กลุ่มระดับเหนือมนุษย์ของแล็บหมายเลขแปด สิบกว่าคนแตกฮือหนีกันไปที่ทางออก
ก่อนหน้านั้น ระดับขอบฟ้า แฮมิโอร่าที่พุ่งหนีมา เควินและมิลรอยพลังไม่ห่างกัน ตามหลังออกมาโจมตีใส่จากด้านหลังทันที
"ตูม! "
พลังเพลิงรุนแรงของมิลรอยเผาใส่ด้านซ้าย เควินอยู่อีกข้างฟาดแขนใส่ด้วยพลังอัดแน่น
รู้สึกความร้อนที่ละลายไปถึงกระดูกได้แฮมิโอร่าที่โผร่างไปใกล้จะออกนอกถ้ำด้วยความเร็วสุดหักร่างพับอย่างไม่น่าเป็นไปได้หลบพ้นไฟนี้
แต่ไม่อาจหลบพลังแขนรุนแรงของเควินที่ฟาดใส่
"ผลั่วะ! "
กระดูกภายในหักทันที ชายระดับขอบฟ้าจากแล็บหมายเลขแปด เซไปทางซ้ายร่างลอยตกวูบทันที
ตกออกมาพ้นปากทางเข้าก็ไปเผชิญกับ กองกำลังกำแพงครามที่อยู่กันเต็มรอเรียกให้เข้าไปจัดการข้างใน
แฮมิโอร่าตั้งใจอยู่แล้ว ยิ่งบาดเจ็บและเห็นนักสู้เป็นอันมากรออยู่ พลันร่างแยกเป็นแสงสิบเส้น กระจาย
มาร์ค ปาโกกับการ์เซียที่สื่อสารในความคิดกับราล์ฟ เควิน และมิลรอยตลอดรอพรักพร้อมอยู่แล้ว ท่านเอ็ดมันด์กับผู้การลอว์ฟา ถอยออกมารอซ้ำ
ทีมกำแพงครามคือจาค็อป ลิซ และระดับ 8 ที่ไปท่องดาวด้วยกัน ก็กล้าหาญ ประสบการณ์การต่อสู้เหนือล้ำกว่าคนอื่นพุ่งร่างมารอด้านหน้า ก่อนระดับ 8 คนอื่นๆ
แสงแปดเส้นโดนฟาดสลายไป อีกสองเส้นที่เป็นร่างแฝงของแฮมิโอร่าทั้งสองเส้นแบ่งแยกพลังชีวิตไปเท่ากัน เส้นหนึ่งถูกปาโก กระแทกกระดอนกระเด็นเป็นก้อนพลังแล้วถูกท่านเอ็ดมันด์ที่ถือดาบสายฟ้าฟาดด้วยแสงแปลบปลาบไหม้เกรียมละลายสลายเป็นฝุ่น
แสงเส้นสุดท้าย มาร์คอีกร่างพยายามเคลือบผนึกเป็นน้ำแข็งแต่นี่เป็นร่างแยกของมาร์คอีกทีพลังน้อยกว่าปกติ เคลือบได้นิดเดียวก็แตกออก
แสงเส้นนี้คือพลังชีวิตเส้นสุดท้ายของแฮมิโอร่า พยายามทลายน้ำแข็งที่ครอบกั้นหนีออกไป
"ผนึก! "
ผู้การลอว์ฟา ร้องออกมา ก่อนหน้านี้มิลรอยใช้เหรียญผู้ช่วยยกระดับพลังผู้การขึ้นจากสามในสี่ของพลังเขา ทำให้ลอว์ฟาคือเหนือมนุษย์ระดับห้าที่แข็งแกร่ง พลังน้ำแข็งถูกเร่งแรงพุ่งออก
ผนึกแสงเส้นชีวิตของแฮมิโอร่ากลายเป็นก้อนน้ำแข็งเห็นเป็นสำนึกพลังก้อนอยู่ภายใน
ระดับขอบฟ้าของแล็บหมายเลขแปดตายไปหนึ่ง และอีกคนหมดพิษสงหมดแล้ว!
แล็บหมายเลขแปดย่อมไม่ได้มีทางออกทางเดียว มีอีกสองทางเล็กที่หนีไปออกผาด้านอื่นได้ แต่ราล์ฟเมื่อมาถึงสแกนจนพบทางออกนี้แล้วก็ได้ส่งร่างกายาสวรรค์ที่ระดับเท่าเหนือมนุษย์ไปปิดทางไว้ก่อน
ระดับเหนือมนุษย์ของแล็บหมายเลขแปดเกือบ 20 คน หนีมาทางด้านหน้ารู้อยู่แล้วว่ามีกองกำลังกำแพงครามรออยู่เมื่อพ้นออกมา แยกจากกันทันทีแต่ก็เห็นผนังกำแพงน้ำแข็งขาวโพลนล้อมขังอยู่
เควิน และ มิลรอย ที่รออยู่ก่อนแล้ว พวกนี้คือเหนือมนุษย์ ทั้งสองไม่ยอมให้ได้มีโอกาสโจมตีก่อนไม่อย่างนั้นระดับ 8 ที่อยู่ที่นี้อาจถูกท้าร้ายสาหัส
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ! "
ลูกไฟร้อนแรงกล้าเสียจน ระดับ 8 ที่อยู่บนพื้นยังสัมผัส รู้สึกถึงหน้า ผิว ร้อนต้องผงะออก
ลูกไฟพลังความร้อนสูงพุ่งกระแทกเหนือมนุษย์มากมายที่ออกมา ร่างตกลงเป็นใบไม้ร่วง
เควินพุ่งสวนเข้าไป พลังสายฟ้าระดับขอบฟ้าเส้นสีขาวหนาสว่างโร่ฟาดลงมา ไม่ได้ฟาดแบบสุ่มไปทั่ว แต่สายฟ้ารุนแรงแต่ละสายฟาดเข้าใส่ร่างเหนือมนุษย์ของแล็บหมายเลขแปดที่ลอยออกมา ซ้ำไปกับลูกไฟของมิลรอยที่เผาไหม้
ทั้งหมดตกลงกันไว้ว่า หากพวกนี้ไม่ยอมจำนนมอบตัว จับไม่ได้ก็จะจัดการขั้นเด็ดขาดไม่เอาไว้
ราล์ฟ เรียกกำแพงครามระดับ 9 และ 8 ทั้งหมดเข้าไปในแล็บหมายเลขแปด ศัตรูที่เป็นนักสู้ระดับ 6 และ 7 ส่วนใหญ่ยอมจำนนแล้ว แต่ยังมีระดับ 8 และ 9 ที่มีทั้งเป็นมนุษย์ทดลอง หมอและเจ้าหน้าที่ ที่ยังพยายามต่อสู้เพื่อหลบหนี กองกำลังกำแพงครามจึงเข้าจัดการ บางคนถูกสังหารแต่ส่วนใหญ่ถูกจับไว้ได้
ทั้งสองฝ่ายต่างมีอาวุธจากแอลอาร์ได้ดั่งใจ เสียงปืนเซฟแอล 2 ดังลั่นก้องแล็บนี้ ดาบสายฟ้าฟาดฟันกันสนั่นแสงแลบประกายไปทั่ว
จาค็อป ลิซ เจสส์ เดโบร่า และทีมกำแพงครามที่เคยไปท่องดาวโดดเด่นในการต่อสู้กว่าคนอื่น พุ่งตัวฉวัดเฉวียนโรมรันเก่งกาจกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ลิซเป็นคนเดียวที่ยังไม่ถึงระดับเหนือมนุษย์แต่สามารถสร้างผนึกน้ำแข็งผนึกขังนักโทษไว้ข้างในได้ ที่ทำให้ทุกคนต่างอัศจรรย์ใจ แต่ก็รู้ดีว่าเธอคือแฟนสาวของเด็บซับเซอร์ย่อมได้รับวิชาพิเศษจากเขา
ด้านหน้าทางเข้า ท่านเอ็ดมันด์ ผู้การลอว์ฟา มาร์ค ปาโก และการ์เซีย ไล่ฟาด จับแล้วผนึกนักสู้ระดับเหนือมนุษย์ของแล็บหมายเลขแปด
เควินและมิลรอย ไม่ได้ใช้พลังจนขีดสุดไม่อย่างนั้นพวกนี้คงตายกันหมด
ในแล็บหมายเลขแปด ยุติธรรมสีเทาหมายเลข 10 11 และ12 เข้ามาช่วยเจ้าหน้าที่กำแพงครามผนึกจับนักสู้ทั้งหลาย ราล์ฟลอยวูบผ่าน เท่านั้นเองเชลยที่โดนผนึกเป็นน้ำแข็งทั้งหมดก็หายไปถูกส่งเข้าไปจองจำมิติเกาะคุมขัง
เขา ท่านเอ็ดมันด์ กับผู้การลอว์ฟา ตกลงกันไว้ว่า เชลยที่ถูกจับจะถูกส่งไปที่ฐานลับกรุงบอนน์ ที่เด็กหนุ่มและจาค็อปจัดสร้างเรือนจำที่ลี้ลับซับซ้อนไว้ สถานที่นั้นไม่ได้มีอยู่ในโลก ประตูทางเข้าที่จริงแล้วคือประตูส่งไปที่มิติเกาะคุมขังของเขาที่เข้าได้แต่ออกไม่ได้ นอกจากราล์ฟจะเป็นผู้พาออกมา
มีเพียงจาค็อป ราล์ฟ เลนาต้า และยุติธรรมสีเทาที่รู้ และจาค็อปก็เข้าใจไปเพียงว่า ที่นั่นคือมิติคุมขังของสำนักสมดุลแห่งดวงดาว
ไม่มีใครเจอตัวอีวาน มาโย เพราะวายร้ายคนนี้ได้ออกไปทำภารกิจพิเศษที่ประเทศแห่งเกาะนีโฮมาก่อนหน้านี้
คูไทน่า ระดับขอบฟ้าขั้นปลาย และพานา ที่มีพลังเหนือกว่าระดับขอบฟ้า! จากที่ราล์ฟเคยได้รับข้อมูลจากจาร็อด พวกเขาไม่อยู่ที่นี่ แม้เด็กหนุ่มไม่กลัวที่จะต้องเผชิญสองคนนี้เพราะตัวเองมีของดีหลายอย่าง
แต่ก็คิดว่าก่อนเจอผู้แข็งแกร่งเป็นการดีกว่าที่ได้ทำลายแล็บเจ้าปัญหานี่ไปก่อน เพื่อลดแหล่งสถานที่ก่อปัญหาใหญ่ไป
กำแพงครามได้เปิดเผยการทำลายล้างนี้สู่กองกำลังต่างๆ โดยทันทีที่ข่าวแล็บหมายเลขแปดถูกล้อมปราบก็มีนักการเมืองในสภาหนีหายไปทันทีสามคน และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน
ผู้การลอว์ฟาไม่ได้ห่วงอะไรนัก เพราะทราบว่าสำนักของราล์ฟสามารถรีดข้อมูลสารพัดออกมาจากผู้ที่ถูกจับได้ตลอด แม้แต่จาร็อดที่เป็นถึงระดับขอบฟ้าก็ยังต้องคายความลับออกมาหมด
ยุติธรรมสีครามถอนตัวไปแล้วแต่กองกำลังกำแพงครามทั้งหมดยังอยู่เคลียร์สถานที่ จากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหลายกองกำลังเข้ามาดู ทั้งฝั่งนักการเมืองภาครัฐด้วย
ในแล็บหมายเลขแปดมีห้องทดลองหลายสิบ ห้องพักฟื้น ศพมนุษย์ที่ทดลองล้มเหลว และมีเครื่องมือมากมาย
ราล์ฟ เควิน มิลรอย ใช้ความรวดเร็วทำลายอุปกรณ์ ยา เครื่องมือที่สงสัยว่าจะมีส่วนในการพัฒนาพลังของแล็บนี้ บางห้องทั้งสามก็ทำลาย เผา ทิ้งเป็นจุณ
โดยพวกเขาได้คุยกับท่านเอ็ดมันด์ และผู้การลอว์ฟาแล้วว่า ไม่อาจให้คนภาครัฐทั้งหมดมาพบทุกอย่างแล้วเอาไปได้เพราะอาจมีคนมีอำนาจแอบพัฒนาต่อ มีแล็บชั่วร้ายเกิดขึ้นอีก
เรื่องราวการค้นพบ ทลายแล็บหมายเลขแปด สังหารฆ่าระดับขอบฟ้า จัดการระดับเหนือมนุษย์ไปมากมาย จนถึงการปรากฏตัวของ ยุติธรรมระดับขอบฟ้าสามคน สร้างความตื่นตะลึงไปทั่ววงการนักสู้ของวาซีเลีย
❝❝❝
นิตยสารออนไลน์หลังม่านหมอกขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เพิ่มสกู๊ปพิเศษเล่าเรื่อง 'ห้องแล็บที่ไหม้ไฟ' กล่าวเรื่องการบุกทำลายที่แห่งนี้ด้วยเนื้อหาคลุมเครือไม่เจาะจง
