“ต้องใส่ปุ๋ยหน่อยไหม?” ฉู่เฟิงครุ่นคิด เขาเคลียร์พื้นที่ส่วนหนึ่งของแปลงดอกไม้ในสวนแต่ก่อนจะลงมือปลูกก็ลังเล
เพราะให้ความสำคัญและใส่ใจอย่างมากดังนี้เขาจึงเฝ้าดูแลประคบประหงม ปุ๋ยใส่ดอกไม้ธรรมดาคงใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน
เขาเอียงคอมองเ้าหวงหนิว เ้าตัวดียังคงฉีกยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่ทำท่าอย่างกับกำลังมองคนบ้า เห็นได้ชัดเลย มันคิดว่าเมล็ดพันธุ์เหี่ยวๆสามเมล็ดนั่นไม่มีทางปลูกขึ้น
“หวงหนิว แกต้องช่วยฉันเมล็ดพันธุ์สามเมล็ดนี่จะงอกได้หรือเปล่าอยู่ที่แกแล้ว”
หวงหนิวมองสีหน้าขึงขังของเขาอย่างตกตะลึงมันไม่เข้าใจอย่างยิ่ง ร้องมอออกมาคำหนึ่ง เป็เชิงถามเขาว่ากล่าวเช่นนั้นทำไม
“แกดูสิ ดินในแปลงดอกไม้ของฉันนี่มีแต่ปลูกดอกไม้ใบหญ้า ไม่ค่อยมีปุ๋ยเท่าไหร่ แกช่วยสงเคราะห์สักหน่อยสิ” ฉู่เฟิงเอ่ยขอร้องเงียบๆ
หวงหนิวถึงกับบื้อในตอนแรก จับต้นชนปลายไม่ถูกแต่แล้วเมื่อจับความนัยได้ ก็ทำตาโตแบบวัวๆ จมูกเริ่มพ่นควัน จ้องเขาเขม็ง
“อย่าเพิ่งโมโหน่าสำหรับแกมันไม่เท่าไหร่หรอก ออกจะเป็เื่ธรรมชาติ นี่ฉันอนุญาตเป็พิเศษให้แกปล่อยของในแปลงดอกไม้ได้เลยนะ”
หูของหวงหนิวเริ่มมีควันด้วย ลูกตาแทบจะฆ่าคนได้อยู่แล้วจ้องฉู่เฟิงถมึงทึง ขณะเดียวกันขาหน้าข้างหนึ่งก็เริ่มตะกุยพื้นพร้อมจะพุ่งชนทุกเมื่อ
“อย่าหงุดหงิดเลย ฉันไม่รังเกียจแกหรอก ถ้าจะเหม็นก็ช่างมันฉันทนเอาก็ได้” ฉู่เฟิงไม่กลัวตายเสียแล้ว ยังคงโน้มน้าวต่อไป
โครม!
หวงหนิวพุ่งเข้าชนเขาเต็มๆ จนกระเด็นยังดีที่ไม่เอาสองเขาสีทองมาเสียบเขาเข้า กระนั้น ฉู่เฟิงก็ยังร่วงลงในแปลงดอกไม้
เขาถูกทุ่มจนแยกเขี้ยวยิงฟันในที่สุดก็เข้าใจความรู้สึกของโจวเฉวียน เจรจาต่อรองกับวัวนี่มันอันตรายจริงๆ!
อันที่จริงหวงหนิวหัวเสียยิ่งกว่าเขาเสียอีก ตาทั้งคู่จ้องเขาเขม็ง มันชักจะสงสัยเสียแล้วว่าหมอนี่อาจจะพึ่งพาไม่ได้ยิ่งกว่าตาอ้วนเสียอีกไม่มีคนสั่งสอนหรือไง!
ฉู่เฟิงลุกขึ้นพลางนวดแขนตัวเอง พูดว่า“แกไม่รู้อะไร นี่น่ะเป็เมล็ดพันธุ์เทพเ้าเชียวนะ ฉันกลัวว่าปุ๋ยธรรมดามันจะใช้ไม่ได้ผลแล้วแกมีที่มาที่ไปออกจะลึกลับ ไม่เคยได้ยินที่เขาพูดกันเหรอ มูลวัวน่ะมันดีมากเลยนะอีกอย่างนะ แอพหนิวหยุนยังบอกเลย...”
