ขุนปราบกามสวาท
ตอนที่ 1 | ปราบสมิงสาว
ณ รัชสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีมือปราบผู้มากไปด้วยฝีมือและคาถาอาคมอยู่ผู้หนึ่ง เขามีนามว่าทัพ แต่ใครๆ มักเรียกเขาว่าขุนกระทิง ด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ในตำแหน่งท่านขุน กับยันต์ลายกระทิงอันเป็เอกลักษณ์ที่กลางแผ่นหลัง และดาบสีดำคู่กายที่ปราบผู้ร้ายมาทั่วทั้งแผ่นดิน ซึ่งเขานั้นก็ไม่ได้ปราบได้เพียงแค่โจรหรือผู้ร้าย แต่เขายังปราบภูตผีปีศาจได้อีกด้วย
ณ ผืนป่าใหญ่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างตอนกลางกับตอนเหนือของสยาม ผืนป่าที่เต็มไปด้วยพืชนาๆ พันธุ์และสัตว์นาๆ ชนิด แต่ก็แฝงไปด้วยตำนานและเื่เหนือธรรมชาติมากมาย ชื่อของมันคือดงพญาไฟ ซึ่งทัพก็ได้รับภารกิจให้มาปราบเสือสมิงที่ออกอาละวาดอยู่ในตอนนี้ มันนั้นฆ่าคนไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบคน ทำเอาชาวบ้านไปไหนมาไหนไม่ได้เลย
"ย๊า!!!!!" ซึ่งเขาในตอนนี้ก็กำลังควบเ้าสีนิล มาตัวคู่ใจตรงไปยังป่าอาถรรพ์แห่งนั้น
"ตาสุข ข้าว่าเรากลับกันเถอะ เอ็งก็รู้ว่าเสือสมิงมันออกอาละวาดอยู่ ถ้ามันออกมาเราจะทำกันเยี่ยงไร" ยายสาหันไปพูดกับผัวที่เดินก้มหน้าก้มตาหาของป่าอยู่
"ข้าบอกเอ็งแล้วไงว่าเสือสมิงนะมันไม่มีจริง ไอ้พวกที่ตายมันก็โดนฆ่าตายกันทั้งนั้น แล้วถ้าไม่เข้ามาหาของป่าไปขาย ข้ากับเอ็งจะเอาเบี้ยเอาอัฐที่ไหนใช้กัน เลิกกลัวแล้วก็ช่วยข้าหาซะ จะได้ออกไปจากที่กันไวๆ" ตาสุขหันไปตอบหญิงผู้เป็เมีย
ยายสาที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ก้มลงไปช่วยตาสุขเก็บเห็ดใส่กระบุงอย่างหวาดระแวงเล็กน้อย เพราะกลัวอะไรจะโผล่ออกมา ซึ่งบรรยากาศในป่าตอนนี้มันก็พิกลนัก ทั้งที่เป็ตอนกลางวันแท้ๆ แต่มันกลับอึมครึมไปหมด ต้นไม้ที่สูงชะลูดนั้น ก็บดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ทำให้ป่าแห่งนี้อึมครึมขึ้นไปอีก ซึ่งยายสาก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย
ต่างกับสามีของแกที่หาของป่าขายมาทั้งชีวิต ก็เลยเคยชินกับบรรยากาศแบบนี้ สองผัวเมียตั้งหน้าตั้งตาหาของป่ากันอยู่นานสองนาน จนกระบุงที่เตรียมมาเต็มไปด้วยของป่าที่หาได้ ตาสุขที่เห็นมาหาได้เยอะดังที่ตั้งใจเอาไว้แล้ว ก็หันไปหาเมียเพื่อจะชวนกันกลับบ้าน แต่ทว่ายายสากลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
"ยายสาเอ้ย ยายสา แกอยู่ไหนของแกเนี่ยยายสา" ตาสุขก็เลยะโเรียกหาผู้เป็เมีย แต่ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงใครตอบกลับมาเลย ตาสุขก็เลยหันซ้ายหันขวามองหายาสาอยู่สักพัก ก่อนที่จะได้ยินเสียงเหมือนน้ำหยดลงมาที่พื้น แกก็เลยมองหาไปยังที่มาของเสียงนั้น ถึงได้เห็นเข้ากับหยดน้ำสีแดงที่หยดลงมาจากต้นไม้
