจะแพ้ทีมกระจอกๆวะ”
ปั้นจิ๊ปาก
เขาไม่มีแรงแม้แต่จะเรียนหนังสือ จากที่โง่เป็ทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งโง่เข้าไปใหญ่ เพื่อนๆหลายคนยังคงไม่เข้าใจว่าปั้นสอบติดมหาลัยฯมาได้ไงด้วยซ้ำ เขาเป็คนหัวทึบ แถมความคิดก็เบียวขั้นสุด แต่ก็สามารถทำข้อสอบออกมาได้ครึ่งๆกลางๆจนพ้นสอบตกทุกรอบ
สิ่งเดียวที่เขาเก่งคือการหาเื่ชกต่อยไปวันๆ ั้แ่ปีหนึ่งจนถึงปีสาม ตอนนี้ปั้นก็ถูกคณบดีเรียกพบเกี่ยวกับข้อหาความรุนแรงไปแล้วสามรอบ และถ้าหากมีเหตุรุนแรงอีกครั้ง เห็นทีครั้งนี้คงต้องกลับไปนอนบ้านยาวๆ
“คืนนี้กูไปนอนห้องมึงได้มั้ยวะ” ปั้นถามเพื่อน
เขาไม่อยากนอนหอพักของตัวเอง เพราะกลัวว่าพวกนักเลงจะรู้ที่ซุกหัวนอน ถ้าคนพวกนั้นกล้าจะมาหาเขาถึงสถานศึกษา หอพักเล็กๆที่ไม่มีแม้แต่ลุงยามจะไปรอดอะไร
“ไม่ได้ กูอยู่กับแฟน”
“แล้วมึงล่ะ” ใบหน้าคมเข้มหันไปตามเพื่อนคนอื่น
“ไม่เอาหรอก กูนัดสาวๆเอาไว้”
“แล้วกูจะไปซุกหัวที่ไหน”
“นี่มึงอย่าบอกนะว่ามึงเอาเงินค่าห้องที่พ่อแม่ส่งมาให้ไปเล่นพนันบอลจนหมด”
“…..”
ทันทีที่ปั้นไม่โต้ตอบ พวกเพื่อนๆก็ถอนหายใจและด่าสั่งสอนยกใหญ่ ใช่ว่าสามปีที่ผ่านมาจะไม่มีใครตักเตือนเขา แต่ถึงจะพูดจนหูฉีก ชายร่างสูงหัวสกินเฮดก็ทำเป็เหมือนไม่รับรู้ ปั้นเป็คนชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย หัวใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ลุ้นกับรางวัลใหญ่ๆ ยิ่งในอดีตเขาเคยชนะพนันบอลได้เป็แสนๆ มันก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเสพติดอารมณ์ความสุขสมตอนนั้นเข้าเส้น
เขาไม่อาจขาดความรู้สึกนี้ได้อีกต่อไป แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็ต้องเสีย แต่ก็ยอมเสี่ยงด้วยเงินทั้งหมดอยู่วันยันค่ำ
“แล้วอย่างนี้เงินที่มึงยืมพวกกูไปจะได้คืนมั้ย”
เพื่อนคนหนึ่งถามในสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่กล้าถาม นอกจากปั้นจะเป็หนี้พนัน เขายังเป็หนี้เพื่อนๆหลายคนทั้งหลักพันและหลักหมื่น ไม่มีใครกล้าถามชายหัวร้อนคนนี้ เนื่องจากทุกครั้งที่ทวงเงิน ปั้นมักจะอารมณ์หงุดหงิดและชอบลากเข้าเื่ชกต่อยคลอดวเลา
“กูบอกแล้วไงว่ายังไงกูก็คืน มึงต้องให้กูย้ำอีกเท่าไหร่สมองของมึงถึงจะจำได้”
“ก็มึงยืมกูมาั้แ่ปีสอง ตอนนี้ครบปีแล้วกูยังไม่ได้คืนสักบาท”
“อ้าวไอ้นี่ นี่มึงเป็เพื่อนกูจริงๆมั้ยวะ!”
เสียงตะคอกดังลั่นจนต้องมีคนมาคั่นกลาง ปั้นกำหมัดกัดฟันกรอดจนหน้าแดงเป็ไฟ ลมหายใจฟึดฟัดพ่นระบายออกมาไม่หยุด ร่างสูงมักจะหงุดหงิดทุกครั้งเมื่อได้ยินการทวงเงิน หรืออาจเพียงเพราะอับอายจนต้องหาเื่อื่นมากลบเกลื่อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาดุดันจ้องจะเอาเื่ให้ได้ ปกติแล้วเพื่อนๆจะปล่อยผ่านไป แต่ครั้งนี้ดูเหมือนหลายๆคนเริ่มจะไม่ยอมเขาเหมือนอย่างเคย
“ถ้ามึงหาเงินมาคืนกูไม่ได้ งั้นก็ไม่ต้องมาเป็เพื่อนกู”
“เอ้อ! เอาดิวะ กูก็ไม่อยากเป็เพื่อนกับมึงนักหรอก” ปั้นตอบเสียงดัง
แต่หลังจากที่ชายหนุ่มกล่าวคำนั้นออกไป สายตาเอือมละอาของเพื่อนๆหลายคนก็มองเขาเหมือนเป็พวกขี้แพ้ชวนตี โต๊ะอาหารที่กลุ่มนักศึกษาวิศวะกลุ่มใหญ่นั่งอยู่เริ่มมีคนลุกหนีไปทีละคน ไม่นานหลังจากนั้น ปั้นก็พบว่าเพื่อนๆทุกคนทิ้งเขาไว้ให้อยู่ตัวคนเดียว