บทที่ 24 คุณแม่สามีออกโรง
จางจิงจิงเพิ่งออกมาจากบ้านก็เห็นฮั่วฉางชิงยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เธอขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
"คุณยิ้มอะไร?"
ฮั่วฉางชิงชะงัก เขาไม่ทันได้ตั้งตัวที่จางจิงจิงออกมา
"เปล่านี่"
จางจิงจิงรู้สึกหงุดหงิด ยิ่งคิดถึงเื่เมื่อครู่ ยิ่งโมโห แม่เฒ่าบ้านั่นกล้าดียังไงมาพูดว่าลูกๆ ของเธอเป็ลูกไม่มีพ่อ คนแก่แบบนี้มันไม่น่าคบหาสมาคมจริงๆ คนที่บ้านเป็เ้าคนนายคนแล้วไง? พูดจาเหมือนขี้ในปาก!
เธอไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไง ขอแค่ให้เธอสบายใจก็พอ ใครจะทำไม!
จางจิงจิงตักน้ำมารดต้นไม้ในสวน เด็กทั้งสามคนมองเธอด้วยสายตาชื่นชม
"มองอะไรกัน ว่างๆ ก็ไปอ่านหนังสือซะ รู้เยอะไว้ ไม่เสียหลายหรอก"
พี่สาวคนโตอายุใกล้ถึงเกณฑ์แล้ว ปีหน้าก็เข้าโรงเรียนได้ พอถึงตอนนั้นที่เด็กๆ ไปโรงเรียน เธอก็น่าจะสบายขึ้นบ้าง
เด็กๆ ทั้งสามคนเชื่อฟังดี พอได้ยินอย่างนั้นก็กลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือกันหมด ส่วนจางจิงจิงก็เริ่มเตรียมอาหารเย็น
วันนี้หญิงสาวี้เีทำอะไรยุ่งยาก เลยนึ่งธัญพืชกับทำน้ำแกงง่ายๆ ก็พอ
ตอนที่จางจิงจิงกำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารในครัว ฮั่วฉางชิงก็เดินเข้ามาหยิบผักบนเขียงไปล้าง
"ขอบคุณสำหรับเื่วันนี้นะ ถ้าไม่มีคุณ พวกเราคงแย่แน่"
จางจิงจิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก มันเป็สิ่งที่ฉันควรทำอยู่แล้ว"
จางจิงจิงไม่ได้โกรธฮั่วฉางชิงเลย เมื่อกี้ถ้าเธอไม่จัดการ ฮั่วฉางชิงคงจะออกหน้าปกป้องลูกๆ เหมือนกัน แต่เขาก็คงจัดการได้ไม่ดีนัก
เื่แบบนี้ บางทีผู้หญิงอย่างเธอก็เหมาะกว่า
ฮั่วฉางชิงไม่ได้พูดอะไรอีก แต่จางจิงจิงรู้สึกได้ว่าท่าทีของชายหนุ่มที่มีต่อตนนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เธอรู้สึกโล่งใจ
ฮั่วฉางชิงมอบหมายให้เธอดูแลทรัพย์สินทั้งหมด เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องแสดงความจริงใจออกมา ไม่งั้นเขาจะไว้ใจเธอฉันได้ยังไง
วิธีที่เธอแสดงความจริงใจคือการทำดีกับเด็ก ๆ ซึ่งเป็สิ่งที่ฮั่วฉางชิงให้ความสำคัญมากที่สุด
ไม่นานหลังจากจางจิงจิงทำอาหารเสร็จ คนอื่นๆ ในตระกูลฮั่วก็กลับมาถึงบ้าน
หลังจากที่ฮั่วฟางฟางกลับมา เธอก็ยังคงทำหน้าบึ้งตึงราวกับว่ามีคนติดเงิน
ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าว ก็เห็นมีคนเดินเข้าประตูมาในลานบ้าน จางจิงจิงเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นคุณย่าหลี่ทันที
เห็นได้ชัดว่าฮั่วฉางชิงเองก็เห็นเช่นกัน สีหน้าของเขามืดครึ้มลง
ทันทีที่คุณย่าหลี่ก้าวเข้ามาในบ้าน หญิงชราก็เริ่มบ่น
"ฉันว่านะ คุณเพ่ยหลาน ลูกสะใภ้ของคุณนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว คุณเป็แม่สามีของเธอ คุณต้องสั่งสอนเธอให้ดีนะ วันนี้เธอรังแกหลานชายของฉัน ร้ายกาจจริงๆ"
