ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่613 เปิดศึกครั้งยิ่งใหญ่

       อี้เฉินเอ่ยเสียงแข็งตอบกลับออกไปในทันใด “เจ้ายังจะมาพูดดีอีก ไอ้จักรพรรดิเพลิงอันหลาน ที่เหลือแต่ร่างวิญญาณ เจ้ายังไม่สำเหนียกตัวเองอีกหรือ”

 


ร่างวิญญาณ จักรพรรดิเพลิง อันหลาน สั่นระริกขึ้นมาไม่หยุด เมื่อได้ยินน้ำเสียงของอี้เฉิน “เจ้า! เจ้า! ไอ้เด็กเวรตะไล ข้าจะดึงลิ้น เจ้าออกมาเสีย”

 


ก่อนจักรพรรดิ อี้เทียนหรงจะส่ายหัว ยกฝ่ามือห้ามปรามอี้เฉิน ขึ้นมา “อย่าเสียมารยาท กับองค์จักรพรรดิอี้เฉิน”

 


       แม้แต่องค์จักรพรรดิสามตา ยังเดือดดาลแทนน้องชายของเขา “เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว อันหลาน” ก่อนเขาจะเก็บดวงวิญญาณ จักรพรรดิเพลิง อันหลาน เข้าไปภายในขวดหยกล้ำค่า พร้อมแค่นเสียงดุดัน แข็งกร้าวออกมาอีกครา ราวกับเป็นคำประกาศิต “สังหาร”

 


       ฉับพลันริ้วคลื่นสีดำอำมหิตที่บ้าคลั่ง ของจักรพรรดิทั้งสาม โพยพุ่งสู่สวรรค์ชั้นฟ้า ส่งให้เกิดมิติแตกร้าวดังก้อง พื้นพสุธาสั่นไหวในทันใด แม้แต่เหล่านักรบ ที่อยู่โดยรอบ ยังหายใจติดขัด จากปราณพลังที่บีบคั้น

 


       ก่อนจักรพรรดิทั้งสาม จะพุ่งปราดเข้าเข่นฆ่า จักรพรรดิอี้เทียนหรง อย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสูรร้ายที่ตื่นจากการจำศีลมายาวนาน มองเห็นการสำแดงพลัง ของผู้ยิ่งใหญ่ ประหนึ่งว่าจะตัดผ่าโลกได้ทั้งใบ

 


       เสียงเคร้ง!! ดังออกมาสนั่นทั่วหล้า ส่งให้หมู่ชนที่เห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ถึงกับรีบถอยห่างออกไปอย่างไว เมื่อเห็นเหล่านักรบที่อยู่ใกล้ เศษเสี้ยวปราณพลังที่บ้าคลั่ง เข้าปะทะร่างกาย ตายตกกลายเป็นหมอกเลือดในพริบตา ที่ร่างวูบไหว เข้าปะทะเข่นฆ่ากันออกไปเบื้องหน้า

 


       ทว่าจักรพรรดิสามตา เขาไม่คาดคิดจักรพรรดิอี้เทียนหรง ที่เป็นจักรพรรดิรุ่นหลัง จะยันพวกเขาสามจักรพรรดิเอาไว้ได้ แม้จะเสียเปรียบอย่างหนัก จากการคุ้มกันอี้เฉินอยู่ก็ตาม

 


        ภาพนั้นทำให้เสียง ของผู้คนดินแดนเทพ ต่างก็โห่ร้องด้วยความยินดี เอ่ยนามของ จักรพรรดิอี้เทียนหรง ออกมาดังก้อง ทว่ามีเพียงเหล่าจักรพรรดิมนุษย์ จักรพรรดิแห่งความตาย เท่านั้นที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ออกมา

 


        จักรพรรดิศาสตรา เขารู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ไม่คิดว่าเพลงกระบี่ของ จักรพรรดิอี้เทียนหรง จะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้ ถึงกับผ่าตัดเต๋าทั้งหมดจนขาดสะบั้น ครั้นเขาหมุนโคจรฝ่ามืออย่างเร็วจี๋ หมายมั่นจะแยกอี้เฉินออกจาก จักรพรรดิอี้เทียนหรง เขาเอ่ยเสียง ออกไปบอกกล่าว จักรพรรดิแมลง เหยียนซินหลาน ในทันใด “ฆ่าสังหารไอ้เด็กเวรนั้นก่อนเร็วเข้า”

 