ตาสุขที่เห็นแบบนั้นก็กลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกใหญ่ เพราะรู้สึกใจคอไม่ดี ก่อนที่จะค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปมองตามหยดน้ำที่ตกลงมา จึงได้เห็นเข้ากับร่างไร้ิญญาของยายสา ที่ไร้แขนขาถูกจับห้อยอยู่บนต้นไม้ แกที่เห็นแบบนั้นก็ขาสั่น พับๆ แล้วล้มลงไปนั่งกับพื้นทันที "อีสา!!!!!" ก่อนที่จะะโเรียกเมียผู้เป็ที่รัก ซึ่งนั่นก็เป็เสียงสุดท้ายที่แกได้เปล่งออกมา เพราะหลังจากนั้นเสือร้ายมันก็เข้ามาขย้ำแก จนตายคาปากเสื้อไป
"กินได้ตะกละตะกลามเสียจริง เ้าเสือร้ายตนนี้" ทัพที่ควบม้ามาเห็นเข้ากับศพของยายสากับตาสุขก็พูดขึ้น ก่อนที่จะควบม้าให้เดินตามรอยเท้าที่เปื้อนเืของเสือต่อไป ซึ่งมันก็ต้องเป็ฝีมือของเสือสมิงไม่ผิดแน่
ทัพที่ควบม้าตามรอยเท้ามาจนถึงลำธาร ก็เห็นเข้ากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง กำลังเปลื้องผ้าอาบน้ำอยู่ ทั้งหน้าตาและผิวพรรณของเธอมันงดงามยิ่งกว่าลูกของเ้าพระยาเสียอีก ซึ่งมันก็เป็ไปไม่ได้เลยที่หญิงที่ดูบอบบางขนาดนี้จะมาอยู่กลางป่ากลางเขาคนเดียวแบบนี้ได้ เพราะฉะนั้นแม่หญิงผู้งดงามนางนั้น ต้องเป็เสือสมิงไม่ผิดแน่ เขาก็เลยลงมาจากเ้าสีนิล แล้วเสกให้มันหายไป เพราะมันคือที่สร้างมาวิชาอาคม
"ไม่ผิดแน่ แกเนี่ยแหละคือเ้าเสือร้าย" เขาพึมพำขึ้นมา ก่อนที่จะเดินตรงไปยังลำธารนั้น "เหตุใดแม่หญิงถึงได้มาอาบน้ำอยู่ในลำธารเช่นนี้ได้เล่า" แล้วเป็ฝ่ายทักทายแม่เสียสมิงตนนั้นก่อน ซึ่งใบหน้าของนางก็งดงามจนเขาไม่อาจจะละสายตาได้เลย ถ้าหากว่านางเป็มนุษย์ล่ะก็ เขาอาจจะตกหลุมรักนางไปแล้วก็ได้
"แล้วเหตุใด ชายชาตรีที่รูปงามเยี่ยงท่าน ถึงได้มาเดินอยู่คนเดียวกลางป่ากลางเขาเช่นนี้กันเล่า" แม่เสียงสมิงสาวที่ตั้งใจจะใช้ความงดงามของตัวเองหลอกล่อชายตกหน้า ก็ตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงยั่วยวน พลางขยับตัวขึ้นมาเล็กน้อย ให้เนินหน้าอกอันขาวเนียนของตัวเองขึ้นมาพ้นน้ำ เพื่อยั่วยวนชายตรงหน้า
"ข้าก็แค่เข้ามาหาของป่าเท่านั้น แม่หญิงจะว่าอะไรหรือเปล่า หากว่าข้าจะขอลงไปแช่น้ำด้วย" สมิงสาวที่ได้ฟังแบบนั้น ก็ยิ้มออกมาทันที เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอ้า
"ข้าไม่ได้เป็เ้าของลำธารนี่เสียหน่อย ถ้าท่านอยากก็ลงมาสิ" สิ้นเสียงพูดของสมิงสาว ทัพก็ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกทันที เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเยี่ยงนักรบของเขา และท่อนเอ็นอันใหญ่ยาวที่อยู่ตรงกลางหว่างขา ซึ่งมันก็ยั่วยวนซะจนสมิงสาวไม่อาจจะละสายตาออกมาจากเ้าท่อนเอ็นอันใหญ่ยาวนั้นได้เลย
