First Love รักของสองเรา

    ตอนที่ 10 คำว่าบังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอกนะ

    หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็มานั่งห้องพี่สาว รอกลับบ้านพร้อมพี่สาวทีเดียวอีกอย่างวันนี้ก็ไม่มีที่ต้องไปแล้วใจมันกลัวไปหมด กลัวว่าออกไปแล้วจะไปบังเอิญเจอกันอีกการไม่ออกไปก็ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้เจอแบบนี้แหละถึงจะถูก


    "วันก่อนพี่เจอคุยกับฟ้าเราเจอกับฟ้าแล้วหรอ" เอยที่นั่งเซ็นเอกสารก็พูดขึ้นมา


    "แนะ พี่เอยจะพูดทำไมเนี้ย" ก็ดูเอาเถอะ๼๥๱๱๦์คงรักฉันมากไม่ส่งตัวมาก็ยังส่งชื่อมาให้


    "เอ้า พี่แค่ถามทำไมจะพูดไม่ได้" เธอเอื้อมมือเกาหัวงงกับน้องสาวตัวเองก็แค่ถาม


    "ก็ไม่ได้บอกว่าพูดไม่ได้ แค่ไม่อยากได้ยินเฉยๆ" เพราะไม่อยากเศร้า ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ไม่อยากจะไปนึกถึงด้วย


    "ไม่น่าเป็๲ไปได้ที่เราจะคิดแบบนั้นนะอิง เป็๲อะไรหรือเปล่า" เธอลุกจากโต๊ะทำงานเดินมาที่โซฟาที่อิงนั้นอยู่


    "ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย อิงกับพี่ฟ้าก็เลิกยุ่งกันไปหลายปีแล้วแค่ไม่อยากให้พูด" ใช่เลิกยุ่งกันไปนานแล้วและหลังจากนี้ก็ไม่ควรยุ่งกันอีก


    "อย่าว่าพี่เลยนะแต่เราโกหกพี่ไม่ได้หรอก แต่ไหนแต่ไรถ้าเราไม่รักฟ้าหรือตัดใจได้แล้วคงไม่ยอมเก็บรูปคู่ก็ยังไว้ที่ห้องจนตอนนี้หรอก" ทุกการกระทำของอิงเธอที่เป็๲พี่สาวรู้มาตลอด รู้ว่าน้องสาวก็ยังมีใจให้อีกฝ่ายไม่น้อยไม่มากขึ้น แต่ก็ไม่ลดลงไปกว่านี้อย่างแน่นอน


    "พูดอะไร มันนานแล้วตอนนี้เป็๲พี่น้องกัน" แล้วอย่างไงล่ะต่อให้บอกว่าฉันยังรักพี่ฟ้ายังมีความรู้สึกแล้วมันจะอย่างไงในเมื่อฉันคือน้องสาวคนสำคัญ และเขาก็มีคนที่พร้อมมากกว่าฉัน


    "ณ ตอนนี้ก็คือพี่น้องจริงๆ เ๱ื่๵๹ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกเราไม่ได้ชอบผู้ชายหรือเราอาจจะชอบผู้ชายเข้าสักวันหรือเพศไหนก็แล้วแต่ความรักระหว่างพี่น้องหรือความรู้ที่มากกว่านี้ก็มีเหมือนกัน เอาเป็๲ว่าเราจะชอบใครพี่ก็สนับสนุนทั้งนั้น" น้องสาวของเธอยังอ่อนเ๱ื่๵๹รักๆ ใคร่ๆ ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือกระแสสังคม ความรักระหว่างเพศเดียวกันจนปัจจุบันยังมีพวกที่แอนตี้อยู่แม้จะเป็๲คนกลุ่มเล็กๆ ก็ตาม


    "อิงยังไม่ได้คิดเ๱ื่๵๹นี้หรอกค่ะ" สำหรับฉันตอนนี้ต่อให้ต้องอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะเป็๲ไรเลยมันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น


    "พรุ่งนี้มีงานประมูลเราไปกับพี่นะ"


    "งานประมูลหรอ ประมูลอะไรคะ" แค่ขึ้นชื่อว่างานประมูลก็น่าสนใจแล้วอ่ะ


    "หลายอย่างทั้งของหายากของเก่าแก่บ้านที่ดิน สารพัด จัดขึ้นเดินละครั้ง"


    "อิงอยากไป" ของเก่าแก่หรอ ของหายากหรอนี่แหละของที่ฉันชอบนอกจากดีไซเนอร์ชื่อดังที่ฉันเป็๲อีกอาชีพของฉันคือนักสะสมของหายากที่ฉันยอมลงทุนซื้อแบบไม่สนใจราคาเลยทีเดียว


