หลังจากเทียนิชูและหยางต้าหลงกลายเป็พี่น้องร่วมสาบานกันแล้ว ชีวิตของิชูก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมานวดแป้งเส้นก๋วยเตี๋ยวพอสายก็ยกอ่างน้ำล้างหน้ากับชาไปให้พี่ชายร่วมสาบานฝึกฝนการเคลื่อนไหวด้วยการละเล่นเล็กๆ น้อยๆ ของพี่ชายผู้ไม่รู้จักโต เสร็จแล้วก็เข้าไปช่วยงานในครัวจนดึกดื่นจะได้พักเพียงแค่วันละไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยบ่นออกมาเลยแม้แต่คำเดียว
เมื่อเวลาผ่านไปิชูก็ชินชากับชีวิตเช่นนี้เสียแล้วใบหน้าน่ารักของเด็กชายแต่งแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มสดใสอยู่เสมอ ไม่ว่าพี่ชายร่วมสาบานจะหาเื่ต่อยตีหรือกวนโมโหเพียงใดเด็กน้อยก็หาได้หงุดหงิดไม่นอกจากจะหลบการโจมตีโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าแล้วิชูก็ทำเพียงแค่ลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเท่านั้น
วันนี้เองก็เช่นกันร่างเล็กๆ โยกหลบการโจมตีที่มองแทบไม่เห็นของพี่ชายร่วมสาบานด้วยสีหน้าเฉื่อยชาไร้อารมณ์ทำให้ผู้โจมตีรู้สึกเสียหน้าและสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปไม่น้อย
“ว้า! ทำไมเ้าถึงหลบได้อีกแล้ว?ข้าใส่พลังปราณถึงสี่ส่วนแล้วเชียวนะ”
ร่างสูงในชุดสีฟ้าสว่างยกมือขึ้นเท้าสะเอวอย่างขัดใจใบหน้าหล่อเหลางอง้ำอย่างน่าขัน หากเขาอายุเท่าิชูมันก็คงน่าเอ็นดูไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่เขาอายุยี่สิบปีแล้ว
หยางต้าหลงกำลังหงุดหงิดพลังปราณของเขามิใช่ชั่วถึงไม่เร่งเร้าพลังจนถึงขีดสุดอานุภาพของมันก็รุนแรงกว่าคนทั่วไปอยู่หลายส่วนอีกทั้งทักษะการควบคุมพลังปราณของเขา ก็ถูกขนานนามว่าเป็ที่หนึ่งในคนรุ่นเดียวกันของตระกูลด้วย
แต่พลังปราณที่ภูมิใจกลับถูกเด็กน้อยผู้หนึ่งหลบได้อย่างง่ายดายแม้จะใช้พลังเพียงสี่ส่วนแต่ความเร็วและความรุนแรงของมันก็ไม่อาจดูแคลนได้ ขนาดพี่ใหญ่ของเขายังต้องเอาจริงไม่อาจทำเป็เล่นได้ทว่าเด็กน้อยไร้พลังปราณผู้นี้กลับรับมืออย่างไม่สู้จะใส่ใจสักเท่าไหร่เหมือนหลบก้อนดินที่เด็กน้อยปาเล่นกันอย่างไรอย่างนั้น
“พี่หลงข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าใส่แรงให้มากนักเกิดข้าวของเสียหายขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
น้องชายวัยหกขวบปีทอดถอนหายใจบ่นว่าพี่ชายอายุยี่สิบอย่างเหนื่อยหน่ายมือน้อยวางอ่างน้ำที่น้ำภายในไม่กระฉอกแม้เพียงนิดลงบนโต๊ะพร้อมผ้าสะอาดอีกหนึ่งผืน
“พังข้าก็จ่ายเงินชดใช้ให้มีสิ่งใดน่ากังวลกัน?”
