เมื่อวิชาโลหิตควบคุมไม่ได้ผลเซิ่งหยาก็ต้องพบเจอกับผลสะท้อนอย่างรุนแรง เซิ่งหยากระอักเลือดออกมาอย่างหนักและทรุดตัวลงทันที
“เซิ่งหยา!!!!!”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตตื่นตระหนกและรีบเข้าไปดูอาการทันที
“การที่ทักษะของเซิงหยาไม่ได้ผลนี่มันออกจะแปลกเกินไป”ศิษย์ของนิกายมารโลหิตกล่าว
พวกเขารู้ดีว่าวิชานี้ทรงพลังแค่ใหนขอแค่ศัตรูไม่ได้แข็งแกร่งกว่าตนมากก็ย่อมได้รับผลกระทบบ้างแต่นี่ฉางเฟิงกลับยืนอยู่อย่างสงบและไม่เป็นอะไรเลยนี่มันออกจะแปลกเกินไป
“เจ้าปิดบังพลังบ่มเพาะงั้นเหรอ”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตกล่าวด้วยความโกรธ
“ไม่เลยนี่คือพลังของข้า” ฉางเฟิงกล่าว
“แล้วทำไมทักษะของนิกายข้าถึงไม่ได้ผลกับเจ้า”
“เรื่องนั้นข้าจำเป็นต้องบอกงั้นหรือข้านั้นไม่ได้โง่ที่จะเผยไพ่ในมือของตัวเองออกไปหรอกนะ” ฉางเฟิงยกยิ้ม
“ตอนนี้ทุกท่านน่าจะเห็นความสามารถของผู้อาวุโสฉางเฟิงแล้วนะ”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
ผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายหันไปมองศิษย์ของตนเองก่อนจะส่งสัญญาณให้
“ช้าก่อนท่านประมุขนิกายบุปผาข้านั้นอยากจะประลองฝีมือกับผู้อาวุโสฉางเฟิง” ซังไห่กล่าวขึ้น
“เหตุผลละ”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“ข้านั้นประทับใจในพลังของผู้อาวุโสฉางเฟิงทำให้ข้าอยากจะประลองฝีมือดูก็เท่านั้นและข้าคิดว่าผู้อาวุโสฉางเฟิงคงไม่ขัดหรอกนะ”ซังไห่กล่าว
“ข้าก็ไม่ขัดจริงๆนั่นแหละแต่ว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้นก็อย่าได้มาโทษข้าก็พอ”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนถ้าข้าได้รับบาดเจ็บก็เป็นเพราะข้านั้นอ่อนแอและไม่เจียมตัวเอง” ซังไห่กล่าว
“ก็ดีครั้งนี้ข้าคงออมมือให้ไม่ได้พราะเจ้ามีระดับพลังเหนือกว่าข้าสองขั้นย่อย” ฉางเฟิงกล่าว
ซังไห่ถึงกับขมวดคิ้วพลังบ่มเพาะของเขานั้นถูกปกปิดเอาไว้โดยผู้นำนิกายแม้แต่มู่เฟยเสวี่ยยังดูไม่ออกแต่ฉางเฟิงคนนี้กลับดูออก
“ยอดเยี่ยมจริงๆท่านนั้นแข็งแกร่งมาก” ซังไห่ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปิดเผยพลังออกมา
“ระดับวิญญาณขั้น3 ” แม้แต่ผู้อาวุโสนิกายดาบยังตกใจ
เพราะศิษย์หลักที่แข็งแกร่งของพวกเขายังอยู่แค่วิญญาณขั้น2 เท่านั้นเห็นได้ชัดว่านิกายสัตว์ร้ายนั้นไม่ธรรมดาเสียแล้ว งานประลองของสี่นิกายและราชวงศ์ในปีนี้ย่อมทำให้นิกาบดาบรู้สึกกดดันอย่างไม่ต้องสงสัย
“ขอเสียทารยาทแล้ว”ซังไห่ไม่ได้ใช้อาวุธและพุ่งเข้าหาฉางเฟิงด้วยหมัดของตนเอง
นิกายสัตว์ร้ายนั้นได้ศึกษาสัตว์ร้ายและนำมันมาสร้างเป็นทักษะสัตว์ร้ายขึ้นไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังใช้โลหิตของสัตว์ร้ายมาฝึกฝนกายาทำให้กายาของพวกเขานั้นแข็งแกร่งดุจสัตว์ร้าย
“ในเมื่อเจ้าใช้หมัดข้าเองก็จะใช้หมัดเช่นกัน”ร่างของฉางเฟิงเคลื่อนใหวออกไป
ทั้งสองใช้หมัดเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงซังไห่ตื่นตระหนกอย่างมากพริบตาที่หมัดของเขาปะทะกับฉางเฟิงเขาก็รู้สึกเหมือนกับร่างของตนเองชักไปที่ภูเขาขนาดใหญ่
“กายาของเจ้า!!!!!!!!!”ซังไห่ยังไม่ทันกล่าวจบฉางเฟิงก็ออกแรงอีกนิดร่างของซังไห่ก็กระเด็นออกไปพร้อมกับแขนที่ปวดร้าว
“กายาของเด็กนั่นเกินขอบเขตของพลังไปแล้ว”ผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายสามารถมองออกได้ทันที
“เจ้าลงมือซะข้าจะหยุดมู่เฟยเสวี่ยเอาไว้เอง” เย่หลางมองออกว่าฉางเฟิงนั้นเป็นตัวอันตรายต่อเขาจึงไม่รอช้ารีบส่งข้อความหาผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตทันที
“ในเมื่อรัชทายาทเข้ามาช่วยเหลือแบบนี้ข้าก็จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บของเซิ่งหยาอยู่ก็เผยจิตสังหารออกมา
พริบตาที่วังไห่รู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่มือของฉางเฟิงร่างของผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตก็ระเบิดพลังและพุ่งเข้าหาฉางเฟิง
“เจ้ากล้า!!!!!!!!!!!!”มู่เฟยเสวี่ยตื่นตระหนกและคำรามออกมา
แต่นางยังไม่ทันได้ขยับแรงกดดันของชายชราที่อยู่ด้านหลังของรัชทายาทก็กดนางเอาไว้
“รัชทายาทนี่เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับพวกเราจริงๆสินะ”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“เป็นเจ้าที่ปฏิเสธความหวังดีของข้าก่อน”เย่หลางกล่าว
“ดีแล้วเจ้าจะต้องเสียใจ” มู่เฟยเสวี่ยกล่าวพร้อมกับดวงตาที่เย็นชาและมีจิตสังหารแฝงอยู่
แม้ชายชราคนนี้จะเป็นระดับราชันขั้นที่3 และเทียบได้กับมู่หลินแต่มู่เฟยเสวี่ยก็ไม่ได้กลัว ถ้าไม่ใช่เพราะนางมั่นใจในตัวของฉางเฟิงนางคงเปิดการต่อสู้กับชายชราคนนี้ไปแล้ว
“คำกล่าวที่ว่าระดับจักรพรรดิลงมาเจ้าไร้เทียมทานของเจ้าขอให้เป็นจริงเถอะ”มู่เฟยเสวี่ยคิด
“กล้าเป็นศัตรูกับนิกายมารโลหิตมีโทษอย่างเดียวคือความตาย”ผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตสร้างกงเล็บด้วยโลหิตและยื่นออกไปหมายจะฉีกกระชากร่างของฉางเฟิงออกเป็นชิ้นๆ
“ในที่สุดก็ทนไม่ได้งั้นเหรอ”ฉางเฟิงไม่หวาดกลัวแต่เผยจิตสังหารออกมาแทน
“ตายซะ”
กงเล็บโลหิตเข้ามาใกล้ฉางเฟิงมากๆแต่ในพริบตานั้นเองร่างกายของฉางเฟิงก็ขยับพร้อมกับหมัดของฉางเฟิงพุ่งออกไป
“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”
หมัดและกงเล็บเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงคราวนี้ฉางเฟิงไม่คิดจะยับยั้งพลังกายเอาไว้เลยเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงระดับราชันดังนั้นฉางเฟิงต้องทุ่มพลังไปทั้งหมด
“อ๊ากกกกกกกกก”
เสียงกรีดร้องเวทนาดังขึ้นแต่เสียงกรีดร้องนั้นไม่เหมือนกับของเด็กหนุ่มแต่เป็นของชายชราผู้อาวุโสนิกายมารโลหิตถอยออกไปพร้อมกับมือที่บิดเบี้ยว ขอมือและกระดูกนิ้วหักทั้งหมด
“เป็นไปไม่ได้!!!!”คราวนี้เย่หลางถึงกับนั่งไม่ติดและจ้องมองไปที่ฉางเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ในเมื่อลงมือแล้วข้าก็คงไม่สามารถปล่อยเจ้าเอาไว้ได้”ฉางเฟิงพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
“หมัดแห่งราชัน”ฉางเผิงปลดปล่อยทักษะหมัดออกไปทันที
“สหายหยุดมือ” ผู้อาวุโสนิกายสัตว์ร้ายรีบเข้าไปหยุดทันที
แต่พริบตาที่เข้าปะทะกับหมัดของฉางเฟิงต่อให้เป็นเขาก็ยังรู้สึกถึงกระดูกแขนที่หักออกไปร่างของทั้งสองถูกส่งออกไปพร้อมๆกัน
“ที่มาของคนๆนี้ดูท่าจะไม่ง่ายแล้ว”ผู้อาวุโสนิกายดาบไม่เข้าไปช่วยและไม่ห้ามเช่นกันเขาทำตัวเหมือนคนมานั่งดูความสนุกเท่านั้น
“องค์รัชทายาทถอยก่อนเถอะ” ชายชราที่อยู่ข้างหลังองค์รัชทายาทกล่าว
เขาเองก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสทั้งสองดีต่อให้เป็นเขาก็คงทำแบบฉางเฟิงไม่ได้ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าตนเองเจอของจริงเข้าให้แล้ว
“ในเมื่อพวกเจ้าเป็นพวกเดียวกันข้าก็คงต้องลงมือแล้ว”ฉางเฟิงนำกระบี่ออกมาจิตกระบี่แห่งการฆ่าปะทุ
“นี่เจ้าไม่เห็นหัวข้าเลยอย่างงั้นเหรอ”เสียงของเย่หลางคำรามขึ้นเขาไม่สามารถปล่อยให้ฉางเฟิงสังหารทั้งสองได้ไม่งั้นจะเกิดเรื่องใหญ่และเมื่อถึงตอนนั้นทางวังหลวงจะตรวจสอบเรื่องทั้งหมดและเขาย่อมไม่พ้นข้อกล่าวหาในเรื่องนี้อีกด้วย