“มอ!”
หวงหนิวคำรามเสียงต่ำ ถึงมันจะตัวไม่ใหญ่เท่าไหร่แต่เสียงกึกก้องเหมือนฟ้าร้องสะท้อนก้องไปทั่วสวนะเืจนฉู่เฟิงต้องรีบเอามืออุดหู
“โอเคๆ แกไม่ต้องเข้ามาแล้วไม่ให้ก็ไม่ให้!” ฉู่เฟิงตอบ ด้วยเพราะเขาเห็นขาทั้งสี่ของมันที่หยัดอยู่บนพื้นท่าทางเหมือนกับจะเอาชีวิต เตรียมพุ่งเข้ามายังแปลงดอกไม้
ฉู่เฟิงเอาเมล็ดพันธุ์ที่แห้งหน่อยๆ วางลงบนดินแล้วกลบฝัง จากนั้นเริ่มรดน้ำ
“อยู่ที่โชคของแกแล้วล่ะนะ” ฉู่เฟิงพูดกับตัวเอง
เมล็ดพันธุ์ทั้งสามถูกปิดผนึกในกล่องหินเป็เวลาเนิ่นนานเขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะยังงอกออกมาได้หรือไม่
แต่ว่า ถ้ามันไม่ใช่ของธรรมดาสามัญก็น่าจะมีพลังชีวิตที่เข้มแข็งสิ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมอย่างในตอนนี้สุดท้ายมันก็น่าจะรอดได้นะ
“ไม่ใช้มูลวัวก็ดี” ฉู่เฟิงพูดกับตัวเอง เพราะเขาเพิ่งนึกถึงปัญหาสำคัญขึ้นมาได้
หวงหนิวได้ยินคำสุดท้ายก็มีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ จ้องเขาอีกแล้ว
ฉู่เฟิงอธิบายว่า “ก็ถ้าเกิดงอกออกมาเป็เ้าแม่ซีหวังหมู่หรือจิ่วเทียนเสวียนหนี่ว์ ตอนพวกนางมารู้เข้าว่าฉันใช้มูลวัวเป็ปุ๋ยฉันคงโดนทุบตาย!”
หวงหนิวใบ้กิน แล้วก็หัวร้อนปรี๊ด ร้องมออีกคำอยากจะพุ่งชนอีกเปรี้ยง
“แกอย่าเข้ามานะ ก็ฉันพูดเื่จริงนี่ ถ้าเกิดพวกนางรู้เข้ามันจะเป็การลบหลู่ขั้นร้ายแรงอย่างสูงสุด ฉันว่าเพื่อความสงบสุขนะ ทำตัวดีๆเก็บเนื้อเก็บตัวซะ” ฉู่เฟิงหัวเราะ
จมูกของหวงหนิวพ่นควันได้แล้ว มองเขาอย่างแทบจะฉีกเนื้อแล้วสะบัดหัวไปกัดสับปะรดแทน
“ที่ให้แกกินน่ะ หญ้ากับแอปเปิ้ลนะ สับปะรดน่ะของฉัน!”ฉู่เฟิงวิ่งตามมาข้างหลัง
สุดท้ายเขาปลูกเมล็ดทั้งสามไว้ในที่ต่างๆ กัน เพราะชนิดของดินที่ใช้ปลูกดอกไม้ก็หลากหลายเขารู้สึกว่าแยกๆ กันไปน่าจะปลอดภัยกว่า
“อยากให้งอกเร็วๆ จัง” ฉู่เฟิงตั้งตาคอย อยากรู้จริงๆว่าจะงอกออกมาเป็อะไร
แต่ว่านะ เกิดงอกออกมาเป็เสวียนหนี่ว์จริงๆก็ไม่มีอะไรน่าห่วงนะ ก็ฉันเป็คนปลูกพวกนางนี่ จะหาว่าลบหลู่ได้ยังไงดีไม่ดีจะเชื่อฟังเสียอีก” เขากระหยิ่มยิ้มย่อง
“มอ!”