ฝ่ายผู้ใหญ่ที่ถูกเด็กน้อยดุก็หาได้สำนึกไม่เถียงกลับมาหน้าตาย จนิชูนึกอยากเห็นหน้าบิดามารดาของพี่ชายผู้นี้ขึ้นมาทันที เขาอยากรู้นักว่าลูกประหลาดถึงเพียงนี้แล้วพ่อแม่จะเป็คนเช่นไร
“หลงซานเป็เมืองเล็กห่างไกลถึงเพียงนี้พี่หลงคิดว่าจ่ายเงินแล้วจะได้ของทันทีหรือ?โรงเตี๊ยมไผ่เขียวใช้แต่ของชั้นดีกว่าของจะมาส่งคาดว่าต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เลยทีเดียว”
เด็กน้อยกล่าวอย่างเป็เหตุเป็ผลเสียจนคนเป็ผู้ใหญ่อย่าง
หยางต้าหลงเถียงไม่ออก แต่ก่อนที่ใครจะได้กล่าวอะไรต่อไปเสียงแหลมของเด็กสาวผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“พี่หลง! ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้!”
ประตูเลื่อนถูกถีบกระเด็นิชูมองบานประตูที่หลุดเป็ชิ้นอย่างพิจารณาเมื่อเห็นว่ามันแค่หลุดจากกรอบไม่ถึงกับพังเป็ชิ้นๆเด็กชายก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วจึงเลื่อนสายตาไปมองสำรวจผู้มาเยือนอย่างเอิกเกริกผู้นั้น
ชุดผ้าไหมสีชมพูเป็มันวาวปักลายดอกไม้งดงามวิจิตรคือสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของิชูเมื่อเลื่อนสายตาจากชายประโปรงพลิ้วไหวขึ้นไปก็พบกับหยกสลักสีเขียวอ่อนร้อยพู่สีแดง้าผูกเป็เงื่อนมงคลรูปผีเสื้อ ผ้าคาดเอวสีแดงสดปักลายด้วยด้ายทองงดงามแปลกตาและเมื่อเลื่อนสายตาขึ้นไปจนถึงใบหน้ารูปไข่สีหยกขาวของเด็กสาวผู้หนึ่งดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วิชูคิดว่านางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น[1]นางมีดวงตาเรียวดุจตาหงส์ ขนตาหนาเป็แพ จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสด ตัดกับผิวขาวของนางราวกับหยดเืบนพื้นหิมะเมื่อประกอบเข้ากับแววตาเหมือนจะฆ่าคนได้แล้วเด็กสาวผู้งดงามผู้นี้จึงดูน่ากลัวอย่างมาก ราวกับผีสาวที่มาตามทวงแค้นจากคนรักอย่างไรอย่างนั้น
‘ผีแม่ม่ายที่ท่านแม่เล่าให้ฟังจะน่ากลัวแบบนี้ไหมนะ?’
ชั่วขณะหนึ่งิชูอดนึกถึงเื่ผีที่มารดาเคยเล่าให้ฟังไม่ได้เป็เื่ของผีสาวที่สูญเสียคนรักจึงตามล่าชายทุกคนที่ได้พบ เพราะเข้าใจว่าชายเ่าั้คือสามีของนางที่ตายจากไปเด็กชายกำลังคิดว่าหากผีแม่ม่ายมีตัวตนจริงๆอาจจะคล้ายกันกับเด็กสาวที่กำลังมีโทสะผู้นี้ก็เป็ได้ อย่างไรก็ตามิชูก็คิดเรื่อยเปื่อยได้ไม่นานเมื่อเด็กสาวผู้นั้นเริ่มต่อว่าพี่ชายร่วมสาบานของเขา
“พี่หลง ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร?”
นางะโลั่นอย่างไม่สนใจสายตาผู้ใด ไหล่บางสั่นระริกตามแรงสะอื้นน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองของนาง สีหน้าของนางนั้นก็ดูเ็ปเป็อย่างยิ่งในยามที่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า
“ข้าเป็คู่หมั้นของท่านแต่ท่านกลับหนีมาหานายโลม[2]อย่างนั้นหรือ?ท่านเห็นข้าเป็ตัวอะไรกัน?”
