หลังจากทานข้าวเสร็จฉันก็มานั่งห้องพี่สาว รอกลับบ้านพร้อมพี่สาวทีเดียวอีกอย่างวันนี้ก็ไม่มีที่ต้องไปแล้วใจมันกลัวไปหมด กลัวว่าออกไปแล้วจะไปบังเอิญเจอกันอีกการไม่ออกไปก็ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้เจอแบบนี้แหละถึงจะถูก
"วันก่อนพี่เจอคุยกับฟ้าเราเจอกับฟ้าแล้วหรอ" เอยที่นั่งเซ็นเอกสารก็พูดขึ้นมา
"แนะ พี่เอยจะพูดทำไมเนี้ย" ก็ดูเอาเถอะ์คงรักฉันมากไม่ส่งตัวมาก็ยังส่งชื่อมาให้
"เอ้า พี่แค่ถามทำไมจะพูดไม่ได้" เธอเอื้อมมือเกาหัวงงกับน้องสาวตัวเองก็แค่ถาม
"ก็ไม่ได้บอกว่าพูดไม่ได้ แค่ไม่อยากได้ยินเฉยๆ" เพราะไม่อยากเศร้า ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น ไม่อยากจะไปนึกถึงด้วย
"ไม่น่าเป็ไปได้ที่เราจะคิดแบบนั้นนะอิง เป็อะไรหรือเปล่า" เธอลุกจากโต๊ะทำงานเดินมาที่โซฟาที่อิงนั้นอยู่
"ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย อิงกับพี่ฟ้าก็เลิกยุ่งกันไปหลายปีแล้วแค่ไม่อยากให้พูด" ใช่เลิกยุ่งกันไปนานแล้วและหลังจากนี้ก็ไม่ควรยุ่งกันอีก
"อย่าว่าพี่เลยนะแต่เราโกหกพี่ไม่ได้หรอก แต่ไหนแต่ไรถ้าเราไม่รักฟ้าหรือตัดใจได้แล้วคงไม่ยอมเก็บรูปคู่ก็ยังไว้ที่ห้องจนตอนนี้หรอก" ทุกการกระทำของอิงเธอที่เป็พี่สาวรู้มาตลอด รู้ว่าน้องสาวก็ยังมีใจให้อีกฝ่ายไม่น้อยไม่มากขึ้น แต่ก็ไม่ลดลงไปกว่านี้อย่างแน่นอน
"พูดอะไร มันนานแล้วตอนนี้เป็พี่น้องกัน" แล้วอย่างไงล่ะต่อให้บอกว่าฉันยังรักพี่ฟ้ายังมีความรู้สึกแล้วมันจะอย่างไงในเมื่อฉันคือน้องสาวคนสำคัญ และเขาก็มีคนที่พร้อมมากกว่าฉัน
"ณ ตอนนี้ก็คือพี่น้องจริงๆ เื่ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอกเราไม่ได้ชอบผู้ชายหรือเราอาจจะชอบผู้ชายเข้าสักวันหรือเพศไหนก็แล้วแต่ความรักระหว่างพี่น้องหรือความรู้ที่มากกว่านี้ก็มีเหมือนกัน เอาเป็ว่าเราจะชอบใครพี่ก็สนับสนุนทั้งนั้น" น้องสาวของเธอยังอ่อนเื่รักๆ ใคร่ๆ ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือกระแสสังคม ความรักระหว่างเพศเดียวกันจนปัจจุบันยังมีพวกที่แอนตี้อยู่แม้จะเป็คนกลุ่มเล็กๆ ก็ตาม
"อิงยังไม่ได้คิดเื่นี้หรอกค่ะ" สำหรับฉันตอนนี้ต่อให้ต้องอยู่คนเดียวก็ไม่เห็นจะเป็ไรเลยมันไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น
"พรุ่งนี้มีงานประมูลเราไปกับพี่นะ"
"งานประมูลหรอ ประมูลอะไรคะ" แค่ขึ้นชื่อว่างานประมูลก็น่าสนใจแล้วอ่ะ
"หลายอย่างทั้งของหายากของเก่าแก่บ้านที่ดิน สารพัด จัดขึ้นเดินละครั้ง"
"อิงอยากไป" ของเก่าแก่หรอ ของหายากหรอนี่แหละของที่ฉันชอบนอกจากดีไซเนอร์ชื่อดังที่ฉันเป็อีกอาชีพของฉันคือนักสะสมของหายากที่ฉันยอมลงทุนซื้อแบบไม่สนใจราคาเลยทีเดียว
"ต่อให้เราบอกไม่อยากไปพี่ก็จะให้ไป นั่งอ่านหนังสือไปเถอะเดี๋ยวพี่อ่านเอกสารสักหน่อยแล้วค่อยกลับบ้านกัน"
