สายลมหนาวพัดโชยมาปะทะผิวแก้มเนียนละเอียดของมะปรางยามที่ก้าวเดินไปตามเส้นทางเดินดินทอดยาวกลับสู่โฮมสเตย์ของนารา กลิ่นอายป่าดิบชื้นหลังสายฝนโปรยปรายผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำแร่ร้อนยังคงกรุ่นอยู่ในโสตประสาท เรือนร่างอวบอัดคัพ E ภายใต้เสื้อผ้าชุดลำลองตัวใหม่รู้สึกผ่อนคลายและกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กล้ามเนื้อที่เคยตึงเกร็งจากการตรากตรำทำงานหนักในกรุงเทพฯ และความเครียดสะสมจากการหลบหนีภัยข่มขู่ลึกลับได้รับการบำบัดอย่างหมดจดจากบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ... และจากรสรักอันดิบเถื่อนทว่าซาบซ่านสะท้านทรวงของพรานเหนือ เ้าหน้าที่ป่าไม้หนุ่มฉกรรจ์ผู้นั้น
มะปรางยกหลังมือขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของตัวเองเบา ๆ ความรู้สึกอุ่นซ่านจากรอยจูบและเสียงคำรามต่ำด้วยความเสียวซ่านของพรานเหนือยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจ ร่างกายขาวนวลของเธอยังคงหลงเหลือกลิ่นน้ำมันมะพร้าวผสมกระดังงาจาง ๆ ที่ชโลมไล้ไปทั่วสัดส่วนความเป็หญิง มะปรางแย้มยิ้มบาง ๆ กับตัวเองพลางคิดว่าการตัดสินใจหนีความวุ่นวายขึ้นมาพักผ่อนที่เชียงใหม่ครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน อย่างน้อยเธอก็ได้พบกับอิสรภาพ ได้ทำในสิ่งที่เรียกร้องอยู่ลึก ๆ ในใจ และได้เป็ "หมอนวดในตำนาน" ที่ปรนเปรอความสุขให้ชายหนุ่มอย่างเสรีโดยไม่ต้องคอยกังวลสายตาของเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ
ทว่า... ความสุขสงบมักจะสั้นเสมอ ดั่งหมอกยามเช้าที่สลายตัวไปเมื่อต้องแสงแดดแผดเผา
ทันทีที่มะปรางก้าวพ้นแนวรั้วไม้ไผ่เข้าสู่ลานหน้าโฮมสเตย์ไม้สักหลังงามของนารา เธอก็ต้องสะดุดตากับบรรยากาศที่เงียบเชียบผิดปกติ นารา เพื่อนสนิทของเธอกำลังยืนอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านพัก ใบหน้าขาวซีดไร้สีเื ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัด ในสองมือนุ่มของนารากำลังโอบอุ้มกล่องกระดาษพัสดุขนาดกลางกล่องหนึ่งไว้แน่น ราวกับว่ามันเป็วัตถุอันตรายที่พร้อมจะะเิได้ทุกเมื่อ
"นารา... มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ" มะปรางร้องทักพลางรีบก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดไม้ตรงไปยังเพื่อนสนิท
นาราหันขวับมามองมะปรางตามเสียงเรียก ลมหายใจของเธอหอบสะท้านก่อนจะยื่นกล่องพัสดุส่งให้มะปรางด้วยมือที่สั่นเทา "มะปราง... มีคนส่งพัสดุนี้มาที่นี่จ้ะ คนนำส่งเป็แมสเซนเจอร์เอกชน เขาขับรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาส่งถึงบนดอยนี่เลย... หน้ากล่องจ่าชื่อจริงกับนามสกุลจริงของแกชัดเจนมาก แถมระบุที่อยู่โฮมสเตย์ของฉันถูกต้องทุกตัวอักษร..."
มะปรางขมวดคิ้วด้วยความฉงน "ส่งมาให้ฉันเหรอ? แต่ฉันไม่ได้บอกที่อยู่โฮมสเตย์นี้ให้ใครรู้เลยนะนอกจากแก... หรือว่าจะเป็แม่?"