       ในทันใดอี้เฉินก็หน้าบูดบึ้ง เมื่อปราณพลังที่ปะทุขึ้นมา พร้อมดาบใหญ่ราวแท่ง เขาศิลา ตกลงมาจากด้านบนฝากฟ้า ทั้ง5ทิศทาง ตัดขาดอี้เฉินออกจากจักรพรรดิ อี้เทียนหรง ในพริบตา พร้อมกับดาบที่ปักลงสู่พื้นเบื้องล่าง ตกลงมาดังสนั่นก้องไปทั่วเก้าชั้นฟ้า สะเทือนเลื่อนลั่นออกไปกว้างไกล หลายหมื่นลี้ เต็มไปด้วยสายฟ้าสีดำที่ล้อมพัน จักรพรรดิ อี้เทียนหรงไว้ ก่อนเสียงแค่นคำรามจะดังออกมากึกก้อง“ค่ายกลทัณฑ์สังหารดาบ”

 


       อี้เฉินหน้าบูดบึ้งในทันใด เร่งสืบฝีเท้า หนีตายจากจักรพรรดิ แมลงอย่างบ้าคลั่ง ครั้นเห็นหญิงสาววัยกลางคน มีเสน่ห์ยกยิ้มอย่างชั่วร้าย มาพร้อมกับหางราวกับแมงป่องของนาง หมายจะพุ่งทิ่มร่างอี้เฉินด้วยพิษร้าย จนอี้เฉินต้องเอ่ยอุทานออกมา “ซวยแล้วไง”

 


      แม้แต่เยว่ชิงเซียน กับหลินเฟยยังตะโกนก้องออกมา กล่าวเตือนอี้เฉิน ทว่าในเสี้ยวพริบตา จู่ๆ เสียงหนึ่งก็คำรามออกมาก้อง “หนึ่งกระบี่สะบั้นเมฆา” ริ้วคลื่นคมกระบี่ เกิดเสียง วิ้ง!!ขึ้นมาในทันใด มาพร้อมกับผืนฟ้าที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ส่งอายกระบี่ที่เฉียบคม ซัดสาดออกมาทั่ว

 


      เสี้ยวพริบตาที่กระบี่ตัดผ่าเสียง เคร้ง!! แกร็ก!! ค่ายกลทัณฑ์สังหารดาบ แตกกระจายในพริบตา พร้อมกับจักรพรรดิศาสตรา ที่ขับเคลื่อนค่ายกล กระอักเลือดออกมากองใหญ่ ก่อนจะเช็ดเลือดออกจากริมฝีปาก ใบหน้าแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตกใจ ราวกับจักรพรรดิอี้เทียนหรง ก้าวข้ามพวกเขาไปขั้นหนึ่งก็มิปานในยามนี้

 


       ทันใดเสียงฟึบ!! ด้านหน้าอี้เฉินก็ดังออกมาก้อง ส่งให้หางของ จักรพรรดิแมลง เหยียนซินหลาน ขาดสะบั้น ร้อง “อ๊ากกก!!”ออกมาก้องในทันใดที่คิดจะโจมตีอี้เฉิน “เจ้า! เจ้า! เป็นไปไม่ได้”

 


        จักรพรรดิอี้เทียนหรง ปรายตาไปมอง จักรพรรดิแมลง เหยียนซินหลาน ด้วยสายตาดุร้าย อายสังหาร กระจายเย็นเหยียบในทันใด “ช่างสามหาวนัก กล้าฆ่าสังหารลูกหลาน ในตระกูลของข้า ต่อหน้าข้าเหมือนว่า เจ้าจะอยากตายมากสินะ”

 


        จักรพรรดิแมลง เหยียนซินหลาน ร่างสั่นเทิ้มในทันใดไม่รู้เหตุใด จู่ๆ ร่างของนางก็ถูกชายที่อยู่เบื้องหน้ากดดัน แม้แต่อี้เฉิน ยังไม่เคยเห็นบรรพบุรุษ ของเขา โกรธเกรี้ยว ถึงเพียงนี้มาก่อน

 


        ฉับพลันที่กระบี่ปลายหักในฝ่ามือของ จักรพรรดิอี้เทียนหรง ชี้ออกไปเบื้องหน้า มันก็สั่นไหว ส่งคลื่นคมกระบี่ที่บ้าคลั่ง ออกไปเบื้องหน้าเข่นฆ่า กันในเสี้ยวพริบตา ราวกับอสูรร้ายที่กระหายเลือด แม้แต่หมู่ดาวบนท้องฟ้า ยังสั่นไหวโยกคลอน ตกหล่นลงมาเป็นอุกกาบาต ส่งให้ร่างของจักรพรรดิทั้งสาม ร่างถอยกรูดอย่างต่อเนื่อง ใต้หล้าตกอยู่ในความโกลาหล ผืนพสุธาสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับจะหมุนกลับด้านในทันใด