“อา! พี่หลงที่ท่านรั้งอยู่ที่นี่นานเพราะท่านติดใจตรีในหอโคมเขียว[3]รึ?”
ิชูอุทาน หันไปมองหน้าพี่ชายของตนอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินคุณชายรองตระกูลใหญ่ถ่อมาไกลถึงเพียงนี้เพื่อเที่ยวหอโคมเขียว หากนำไปเล่าให้ผู้อื่นฟังคงไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน
“เพ้ย! จะเป็อย่างนั้นได้อย่างไรกันเล่า!”
คนถูกกล่าวหาปฏิเสธทันควันคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่เคร่งครัดกฎระเบียบและยึดมั่นในภาพลักษณ์อันสูงส่งอย่างเขามีหรือจะได้เที่ยวหอนางโลมแค่ได้เที่ยวโรงน้ำชา[4]ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“เ้า! เ้าไม่ต้องมากล่าวเฉไฉ! เ้านั่นแหละที่ล่อลวงพี่หลง! เ้าเด็กไร้ยางอาย!”
ฝ่ายคู่หมั้นสาวผู้เกรี้ยวกราดประหนึ่งผีแม่ม่ายก็ตวาดลั่นนางชี้นิ้วอันมีเล็บยาวแหลมสีแดงสดของนางตรงมาที่ร่างเล็กของิชู
เด็กน้อยเลิกคิ้ว กะพริบตาปริบๆสมองน้อยๆ พยายามทำความเข้าใจประโยคของเด็กสาวเอ่ยออกมาทว่ายังไม่ทันที่จะคิดอ่านได้กระจ่าง ร่างบางก็พุ่งเข้าโจมตีเสียแล้ว
ิชูก้าวเท้าเบี่ยงตัวหลบตามความเคยชิน หัวคิ้วย่นเข้าหากันั์ตาสีสนิมเพ่งมองอากาศโดยรอบเด็กสาวผู้นั้นอย่างระแวดระวังเพราะเขาไม่มีลมปราณจึงไม่สามารถััถึงพลังปราณได้ จำเป็ต้องอาศัยการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของสิ่งรอบตัวแทน
“ช้าก่อนพี่สาว!ท่านไม่พอใจข้าด้วยเื่อันใดกัน?”
เด็กน้อยร้องถามพลางหลบหลีกเพลงฝ่ามือของนางไปพลางิชูไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวว่าเหตุใดพี่สาวท่านนี้จึงได้โกรธเขาถึงเพียงนี้
“หุบปาก!เ้ากล้าล่อลวงคู่หมั้นข้า วันนี้ข้าจะไม่ยอมปล่อยเ้าไปแน่!”เด็กสาวตวาดลั่น
“พี่สาวข้าเป็ชายจะล่อลวงคู่หมั้นท่านได้อย่างไร?”
ิชูถามเพราะตามความคิดของเด็กสาวผู้นั้นไม่ทันคิ้วหนาของเด็กชายขมวดยุ่งขณะหลบหลีกการโจมตีของเด็กสาว ความเกรี้ยวกราดดุดันของนางก็น่ากลัวนักิชูเคยคิดว่าคุณหนูตระกูลใหญ่จะเรียบร้อยสง่างามไม่คาดว่าจะดุดันบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้
ร่างเล็กขยับหลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่วไม่มีติดขัดจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายกระบวนท่าแล้วแต่เสื้อผ้าของเขาก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แต่ิชูก็ยังไม่แน่ใจว่าหากยังเป็เช่นนี้ต่อไปเขาจะรักษาสภาพเรียบร้อยเช่นนี้ต่อไปได้หรือไม่
“เ้ายังจะทำไขสืออยู่อีกรึ?เห็นอยู่ว่าเ้าออดอ้อนออเซาะล่อลวงพี่หลงของข้าจนหลงหัวปักหัวปำไม่ยอมกลับบ้านช่างหน้าหนายิ่งนัก!”
เด็กสาวยังคงกล่าววาจาเชือดเฉือนต่อไปใบหน้าของนางงามหยดย้อยทว่าพอกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา ความงามก็คล้ายถูกบดบังไปจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงผีแม่ม่ายขี้หึงตนหนึ่งเท่านั้น
“พี่สาว! ท่านกล่าวอันใด?ข้าเป็บุรุษนะขอรับ”
เด็กน้อยยังคงไม่เข้าใจการโจมตีของเด็กสาวหนักหน่วงมากขึ้นทุกทีและพี่ชายอย่างหยางต้าหลงก็ไม่คิดจะสอดมือเข้ามาช่วย
ตรงกันข้ามเขากำลังลุ้นว่าน้องชายจะพลาดท่าเมื่อใดอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว
‘ในเมื่อพี่ชายอย่างข้าทำอะไรรุนแรงไม่ได้ก็ปล่อยให้ว่าที่พี่สะใภ้ทดสอบฝีมือเ้าดูหน่อยก็แล้วกัน’
“เพ้ย! เลิกเฉไฉได้แล้วเ้าเด็กบ้า!”
ผีแม่ม่ายในสายตาของิชูกระหน่ำฟาดฝ่ามือใส่เด็กน้อยอย่างไม่ลดละลมปราณของนางเดือดพล่านจนฝุ่นผงในอากาศฟุ้งกระจายกลายเป็รูปร่างของพายุหมุนขนาดย่อมข้าวของต่างๆ ภายในห้องเริ่มสั่นไหวจนเกิดเสียงดังและที่ภายนอกก็เริ่มมีผู้คนออกมามุงดูอยู่ห่างๆส่วนใหญ่แล้วเป็แขกที่มาพักในโรงเตี๊ยมอันมีนิสัยสอดรู้สอดเห็นเื่ราวของผู้อื่นเป็ทุนเดิมและอีกส่วนหนึ่งเป็บ่าวในโรงเตี๊ยมที่นึกเป็ห่วงความปลอดภัยของบ่าวตัวน้อย
‘คนที่บ้าคือพี่สาวต่างหาก!’
ิชูนึกทุ่มเถียงในใจแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เขาคิดว่าพี่สาวท่านนี้เป็ถึงคู่หมั้นของคุณชายตระกูลใหญ่ฐานะของนางย่อมไม่สามัญิชูไม่อยากล่วงเกินนาง แต่เขาก็ปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีตนเองต่อไปไม่ได้เช่นกันสมองน้อยๆ เร่งคิดหาทางออก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นแววตาสนุกสนานของหยางต้าหลงเข้าความคิดของิชูก็พลันเจิดจ้าขึ้นในทันทีนั้น
หากพี่สาวผู้นี้กลายเป็น้ำส้ม[5]ไหใหญ่เพราะหึงหวงพี่หลงก็ให้พี่ชายคนใหม่ของตนรับเคราะห์ไปเสียก็สิ้นเื่
“พี่สาวข้าไม่ทราบว่าท่านได้รับฟังเื่ราวเช่นใดมาแต่ข้าว่าท่านกำลังถูกหลอกแล้วขอรับ”
ิชูกล่าวพร้อมกับะโถอยหลังเว้นระยะห่างจากเด็กสาวไม่ให้นางโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง
“ใช่! และคนผู้นั้นก็คือเ้า!”
ผีแม่ม่ายตวาดพร้อมกับซัดฝ่ามือเคลือบพลังปราณใส่ร่างเล็กอีกครั้ง
“ผิดแล้ว!คนผู้นั้นไม่ใช่ข้า!”
เด็กน้อยหลบการโจมตีและโต้แย้งออกมา
“โกหก!”