"ไม่ใช่หรอกมะปราง..." นารากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คนส่งระบุว่าส่งมาจาก 'กรุงเทพฯ' แต่ไม่มีชื่อผู้ส่ง... และที่สำคัญ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย มะปราง... แกเปิดดูเถอะ"
หัวใจของมะปรางกระตุกวูบชั่วขณะ ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แล่นพล่านขึ้นมาจากปลายเท้าสู่กลางแผ่นหลัง มือเรียวบางยื่นไปรับกล่องพัสดุนั้นมา มันไม่ได้หนักหนาอะไร ทว่าในความรู้สึกของเธอมันกลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินขนาดมหึมา
มะปรางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายริมระเบียง นารายืนประกบข้างด้วยความห่วงใย มะปรางใช้ปลายคัตเตอร์กรีดเทปกาวที่ปิดผนึกกล่องออกอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นตึกตักเป็จังหวะรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบ ยามที่ฝากล่องกระดาษถูกเปิดอ้าออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของกระดาษและบางสิ่งที่คุ้นเคยโชยเตะจมูก
สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของมะปรางภายในกล่องคือเศษกระดาษฝอยกันกระแทกสีหวาน และตรงกลางนั้นมีกล่องกำมะหยี่สีแดงขนาดเล็กวางอยู่ มะปรางเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมาเปิดออก
"อ๊ะ..." มะปรางอุทานเสียงแ่ ใบหน้าหวานถอดสีจนซีดเผือด
ภายในกล่องกำมะหยี่สีแดงคือ **ต่างหูเพชรแท้รูปหยดน้ำหนึ่งข้าง** มันคือต่างหูคู่เก่งที่เธอสวมใส่เป็ประจำ และทำหายไปในห้องทำงานออฟฟิศที่กรุงเทพฯ เมื่อสองสัปดาห์ก่อน มะปรางเคยพยายามหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนถอดใจคิดว่าคงหล่นหายไประหว่างทางเดิน ทว่าบัดนี้มันกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ในกล่องพัสดุที่ส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ สู่ดอยสูงจังหวัดเชียงใหม่!
"ต่างหูข้างที่แกบ่นว่าหายนี่นา มะปราง..." นารากระซิบเสียงสั่น "ทำไมมันถึงมาอยู่ในกล่องนี้ได้?"
มะปรางไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อนสนิท ดวงตาของเธอจับจ้องลงไปในกล่องพัสดุอีกครั้ง หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสิ่งพับอยู่ใต้เศษกระดาษฝอย มันคือรูปภาพกระดาษอาร์ตมันขนาดใหญ่ที่ถูกขยายผล มะปรางหยิบมันขึ้นมาดูเต็มตาและต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อสะกดกั้นเสียงกรีดร้องด้วยความตระหนก
ภาพในมือของเธอคือภาพถ่ายมุมสูงที่มีความคมชัดระดับสูงมาก! มันเป็ภาพของตัวเธอเองในร่างเปลือยครึ่งท่อน บนเตียงนวดสปาชโลมน้ำมันอุ่น ใบหน้าของเธอหันมาทางกล้องชัดเจนด้วยสีหน้าเย้ายวนเคลิบเคลิ้ม ขณะที่สองมือนุ่มของเธอกำลังกุมขยำแก่นกายแข็งขึงของลูกค้าหนุ่มรายหนึ่ง ผิวกายขาวนวลสว่างวาบสู้แสงกล้องเตะตาอย่างน่าหวาดเสียว
มันคือภาพเหตุการณ์ตอนที่เธอแอบรับงานนวดชโลมรักนอกสถานที่ในกรุงเทพฯ!
"นี่มัน..." นาราชะโงกหน้ามาดูและเอามือทาบอกด้วยความใสุดขีด "รูปนี้มันแอบถ่ายนี่มะปราง! ใคร... ใครมันกล้าทำขนาดนี้!"