 


เหล่าศัตรูต่างดินแดน ครั้นเห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า  ต่างก็พาให้พวกเขาเสียขวัญ มือไม้ที่ถือศาสตราวุธสั่นไหว ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 


        จักรพรรดิสามตา แค่นเสียงสบถด่าออกมาดังก้อง “เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไปจักรพรรดิ อี้เทียนหรง เจ้าก็แค่ตัวคนเดียว” ครั้นประโยคนั้นเอ่ยพูดเสร็จสิ้น ปลายนิ้วมือพวกเขา แตะลงกลางหน้าผาก ในลักษณะจุดตัดสามเหลี่ยมในทันใด

 


        ทำให้เกิดสนามประลองปราณจิต เข้าห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ร่างปราณจิต สีเขียวสว่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต มหาศาล พุ่งปราดเข้าใส่กัน จนจักรพรรดิทั้งสามมีเลือดไหลซึม ออกมาที่มุมปากไม่หยุด จากการปะทะปราณจิตไม่กี่กระบวนท่า ส่งให้จักรพรรดิทั้งสาม อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากในทันใด

 


       จู่ๆ เมฆดำที่ขมุกขมัว ปรากฏขึ้นมาจากท้องฟ้าที่ ว่างเปล่าไม่ห่างจากการต่อสู้อย่างฉับพลัน พร้อมปราณพลังที่น่าขนหัวลุก ปลดปล่อยออกมา  ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่ม นั่งอยู่บนบัลลังก์ ที่น่าคร้ามเกรง เต็มไปด้วยกลุ่มควันหนาของคำสาป แพร่กระจัดกระจายออกมาทั่ว

 


      ด้านจักรพรรดิ อี้เทียนหรงคำรามก้องออกมาในทันใด พร้อมกระบี่ปลายหัก ขับเคลื่อนปราณจิตเต็มกำลัง หวดฟาดฆ่าฟันออกมาเบื้องหน้า ด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นจักรพรรดิผู้หนึ่ง เข้าแทรกแซง เสียงแค่นคำราม ฆ่า!!จึงดังออกมาก้อง อยากจะสลัดให้หลุดจากตรงนี้โดยไว

 


        แม้แต่เยว่ชิงเซียน นางที่เห็นสถานการณ์ยังสีหน้าบึ้งตึง เมื่อกระดูกสร้อยคอของนางสั่นไหว ขึ้นมาไม่หยุด ส่งเสียงตึก! ตึก!ขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 


       ในเสี้ยวพริบตาแสงที่คมกล้าจากดวงตา จักรพรรดิต้องสาปที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ฉาบไปด้วยประกายสังหารมาให้อี้เฉิน ฝ่ามือเขา โบกสะบัดออกมาด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อนจะปรากฏ ง้าวต้องสาป เต็มไปด้วยปราณพลังชั่วร้ายโพยพุ่ง แค่นเสียง “จงสิ้นชีพ”ออกมาดังก้อง ส่งง้าวต้องสาป ลงมาเข่นฆ่าอี้เฉินในทันใด

 


        อี้เฉินที่เห็น ง้าวต้องสาป เต็มไปด้วยปราณพลังชั่วร้ายโพยพุ่ง ขยายใหญ่ กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง เขาถอนหายใจยาวออกมา เมื่อรับรู้ว่าเขาไร้พลังที่จะต่อต้านมันอีกต่อไป เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่ยิ่งใหญ่ ครั้นอี้เฉินหันไปมองจักรพรรดิ อี้เทียนหรง กำลังพัวพัน อยู่กับจักรพรรดิทั้งสาม ฝ่ามือเขากลางออกมากว้าง ยอมรับชะตากรรมแห่งความตาย

 


        แต่จู่ๆ หมู่ชนก็ต้องตะลึงงัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าจักรพรรดิชราที่อยู่โดยรอบ เมื่อเห็นร่างของเยว่ชิงเซียน ปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ ที่น่าคร้ามเกรง พร้อมกับกลิ่นอายของกาลเวลา แพร่กระจัดกระจายออกมา ราวกับนางเดินข้ามผ่าน แม่น้ำแห่งกาลเวลา ก่อนแม่น้ำสีทองจะทอดยาว ตัดผ่าบริเวณที่อี้เฉินอยู่ มาพร้อมกับร่างเยว่ชิงเซียน ที่สะบัดการโจมตีง้าวต้องสาปนั้นกลับไป เคร้ง!! ตู้ม!! ดังออกมาก้อง พร้อมกับสายตาทุกผู้คนที่ประหลาดใจ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน