ตอนที่ 8
“องค์ราชินี ดูนี่สิเ้าคะ ต้นไม่ที่พระองค์ปลูกเอาไว้ออกดอกออกผลงดงามทีเดียวเ้าค่ะ” น้ำเสียงนอบน้อมและอ่อนหวานจนไม่คิดว่าจะออกมาจากปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคมของจอมเวทเผ่าอารันซานั้นช่างให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในละครย้อนยุคไม่มีผิด จอมเวทแห่งเผ่าอารันซาที่จูนตั้งชื่อให้ว่า พี่หยก กลายเป็คนสนิทคนใหม่ของจูนั้แ่ที่เกทของเผ่าอารันซาปิดตัวลง แม้พี่หยกจะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกต่อไปแล้วและมีทักษะการต่อสู้ไม่ต่างจากจูนนัก แต่พี่หยกกลับเป็คนที่มีความรู้กว้างขวางมากทำให้จูนสามารถถามพี่หยกได้ทุกเื่ และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าัธรณีสายพันธุ์ย่อยที่มีสกิลหัวใจแห่งอารันซานั้นมีการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าซอมบี้ทั่วไปมาก แม้จูนจะยังเป็คนออกคำสั่งทุกอย่างเหมือนเดิมแต่คำตอบที่ได้จากสมองที่ครบสมบูรณ์นั้นกลับลื่นไหลเป็ธรรมชาติกว่าซอมบี้คนอื่นๆหลายเท่า ราวกับกำลังคุยกับคนจริงๆอยู่เลย
“โถ่ เลิกเรียกจูนว่าองค์ราชินีเถอะค่ะ” จูนถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีเหนื่อยใจ บางทีภาษาดั้งเดิมของเผ่าอารันซาเป็ภาษาโบราณหรืออย่างไร แต่พอสกิลควบคุมฝูงซอมบี้แปลงภาษาของพวกเขามาเป็ภาษาไทยที่จูนเข้าใจแล้วพี่หยก และ พี่นิล ก็พูดคุยกับเธอด้วยภาษาที่เก่าแก่สุดๆ แถมพวกเขายังเรียกแทนจูนว่าองค์ราชินีเสมอแม้จูนจะพยายามบอกให้พวกเขาเลิกเรียกแล้วก็ตาม
“หามิได้เ้าค่ะ เผ่าอารันซาของพวกเรานับถือผู้อยู่เหนือกว่าด้วยใจ ดิฉันมิอาจเรียกองค์ราชินีอย่างสนิทสนมได้เ้าค่ะ” พี่หยกส่ายหน้าก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อมเช่นเดิม ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาจูนก็เริ่มชินกับท่าทีนอบน้อมเผ่าอารันซาแล้ว ทว่า…
“องค์ราชินี ท่านฝนให้มาตามเ้าค่ะ” ไม่รู้ทำไมพี่เคธก็เริ่มเรียกเธอว่าองค์ราชินีตามพี่หยกไปด้วย แถมไม่ใช่แค่พี่เคธเท่านั้น เวลาประชุมงานกับเหล่าซอมบี้คนอื่นๆพวกเขาก็เริ่มเรียกเธอว่าองค์ราชินีไปตามกัน แม้ตำแหน่งของจูนจะเป็ราชินีซอมบี้จริงๆแต่แบบนี้มันไม่ชินเอาเสียเลย
“มีเื่อะไรเหรอคะพี่เคธ ตอนนี้พี่ฝนน่าจะฝึกอยู่กับพี่นิลนี่นา” จูนขมวดคิ้วด้วยท่าทีสงสัยเมื่อเห็นพี่เคธเป็คนมาตามตัวเธอถึงภายในเมือง
“ไม่รู้สิ เห็นฝนบอกว่ามีประตูปรากฏขึ้นตรงนอกเมือง พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือประตูอะไร” คำตอบของเคธทำให้จูนแสดงท่าทีสนใจออกมาทันที เพราะประตูที่พี่เคธหมายถึงก็คือ เกท นั่นเอง ไม่นึกเลยว่าหลังจากปิดเกทที่เชื่อมกับเผ่าอารันซาไปจะต้องใช้เวลาถึง 7 เดือนในการเชื่อมต่อประตูครั้งต่อไป แต่ในที่สุดประตูที่จูนเฝ้ารอมานานก็เปิดออกแล้ว ถ้าหากมันเป็ประตูที่เชื่อมต่อกับโลกของเธอก็ดีสิ
.
