ตอนเช้าหลังจากผ่านพ้นคืนแต่งงานที่สุดแสนจะระทึกของกู้อี๋นั่ว ประตูห้องหอที่เหมือนจะถูกปิดตายก็ได้ถูกเปิดอีกครั้งหนึ่ง
หญิงสาวรีบลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู สองมือคลำหาบุรุษที่นอนเคียงคู่กันเมื่อคืนวาน แต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า จึงรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ เอียงหูฟังเสียงฝีเท้าเพื่อให้ได้ยินถนัดๆ
สตรีสูงศักดิ์ใบหน้าเรียบเฉย สวมภูษาสีชมพูเข้มเสื้อคลุมชั้นนอกยาวถึงพื้นปักเลื่อมลายหงส์ แขนเสื้อกว้างห้อยยาว ่คอตรง สายคาดเอวล้วนแต่ปักเลื่อมลายดอกไม้ มงกุฎหงส์ทองบนศีรษะทำให้รู้ว่าผู้ที่มาก็คือหวงโฮ่วแห่งวังั
พระนางคือพระมารดาขององค์ชายหานเฟยหลง เดินนำนางกำนัลเข้ามาและส่งสัญญาณให้ช่วยกันพยุงกู้อี๋นั่วพาไปชำระร่างกายให้สะอาด
ในขณะที่แช่ตัวก็ได้เปล่งวาจาถาม ด้วยอยากรู้ว่าคนที่พามาคือใคร?
"พวกเราเป็คนของหวงโฮ่วเพคะ ต่อจากนี้มีหน้าที่ดูแลพระชายา"
"หวงโฮ่ว? "
สาวชาววังพูดน้อยที่ชื่อไป่อันขานรับ "เพคะ"
เจียเจียพูดเสริม "ถ้าพระชายา้าสิ่งใด เรียกใช้ได้ตลอดเลยนะเพคะ"
หญิงสาวตอบแค่เพียงคำเดียวว่า"อืม"
ในขณะที่กำลังสวมใส่ชุดก็ได้ถามชื่อของสาวชาววังทั้งสองว่าชื่ออะไร? และหลังจากที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วจะไปที่ไหน?
คำถามแรกได้รับคำตอบแล้ว เหลือก็เพียงคำถามที่สองยังไม่มีใครเป็คนตอบ มีแต่ความเงียบงันเป็คำตอบ
"นี่จะไม่มีใครบอกอะไรข้าจริงๆ เหรอ พี่ไป่อัน พี่เจียเจีย"
ไป่อันได้แต่พูดขอโทษกู้อี๋นั่วที่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ หน้าที่ของพวกนางมีเพียงดูแลและอีกสักครู่ก็ต้องพาไปหาหวงโฮ่วที่รออยู่
ระหว่างที่หญิงสาวถูกพาตัวไปชำระร่างกาย หวงโฮ่วสั่งให้สาวใช้ชาววังที่อยู่ด้านหลัง จัดที่หลับที่นอนให้เรียบร้อย จากที่ดูแล้วไม่ได้กำลังจัด แต่เหมือนจะรื้อค้นหาอะไรบางอย่างมากกว่า และเพียงไม่นานก็พบเข้ากับผ้าขาวเปื้อนเื
"จ้าวกูกู" สาวชาววังยื่นผ้าเปื้อนเืให้นางกำนัลคนสนิทของหวงโฮ่วดู
นี่คือการพิสูจน์ว่ากู้อี๋นั่วเป็หญิงสาวพรหมจารี เมื่อเห็นแล้วก็พยักหน้าหันไปยิ้มให้กับหวงโฮ่วประหนึ่งว่าเจอของล้ำค่าที่สุดแล้ว
จากหน้าตาที่เคร่งขรึมก็เริ่มมีรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมาด้วยความรู้สึกสบายใจ เหลือเพียงรอให้หญิงสาวกินยาปรับสมดุลของธาตุในร่างกาย และใส่กำไลข้อเท้า เพื่อเวลาที่ไปไหนจะได้ยินเสียงกระพรวน
รออยู่ไม่นานก็ปรากฏร่างหญิงสาวตัวเล็กสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ใหม่ทำให้ยิ่งงดงามขึ้น มีสองนางกำนัลอยู่ซ้ายขวาพาเดินตรงมาหา จากนั้นจึงทำความเคารพตามธรรมเนียมวังั
หวงโฮ่วเริ่มถามถึงเื่เมื่อคืนวานว่าเป็อย่างไรบ้าง นอนหลับสบายดีหรือไม่ มีเื่คับข้องใจหรือเปล่า หญิงสาวตอบว่าสบายดีและไม่มีเื่ใดที่ทำให้หนักใจ
เมื่อทุกอย่างเป็ไปด้วยดี จึงได้มีรับสั่งให้นำยาเม็ดสีทอง ป้อนเข้าปากหญิงสาวหนึ่งเม็ด เป็การปรับสมดุลในร่างกาย คล้ายๆ กับยาอายุวัฒนะเป็การนำสมุนไพรหลายๆ ชนิดมาปรุงจึงได้ยาชนิดนี้ขึ้นมา
กู้อี๋นั่วไม่อาจขัดขืนจำต้องกลืนลงคอไป ไม่ว่ายาชนิดนี้จะมีผลยังไง ก็ต้องกินเข้าไปตามคำสั่งของหวงโฮ้ว แต่ด้วยความสงสัยจึงได้บังอาจกล่าวถามว่าสิ่งที่ให้นางกินนั้นคืออะไร?