เด็กสาวผู้นั้นยังคงไม่เชื่อิชูจึงจำต้องงัดไม้ตายออกมาใช้อย่างเลี่ยงไม่ได้
“ข้าไม่ได้โกหก! เป็คุณชายหลงต่างหากที่โกหก คุณชายนิสัยไม่ดีชอบกลั่นแกล้งผู้คนข้าเป็เพียงแค่เสี่ยวเอ้อเขายังหาทางกลั่นแกล้งข้าไม่เว้นแต่ละวันท่านไม่เห็นหรือว่าเขากำลังชอบใจที่เห็นข้าตกที่นั่งลำบาก ท่านดูสิ! ปากของเขาฉีกกว้างจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว!”
เด็กน้อยไม่พูดเปล่ายังชี้นิ้วไปทางหยางต้าหลงที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่มุมห้องด้วยคุณชายรองตระกูลหยางถึงกับลากโต๊ะเก้าอี้ไปวางที่มุมนั้นหากไม่ใช่การจงใจก็คงจะบังเอิญเกินไป ฝ่ายชายหนุ่มเมื่อเห็นนิ้วมือน้อยๆชี้มาที่ตนก็สะดุ้ง รีบวางถ้วยชาลงแต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
ั์ตาดุดันของเด็กสาวตวัดมองตามนิ้วน้อยๆของิชูอย่างช่วยไม่ได้และเมื่อนางเห็นท่าทางเหมือนผู้คนที่กำลังชมดูมหรสพของคู่หมั้นเป้าหมายการโจมตีของนางจึงเปลี่ยนไปทันที
“พี่หลง! ท่านปั่นหัวข้าอีกแล้วรึ?”
นางถลึงตาใส่เขาในฝ่ามือปรากฏลูกไฟร้อนแรงลูกหนึ่งขึ้นมันเป็เพลิงที่เกิดจากการโคจรพลังปราณจนลุกไหม้ การใช้พลังธาตุเช่นนี้ที่มีแต่ผู้ที่ฝึกฝนการควบคุมลมปราณจนถึงขั้นสี่หรือก็คือระดับชำนาญการแล้วเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้
ิชูพบเห็นผู้ฝึกยุทธ์มาั้แ่เล็ก เพราะเมืองหลงซานเป็จุดแวะพักของบรรดาจอมยุทธ์ที่หวังเข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในป่าหงหลงอานุภาพของพลังธาตุอันบริสุทธิ์เช่นนี้เด็กชายทราบดีว่ารุนแรงเพียงใด ครั้นเมื่อเขาเห็นลูกไฟในมือของผีแม่ม่ายตนนั้นเด็กชายก็รีบถลาเข้าไปคว้าแขนของนางเอาไว้ทันที
“ไม่ได้นะขอรับ! ประเดี๋ยวไฟจะไหม้โรงเตี๊ยมพี่สาวมีเื่ต้องสะสางกับคุณชายหลงก็ไปสะสางกันที่อื่นเถิดขอรับ”
“นี่เ้ากล้าไล่ข้ารึ?”
นางหันมาตวาดถาม น้ำเสียงและสีหน้าไม่พอใจเป็อย่างยิ่งทว่าเด็กน้อยก็ไม่ยอมถอย
“ใช่ขอรับ ท่านจะเผาโรงเตี๊ยมเช่นนี้แล้วข้าจะอยู่เฉยได้อย่างไรข้าขอร้องพวกท่านให้ไปสะสางเื่ราวกันที่อื่น เพราะหากโรงเตี๊ยมพังไปแล้วข้าก็จะไม่มีงานทำแล้วน้องสาวของข้าจะต้องอดตายแน่ๆ ขอรับ!”