.
.
“เชิญขอรับองค์ราชินี” ใน่เวลาที่จูนเดินทางมายังลานฝึกซ้อมประจำของพี่ฝนกับพี่นิลที่อยู่นอกเมือง จูนก็พบว่าเกทได้กลายเป็สีแดงไปแล้ว แถมพี่นิลยังเก็บงานเสร็จเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก เพราะตอนนี้เบื้องหน้าเกทมีร่างของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายหมูเดินสองขากำลังโดนมัดเอาไว้ทั้งกลุ่ม ท่าทางพี่นิลจะจับปาร์ตี้ที่เข้ามาสำรวจได้ั้แ่พวกเขาเข้ามาเลย
“ไม่ใช่โลกของพวกเราสินะ” พอเห็นพวกออร์คที่โดนจับเอาไว้ความคาดหวังที่รอมาตลอด 7 เดือนก็มลายหายไปทันที เห็นได้ชัดเลยว่าประตูบานนี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับโลกของเธอแน่ๆ เท่ากับว่าเธอต้องปล่อยพวกออร์คเอาไว้แบบนี้ 14 วันแล้วรอการเชื่อมต่อครั้งต่อไปอีกสินะ
“องค์ราชินี ให้ทำเช่นไรกับพวกมันดีขอรับ” พี่นิลที่ถือดาบเล่นหนาเอาไว้ในมือจนพวกออร์คไม่กล้าขยับไปไหนหันมาถามความเห็นของจูนที่เพิ่งมาถึงด้วยท่าทีนอบน้อมไม่ต่างจากพี่หยกเลย ทั้งๆที่เขามีพลังเหนือกว่าจูนมากจนสามารถจับออร์ค 6 ตัวได้อย่างง่ายดายแท้ๆ
“ให้จูนจัดการเองค่ะ” จูนผิดหวังกับประตูก็จริง แต่จูนก็ไม่คิดหรอกว่าจะเจอประตูที่เชื่อมกับโลกของเธอได้ง่ายๆ บางทีมันอาจจะใช้เวลา 5 ปี 10 ปีเลยก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรจูนก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะกลับบ้านอยู่ดี และการรับมือกับเหล่าผู้มาจากอีกฝั่งของเกทก็เป็สิ่งหนึ่งที่จูนคิดเผื่อเอาไว้แล้ว
ฉึก!!
ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ จูนเดินเข้าไปหาออร์คตัวหนึ่งที่โดนมัดเอาไว้กับที่ก่อนจะใช้หอกของเผ่าอารันซาที่เหลือทิ้งไว้แทงเข้าไปที่แขนของเ้าออร์คตัวนั้นจนเกิดาแเล็กๆขึ้นมาพร้อมเืสีแดงเข้มที่ไหลออกมาจากปากแผลเพียงเล็กน้อย
หงับ…
เพราะหนักของออร์คน่าจะหนาไปหน่อยทำให้จูนต้องใช้อาวุธเพื่อเปิดปากแผล และเมื่อใช้หอกแทงเรียบร้อยแล้วจูนก็ยื่นปากเข้าไปกัดาแของเ้าออร์คผู้โชคร้ายทันที หลังจากเกทของเผ่าอารันซาโดนปิดไป จูนก็ตระหนักได้หลายเื่ และสิ่งหนึ่งที่จูนตระหนักดีที่สุดก็คือ เธอนั้นอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับโลกมากมายที่กำลังจะเชื่อมต่อหากัน ครั้งนี้จูนโชคดีที่พวกออร์คที่เข้ามาอ่อนแอกว่าพี่นิลมาก แต่หากวันหนึ่งเธอเชื่อมต่อไปยังโลกที่มีแต่ผู้แข็งแกร่งที่แม้แต่พี่นิลก็ยังรับมือไม่ไหวขึ้นมาล่ะ… หากเธอไม่แข็งแกร่งขึ้นเธออาจจะตายก่อนจะได้เจอประตูที่เชื่อมต่อไปยังบ้านของเธอก็ได้
ติ๊ง!!