มะปรางมือไม้อ่อนแรงจนรูปถ่ายเกือบร่วงหล่นลงพื้น เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ร่างกายอวบอัดสั่นสะท้านด้วยความกลัวอันเหน็บหนาว ความลับสองชีวิตที่เธอพยายามซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด บัดนี้ถูกกระชากหน้ากากออกมาอย่างโเี้โดยผู้ล่าที่อยู่ในเงามืด และที่น่ากลัวที่สุดคือเธอยังไม่รู้เลยว่าคนคนนั้นเป็ใคร!
ที่ก้นกล่องพัสดุ มีซองจดหมายสีขาวอีกซองวางอยู่ มะปรางหยิบมันขึ้นมาฉีกออกด้วยขีดสุดของความอดทน ด้านในเป็กระดาษโน้ตสีขาวสะอาดตา ทว่าตัวอักษรที่เขียนอยู่บนนั้นกลับเขียนด้วยหมึกเคมีสีแดงเข้มตัวใหญ่ชัดเจนสะดุดตา ลายมือนั้นหวัดและทรงพลัง ราวกับ้ากดดันผู้ที่อ่านให้ยอมสยบแต่โดยดี:
**"กลับกรุงเทพฯ คืนนี้... ไม่เช่นนั้น ภาพพวกนี้จะส่งถึงอีเมลของบอร์ดผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศของเธอทุกคน"**
ข้อความสั้น ๆ เพียงประโยคเดียว ทว่ามันกลับมีอานุภาพทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของมะปรางจนพังทลายลงได้ในพริบตา ชีวิตการทำงานในออฟฟิศที่มั่นคง ภาพลักษณ์ของสาวออฟฟิศแสนเรียบร้อย อ่อนหวาน และน่ารักที่เธอสร้างมาตลอดจะสูญสิ้นไปทันทีหากภาพแอบถ่ายฉากกามกิจหลุดออกไป ไม่เพียงแต่เธอจะโดนไล่ออกอย่างอับอาย แต่เธอจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
"มะ... มะปราง แกจะทำยังไงดี" นารานั่งลงข้าง ๆ สองมือโอบกอดไหล่บางของเพื่อนรักที่กำลังสั่นระริก "คนส่งมันรู้กระทั่งว่าแกอยู่ที่นี่ มันต้องจับตาดูแกตลอดเวลาแน่ ๆ เลย... น่ากลัวเกินไปแล้ว"
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนกระดาษโน้ตข่มขู่ มะปรางสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกั้นความอ่อนแอและตั้งสติ สมองอันชาญฉลาดขบคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว ใครกันที่เป็คนทำ?
กิตติ... เพื่อนร่วมงานหนุ่มหล่อที่ออฟฟิศที่ชอบมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ งั้นหรือ?
หรือจะเป็บอสใหญ่ชานนท์... ผู้บริหารหนุ่มมาดขรึมผู้มีอำนาจล้นมือและสายตาเ็าคู่นั้น?
หรือจะเป็ลูกค้าคนใดคนหนึ่งที่เธอเคยปรนเปรอความเสียวซ่านให้ในเว็บมืดสมาคมลับ?