ิชูทำหน้าบิดเบี้ยวบีบน้ำตาอ้อนวอนด้วยเสียงอันดังผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างนึกเวทนาบ่าวตัวน้อยอยู่หลายส่วน พวกเขาต่างคิดตรงกันว่าเด็กคนนี้คงขายแรงงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวหากโรงเตี๊ยมอันเป็ที่ทำงานได้รับความเสียหายจนต้องปิดตัวลง เด็กชายย่อมไร้หนทางจะหาเงินไปจุนเจือครอบครัวอย่างแน่นอน
เด็กสาวแสดงอาการฮึดฮัดไม่พอใจ แต่กระนั้นนางก็ยอมดับไฟในมือของตนแต่โดยดีนางสลัดแขนเบาๆ ิชูก็ยอมปล่อยแขนของนางให้เป็อิสระผู้คนที่มามุงดูเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์สงบแล้วต่างก็พากันแยกย้ายกลับไปที่ของตน
ฝ่ายเด็กสาวผู้บุกรุกมาด้วยความเกรี้ยวกราดก็สงบลงมากนางหันมาพิจารณาิชูอย่างตั้งใจ เด็กสาวเพิ่งจะได้สังเกตเด็กชายอย่างจริงจังเป็ครั้งแรกแล้วก็พบว่าเด็กชายผู้นี้หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูนับว่าถูกใจนางอยู่หลายส่วนทว่านางก็ยังไม่อาจวางใจได้
“เ้าบอกว่าเ้าเป็แค่เสี่ยวเอ้อ?”
นางถาม
“ขอรับแต่พอยกอ่างน้ำกับชามาให้คุณชายหลงแล้วผู้น้อยจะไปช่วยงานในครัวทั้งวันขอรับ”
“เ้าไม่ได้เป็อะไรกับเขาใช่ไหม?”
พอถูกถามอย่างนั้นเด็กน้อยก็เอียงคอทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบไปตามความจริงว่า
“อันที่จริงพี่หลงกับข้าเป็พี่น้องร่วมสาบานกันขอรับ”
“เป็เช่นนั้น?”
นางหันไปถามคู่หมั้นที่ยืนเหงื่อตกอยู่ไม่ไกล
“ใช่ เสี่ยวเทียนเป็น้องชายร่วมสาบานของข้าเ้าเลิกคิดอกุศลต่อพวกเราได้แล้ว”
“หึ เป็เพราะท่านทำตัวมีพิรุธผู้คนถึงได้คิดไปไกลหาใช่ความผิดข้าไม่”
นางสะบัดหน้าหนีเชิดคางขึ้นเล็กน้อยสองมือยกขึ้นกอดอก ท่าทางถือดีอย่างยิ่ง
“ผู้ใดกล้ากล่าววาจาเช่นนั้นข้าจะไปฆ่ามัน”
หยางต้าหลงคำรามตัวเขาถูกนินทาว่าเป็พวกนิยมตัดแขนเสื้อนั้นไม่เท่าไหร่ แต่น้องชายของเขากลับถูกทำให้เสียหายไปด้วยเช่นนี้เป็เื่ที่ยอมไม่ได้
ิชูได้ฟังแล้วก็ลอบกลอกตารอบหนึ่งก่อนจะบอกกล่าวแก่พี่ชายของตนว่า
“พี่หลงไม่จำเป็ต้องไปฆ่าใครหรอกขอรับ แค่ท่านไปนั่งทานอาหารกับพี่สาวท่านนี้ในห้องอาหารแล้วให้นางซักฟอกท่านเสียงดังหน่อยก็พอแล้ว”
“เ้าจะปล่อยพวกมันไปเฉยๆ อย่างนั้นรึ?”