เสียงวัวร้องดังขึ้น ทำลายความคิดของเขา
หวงหนิวแยกเขี้ยว ปรายตามองเขา สีหน้าสีตาเหมือนกำลังเยาะว่าเขาน่ะฝันกลางวัน
“ไปเล่นทางนู้นไป!” ฉู่เฟิงผลักหัววัวที่เข้ามาใกล้ออกไปโดนวัวหัวเราะเยาะอยู่เรื่อยๆ เขาเองก็พูดไม่ออกเหมือนกัน
เฟี้ยว!
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกึกก้อง จากที่ไกลๆเกิดเส้นแสงสว่างเจิดจ้า พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า หัวใจเขาไหววาบทันควัน
“จรวดนำวิถี!”
นั่นคือการตอบโต้เถาวัลย์จากฟากฟ้าอย่างนั้นหรือ? ฉู่เฟิงตะลึง
หวงหนิวสัญชาตญาณว่องไวดวงตากลมเบิกกว้างในทันที การตอบสนองของมันไวกว่าฉู่เฟิง ร่างกายแข็งเกร็งขนสีทองส่องแสงรายริ้ว
มันกำลังตื่น เพราะรับรู้ได้ถึงอันตราย
ฉู่เฟิงเข้าใจมัน ภาพจรวดนำวิถีพุ่งสู่ท้องฟ้าเป็สิ่งที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยมันไม่ใช่สิ่งที่เห็นกันได้ในชีวิตประจำวัน
“ถึงกับได้เห็นภาพนี้ น่าจะส่งขึ้นไปจากที่ที่ไม่ห่างจากที่นี่มากนักแสดงว่าเหตุการณ์ต้องรุนแรงอย่างมาก” เขามีสีหน้าหนักใจ
ใน่สองวันนี้ เขาได้ยินข่าวเล่าลือมากมายพูดกันว่า มีการใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างชนิดนี้ั้แ่แรกแล้วเพียงแต่ไม่มีการรายงานข่าวเท่านั้น
เขาตัดสินใจเช็กข่าวทางอินเทอร์เน็ตน่าจะมีข่าวอะไรบ้าง
พร้อมกันนั้นเครื่องมือสื่อสารก็ร้องเตือนเบาๆโจวเฉวียนติดต่อหาเขา พอรับสาย ก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นของตาอ้วน
“พี่น้อง เมื่อกี้นายเห็นไหม? อลังการโคตร อย่างกับดาบกล้าคมกริบ พุ่งปาดออกไปนอกโลกอย่างนั้นนี่ฉันได้เห็นกับตาเลยนะ น่าจะจัดการไอ้พวกเถาวัลย์พิลึกนั่นได้สิ้นซากเสียที!”
“ก็หวังว่าจะได้ผล” ฉู่เฟิงตอบแต่เขาก็เตือนโจวเฉวียนให้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆเผื่อว่าจะเกิดเหตุเลวร้ายน่ากลัวอะไรขึ้น
แล้วเขาก็ถามเื่ที่โจวเฉวียนกินลูกไม้นั่นเข้าไปว่าตอนนี้รู้สึกเช่นไร
“เปลี่ยนมากเลย เอ่อไม่ต้องพูดถึงมันหรอก ฉันเหนื่อยจะตาย แทบจะสลบอยู่แล้วเนี่ย”โจวเฉวียนหัวเราะแห้งๆ ดูผิดปรกติ
“นายคงไม่ได้มีหางงอกออกมาหรอกนะ?” ฉู่เฟิงสงสัย ไม่อย่างนั้น หมอนี่จะทำลับๆ ล่อๆ ทำไม
“ได้ยังไงกัน!” โจวเฉวียนโวยวาย พยายามอธิบายว่าเขาไม่มีทางกลายเป็สัตว์ประหลาดน่าเกลียดไปได้
“แล้วนายเป็อะไร ทำไมท่าทางลับๆ ล่อๆ? ฉู่เฟิงถาม
“ฉัน...มีเขางอกออกมาอันนึง!” โจวเฉวียนอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก จากนั้นก็สบถยกใหญ่ “ต้องเป็ไอ้หนิวหมัวหวังนั่นแกล้งฉันแน่ๆ ฉันว่ามันเหมือนเขาวัวเลย!”