ทัพที่เปลื้องผ้าของตัวเองเสร็จแล้ว ก็เดินลงไปในลำธารแล้วไปหยุดอยู่ตรงหน้าของสมิงสาวนางนั้น "ข้าชื่อว่าทัพ แล้วแม่หญิงล่ะมีชื่อว่าอะไร" จากนั้นเขาก็ถามชื่อเธอ พลางมองใบหน้าสวยของเธออย่างไม่ละสายตาไปด้วย สมิงสาวเองก็มองหน้าเขาอย่างไม่ละสายตาเช่นเดียวกัน เพราะว่าชายตรงหน้านั้นมีใบหน้าที่งดงามมาก ทั้งใบหน้าอันคมเข้ม ดวงตาคู่สวยที่สุดแสนจะนุ่มลึก จมูกที่โด่งเป็สัน ซึ่งมันก็ทำเอาเธอนั้นอยากกินเขายิ่งขึ้นไปอีก
"น้องชื่อว่าบัว น้องขอเรียกท่านว่าพี่ทัพได้หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่าท่านจะอายุมากกว่าน้อง" สมิงสาวตอบชื่อตัวเองกลับไป พลางขยับมือขึ้นมาลูบเส้นผมยาวสลายที่ส่วนปลายชุ่มไปด้วยน้ำเล็กน้อยอย่างเขินอายไปด้วย
"ได้สิ น้องบัว ถ้าเช่นนั้นน้องช่วยถูตัวให้พี่ได้หรือไม่" เขาตอบเธอกลับไป พร้อมกับขยับมือเรียวข้างหนึ่งของเธอ ทาบมาที่แผงอกอันกำยำของตัวเอง ทำเอาหญิงสาวร้อนรุ่มจนหน้าแดงก่ำขึ้นไปกันใหญ่
"ได้เ้าค่ะพี่ทัพ" พอพูดจบเธอก็ขยับฝ่ามือเรียวบางนั้นลูบไล้เรือนร่างกำยำของขาอย่างเบามือ ั้แ่แผงอก ลงไปหาหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ เธอนั้นหลอกล่อผู้ชายที่เข้ามาเดินป่าให้เสพสมแล้วจับกินด้วยเรือนร่างอันงดงามนี้ได้ทุกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอก็จะทำแบบนั้น ถึงในใจลึกๆ จะอยากเสพสมกับเขามากกว่าจับกินก็ตาม
ส่วนทัพก็ขยับมือขึ้นไปจับเอวเรียวบางของเธอช้าๆ ก่อนที่จูบลูบไล้สูงขึ้นไป จนถึงใต้ราวนมของเธอ ซึ่งมันก็ทำเอาร่างบางร้อนรุ่มจนอ่อนระทวยไปหมด ทัพที่เห็นอาการแบบนั้นของเธอ ก็ขยับมือทั้งสองข้างขึ้นไปจับนมเต้าสวยอวบอิ่มนมนั้น แล้วบีบเคล้นมันเพื่อปลุกเร้าอารมณ์เธอให้ร้อนรุ่มขึ้นไปอีก
"อื้อออส์ พี่ทัพเ้าคะ อ่าาาส์" ทำเอาร่างบางครางเสียวออกมาเสียงกระเส่า ก่อนที่จะขยับมือเรียวบางของตัวเองลงไปจับเ้าท่อนเอ็นขนาดใหญ่ยาวของเขาบ้าง ซึ่งมันก็ตอบสนองต่อมือของเธอด้วยการแข็งตัวขึ้นไปอีก ทำเอามือเรียวบางไม่อาจกำมันได้ทิดกำมือได้เลย แถมส่วนหัวของเ้าท่อนเอ็นนั้น ยังเคลื่อนตัวมาััที่ร่องสวาทอูมสวยของเธออีกต่างหาก ทำเอาร่างบางร้อนรุ่มขึ้นไปกันใหญ่
"น้องช่างงดงามยิ่งนัก แม่บัว" ทัพที่ถูกสมิงสาวจับจุดสวาทแบบนั้น ก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงกระเส่า ก่อนที่จะขยับมือที่บีบเคล้นนมเต้าสวยอยู่ขึ้นมาข้างหนึ่ง แล้วเอามันจับไปที่กรอบใบหน้าอันงดงามของเธอ ตามด้วยกดริมฝีปากประกบจูบรสร้อนแรงลงไป ทำเอาร่างบางร้อนผ่านจนใบหน้าสวยแดงก่ำั้แ่โหนกแก้มไปถึงใบหู
โปรดติดตามตอนต่อไป