หากเป็นคนทั่วไปอ่านแล้วจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่หากเป็นนักสู้ทั้งของกำแพงครามและกองกำลังต่างๆ จะอ่านเข้าใจตื่นเต้น โดยเฉพาะการปรากฏตัวของระดับขอบฟ้าของทั้งสองฝ่าย
ก่อนหน้านี้เรื่องราล์ฟโดนลอบสังหารโดยระดับขอบฟ้า ก็ทำให้หนังสือหลังม่านหมอกขายดียอดถล่มทลายมาครั้งหนึ่งแล้ว
นิค อ่านนิตยสารออนไลน์หลังม่านหมอก แล้ววางแท็บเล็ตลงด้วยหน้าตาอาการปั่นป่วนในท้อง
ตั้งแต่ได้ต่อสู้กับราล์ฟออกรายการวาซีเลียอัปเดต เขาก็เกาะติดรุ่นพี่โบลท์ ทั้งวิงวอน ขอร้อง เสนอข้อแลกเปลี่ยนมากมาย เป็นสัปดาห์จนโบลท์ใจอ่อน และก็ค่อนข้างไว้ใจนิคแต่ก็กำชับให้เขาห้ามไปเล่าเรื่องที่บอกให้ใครฟัง
จากนั้นเมื่อนิคได้รู้เรื่องกำแพงคราม มนุษย์ผลึก โลกที่มีระดับเหนือมนุษย์ ยุติธรรมสีเทา ราล์ฟ มิททริลคอสที่เป็นตัวตนสูงสุด เขาก็ออกอาการช็อกอารมณ์กระเจิดกระเจิงหายหน้าหายตาไปจากโรงยิมถึงสามวัน
แล้วจึงกลับมาฝึกใหม่ด้วยอาการมีสติกลับมาระดับหนึ่ง โบลท์แนะนำให้เขาอ่านหลังม่านหมอกตามเรื่องราวการต่อสู้ของกองกำลังทั่วประเทศ
จนวันนี้นิคได้อ่านหลังม่านหมอกย้อนหลังไปสองปี ได้รับรู้เรื่องราวการต่อสู้ของกองกำลังลับ บุคคลที่เป็นตำนาน เรื่องราวตั้งแต่ราล์ฟทำสถิติจนถึงปัจจุบัน เมื่ออ่านสกู๊ปพิเศษ 'ห้องแล็บที่ไหม้ไฟ' จบเขาก็มีการตัดสินใจสำคัญ
เขาไปหารุ่นพี่โบลท์ นิคตัดสินใจขอสมัครเข้ากำแพงคราม!
❝❝❝
แล็บหมายเลขแปดสุดท้ายแล้วทางการก็ให้เผาทำลายทั้งหมด เผาจนไหม้เกรียมไปหมดแล้ว ผู้การลอว์ฟาใช้พลังเคลื่อนย้ายหินเป็นจำนวนมากอัดเข้าไปในแล็บใต้ผา
แล้วหลังจากนั้น ก็มีการเทปูนเข้าไป ปิดแล็บนี้ตายโดยสมบูรณ์
หัวหน้าฝ่ายสาวสวยลิซจบเรื่องที่นี่ก็แชทให้แฟนของเธอมารับ เขาพาเธอมาที่คฤหาสน์เดอราฟิลาอยู่ร่วมกับเลนาต้า เธอก็ไล่เลียงเรื่องการไปถึงระดับขอบฟ้าของเด็กหนุ่ม แล้วลิซก็ขอให้เขาพาเธอไปฝึกด้วยทุกครั้ง
ราล์ฟก็ยอมรับปากว่าเมื่อไปฝึกจะพาเธอกับเลนาต้าไปด้วย
สาวผนึกสีฟ้าดีอกดีใจ สองสาวได้สมใจที่จะถูกพาไปฝึกด้วยยิ่งโอนอ่อนผ่อนตามเขา
ราล์ฟที่เป็นระดับขอบฟ้าคนรักทั้งสองรู้แล้วเขาก็ลองใช้พลังดวงดาวระดับขอบฟ้าส่งไป แต่เพียงแค่นิดเดียวพลังไหลเวียนเร็วรี่ร่างสวยขาวเปล่งปลั่งของสองสาวก็แดงก่ำแทบระเบิดออก
โดยเฉพาะลิซที่พลังน้อยที่สุด เด็กหนุ่มรีบลดพลังลงมาเท่าพลังดวงดาวของระดับเหนือมนุษย์ตอนกลางเท่าเลนาต้า
ต้องระมัดระวังในการจะทำอะไรต่อไป พลังที่สูงส่งมหาศาลมีช่องว่างที่ใหญ่โตจากขั้นระดับเดิมมากมาย เขาไม่สามารถจัดการอะไรตามความเคยชินได้ ควรจำกัดพลังในร่างไว้ นอกเสียจากตอนต่อสู้
