"คุณหนูหวันเหยียน พระสนมเรียกท่านอยู่!”
น้ำเสียงเรียกแฝงความเร่งเร้าของฉีหมัวมัวทำให้หว่านซีสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่านางกำลังเสียมารยาทต่อหน้าอี้เฟยขาทั้งสองข้างของหว่านซีพลันอ่อนแรง นางรีบค้อมตัวลงคำนับพลางเอ่ย “พระสนมโปรดยกโทษให้ด้วย หม่อมฉัน...”
อี้เฟยจ้องมองนางเห็นหว่านซีเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้ารูปผลแตงอวบอิ่มเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นราวกับผลองุ่นสีดำเปล่งประกายสดใส เมื่อประกอบกับท่าทางไร้เดียงสาทำให้คนมองอดไม่ได้ที่จะใจอ่อนลงเล็กน้อย
“ช่างเถอะ เมื่อข้าอายุเท่าเ้าก็รู้สึกประหม่าเมื่อเข้าวังเป็ครั้งแรกเช่นกัน”
"ขอบพระทัยเพคะ"เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นแล้วหว่านซีก็ไม่กล้าไม่ระมัดระวังตัวอีก นางพยายามรวบรวมสติเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างจริงจัง
หญิงงามที่เหลือมีท่าทีผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นหว่านซีทำพลาด พวกนางต่างหวังว่าอีกฝ่ายจะถูกอี้เฟยตั้งข้อรังเกียจ แต่ใครจะรู้ว่าอี้เฟยกลับมีน้ำพระทัยกว้างขวางนี่มันช่าง...
อี้เฟยจับตามองการแสดงออกของหญิงงามทุกคนคราแรกนางคิดว่าองค์ชายเก้านั้นหลงใหลในมารยาของสตรีแต่ครั้นได้พบกันจึงเห็นว่านางมีรูปลักษณ์งดงามเปี่ยมมารยาทไม่เหมือนกับสตรีมากเล่ห์แต่อย่างใด นี่ทำให้นางสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นมากส่วนหญิงงามคนอื่นนั้น อี้เฟยสังเกตได้ั้แ่ตอนแรกแล้วว่าพวกนาง้าสิ่งใดนางย่อมไม่ให้เหล่าหญิงงามพวกนั้นสมหวังเป็แน่ไม่ว่าอย่างไรการคัดเลือกก็เพิ่งเริ่มต้นขึ้น และยังมีตัวเลือกมากมายรออยู่
อี้เฟยชมชอบการสนทนาให้จบในครั้งเดียวทั้งยังช่วยแนะนำเกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ให้เข้าใจง่ายมากขึ้นทว่าเื่เ่าั้นางกระทำต่อผู้ที่ตนเองชื่นชอบเพียงเท่านั้น
หลังจากพูดคุยกันด้วยความผ่อนคลายอยู่ครู่หนึ่งและประทานของรางวัลแล้วอี้เฟยก็โบกมือให้พวกนางถอยออกไปได้
ขณะที่กลับมาจากตำหนักอี้คุนหว่านซีรู้สึกถึงความห่างเหินระหว่างนางและหญิงงามอีกสามคนได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับคำพูดเยาะเย้ยถากถางที่นางเคยเผชิญมาก่อนสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าดีมากแล้ว
เมื่อกลับมาถึงตำหนักฉู่ซิวหว่านซียืนอยู่ตรงสวนด้านหน้าพลางทอดสายตาไกลออกไป มวลพฤกษางดงามในวังหลวงแห่งนี้วิจิตรงดงามยิ่งนักท้องฟ้าสีครามที่เสริมอยู่เป็ฉากหลังให้ความรู้สึกสงบแฝงความรื่นรมย์ทว่านางกลับไม่มีแก่ใจชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามเหล่านี้ แต่กลับรู้สึกเหนื่อยล้าลงเล็กน้อย
"หว่านซีเ้ากลับมาแล้ว เป็อย่างไรบ้าง อี้เฟยรับสั่งอะไรบ้าง" ผู้ที่ส่งเสียงถามไถ่คือหญิงงามนามฮุ่ยฟางจากสกุลหม่าเจีย ทั้งสองรู้จักกันตอนเข้าวังมาแล้วเมื่อเทียบกับหญิงสาวคนอื่นๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกนางถือว่าใกล้ชิดกันพอสมควร
"อะไรเป็อย่างไร อี้เฟยไม่ได้เรียกข้าไปเพียงผู้เดียวเสียหน่อย" แม้ว่าอิ้นถังจะมีท่าทีพิเศษต่อนาง แต่หว่านซีไม่อาจแน่ใจในตัวอี้เฟยได้เลย