ไม่ว่าจะคิดอย่างไร มะปรางก็ไม่สามารถระบุตัวตนของ 'มัน' ได้เลย ทุกคนรอบตัวเธอกลายเป็ผู้ต้องสงสัยที่น่าหวาดระแวงไปหมด ความสงบสุขในโฮมสเตย์กลางป่าดงดอยหมดสิ้นลงแล้ว ความจริงที่โเี้บีบบังคับให้เธอต้องเผชิญหน้า
"ฉันต้องกลับกรุงเทพฯ คืนนี้จ้ะนารา..." มะปรางเอ่ยเสียงสั่นเครือแต่ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยว "ถ้าฉันไม่กลับ มันเอาจริงแน่ คนที่กล้าส่งพัสดุขู่มาถึงดอยสะเก็ดที่นี่ได้ มันต้องมีอิทธิพลและข้อมูลของฉันในมือครบถ้วน... ฉันไม่มีทางเลือกอื่นเลย"
"แต่แกกลับไปคนเดียวมันอันตรายนะ มะปราง! แกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็ใครและ้าอะไรจากแกกันแน่" นาราแย้งด้วยความกังวลใจอย่างยิ่ง
"ฉันรู้จ้ะ... แต่ถ้าฉันอยู่หนีอยู่ที่นี่ต่อไป ภาพพวกนั้นจะถูกส่งแฉแน่นอน ฉันต้องกลับไปเผชิญหน้า ไปหาทางสืบหาตัวตนของมันในออฟฟิศให้ได้ว่าใครคือผู้อยู่เื้ัเื่นี้" มะปรางเอ่ยพลางกุมมือนาราแน่น "ขอบใจแกมากนะนาราสำหรับทุกอย่าง... ฉันขอโทษที่ทำให้แกต้องมาพลอยใไปด้วย"
"เื่นั้นช่างมันเถอะ แกดูแลตัวเองดี ๆ นะ มีอะไรโทรหาฉันทันทีเลยนะมะปราง" นารากอดเพื่อนรักแน่น
หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด มะปรางรีบเก็บเสื้อผ้าและอุปกรณ์นวดชโลมรักลงกระเป๋าเดินทางด้วยความรวดเร็ว หัวใจกระสับกระส่ายตลอดเวลา ทุกเสียงกิ่งไม้ไหวร่วง ทุกฝีเท้าของคนงานในรีสอร์ตทำให้เธอสะดุ้งหวาดระแวงไปหมด เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองเธอผ่านช่องหน้าต่างป่าสักตลอดเวลา... สายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายตัณหาและ้าควบคุมเธอให้อยู่แทบเท้า
นาราขับรถยนต์ลงดอยมาส่งมะปรางที่สนามบินเชียงใหม่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาห่าใหญ่ บรรยากาศรอบข้างสลัวเลือนลางและหนาวเหน็บ รถยนต์แล่นผ่านทิวทัศน์หุบเขาอันมืดมิดประหนึ่งอนาคตของมะปรางที่กำลังดิ่งสู่ห้วงความลึกลับดำมืดอีกครั้ง
เมื่อมาถึงสนามบิน มะปรางรีบซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินดึกสุดมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครทันที
ตลอดระยะเวลาเดินทางบนเครื่องบิน มะปรางแทบไม่ได้หลับตานอน เธอเอนศีรษะพิงกระจกหน้าต่างเครื่องบิน เฝ้ามองแสงไฟระยิบระยับของหมู่บ้านเบื้องล่างที่ค่อย ๆ เล็กสไลด์หายไปในกลุ่มเมฆหนาทึบ ความหวาดระแวงกัดกินหัวใจของเธอจนปวดหนึบ ตัวตนคนแบล็กเมล์ปริศนายังคงลอยนวล และจุดประสงค์ของมันคืออะไร? เงินทอง? หรือเพียงแค่้าและบีบบังคับเรือนร่างอวบอัดของเธอเพื่อความสะใจส่วนตัว?
ไม่ว่าจะอย่างไร มะปรางปฏิญาณในใจว่าเธอจะไม่ยอมตกเป็เหยื่อฝ่ายเดียวเด็ดขาด เธอต้องสืบหาไอ้คนโฉดคนนี้ให้พบ!
---
**ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เวลา 23.45 น.**
ล้อเครื่องบินแตะรันเวย์ส่งเสียงดังเอี๊ยดะเืลำตัว มะปรางก้าวเท้าเดินออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้าพร้อมกระเป๋าเดินทางลากสีหวาน ใบหน้าจิ้มลิ้มสวมหน้ากากอนามัยและหมวกแก๊ปปิดบังอำพรางหน้าตา ทันทีที่เท้าของเธอแตะผืนแผ่นดินกรุงเทพมหานคร ลมร้อนชื้นปะทะผิวกายปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์
มะปรางหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดโหมดเครื่องบินเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายมือถือ
*ครืด... ครืด...*
โทรศัพท์ในมือของเธอสั่นะเืสลักสัญญาณข้อความเข้าทันควัน มะปรางใจหายวาบ มือเรียวสั่นเทาขณะกดยกหน้าจอขึ้นดู แจ้งเตือนข้อความ SMS จากเบอร์ส่วนตัวปริศนาที่ไม่มีการจดทะเบียนผู้ใช้งาน ส่งเข้ามาถึงเธอทันเวลาอย่างน่าอัศจรรย์ใจประหนึ่งคนส่งยืนเฝ้ามองดูเธออยู่ข้าง ๆ ในสนามบินแห่งนี้!