"โอเครค่ะ"
ตอนนี้เวลา18.30น.พอดีฉันนั่งอยู่บนรถกับพี่สาวกำลังไปมุ่งหน้าไปงานประมูลที่จัดขึ้นที่โรงแรมงานประมูลจะเริ่มเวลา19.30น. ฉันลุกมาแต่งตัวหาชุดั้แ่บ่ายสองเพราะฉันไม่มีชุดออกงานเลยไม่ได้หยิบเอามาไทยด้วย เพราะไม่ได้คิดว่าจะได้ออกงานอะไรวุ่นวายไปหมดสุดท้ายก็ได้ชุดพี่สาวมาใส่แทน ตอนนี้ฉันกลายเป็คนกลัวการออกจากบ้านไปแล้วค่ะทุกคนกลัวออกไปจะไปบังเอิญเจอกันอีก และงานประมูลนี้เน้นสีโทนเข้มฉันเลยหยิบชุดเดรสยาวผ่าข้างสูงแบบเกาะอกมีเชือกรอบๆ กับรองเท้าส้นสูงสีทองแวววับเห็นั้แ่หน้าโรงแรมยันท้ายโรงแรม
"คนเยอะมากเลยนะคะ" ฉันมองออกไปหน้าโรงแรมที่มีผู้คนกำลังเดินเข้าไปข้างใน
"ปกติคนไม่ได้เยอะขนาดนี้หรอกส่วนมากคนที่มาก็มีแต่พวกชอบของหายากหรือพวกมีเงิน" เธอไม่ได้ชอบการประมูลอะไรขนาดต้องมาทุกครั้งแต่เธอแค่อยากในงานประมูลชอบมีของที่น่าสนใจและทำให้แปลกใจได้เรื่อยๆ
"แบบนี้จะประมูลชนะหรอคนเยอะมาก" ถ้าคนที่มามีแต่รวยๆ ฉันคงสู้ไม่ไหวแน่ๆ ยกได้ยกธงขาวหลายอย่างแน่นอน
"คนกระเป๋าหนักกว่าก็ชนะเป็เื่ปกติ ถ้าไม่ว้าวจริงคนก็คงไม่ยอมประมูลเยอะหรอก ถึงแล้วปะลง" เอย
“พี่เอยไหนบอกเขาแต่งตัวกันเบาๆ ไงคะนี่มันไม่เบาแล้วมั้ง” ฉันหันไปกระซิบเบาๆ คือเรียบหรูฉันคิดแบบนั้น แต่ที่ฉันเจอคือขนนก ขนแกะ เครื่องเพชรเม็ดเท่าไข่ห่านแบบนี้ไม่ได้เรียกเบามั้ง
“ก็เบาสำหรับเขาไงเบาแต่ละคนไม่เท่ากันหรอก อย่าไปมองคิดมากตามมา” เอยเดินเข้าไปในงานพร้อมกับอิงโดยมีเลขาและบอดี้การ์ดเดินตาม2คน งานประมูลอนุญาตให้นำการ์ดเข้าได้และจำเป็ที่ต้องนำเข้าด้วยไม่เกิน2คน
“สวัสดีครับคุณรุ่งรดานี่ครับเข็มกลัด” ผู้ดูแลงานประมูล
“สวัสดีค่ะปีนี้มีอะไรน่าสนใจไหมคะ” เอยส่งเข็มกลัดผู้เข้าร่วมงานประมูลให้อิงและหันกลับไปคุยกับผู้ดูแลงาน
“รอบนี้มีแต่ของที่คุณรุ่งรดาต้องถูกใจอย่างแน่นอนครับโต๊ะของคุณโซนหน้าvvipนะครับ เชิญครับ” ผู้ดูแลพ่ายมือเข้าไปทางประตู
“ดอกไม้ติดทำไมหรอค่ะ” ฉันชี้ไปที่เข็มกลัดดอกไม้สีม่วงที่มีริบบิ้นสีทองผูกเป็โบว์รอบดอกไม้
“เข็มกลัดนี้จะบงบอกว่าใครมีสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมการรประมูลไงพี่ขอไว้2ที่ ตอนแรกคิดว่าคุณแม่จะมา”
“อ่อ อิงไม่เคยเข้างานประมูลของที่นี่เลยที่นู่นไม่มีแบบนี้ใครมีเงินก็ประมูลได้เลย” ขั้นตอนซับซ้อนไปหน่อย
“ยิ่งมีแต่ของมีมูลค่าก็จะดูเยอะแบบนี้แหละ” เอย
ในงานก็คือสวยมากสวยแบบไม่เหมือนงานประมูลเลยแม้แต่น้อยให้ความรู้สึกอารมณ์เหมือนมางานเทศกาลอะไรสักอย่างรวมถึงมีการจัดโชว์ของหายาก ของเก่าแก่ให้ได้ชมแต่ไม่ได้ปล่อยให้ประมูลฉันที่เป็สายสะสมแค่เห็นก็มีความสุขเลยทันที
“พี่เอยไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอิงขอเดินดูของพวกนี้ก่อน” งานก็ยังไม่เริ่มแถมยังมีเวลาเหลือถ้าไม่เดินตอนนี้จะได้เดินดูตอนไหน