หลังจากที่คุณย่าหลี่กลับถึงบ้าน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโกรธ คิดว่าตระกูลฮั่วน่าจะไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว จึงตั้งใจมาฟ้องหวู่เพ่ยหลาน
เื่นี้ทั้งจางจิงจิงและฮั่วฉาวชิงต่างก็ไม่ได้บอกใครในครอบครัว เพราะคิดว่าเป็ความผิดของตระกูลหลี่ จึงปล่อยผ่านไป ไม่ต้องบอกที่บ้านให้วุ่นวายใจ
ไม่คิดเลยว่าคุณย่าหลี่จะหน้าด้านขนาดนี้ ยังคงกัดไม่ปล่อย มาฟ้องถึงที่แบบนี้
เห็นได้ชัดว่าหวู่เพ่ยหลานกับฮั่วจงอี้ต่างก็ตกตะลึง "คุณย่าหลี่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
คุณย่าหลี่เริ่มพล่ามถึงพฤติกรรมเลวร้ายของจางจิงจิง พูดถึงเื่ที่หลานชายของเธอแกล้งคนอื่นก็พูดแบบขอไปที แต่พอพูดถึงเื่ที่จางจิงจิงรังแกหลานของตัวเอง กลับพูดจาเกินจริงไปมาก
หวู่เพ่ยหลานเป็ถึงหัวหน้าสถานศึกษา สมองย่อมไม่ใช่แค่เครื่องประดับ จึงหันไปถามจางจิงจิงทันที "เื่มันเป็แบบนี้จริงเหรอ?"
แน่นอนว่าจางจิงจิงไม่ยอมเป็ใบ้ จึงเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง
หวู่เพ่ยหลานกับฮั่วจงอี้ย้งไม่ทันได้เอ่ยปาก ฮั่วฟางฟางที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับแสดงท่าทีแปลก ๆ ออกมา
"จางจิงจิง เธอนี่มันเกินไปแล้ว เป็ผู้ใหญ่แท้ ๆ ยังไปรังแกเด็กอีก ไม่มีความละอายใจบ้างหรือไง? รีบขอโทษคุณย่าหลี่เดี๋ยวนี้"
เธอจ้องมองจางจิงจิง ทำท่าทางราวกับว่า้าเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคุณย่าหลี่
ในใจของจางจิงจิงตอนนี้เบื่อหน่ายน้องสามีคนนี้เต็มทน ต่อให้ไม่ชอบหน้ากันก็ควรจะดูสถานการณ์บ้างเถอะ
ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่สมควรที่จะหันหน้าเข้าหากันหน่อยหรือไง? นี่มันคนโง่เง่าเต่าตุ่นชัดๆ! แต่คำพูดเหล่านี้เธอได้แต่เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าปริปากพูดออกไป
ณ เวลานี้ ต้องดูท่าทีของพ่อแม่สามีก่อน ถ้าพวกเขาคิดว่าเธอไปรังแกคนอื่น ให้เธอไปขอโทษคุณย่าหลี่ เธอคงต้องแค้นใจตายแน่ๆ
แต่โชคยังดีที่หวู่เพ่ยหลานไม่ใช่คนไร้เหตุผล เมื่อเทียบกับคนนอกแล้ว เธอยินดีที่จะเชื่อจางจิงจิงมากกว่า แม้ว่าจางจิงจิงจะสร้างความประทับใจที่ไม่ดีให้กับเธอ แต่หวู่เพ่ยหลานรู้สึกว่าจางจิงจิงเป็แค่คนไม่คิดหน้าคิดหลังและใจร้อนเท่านั้น แต่ไม่ใช่คนชอบโกหก
"ฟางฟาง ผู้ใหญ่คุยกัน เด็กอย่าสอดปาก แกเป็เด็กเป็เล็กจะไปรู้อะไร อย่ามาพูดจาเหลวไหลที่นี่"
หวู่เพ่ยหลานดุฮั่วฟางฟางก่อน จากนั้นจึงหันไปมองคุณย่าหลี่
"คุณย่าหลี่คะ ลูกสะใภ้ฉันมาจากต่างจังหวัด พูดจาตรงไปตรงมา พวกเราพูดอะไรเธอก็พูดอย่างนั้น แต่เธอไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอกค่ะ ตราบใดที่เสี่ยวพั่งไม่มารังแกเสี่ยวฉวนกับพี่ๆ ลูกสะใภ้ฉันจะไม่ทำอะไรแบบนี้แน่นอน ฉันรับประกันกับคุณได้เลย"
คุณย่าหลี่นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าหวู่เพ่ยหลานจะเข้าข้างจางจิงจิง
ไม่ใช่ว่าทุกคนในบ้านตระกูลฮัวไม่ชอบจางจิงจิงคนนี้หรอกเหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงได้เข้าข้างหล่อนล่ะ?