เร็วๆนี้ไม่เพียงแต่อี้เฟยเท่านั้น แม้แต่ถงกุ้ยเฟยหรือฮุ่ยเฟยก็เรียกหญิงงามสองสามคนให้ไปเข้าเฝ้าเช่นกันท้ายที่สุดแล้ว ขุนนางแปดกองธงส่วนใหญ่ล้วนมีสายสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งนั้นพวกเขาทำสิ่งต่างๆ เป็กลุ่ม ไม่ได้ทำตัวโดดเด่นออกมาเป็พิเศษแต่อย่างใด
“หว่านซี ไม่ต้องกังวลไปหรอกเ้างดงามถึงเพียงนี้ องค์ชายจะต้องพึงใจเ้าอย่างแน่นอน” ฮุ่ยฟางบุ้ยปากสีแดงสดของนางพลางจับมือหว่านซี ใบหน้าแฝงรอยอิจฉา
ยามเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้สายตานางก็พินิจมองดวงหน้างดงามของหว่านซีไปด้วย การคัดเลือกหญิงงามครั้งนี้เต็มไปด้วยโฉมงามมากมายทว่าความงามของหว่านซีนั้นเป็ที่ยอมรับกันว่าโดดเด่นยิ่งนัก นี่ยังไม่รวมถึงน้ำเสียงอันไพเราะของนางอีกด้วย
"อืม เราคงเดาใจเ้านายไม่ได้หรอก หากสุดท้ายพวกเราไม่ได้สถานะอันใดข้าก็เพียงหวังว่าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยก็เท่านั้น" หว่านซีตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
มาถึงยามนี้แล้ว ไม่ว่าพวกนางจะต้องอยู่ในวังต่อไปหรือถูกมอบให้กับองค์ชายสักองค์ ตราบใดที่นางไม่ถูกทอดทิ้งั้แ่อายุยังน้อยพวกนางก็คือหญิงงามที่มีสถานะอย่างเป็ทางการแล้ว จึงป่วยการที่จะพูดในตอนนี้เพราะไม่ว่าอย่างไรการได้เป็หญิงงามก็ย่อมเป็เื่ดี ทว่าโชคชะตาไม่อาจคาดเดาความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็อาจส่งพวกนางไปสู่หุบเหวได้เช่นกัน
หว่านซีและฮุ่ยฟางอายุไล่เลี่ยกัน และพื้นเพครอบครัวของพวกนางไม่ได้มีชื่อเสียงใหญ่โตอันใด พวกนางก็เหมือนหญิงงามคนอื่นๆที่หากไม่ได้มีการเตรียมการเอาไว้เป็พิเศษหรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้สูงศักดิ์ก็ต้องอาศัยโชคเป็อย่างมาก หากโชคยังดีพวกนางก็จะถูกมอบให้กับองค์ชายแต่หากไม่ อนาคตของพวกนางก็ยังคงเลื่อนลอยต่อไป
“เ้าพูดถูก”ฮุ่ยฟางยิ้มและพยักหน้าเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แต่ในใจของนางกลับไม่มีความสุขอย่างยิ่ง
สำหรับหญิงงามที่สามารถมาถึงจุดนี้ได้ใครเล่าจะไม่้าผลลัพธ์ที่ดี แต่น่าเสียดายที่นางไม่ได้ดูดีเท่าหว่านซี สถานะครอบครัวปานกลางเช่นนี้ แม้จะได้อยู่รับใช้ในวัง ก็ใช่ว่าจะได้ตำแหน่งดีๆไม่สู้มอบนางให้กับองค์ชายสักองค์ดีกว่า แม้จะถูกส่งเข้าไปในสถานะต่ำต้อยแต่อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้แข่งขัน
เป็เพียงว่านางไม่สามารถพูดคำเหล่านี้ออกจากปากได้
หว่านซีไม่รู้ว่าฮุ่ยฟางคิดสิ่งใดในใจ ดังนั้นนางจึงพูดคุยหัวเราะกับอีกฝ่ายต่อไปเรื่อยๆขณะที่กำลังคิดว่าหรือจะชวนฮุ่ยฟางกลับไปนั่งเล่นในห้องของนางสักพักนางก็เหลือบไปเห็นคุณหนูสั่วชั่วหลัวซึ่งอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันเดินตรงมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง นางและฮุ่ยฟางสบตากันอย่างเข้าใจ ไม่จำต้องเอ่ยว่าพวกนางกำลังคิดอะไรอยู่ต่างเพียงคารวะกันแล้วอำลาเพียงเท่านั้น
สถานะของคุณหนูสั่วชั่วหลัวดีกว่าของหว่านซีเล็กน้อย นางมีรูปโฉมงดงามมากและถือว่าเป็หนึ่งในหญิงงามที่โดดเด่นที่สุด แต่นิสัยของนางกลับเอาแต่ใจและมากเล่ห์ มักจะคอยรังแกหญิงงามหรือสาวใช้ที่มีศักดิ์ฐานะต่ำกว่าทั้งยังทำเื่ราวิ่เหม่มากมายหว่านซีเองก็ไม่รู้ว่าควรตัดสินว่านางเป็คนฉลาดหรือคนโง่ดี