สองแขนยกร่างสาวงามทั้งซ้ายและขวา จากอ่างอาบน้ำใหญ่ไปที่เตียงนอน กอดก่ายกันเสียงร้องดังออกจากห้องไปไกล
ยามเช้าทานอาหารที่แม่บ้านทำให้แล้ว พวกเขาจึงเริ่มต้นกันในวันนี้ใช้คูปองท่องดาวเข้ามาสู่ดาวอเล็กซีส ไปเกาะหินขาว สามคนใส่ผ้าคลุมมีฮูดลอยช้าๆ เลียดไปตามพื้นช่วงแนวป่ารก เด็กหนุ่มโอบเอวพาแฟนสาวไป
ราล์ฟใช้พลังบางๆ สแกนออกไป ได้พบกับเหนือมนุษย์ของประเทศคุนนานก็ยินดี ขณะที่เลนาต้าจะชักดาบออกมาเขายกมือห้ามไว้
ชายเหนือมนุษย์สะดุ้งเมื่อเห็นร่างหนึ่งจู่ๆ ปรากฏข้างกาย จะหยิบปืนยาวคู่ใจออกมาแต่เมื่อเห็นหน้าเขาก็กลับเปลี่ยนเป็นยืนสงบเสงี่ยม ทักทายอย่างสุภาพ
"ท่านราล์ฟ มาทำอะไรแถบนี้ครับ"
เลนาต้ากับลิซ เพิ่งมาถึงก็แปลกใจ ชายพลังเหนือมนุษย์ที่มักจะหยิ่งยโสกลับทักทายเขาอย่างนอบน้อม
เมื่อเห็นสองสาวเปิดฮูดออก ชายผู้นี้ก็ตาสว่างจ้า หน้าสวยของทั้งคู่ราวกับทำให้ดาวดวงนี้สว่างขึ้นมาทันที
เด็กหนุ่มคาดเดาว่า คนนี้น่าจะได้ยินชื่อเสียงของเขาในการฆ่าระดับขอบฟ้าไปหลายคน ก็ดีจะได้ไม่ต้องอธิบายที่มาของตัวเองเยอะ
"ทางซิวนูเปียเป็นอย่างไรบ้างครับ พอดีผมเพิ่งไปที่อื่นมา"
"ภาพใบหน้าของท่านราล์ฟถูกส่งไปในเครื่องมือสื่อสารทั่วประเทศของซิวนูเปียครับ ยาเบตั้งค่าหัวท่านไว้สูงที่สุดตั้งแต่มีสงครามในหลายสิบปีที่ผ่านมา กองทัพของยาเบรุกหนักกว่าเดิมจากความแค้นที่ระดับขอบฟ้าตายไปหลายคน
ตอนนี้ทางคุนนานของเรา จึงต้องซ่อนตัวระดับหนึ่งครับ เพราะหากปะทะกันจะกลายเป็นเสียกำลังพลมากเกินไป"
หากสู้กันตรงกับอีกฝ่ายที่กำลังโมโหโกรธาจะเป็นการสูญเสียมากเกินไปสำหรับกองทัพฝ่ายของเขาจึงต้องเพลามือไปก่อน
ราล์ฟส่งพลังความคิดบางอย่างให้ชายคนนี้ แล้วเหนือมนุษย์ผู้นี้ก็ต้องทำหน้าตกใจกับสิ่งที่เขาบอก สักพักก็ทำท่ายืนตรงเคารพ
"ขอให้ท่านราล์ฟประสบความสำเร็จใน.. ภารกิจครับ ผมจะรีบแจ้งข่าวไปถึงท่านนายพล ..ผมยินดีที่ได้ทำงานให้ท่านแม้มีส่วนช่วยเพียงเล็กน้อยก็ตามครับ! "
ชายหนุ่มทำหน้าจริงจัง แววตานับถือเลื่อมใสเด็กหนุ่ม ราล์ฟพยักหน้ายิ้มให้แล้วโอบสาวสวยสองคนหายวับไปกับตา
ชายเหนือมนุษย์ มองความว่างเปล่าเบื้องหน้า คิดว่า ท่านกอดสาวงามไปสังหารศัตรู ช่างเป็นนักสู้ที่น่าอิจฉาที่สุดแล้ว
วาร์ปมาที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ลิซ ถามเขาทันที
"ราล์ฟฆ่าใครไปหรือคะ แม่ทัพยาเบอะไรนั่น จึงต้องตั้งค่าหัวสูงขนาดนั้น"
"ผมฆ่าระดับขอบฟ้าของเขา ไปสามคน"
ทั้งสองมองหน้ากัน เลนาต้าเอ่ยออกมา
"เธอเป็นระดับขอบฟ้า แล้วฆ่าระดับขอบฟ้าไปสามคน นี่มัน.."