หยางต้าหลงยังคงไม่เห็นด้วยใจเขานึกอยากสั่งสอนพวกปากพล่อยเ่าั้ให้เข็ดหลาบคราวหน้าคราวหลังจะได้ไม่กล้ากล่าวให้ร้ายตัวเขาและน้องชายอีก
“ข้าสนแค่ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจผิด เื่การแก้แค้นนั้นวุ่นวายเกินไปอีกอย่างหากท่านทำร้ายหรือสังหารผู้คนเพียงเพราะพวกเขากล่าววาจาไม่รื่นหูแล้วท่านแม่ของท่านคงเสียใจยิ่งที่มีบุตรชายเป็อันธพาล”
“ฮ่าๆ! พี่หลง ท่านได้น้องชายที่ดียิ่ง คราวนี้ข้าคงวางใจได้ว่าท่านจะไม่เถลไถลนอกลู่นอกทางอีก”
เมื่อได้ฟังคำพูดตรงไปตรงมาไม่เกรงใจของิชูเด็กสาวก็หัวเราะลั่นคุณชายเ้าสำราญอย่างหยางต้าหลงสมควรแล้วที่จะมีน้องชายเช่นนี้
“หัวเราะเสียงดังเช่นนี้เ้าช่างไม่มีความเป็กุลสตรีเอาเสียเลย”
ชายหนุ่มตำหนิคู่หมั้นของตัวเองทว่านางก็หาได้ใส่ใจไม่ คำพูดทำนองนี้นางได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วทั้งนี้ก็เนื่องมาจากนิสัยที่คล้ายกับบิดาของนางนั่นเองเด็กสาวหันไปแนะนำตัวและฝากฝังคู่หมั้นกับเด็กน้อยเสียอย่างนั้น
“ข้ามู่ซินเป็คู่หมั้นของพี่หลงถือเป็ว่าที่พี่สะใภ้ของเ้า จากนี้ไปก็ฝากเ้าดูแลพี่หลงด้วย”
“ข้าเทียนิชูคารวะว่าที่พี่สะใภ้”
เด็กน้อยผสานมือค้อมศีรษะคำนับผีแม่ม่ายที่กลายมาเป็คู่หมั้นของพี่ชายตนในใจก็พลันคิดไปว่าคนประหลาดเช่นพี่หลงย่อมเหมาะสมกันกับสตรีนิสัยแปลกประหลาดเช่นเดียวกัน
“นี่พวกเ้าเมินข้าอย่างนั้นรึ?”
ชายผู้ถูกเมินเริ่มเรียกร้องความสนใจทว่านั่นกลับเป็การตัดสินใจที่ผิดมหันต์
“พี่หลงพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว ข้ายังมีเื่ต้องสะสางกับท่านอย่าได้คิดหนีเชียว”
มู่ซินหันไปกล่าวกับคู่หมั้นของนางมือเรียวคว้าจับแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นส่งสายตากดดันไม่ให้เขาคิดหลบหนีไปไหนจากนั้นก็หันมากล่าวกับน้องชายของว่าที่สามีว่า
“วันนี้ข้าสร้างความลำบากให้กับพวกเ้ายิ่งนักเ้านำนี่ไปมอบให้เถ้าแก่เถิด ถือเสียว่าเป็ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น”
ิชูได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นก็เข้าใจได้ทันทีว่าตนควรจะไปได้แล้วเด็กน้อยจึงรับคำและรับเอาถุงเงินมาถือไว้ ก่อนจะค้อมกายถอยออกจากห้องไปโดยไม่สนใจพี่ชายร่วมสาบานที่กำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาเลยแม้แต่น้อย
[1] พิธีปักปิ่น หรือ 笄礼 (จี้หลี่) เป็พิธีเข้าสู่วัยสาวของจีน จัดให้แก่เด็กสาวอายุ ๑๕ปีขึ้นไปที่พร้อมออกเรือน
[2] แปลงมาจากคำว่า นางโลมอันเป็ภาษาปากที่หมายถึงหญิงที่ขายบริการทางเพศ ในที่นี้ใช้คำว่า นายโลมสื่อถึงชายที่ขายบริการทางเพศ
[3] คำเรียกสถานที่ที่มีการขายบริการทางเพศหอนางโลม, หอคณิกา ก็เรียก
[4] ร้านที่ขายน้ำชาและของว่างเป็หลักอาจมีการแสดงให้ความบันเทิงแก่ลูกค้าด้วย แต่ไม่มีการขายบริการทางเพศ
[5]น้ำสมสายชูมีกลิ่นฉุนจึงมักใช้เปรียบเปรยถึงผู้ที่มีอาการหึงหวงอาจเปรียบคนผู้นั้นเป็ไหน้ำส้มสายชู หรือเปรียบว่าเหมือนกินน้ำส้มสายชูเข้าไปก็ได้