[ ทำการดูดซับพันธุกรรมสำเร็จ ราชินีซอมบี้ จูน ได้ดูดซับสายเืของเผ่าออร์ค เรียบร้อยแล้ว ]
[ การกลายพันธุ์สำเร็จ ราชินีซอมบี้ จูน ได้รับสกิลค่าพละกำลัง 25 หน่วย ]
ไม่ใช่แค่เลเวลเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นหลังจากเปลี่ยนเผ่าอื่นเป็ซอมบี้ได้สำเร็จ แต่จูนยังมีสกิลกลายพันธุ์ที่สามารถดูดซับพันธุกรรมของเผ่าอื่นเข้ามาพัฒนาร่างกายของเธอได้อีกด้วย แต่ท่าทางเผ่าออร์คจะไม่ใช่เผ่าที่โดดเด่นนักเพราะจูนไม่ได้รับสกิลเหมือนกับตอนที่กินเืเนื้อของเผ่าอารันซาเข้าไป แต่กลับได้เป็ค่าสเตตัสแทน แต่ได้รับค่าพละกำลังมาถึง 25 หน่วยก็นับว่าไม่เลวเหมือนกัน
“อื้อออ…” หลังจากจูนเปลี่ยนออร์คตัวหนึ่งให้กลายเป็ซอมบี้ จูนก็สั่งให้ออร์คตัวนั้นเปลี่ยนพวกพ้องของมันให้กลายเป็ซอมบี้ทีละตัวเพราะสกิลกลายพันธุ์นั้นสามารถดูดซับพันธุกรรมของเผ่าต่างๆได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และภาพของเพื่อนพ้องที่กำลังกัดกินกันเองและเปลี่ยนเป็สัตว์ประหลาดไร้สติปัญญาก็ทำให้เ้าออร์คตัวสุดท้ายกลัวจนร้องเสียงหลงออกมาอย่างสิ้นสติ ทั้งๆที่มันคือผู้โชคดีที่จะได้กลับบ้านแท้ๆ
“เฝ้าเอาไว้แล้วรอครบสิบสี่วันค่อยส่งเขากลับบ้าน” จูนเช็ดริมฝีปากของตัวเองก่อนจะหันไปสั่งเหล่าออร์คที่เพิ่งจะกลายเป็ซอมบี้ให้ทำภารกิจแรกของตัวเอง แน่นอนว่าเหล่าซอมบี้ออร์คทั้ง 5 ตัวก็รีบทำตามทันที ทว่า…
“ขอรับองค์ราชินี” คำตอบของพวกออร์คทำเอาจูนได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมา ท่าทางเธอจะต้องทำตัวให้ชินกับชื่อองค์ราชินีแล้วจริงๆสินะ
.
.
.
“พี่หยก การสำรวจเป็ยังไงบ้าง” ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ เมืองที่จูนอาศัยอยู่ก็เริ่มถูกซ่อมแซมจนกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้นเท่านั้น แต่เพราะจูนไม่อยากให้เขตเมืองที่บูรณะแล้วไปยุ่งเกี่ยวกับโซนที่เกทมักจะปรากฏขึ้นมาจูนก็เลยเลือกที่จะพัฒนาเมืองไปอีกด้านหนึ่งของโซนเกทแทน และการบุกเบิกพื้นที่ใหม่ๆก็ทำให้จูนพบว่าโลกที่เธออาศัยอยู่ในตอนนี้นั้นกว้างใหญ่ไม่ใช่เล่น