"เพ่ยหลานจ๊ะ ถึงแม้ว่าจะมาจากต่างจังหวัด แต่เธอก็ไม่ควรทำให้พวกคุณเสียหน้าแบบนี้สิ ผู้ใหญ่ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มไปรังแกเด็กตัวเล็กๆ พูดออกไปใครจะเชื่อ"
คุณย่าหลี่ยังคงพยายามแก้ตัวเป็ครั้งสุดท้าย
พอได้ยินแบบนั้น หวู่เพ่ยหลานก็ถอนหายใจ "ถึงเธอจะเป็คนบ้านนอก แต่เสี่ยวพั่งไม่ใช่ พรุ่งนี้เขาก็ไปโรงเรียนได้แล้วนะคะ ชอบรังแกเด็กคนอื่นอยู่เรื่อยแบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ ถ้าไปโรงเรียน ผู้ปกครองคนอื่นจะไม่มาเอาเื่เหรอ? คราวนี้ก็ถือซะว่าจิงจิงช่วยสั่งสอนหลานแล้วกันค่ะ"
คุณย่าหลี่ได้ยินก็หน้าเจื่อน ถือโอกาสมาสั่งสอนหลานฉันเนี่ยนะ? จางจิงจิงน่ะเหรอคู่ควร? หวู่เพ่ยหลานพูดจาฟังดูดี แต่จริงๆ แล้วก็เข้าข้างลูกสะใภ้ตัวเอง ตนรู้ทันหรอกน่า
เห็นทีเื่นี้คงไม่จบง่ายๆ งั้นก็ี้เีเสแสร้งแล้ว
"ยังไงซะ ลูกสะใภ้คุณก็รังแกหลานฉัน ผิดเต็มประตู รอให้ลูกชายฉันกลับมา ฉันจะฟ้องให้หมด!"
ไม่ว่าหญิงชราจะพูดอะไรก็ไม่มีใครสนใจ คุณย่าหลี่เห็นดังนั้นก็ไม่อยากขายหน้าตัวเอง ปากก็สบถด่าไม่หยุดก่อนจะจากไป
พอหญิงชราไปแล้ว ฮั่วจงอี้ก็พูดขึ้น "บ้านเราไม่หาเื่ใคร แต่ก็ไม่กลัวเื่นี้ เธอทำถูกแล้ว ไม่ต้องไปกลัวพวกเขาหรอก"
จางจิงจิงอดหัวเราะไม่ได้
"ค่ะพ่อ หนูทราบแล้วค่ะ"
ฮั่วฟางฟางจ้องเขม็งไปที่จางจิงจิงอย่างเคียดแค้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
พรุ่งนี้ฮั่วฉางชิงต้องออกเดินทางแต่เช้า คุณพ่อฮั่วกับคุณแม่ฮั่วก็อดไม่ได้ที่จะกำชับอีกสองสามคำ
หลังจากกินข้าวเช้าและล้างจานเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็นอนอยู่บนเตียง ฮั่วฉางชิงเป็คนแรกที่เริ่มพูด
"หลังจากที่ผมไปกองทัพแล้ว จักรยานของผมจะให้คุณใช้นะ เผื่อคุณจะได้ใช้เวลาออกไปทำธุระข้างนอก"
ดวงตาของจางจิงจิงเป็ประกาย เธอตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า "เข้าใจแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะได้ขี่จักรยานไปทำงานนะ"
สถานีวิทยุอยู่ไกลจากบ้านพอสมควร การมีจักรยานแน่นอนว่าสะดวกกว่าการนั่งรถประจำทาง
"อืม"
ฮั่วฉางชิงตอบรับ จากนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า "ของคุณ... หมดไปหรือยัง?"
หัวใจของจางจิงจิงเต้นแรงทันที ฮั่วฉางชิงถามแบบนี้ทำไมกัน? หรือว่าเขา้าจะทำอะไรเธอ?!