หว่านซีเดินเข้าไปในห้องพลางรินน้ำให้ตนเองหนึ่งแก้วพลันเห็นคุณหนูสั่วชั่วหลัวเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
"โอ้ นี่น้องสาวหวันเหยียนนี่นา ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายดูท่าทางโดดเด่นแตกต่างไปจริงๆ นั่นล่ะ!" เมื่อนึกถึงเื่ที่หญิงงามคนอื่นๆ เล่าให้ฟังหลังกลับมาจากตำหนักอี้คุนแล้วยิ่งทำให้คุณหนูสั่วชั่วหลัวหงุดหงิดจนใบหน้าดำทะมึนขึ้นไปอีก
ยังจะมีอะไรที่คนอย่างคุณหนูสั่วชั่วหลัวไม่อาจเปรียบเทียบกับคนอย่างหว่านซีได้นอกจากใบหน้าแพศยานั่น นางยังมีดีอะไรอีก
"พี่สาวสั่วชั่วหลัวกล่าวเกินไปแล้วเ้าค่ะ ความชอบของผู้คนล้วนแต่แตกต่างกันไปหากใครชอบข้า ข้าย่อมชมชอบตอบ และจะไม่บังคับตนเองให้ชอบคนที่รังเกียจข้าเช่นเดียวกันเพราะคนที่ไม่ชอบ ต่อให้เสนอตัวไปอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้ชอบขึ้นมาได้อยู่ดี" หว่านซีเอ่ยตอบด้วยท่าทางสง่างามก่อนเอ่ยถ้อยคำบาดลึกเ่าั้
"เ้า..."คุณหนูสั่วชั่วหลัวคอแข็ง ก่อนจะเชิดคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง "หวังว่าเ้าจะสามารถภูมิใจเช่นนี้ไปได้อีกนานๆ นะ" นางตอบโต้ด้วยวาจาเ็า ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าออกไปนอกห้อง
หว่านซีมองนางจากไป มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย นางลุกขึ้นไปที่โต๊ะสลัดความสนใจจากอีกฝ่ายทิ้งเสีย ก่อนจะเริ่มลงมือคัดลอกพระสูตร
เมื่อก่อนนางไม่เชื่อเื่ภูตผีและเทพเ้า แต่หลังจากที่นางได้เกิดใหม่ นางก็ตระหนักว่าทุกสิ่งในโลกล้วนมีจิติญญา ไม่ว่าพรใดที่ทำให้นางได้ย้อนกลับมา นางรู้เพียงแต่ว่าจะทำให้คนที่ติดหนี้นางทุกคนต้องได้ชดใช้
หลังจากวันนั้นหว่านซีก็ไม่เคยถูกพระสนมคนใดเรียกตัวอีกเลย ส่วนคุณหนูสั่วชั่วหลัวที่อาศัยอยู่ในห้องเดียวกันก็เริ่มถูกสนมชายาเรียกตัวเข้าเฝ้าบ่อยขึ้นคุณหนูสั่วชั่วหลัวไม่พลาดโอกาสที่จะได้เยาะเย้ยนาง แต่หว่านซีก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านยังคงคัดลอกพระสูตรต่อไปอย่างไม่แยแส
หากดูเพียงผิวเผินแล้วคล้ายกับว่าหมัวมัวและเหล่าสาวใช้ไม่สนใจและไม่เข้าไปแทรกแซงเื่เช่นนี้แต่ความจริงแล้วทุกคนในวังต่างรู้เื่นี้โดยละเอียดทั้งหมด
“เ้าหมายความว่านางถูกหญิงงามในห้องเดียวกันรังแก” อิ้งถังสีหน้ามืดมน ดวงตาฉายแววเ็าขณะเอ่ยถาม
หลิวชูจิ่วค้อมกายลงขณะกล่าวตอบ “เป็เช่นนั้นจริงๆ กระหม่อมได้ยินจากสาวใช้ของแม่นางหวันเหยียนว่าอาการป่วยคราวก่อนก็เกี่ยวข้องกับคุณหนูสั่วชั่วหลัวเช่นกัน”
"ฮึ่ม!!"อิ้นถังแค่นเสียงคำราม ขณะใช้เล็บแหลมคมเคาะโต๊ะเป็จังหวะ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินชูจิ่วก็ค้อมตัวลงอีกโดยไม่ได้ตั้งใจ "องค์ชายท่าน้าจะ...”
อิ้นถังเงียบอยู่ครู่หนึ่งคิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ก่อนเอ่ยเพียง “เดินทางยามวิกาลบ่อยครั้งย่อมเจอภูติผีเข้าสักวัน[1]คนไร้ปัญญาไม่ควรได้อยู่นาน”
“กระหม่อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลินชูจิ่วก็กลับตัวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
[1] เป็สำนวนหมายถึง ทำความผิดบ่อยครั้งเกินไปจะถูกจับได้ในสักวันหนึ่ง