“หน่วยสำรวจพบเมืองใหม่ทางเหนือเ้าค่ะ แล้วพวกเราก็เจอ…สายแร่คริสตัลมานาด้วยเ้าค่ะ” รายงานของพี่หยกยิ่งฟังก็ยิ่งทำให้จูนรู้สึกตื่นเต้น หลังจากสำรวจไปรอบๆจูนก็พบเมืองอื่นๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จูนสามารถเก็บวัตถุดิบต่างๆจากเมืองที่ล่มสลายแห่งอื่นได้เป็อย่างดี โดยเฉพาะทรัพยากรบุคคลที่จูนสามารถใช้สกิลควบคุมฝูงซอมบี้เรียกรวมตัวมาได้ทันที พอจำนวนประชากรเยอะขึ้นประกอบกับเหล่าซอมบี้เผ่าอื่นๆที่มาจากอีกฝั่งของเกททำให้เมืองที่เคยเป็เมืองล่มสลายกลายเป็เมืองที่คึกคักเสียยิ่งกว่าสมัยยังไม่ล่มสลายเสียอีก แต่การพัฒนาที่สำคัญที่สุดของโลกใบนี้ก็น่าจะเป็ความรู้เกี่ยวกับการสร้างอุปกรณ์มานาของเผ่าคนแคระที่ข้ามมายังประตูมิติเมื่อหลายเดือนก่อน ในที่สุดโลกของจูนก็จะเปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าไปเป็พลังงานมานาที่สะอาดกว่าและสะดวกสบายกว่าเสียที
“เจอเหมืองแล้วงั้นเหรอ เดี๋ยวพวกเราจะไปตรวจสอบเอง” ชายชราที่มีความสูงเพียง 140 เิเยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อได้รับผลการตรวจสอบ เป็ไปตามที่ ฮิฟ หัวหน้าเผ่าคนแคระพูดจริงๆ แม้โลกใบนี้จะล่มสลายก่อนจะมีผู้ถูกปลุกพลัง แต่โลกใบนี้ก็ได้ัักับมานาเป็เวลานานทำให้โลกใบนี้มีสิ่งที่โลกภายในเกทส่วนใหญ่มี นั่นก็คือสายแร่คริสตัลมานานั่นเอง นี่มันต่างจากโลกของจูนเองเสียอีกที่ต้องอาศัยค้นหาคริสตัลมานาเอาจากภายในเกท เพราะตอนนี้จูนอยู่ภายในเกทอยู่แล้วแถมยังมีสายแร่เป็ของตัวเองอีก แบบนี้การหาคริสตัลมานามาเป็พลังงานก็ยิ่งง่ายดายขึ้นนะสิ
“ยินดีด้วยขอรับองค์ราชินี เท่านี้พวกเราก็หมดปัญหาเื่พลังงานแล้ว” หัวหน้าของพวกออร์คที่รับใช้จูนมานานที่สุดรองจากเผ่ามนุษย์และเผ่าอารันซาแสดงความยินดีกับจูนอย่างออกนอกหน้า บางทีคงเป็เพราะสกิลควบคุมฝูงซอมบี้ที่เลื่อนขึ้นมาเป็เลเวล 9 แล้วทำให้พวกเขาแสดงท่าทีออกมาได้เป็ธรรมชาติมากทั้งๆที่ร่างกายเริ่มเน่าสลายไม่ต่างจากซอมบี้คนอื่นๆแท้ๆ
“ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาแบ่งงานกันให้เสร็จเถอะ คุณฮิฟพวกคุณแบ่งกำลังของพวกออร์คไปตรวจสอบเหมือง เดี๋ยวพวกเราจะไปสำรวจเมืองเอง” พี่หยกที่เหมือนจะเคยชินกับการสั่งการมากกว่าจูนเสียอีกเริ่มสั่งให้เหล่าซอมบี้ไปทำงานตามจุดต่างๆอย่างคล่องแคล่ว ด้วยสกิลของจูนตอนนี้แทบจะไม่ต้องออกคำสั่งอะไรพวกเขาแล้วก็ได้ด้วยซ้ำ แถมภาพเมืองจอมปลอมของเธอก็ดูสมจริงมากขึ้นด้วย
“เหนื่อยหน่อยนะองค์ราชินี” หลังจากการประชุมจบลง พี่ฝนที่เข้าร่วมการประชุมด้วยแต่ไม่ได้ออกความเห็นเสียเท่าไหร่นั้นก็เดินเข้ามาหาจูนก่อนจะวางแก้วกาแฟเอาไว้ตรงหน้าจูนด้วยท่าทีเห็นใจ แม้การประชุมทั้งหมดที่ผ่านมาจะดูเหมือนคนจำนวนมากกำลังประชุมหาความเห็นกัน แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่ได้รับคำสั่งจากจูนไม่มากก็น้อย ภาพภายในห้องเมื่อครู่ก็เลยเหมือนภาพสมองของจูนที่กำลังตีกันไปมาเสียมากกว่า