เขาด่ากราดอีกยก เสียงไม่เบาเลย
หวงหนิวมองเครื่องมือสื่อสารของฉู่เฟิงอย่างประหลาดใจมองแล้วมองอีก พอมันได้ยินเสียงตาอ้วนโจวด่ามัน ก็พุ่งเข้ามา ส่งเสียงหยามเหยียดใส่เครื่องมือสื่อสารของฉู่เฟิงอย่างไม่ไว้หน้า“มอ มอ มอ....”
“หนิวหมัวหวัง! แกบอกว่าฉันเหมือนวัวอีกไม่นานก็ร้องเป็วัวอย่างแกงั้นเรอะ?!” โจวเฉวียนโกรธจนละล่ำละลัก
“ติ๊ด” ฉู่เฟิงรีบวางสาย ส่วนหวงหนิวยังรู้สึกไม่เต็มอิ่มมันสนุกกับอาการโกรธจนเต้นของโจวเฉวียน
ฉู่เฟิงเริ่มหาข่าวจากทุกสื่อ แต่ไม่มีข่าวอย่างเป็ทางการภาครัฐต่างนิ่งเงียบ ไม่กล่าวอะไรเลยเกี่ยวกับข่าวลื่อเื่การใช้อาวุธ แต่สื่อเล็กสื่อน้อยทุกแหล่งล้วนรายงานข่าวกันครึกโครม
กระนั้นก็ยังมีคนโพสต์รูปอยู่บ้าง เป็ภาพเดียวกันกับที่ฉู่เฟิงเห็น
ทุกแห่งหนบนโลก ผู้คนล้วนเชื่อว่ามหาาอาวุธได้เกิดขึ้นแล้วมีคนเห็นเศษซากของต้นไม้กลางอากาศร่วงหล่นลงมาด้วย
“น่าจะใกล้เกิดเื่แล้ว”ฉู่เฟิงพึมพำกับตัวเอง คิ้วขมวดแน่น
หากว่ามีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นก็น่าจะมีประกาศออกมาแล้ว แต่ตอนนี้ในส่วนภาครัฐยังคงนิ่งเงียบเห็นได้ชัดว่าเื่นี้ร้ายแรงอย่างยิ่ง!
จากนั้น เขาอ่านข่าวอื่นๆ ต่อ ทุกวันนี้ผู้คนต่างค้นคว้าเื่พลังเหนือธรรมชาติแม้กระทั่งตอนนี้ที่บรรยากาศรอบตัวล้วนตึงเครียด ยังคงมีคนไม่น้อยที่เฝ้าติดตามถกเถียง
เทพเ้าปีกเงิน วัชระ เทพอัคคี าาพยัคฆ์ขาวนี่คือสี่ออภิปาฏิหาริย์ที่ผู้คนเล่าลือ ล้วนแต่กล่าวกันว่าเทพเหล่านี้อิทธิฤทธิ์ที่สามารถบรรลุขั้นพระอรหันต์ได้บางทีอาจสามารถบรรลุได้ถึงขั้นเทพเ้าเสียด้วยซ้ำ
ฉู่เฟิงปิดหน้ารายงานข่าวพวกนี้ เขาค่อนข้างเป็กังวลไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็เช่นไร แต่เขาต้องเตรียมตัว
หวงหนิวไม่พอใจที่เขาปิดหน้าข่าวพวกนั้นทำท่าให้เขาเปิดหน้าข่าวอีกครั้ง รายงานข่าวที่มีทั้งภาพและเสียงพวกนั้นดึงความสนใจของมันอย่างมาก
ฉู่เฟิงโยนเครื่องมือสื่อสารให้มัน แล้วเดินออกไปข้างนอกเพียงคนเดียว
เขาเดินไปตามถนน่หนึ่ง ก็ถึงด้านนอกของสวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่นี่คือบ้านของจ้าวซานเหยีย ซึ่งเป็ร้านรับตีอาวุธด้วยเช่นกัน