"ไม่มีอะไรมากก็แค่อยากบำรุง พระชายาควรจะดีใจที่หวงโฮ่วทรงประทานให้ถึงจะถูก" ผู้ที่บอกหญิงสาวก็คือจ้าวกูกู
ตามด้วยคำถามว่าไม่ไว้ใจหวงโฮ่วหรืออย่างไรกัน ช่างเป็คำถามที่เหมือนจะพรากเอาชีวิตน้อยๆ ของนางไป ทำให้หญิงสาวถึงกับต้องทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างตื่นตระหนกใ น้ำเสียงพูดลนลาน
"หม่อมฉันมิบังอาจคิดเช่นนั้นเพคะ"
หวงโฮ่วหาได้ใส่ใจกับเื่เล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าเป็ใครก็ต้องถามถึงเื่ยาที่ให้กินไป จึงสะบัดมือโบกไปมาด้วยสายตาที่เกียจคร้าน สั่งให้สองนางกำนัลรีบพยุงตัวเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าลุกขึ้น และคนที่สั่งก็ยังคงเป็จ้าวกูกู
"พวกเ้าทั้งสองรีบพยุงพระชายาเร็ว พื้นเย็นไม่ดีต่อสุขภาพ"
"เ้าค่ะ" ไป่อันกับเจียเจียต่างพูดพร้อมกัน
ก่อนจะลุกขึ้นเด็กสาวก็ได้กล่าวอย่างนอบน้อม ที่หวงโฮ่วเมตตาไม่ถือสาในเื่ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้
พระนางหวงโฮ่วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ว่าอย่าได้ใส่ใจแค่เื่เล็กน้อย ถึงอย่างไรเสียนางก็เป็ลูกสะใภ้ จึงมิอาจทำร้ายคนในครอบครัวได้
แต่ก็รู้สึกสบายใจได้เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เมื่อหวงโฮ่วออกคำสั่งให้นำกำไลมาใส่ที่ข้อเท้าของตนเอง คำสั่งนี้ทำให้ไหล่ทั้งสองข้างของกู้อี๋นั่วนั้นหนักอึ้งเหมือนถูกูเาหินทับอยู่
จะไม่ทำตามก็ไม่ได้ จึงทำได้แต่เพียงยืนนิ่งๆ กัดเม้มริมฝีปากล่าง ด้วยความรู้สึกที่น้อยใจว่าเหตุไฉนถึงต้องมาใส่กำไลข้อเท้ากันด้วย
ทำเหมือนกับนางเป็นักโทษไม่มีอิสระเอาซะเลย จะเหยียบย่างไปทางไหนก็คงได้ยินแต่เสียงกระพรวนที่ติดข้อเท้าอยู่ร่ำไป รู้สึกเหมือนตัวเองถูกกลั่นแกล้ง
จึงทำให้มีน้ำตาเอ่อล้นออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนทำให้สองนางกำนัลที่ยืนอยู่ซ้ายขวาเห็นถึงน้ำตานั้น ต่างก็รู้สึกปวดใจไม่ต่างกับหญิงสาวแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
น้ำตาที่ร่วงหล่นเหมือนสร้อยไข่มุกที่ขาดออกจากกัน ทำให้หวงโฮ่วต้องเอ่ยถามว่าเหตุไฉนถึงได้ร้องไห้ราวกับถูกรังแกเช่นนั้น กู้อี๋นั่วไม่ได้ตอบคำถามยังคงเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้
จ้าวกูกูพูดแทนนายของตนว่า"พระชายาที่หวงโฮ่วสวมกำไลข้อเท้าให้เพราะห่วงใยในความปลอดภัย หากเดินหลงทางจะทำอย่างไร"
นี่คือเหตุผลอย่างนั้นเหรอ ถึงจะฟังไม่ขึ้นสักเท่าไร แต่หญิงสาวก็ทำได้แต่เพียงก้มหน้าก้มตา รับชะตากรรมที่ต้องเผชิญต่อจากนี้ไป และเพียงคิดแต่ในใจว่าดีเท่าไหร่แล้ว ที่เป็แค่กำไลข้อเท้ามิใช่โซ่ตรวน
ก่อนที่หวงโฮ่วจะจากไปก็ได้พูดคุยกับกู้อี๋นั่วอีกนิดหน่อย "ถ้าเบื่อที่จะอยู่แต่ในห้องนี้ ก็ให้ไป่อันกับเจียเจียพาไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ได้ตามสบาย"
พูดจบก็เดินออกจากห้องนี้ไปทันที ทิ้งให้กู้อี๋นั่วยืนทอดกายหมดอาลัยตายอยาก ไม่คิดอยากจะไปที่ไหนเลย สองนางกำนัลก็ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