“ถ้าพี่ฝนยังเรียกหนูว่าองค์ราชินีอีกคงไม่เหลือใครเรียกชื่อหนูกันพอดี” จูนทำหน้ามุ่ยออกมาก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน ั้แ่เผ่าคนแคระเข้ามาในโลกใบนี้สมองของจูนก็ต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่า พวกคนแคระมีองค์ความรู้มากมายที่้าจะเสนอ การจะรับมันเอาไว้แล้วนำมาพัฒนานั้นเป็เื่ที่ยากมากทีเดียว
“ล้อเล่นน่า ถึงจูนจะปกครองที่นี่มาเจ็ดปีแล้วแต่จูนก็ยังเป็น้องสาวที่น่ารักของพี่เสมอนั่นแหล่ะ” พี่ฝนยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะยื่นฝ่ามือเข้าไปลูบเส้นผมของจูนอย่างแ่เบา ตอนนี้เผ่าอื่นๆไม่มีใครกล้าขัดขืนจูนสักนิด แถมยังเคารพจูนกันจนโอเวอร์เสียด้วยซ้ำ คงไม่มีใครกล้าััจูนแบบที่พี่ฝนทำอยู่แน่ๆ
“ตอนนี้ยูคงจะกลายเป็เด็กประถมแล้วสินะ อยากกลับไปโลกเร็วๆจังเลย” จูนหลับตาลงช้าๆก่อนจะพยายามนึกถึงภาพความทรงจำในโลกใบเดิมขึ้นมา ในตอนนั้นพ่อและแม่ของจูนเสียชีวิตกะทันหันเพราะเกิดเกทเบรคแถวๆบ้านของเธอ แม้จะโชคดีที่ทางกิลด์ที่รับผิดชอบเกทบานนั้นให้เงินชดเชยผู้เสียชีวิตจนจูนไม่ต้องกังวลว่าน้องชายจะไม่ได้เรียนและคุณยายก็ไม่ต้องลำบากมาก แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่เสียไปก็ทำให้จูนรู้สึกเสียดายอยู่ดี ตอนที่จูนเข้ามาในเกทแห่งนี้น้องชายเพิ่งจะอายุได้ 2 ขวบเท่านั้น ตอนนี้คงกำลังดื้อแน่ๆ หวังว่าเ้า ยู จะไม่ทำให้คุณยายปวดหัวมากนักนะ ร่างกายของคุณยายตอนนั้นก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ด้วย
ติ๊ด!!
ระหว่างกำลังนึกถึงบ้านเกิด อยู่ๆมือถือที่วางเอาไว้บนโต๊ะก็ส่งเสียงเรียกเข้าพร้อมหน้าจอที่กำลังแจ้งเตือนว่าคนที่โทรเข้ามาคือ พี่นิล นั่นเอง
“องค์ราชินี เกทปรากฏขึ้นแล้วขอรับ” จำนวนเกทที่ปรากฏขึ้นภายใน 7 ปีนี้มีเกินนิ้วมือทั้งสองข้างของจูนมาไม่มาก แม้จะผ่านมานานแล้วแต่จูนก็ยังคงหวังว่าเกทที่ปรากฏแต่ละครั้งจะเป็เกทที่เชื่อมโยงไปยังโลกของเธอเสมอ เพราะแบบนั้นจูนเลยแต่งตั้งให้พี่นิลเป็หัวหน้าหน่วยเฝ้าระวังและคอยจับตาดูเกทอยู่เสมอนั่นเอง แต่เพราะความผิดหวังหลายต่อหลายครั้งทำให้จูนเองก็เผื่อใจเอาไว้อยู่แล้ว หากไม่ใช่เกทที่จะพาเธอกลับไปยังโลกก็ขอให้เผ่าที่ทะลุผ่านเกทเข้ามาจะพาเอาความปวดหัวมาให้จูนได้น้อยลงหน่อย