มะปรางกดเปิดอ่านข้อความด้วยใจระทึกขวัญ และสายตาของเธอต้องเบิกกว้างเมื่อพบข้อความคำสั่งแรกจากเงามืด:
> **"ยินดีต้อนรับกลับกรุงเทพฯ นะจ๊ะมะปราง... ฉันรู้ว่าเธอนั่งเครื่องบินเที่ยวบินไหน และลงเครื่องเวลาใด อย่าคิดตุกติกหรือแจ้งความเด็ดขาด หากเธออยากให้ภาพนวดรักสุดสยิวของเธอยังคงเป็ความลับต่อไป"**
>
> **"งานแรกของเธอเพื่อพิสูจน์ความภักดีต่อฉันเริ่มคืนนี้เลย... ให้เดินทางไปที่คอนโดหรูแถวสุขุมวิท ซอย 23 ห้อง 1402 ทันที ลูกค้าของเธอในค่ำคืนนี้คือคนคุ้นเคยที่ออฟฟิศ... 'กิตติ' ไงล่ะ นวดปรนเปรอร่างกายหนุ่มแน่นของเขาให้เต็มที่สิ... และห้ามบอกเขาเด็ดขาดว่าเธอโดนฉันแบล็กเมล์อยู่"**
>
> **"ถ้าภายในตีสองครึ่ง ฉันยังไม่ได้รับรายงานภาพยืนยันการนวดแสนเร่าร้อนของเธอจากห้องกิตติ... พรุ่งนี้เช้า รูปเปลือยหน้าชัด ๆ ของเธอจะไปปรากฏอยู่บนโต๊ะของบอร์ดผู้บริหารและอีเมลพนักงานทุกคนในบริษัทแน่นอน! ไปทำหน้าที่หมอนวดแสนดีของเธอซะ!"**
มะปรางอ่านข้อความซ้ำไปซ้ำมา ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยโทสะและความตระหนกใอย่างที่สุด กิตติ... เพื่อนร่วมงานหนุ่มหล่อฝ่ายการตลาดคนนั้นน่ะหรือคือลูกค้าภารกิจแรก?
และคนแบล็กเมล์คนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน มันสามารถล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของเธอได้ทุกย่างก้าว แถมยังบงการชีวิตเธอราวกับเป็ตุ๊กตาหุ่นเชิดตามอำเภอใจ
เธอเดาตัวตนของมันไม่ออกเลยแม้แต่น้อย แต่ภายใต้ความกลัวที่เกาะกุมหัวใจลึก ๆ ในกายของมะปรางกลับมีความซาบซ่านปั่นป่วนและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ศาสตร์ความตื่นเต้นท้าทายจากภัยอันตรายที่บีบคั้นกำลังปลุกเร้าอารมณ์ดิบในสัญชาตญาณสาวหมอนวดของเธอ
เวลานี้เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว และเธอเหลือเวลาอีกไม่มาก
มะปรางสูดหายใจลึก ยัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกง ลากกระเป๋าเดินทางตรงไปยังจุดเรียกรถแท็กซี่ด้านหน้าสนามบิน เธอต้องรีบไปคอนโดของกิตติเพื่อทำตามคำสั่งอันลึกลับนั้น... เกมการเป็หุ่นเชิดและภารกิจการนวดสืบสวนคราวนี้นำพาความลับอันตรายมาสู่เธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเธอต้องก้าวเข้าไปเผชิญหน้ามันในคืนนี้ทันที!
*(ติดตามตอนต่อไป: บทที่ 14 หน้ากากต้องสงสัยและการสืบลับในคอนโด)*