“ได้รีบเดินแล้วรีบมานะ”
“โอเครค่ะ”
ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าชุดเครื่องเพชรชุดนี้อีกแล้วั้แ่เดินเข้ามาผู้คนมากมายก็รุมกันอยู่ที่ของชิ้นนี้ ชุดเครื่องเพชรแวววับประดับด้วยมรกต ทับทิม และเพชร อาจจะไม่ใช่ของเก่าแกแต่เป็ของที่หายากที่สุดเพราะเป็ชุดเครื่องเพชรที่ประกอบด้วยมรกตสีเขียวเม็ดใหญ่ ทับทิม และก็เพชรล้อมรอบเต็มไปหมดเส้นนี้น่าจะประเมินค่าไม่ได้ ฉันที่กำลังเพลินกับการชื่นชมเครื่องประดับในตู้ก็มีเสียงคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง
“ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอ ไม่รู้ว่าตั้งใจมาหรือมาตามใครกันแน่” พิม
“ไม่ได้มาตามใครแต่ตั้งใจมาด้วยตัวเองค่ะ” ไม่ออกจากบ้านทั้งเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอแต่ก็ยังจะมาเจอที่น่าอีก
“คำว่าบังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรอกนะ” พิมยืนกอดอกมองหน้าอิงด้วยสายตาไม่พอใจทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจมาเพื่อให้พี่ฟ้าเห็น
“ฉันก็อยากจะบอกแบบนั้นเหมือนกันแต่มันก็บังเอิญไปแล้วซึ่งฉันก็ไม่ได้อยากเจอคุณเลย” ฉันก็ไม่ได้อยากจะให้ความบังเอิญเกิดขึ้นกับฉันมากมายหรอก เพราะฉันไม่อยากจะเจอเลยจริงๆ
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะเจอเธอแต่ทุกครั้งเธอแค่ชอบเสนอหน้ามาในที่ที่ ฉันอยู่” ไม่ว่าเธอจะไปไหนกับพี่ฟ้าจะต้องมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาตลอด ถ้าไม่ได้ตั้งใจแล้วจะมาทำไม
“แล้วที่ที่คุณอยู่ยกเว้นบ้านคนอื่นจะอยู่ไม่ได้หรอค่ะ” เหมือนคุยกับคนพูดไม่รู้เื่ถ้าเธอมางั้นแปลว่าพี่ฟ้าก็ต้องมาน่ะสิ อย่าเจอกันเลยจะดีกว่า ฉันเตรียมหันหลังเดินแต่ก็โดนดึกแขนเอาไว้จากอีกฝ่าย
“มาทำเป็มองหาฉันรู้หรอกแกตั้งใจจะไปหาพี่ฟ้าหรอ” พิมบีบแขนของอิง
“คิดมากไปหรือเปล่าถ้ามีเวลามโนได้ขนาดนั้นก็เอาเวลาไปดูแลคนของตัวเองเถอะ” ฉันบิดแขนเพื่อให้หลุดจากมือของเธอผู้หญิงคนนี้เที่ยวตามว่า ตามด่า ตามจิกฉันแถมยังชอบคิดไปเองฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะอะไรกับฉันหนักหนาถ้าเรากันมากพอจะมานั่งตามหึงตามหวงทำไม เฮ้อ
“หน้าด้าน” พิมที่โดนดึงมือออกก็พูดคำหยาบออกมา ถ้าไม่หน้าด้านคงไม่กล้าตามแฟนคนอื่นแบบนี้
“ถ้าการที่มางานประมูลที่ใครๆ จะมาก็ได้กลายเป็คนหน้าด้าน แล้วคนที่ไร่ด่าคนอื่นไปทั่วแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร กลับไปนอนพักแล้วกินข้าวนอนซะนะคะจะได้มีแรงและมีสมอง” ปะทะริมฝีปากกันต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นฉันรีบเดินออกมาทันทีทั้งสายตา และท่าทางถ้าไม่ใช่เพราะคนเยอะฉันอาจจะโดนตบคางานไปแล้ว