มาถึงวันนี้ งานฝีมือโบราณอย่างนี้ใกล้หายสาบสูญเต็มทีบ้านของจางซานเหยียนั้นถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่ขาดตอน
สกุลจ้าวเองก็ดำรงชีวิตไปพร้อมๆกับกาลเวลา ใช้โลหะผสมตามยุคสมัย ตีออกมาเป็ของมีคมทุกรูปแบบ จนมีชื่อเสียงทั้งได้รับความชื่นชมจากคนในท้องถิ่น
หน้าไม้แบบพับเก็บได้ที่ฉู่เฟิงพกติดตัวไปยังเขตทิเบตนั่นจ้าวซานเหยียก็เป็คนทำให้
“เสี่ยวฉู่ กลับมาั้แ่เมื่อไหร่กัน?” จ้าวซานเหยียยิ้มรับทันทีที่เห็นเขา ตอนนี้เขาอายุหกสิบกว่าแล้ว แต่ว่าร่างกายยังแข็งแรงดียิ่งผมขาวโพลน แต่ตัดสั้นตั้งตรง เส้นผมแข็งหนา
แค่ดูก็รู้ว่าผู้สูงวัยร่างกายใหญ่โตผู้นี้เป็คนอารมณ์ร้อนแรง
“ผมเพิ่งกลับมาเมื่อคืนครับ หลับเป็ตาย พอตื่นก็มาเยี่ยมปู่เนี่ยแหละครับ”ฉู่เฟิงยิ้ม
“ไอ้หนูนี่รู้จักเจรจาจริงๆ อยากได้อะไรจากปู่อีกล่ะสิท่า?” จ้าวซานเหยียถามยิ้มๆ
“ปู่ ผมอยากให้ปู่ทำคันธนูกับลูกศรให้ผมหน่อย”ฉู่เฟิงพูดตามตรง ตอนนี้ทุกแห่งหนล้วนเกิดการเปลี่ยนแปลง เขากังวลใจอย่างมาก คิดเตรียมการป้องกัน
อาวุธจำพวกปืนเขาไม่หวังมันเป็ของที่ต้องควบคุม ไม่มีทางที่จะหาซื้อได้ อีกอย่างในยุคนี้อาวุธเหล็กบางอย่างสามารถขายได้หากมีใบอนุญาต
ฉู่เฟิงบอกความ้าของตัวเองด้วยคำพูดเรียบง่ายจากนั้นก็บอกลา
จ้าวซานเหยียบอกเขาว่า หลายวันนี้มีคนมาที่ร้านขอซื้ออาวุธจำพวกดาบจากโลหะผสมทุกประเภทแต่อุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ความ้ามีมากกว่าตัวสินค้า กระนั้น ของที่เขา้าย่อมต้องลงมือทำให้ก่อนอย่างแน่นอน
พอกลับถึงบ้าน แม้ยังห่างอยู่่ระยะหนึ่งฉู่เฟิงเกิดความสงสัย เขาได้ยินหวงหนิวกำลังร้องมอๆ ไม่หยุดปาก
ทันใดนั้นเขาก็เจอปัญหา ไอ้หมอนี่กำลังวุ่นวายอยู่กับเครื่องมือสื่อสารท่าทางชื่นชอบอย่างมาก กำลังอินอย่างหนัก
เดี๋ยวนะ นั่นอะไร? จังหวะที่ฉู่เฟิงเข้าไปใกล้ เขาใสุดขีด หวงหนิวเปิดรายชื่อติดต่อเหมือนกำลังติดต่อกับใครบางคน
ฉู่เฟิงหัวหมุน รู้สึกหน้ามืดทันควัน
โดยเฉพาะเมื่อเขาเห็นรายชื่อพวกนั้นก็แทบจะกระอักเื รายชื่อที่กำลังติดต่ออยู่คือหลินนั่วอีและคนอื่นๆ
“ไอ้หนิวหมัวหวัง แกตาย!” ฉู่เฟิงคำรามลั่น