"เปล่า ตอนฆ่าพวกนั้นผมยังเป็นระดับเหนือมนุษย์อยู่"
เด็กหนุ่มตอบด้วยท่าทางธรรมดา
ลิซทุบไปที่ไหล่ของเขาด้วยความหมั่นไส้ เลนาต้าก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอาในการแสดงออกของเขา เธอยังคิดต่อ หากไม่ได้เป็นผู้หญิงของเขาแล้วยังเป็นศัตรูกันอยู่เธอคงไม่พ้นโดนราล์ฟสังหารซ้ำอีกต่อให้เธอไปถึงระดับขอบฟ้าแล้วก็ตาม
"ราล์ฟบอกจะไปทำภารกิจอะไรกับชายคนนั้นหรือคะ เขาจึงดูตกใจมาก"
ลิซถาม เขาจึงเล่าเรื่องกองทัพยาเบที่โดนลิดรอนทหารไปมากมาย ระดับแม่ทัพนอกจากขอบฟ้าสามคนนั้น เหนือมนุษย์ก็ถูกเขาสังหารไปเกือบครึ่ง แล้วก็บอกสิ่งที่เขาจะทำคือ
"ผมจะเข้าไปค่ายใหญ่ของซิวนูเปียแล้วปลิดชีวิตยาเบ"
ทั้งสองสาวหันมามองหน้ากันอย่างตกใจอีกครั้ง เขายังโอบร่างทั้งคู่อยู่ หน้าตาน่ารักที่ตกตะลึงของพวกเธอทำให้ราล์ฟทนไม่ไหวต้องจูบไปคนละครั้ง
เพื่อไม่ให้สองสาวตระหนกเกินไป เขาบอกแผนการที่ทั้งลิซ และเลนาต้า จะได้มีโอกาสร่วมด้วยเต็มที่ไม่เสียโอกาสที่มาฝึกด้วยกัน
ค่ายทหารใหญ่ของกองทัพยาเบ ประเทศซิวนูเปีย ในสมรภูมิเกาะหินขาว
ถึงยามใกล้ค่ำแล้วทหารหน่วยต่างๆ เข้าอยู่ในเต็นท์ที่พัก ยานเกราะคันใหญ่เข้าโกดังชั่วคราว ข่าวล่าสุดคือทางใต้กองทัพยาเบได้เข้ายึดค่ายทหารขนาดใหญ่ของคุนนานแม้ไม่เท่าค่ายใหญ่นี้แต่ก็เรียกว่าเป็นค่ายที่ใหญ่ค่ายหนึ่ง แถมยึดได้โดยแทบไม่มีการต่อต้าน
น่าแปลกที่ทหารของคุนนานหลบหนีไปง่ายๆ จนทางผู้พันของซิวนูเปียคิดว่าเป็นแผนการล่อหลอกบางอย่าง
ต่อมาเมื่อทุกอย่างก็ยังปกติดี กองกำลังของยาเบจึงวางใจกลายเป็นตื่นเต้นดีใจที่ได้อาวุธยุทโธปกรณ์ในค่ายของคุนนานมามากมาย
เมื่อแสงอาทิตย์สลัวลง พลังสแกนจากนักสู้ระดับสูงวาบเข้ามา ยาเบและบรรดานายทหารรู้สึกตัว
ทันใดนั้นเอง
"บรึม บรึม บรึม บรึม บรึม บรึม บรึม! "
---------------------