    "ต่อให้เราบอกไม่อยากไปพี่ก็จะให้ไป นั่งอ่านหนังสือไปเถอะเดี๋ยวพี่อ่านเอกสารสักหน่อยแล้วค่อยกลับบ้านกัน"


    "โอเครค่ะ"


    ตอนนี้เวลา18.30น.พอดีฉันนั่งอยู่บนรถกับพี่สาวกำลังไปมุ่งหน้าไปงานประมูลที่จัดขึ้นที่โรงแรมงานประมูลจะเริ่มเวลา19.30น. ฉันลุกมาแต่งตัวหาชุด๻ั้๹แ๻่บ่ายสองเพราะฉันไม่มีชุดออกงานเลยไม่ได้หยิบเอามาไทยด้วย เพราะไม่ได้คิดว่าจะได้ออกงานอะไรวุ่นวายไปหมดสุดท้ายก็ได้ชุดพี่สาวมาใส่แทน ตอนนี้ฉันกลายเป็๲คนกลัวการออกจากบ้านไปแล้วค่ะทุกคนกลัวออกไปจะไปบังเอิญเจอกันอีก และงานประมูลนี้เน้นสีโทนเข้มฉันเลยหยิบชุดเดรสยาวผ่าข้างสูงแบบเกาะอกมีเชือกรอบๆ กับรองเท้าส้นสูงสีทองแวววับเห็น๻ั้๹แ๻่หน้าโรงแรมยันท้ายโรงแรม


    "คนเยอะมากเลยนะคะ" ฉันมองออกไปหน้าโรงแรมที่มีผู้คนกำลังเดินเข้าไปข้างใน


    "ปกติคนไม่ได้เยอะขนาดนี้หรอกส่วนมากคนที่มาก็มีแต่พวกชอบของหายากหรือพวกมีเงิน" เธอไม่ได้ชอบการประมูลอะไรขนาดต้องมาทุกครั้งแต่เธอแค่อยากในงานประมูลชอบมีของที่น่าสนใจและทำให้แปลกใจได้เรื่อยๆ


    "แบบนี้จะประมูลชนะหรอคนเยอะมาก" ถ้าคนที่มามีแต่รวยๆ ฉันคงสู้ไม่ไหวแน่ๆ ยกได้ยกธงขาวหลายอย่างแน่นอน


    "คนกระเป๋าหนักกว่าก็ชนะเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ ถ้าไม่ว้าวจริงคนก็คงไม่ยอมประมูลเยอะหรอก ถึงแล้วปะลง" เอย


    “พี่เอยไหนบอกเขาแต่งตัวกันเบาๆ ไงคะนี่มันไม่เบาแล้วมั้ง” ฉันหันไปกระซิบเบาๆ คือเรียบหรูฉันคิดแบบนั้น แต่ที่ฉันเจอคือขนนก ขนแกะ เครื่องเพชรเม็ดเท่าไข่ห่านแบบนี้ไม่ได้เรียกเบามั้ง


    “ก็เบาสำหรับเขาไงเบาแต่ละคนไม่เท่ากันหรอก อย่าไปมองคิดมากตามมา” เอยเดินเข้าไปในงานพร้อมกับอิงโดยมีเลขาและบอดี้การ์ดเดินตาม2คน งานประมูลอนุญาตให้นำการ์ดเข้าได้และจำเป็๲ที่ต้องนำเข้าด้วยไม่เกิน2คน


    “สวัสดีครับคุณรุ่งรดานี่ครับเข็มกลัด” ผู้ดูแลงานประมูล


    “สวัสดีค่ะปีนี้มีอะไรน่าสนใจไหมคะ” เอยส่งเข็มกลัดผู้เข้าร่วมงานประมูลให้อิงและหันกลับไปคุยกับผู้ดูแลงาน


    “รอบนี้มีแต่ของที่คุณรุ่งรดาต้องถูกใจอย่างแน่นอนครับโต๊ะของคุณโซนหน้าvvipนะครับ เชิญครับ” ผู้ดูแลพ่ายมือเข้าไปทางประตู


    “ดอกไม้ติดทำไมหรอค่ะ” ฉันชี้ไปที่เข็มกลัดดอกไม้สีม่วงที่มีริบบิ้นสีทองผูกเป็๲โบว์รอบดอกไม้


    “เข็มกลัดนี้จะบงบอกว่าใครมีสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมการรประมูลไงพี่ขอไว้2ที่ ตอนแรกคิดว่าคุณแม่จะมา”


    “อ่อ อิงไม่เคยเข้างานประมูลของที่นี่เลยที่นู่นไม่มีแบบนี้ใครมีเงินก็ประมูลได้เลย” ขั้นตอนซับซ้อนไปหน่อย


    “ยิ่งมีแต่ของมีมูลค่าก็จะดูเยอะแบบนี้แหละ” เอย


    ในงานก็คือสวยมากสวยแบบไม่เหมือนงานประมูลเลยแม้แต่น้อยให้ความรู้สึกอารมณ์เหมือนมางานเทศกาลอะไรสักอย่างรวมถึงมีการจัดโชว์ของหายาก ของเก่าแก่ให้ได้ชมแต่ไม่ได้ปล่อยให้ประมูลฉันที่เป็๲สายสะสมแค่เห็นก็มีความสุขเลยทันที


    “พี่เอยไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอิงขอเดินดูของพวกนี้ก่อน” งานก็ยังไม่เริ่มแถมยังมีเวลาเหลือถ้าไม่เดินตอนนี้จะได้เดินดูตอนไหน


    “ได้รีบเดินแล้วรีบมานะ”


    “โอเครค่ะ”


    ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าชุดเครื่องเพชรชุดนี้อีกแล้ว๻ั้๹แ๻่เดินเข้ามาผู้คนมากมายก็รุมกันอยู่ที่ของชิ้นนี้ ชุดเครื่องเพชรแวววับประดับด้วยมรกต ทับทิม และเพชร อาจจะไม่ใช่ของเก่าแกแต่เป็๲ของที่หายากที่สุดเพราะเป็๲ชุดเครื่องเพชรที่ประกอบด้วยมรกตสีเขียวเม็ดใหญ่ ทับทิม และก็เพชรล้อมรอบเต็มไปหมดเส้นนี้น่าจะประเมินค่าไม่ได้ ฉันที่กำลังเพลินกับการชื่นชมเครื่องประดับในตู้ก็มีเสียงคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง


    “ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอ ไม่รู้ว่าตั้งใจมาหรือมาตามใครกันแน่” พิม


    “ไม่ได้มาตามใครแต่ตั้งใจมาด้วยตัวเองค่ะ” ไม่ออกจากบ้านทั้งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอแต่ก็ยังจะมาเจอที่น่าอีก


    “คำว่าบังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรอกนะ” พิมยืนกอดอกมองหน้าอิงด้วยสายตาไม่พอใจทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาเพื่อให้พี่ฟ้าเห็น


    “ฉันก็อยากจะบอกแบบนั้นเหมือนกันแต่มันก็บังเอิญไปแล้วซึ่งฉันก็ไม่ได้อยากเจอคุณเลย” ฉันก็ไม่ได้อยากจะให้ความบังเอิญเกิดขึ้นกับฉันมากมายหรอก เพราะฉันไม่อยากจะเจอเลยจริงๆ


    “ฉันก็ไม่ได้อยากจะเจอเธอแต่ทุกครั้งเธอแค่ชอบเสนอหน้ามาในที่ที่ ฉันอยู่” ไม่ว่าเธอจะไปไหนกับพี่ฟ้าจะต้องมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาตลอด ถ้าไม่ได้ตั้งใจแล้วจะมาทำไม


    “แล้วที่ที่คุณอยู่ยกเว้นบ้านคนอื่นจะอยู่ไม่ได้หรอค่ะ” เหมือนคุยกับคนพูดไม่รู้เ๱ื่๵๹ถ้าเธอมางั้นแปลว่าพี่ฟ้าก็ต้องมาน่ะสิ อย่าเจอกันเลยจะดีกว่า ฉันเตรียมหันหลังเดินแต่ก็โดนดึกแขนเอาไว้จากอีกฝ่าย


    “มาทำเป็๲มองหาฉันรู้หรอกแกตั้งใจจะไปหาพี่ฟ้าหรอ” พิมบีบแขนของอิง


    “คิดมากไปหรือเปล่าถ้ามีเวลามโนได้ขนาดนั้นก็เอาเวลาไปดูแลคนของตัวเองเถอะ” ฉันบิดแขนเพื่อให้หลุดจากมือของเธอผู้หญิงคนนี้เที่ยวตามว่า ตามด่า ตามจิกฉันแถมยังชอบคิดไปเองฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะอะไรกับฉันหนักหนาถ้าเรากันมากพอจะมานั่งตามหึงตามหวงทำไม เฮ้อ


    “หน้าด้าน” พิมที่โดนดึงมือออกก็พูดคำหยาบออกมา ถ้าไม่หน้าด้านคงไม่กล้าตามแฟนคนอื่นแบบนี้


    “ถ้าการที่มางานประมูลที่ใครๆ จะมาก็ได้กลายเป็๲คนหน้าด้าน แล้วคนที่ไร่ด่าคนอื่นไปทั่วแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร กลับไปนอนพักแล้วกินข้าวนอนซะนะคะจะได้มีแรงและมีสมอง” ปะทะริมฝีปากกันต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นฉันรีบเดินออกมาทันทีทั้งสายตา และท่าทางถ้าไม่ใช่เพราะคนเยอะฉันอาจจะโดนตบคางานไปแล้ว