The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 31 เมื่อปัญญาถูกเผาไหม้

            และผู้ถูกเลือกทั้ง 100 คนหลังจากนี้อีก 1 เดือนก็จะได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานเทศกาลแลกเปลี่ยนประจำปี ซึ่งเป็นงานสำหรับผู้วิเศษและผู้วิเศษชั้นสูง เมื่อจบงานนี้ไปอีก 6 เดือนถึงจะเป็นงานเทศกาลแลกเปลี่ยนที่แท้จริงสำหรับระดับเหนือมนุษย์ อันเป็นตัวตนระดับศิษย์สายหลักขึ้นไป มิเนอร์วาหลังจากกลับมาจากการทดสอบก็เริ่มทำตามแผนที่เคยได้วางเอาไว้เมื่อนานแล้ว



            เหรียญทองที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้ถูกนำเอาไปเช่าอาคารไม้ 2 ชั้น โดยที่ชั้นล่างด้านหน้าถูกรื้อไม้เก่าของเดิมออกและติดเป็นกระจกใสมองเห็นภายในร้านโล่งกว้าง มีหุ่นไม้ที่สวมชุดสูทได้อย่างชัดเจนยืนแสดงตัวอยู่หลังกระจก 4 ตัว สถานที่นี้เป็นของกลุ่มใบไม้หอมที่ถูกเช่ามา ทำเลค่อนข้างดีอยู่ในพื้นที่ที่คนพลุกพล่าน แต่ก็ห่างไกลจากร้านเหล้าใบไม้หอมและสถานที่ร่ำเรียนพอสมควร บนชั้น 2 คือสถานที่พักผ่อนของมิเนอร์วา ส่วนชั้นล่างจะถูกทำเป็นห้องตัดเสื้อ โดยจะมีช่างตัดเสื้อวัย 50 ปี นามว่าฟาเต้เป็นผู้ดูแลต้อนรับลูกค้ารวมไปถึงการวัดและจดรายละเอียดของชุดในแบบที่ลูกค้าต้องการ



            สินค้ามีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบอย่างคือ 1.ชุดสูทแบบธรรมดาไม่เน้นความซับซ้อน รูปแบบเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากและไม่ได้มีความพิเศษของเนื้อผ้า ราคาทั้งชุดจะขายอยู่ที่ 1 เหรียญทอง 2.ชุดสูทแบบพิเศษ ถึงจะเป็นรุ่นผลิตจำนวนมากเช่นกัน แต่ต่างกันที่ผลิตจากวัสดุและเนื้อผ้าพิเศษ มีความเหนียวทนทาน และระบายความร้อนได้ดีกว่าสูทแบบธรรมดา อีกทั้งมักจะเป็นรุ่นที่มีจำนวนจำกัดต่อหนึ่งรอบการผลิต ราคาจึงสูงกว่าสูทธรรมดาถึงสิบเท่า ราคาขายอยู่ที่ 10 เหรียญทอง



            และสุดท้าย สูทแบบสั่งตัด ใช้วัสดุและวัตถุดิบพิเศษจำเพาะทุกชิ้น มีการออกแบบชุดสูททั้งหมดอย่างละเอียด ผลิตจากเนื้อผ้าถักทอพิเศษเรียกได้ว่าใช้ของคุณภาพสูงที่สุดทุกชิ้นส่วนในการผลิต จะมีการวัดสัดส่วนร่างกายทั้งหมดของลูกค้าแล้วนำมาคำนวณหาความเหมาะสมอย่างพิถีพิถัน จนได้สัดส่วนชุดสูทที่จะเหมาะสมสำหรับผู้สั่งตัดแต่เพียงผู้เดียว ราคาจะขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการผลิต และระดับความพอใจของเจ้าของห้องตัดสูท เริ่มต้นที่ 100 เหรียญทอง หลังจากพึ่งแขวนป้ายชื่อร้านเสร็จ รถม้าสีดำ 2 คันก็วิ่งเข้ามาหยุดจอดตรงหน้าร้านทันที



            กลุ่มชายกำยำจากรถม้าคันข้างหลังรีบวิ่งมาเข้าแถวเปิดประตูให้แก่หัวหน้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ



            "ห้องสูทแห่งปัญญา?... สงสัยเจ้าคงจะใช้ความรู้จำนวนมากในการคิดค้นชุดสุดเท่นี่ขึ้นมาสินะ ข้ามาตามสัญญาแล้วไปกันพี่น้องข้า"



            เป็นเจสันที่เดินหัวเราะอารมณ์ดีลงมาจากรถม้า หลังจากจบงานคัดเลือกตัวแทนมันก็เฝ้าจินตนาการถึงกลุ่มสุดเท่ในชุดสีดำอยู่ตลอด รีบมาหาเด็กหนุ่มทันทีที่ลูกน้องรายงานว่าห้องตัดสูทเปิดแล้วอย่างเป็นทางการ มิเนอร์วาที่พึ่งลงจากบันไดอมยิ้มส่ายหัว



            'อย่างน้อยชุดที่เราออกแบบก็มีคนชอบ 1 คนแล้ว ต้องไปได้ดีแน่ๆ กับที่ลงทุนไป'



            เด็กหนุ่มก้าวเดินนำหน้าเข้าไปในร้านโดยมีเจสันและเหล่าลูกสมุนเดินตามหลัง การวัดขนาดตัวถูกให้บริการโดยช่างผู้ชำนาญอย่างฟาเต้ ก่อนที่รายละเอียดและข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นจะถูกส่งไปให้มิเนอร์วา รูปแบบเสื้อพร้อมตัวเลขสีขาวมากมายถูกขีดเขียนขึ้นบนกระดานดำ มีการคำนวณตัวเลขและสัญลักษณ์ที่เต้นหยุบหยับจนแน่นกระดาน ทุกคนในร้านได้แต่จ้องมองแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มที่ขีดเขียนไปมาโดยไม่สนสายตาโง่งมของผู้คนรอบด้าน



            'หรือเจ้าหนูนี่กำลังแกล้งหลอกคำนวณมากมายเพื่อเพิ่มราคาสินค้ากัน วิธีขายของแบบนี้ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้นะ'



            'นี่สินะที่มาของชื่อร้าน ห้องตัดสูทแห่งปัญญา… แค่ข้าเห็นตัวเลขพวกนั้นแล้ว ก็รู้สึกเวียนหัวอยากอาเจียนขึ้นมาทันที ไม่แพงสิแปลก'



            ผู้คนภายในห้องตัดชุดต่างคิดกันไปเองมากมายหลายหัวข้อ จนกระทั่งขีดสุดท้ายถูกขีดเขียนลงบนกระดาน มิเนอร์วาก็เอ่ยปากบอกเล่าถึงขนาดของสัดส่วนสำหรับสูทสั่งตัดพิเศษ 5 ตัวที่เจสันต้องการให้ฟาเต้จดบันทึก



            "วัสดุที่ใช้เย็บ ใช้ด้ายที่ผลิตขึ้นจากเส้นใยเถาวัลย์ม่ายโศกที่มีความเหนียวเป็นพิเศษ เนื้อผ้าใช้ไหมเมฆาที่บางเบาแต่กลับให้สีสันเข้มข้นสวยงาม ทอทับบนเส้นขนจิ้งจอกหิมะที่เพิ่มความเย็นสบายระบายอากาศได้ดี อีกทั้งยังสามารถรักษาอุณหภูมิร่างกายได้แม้จะอยู่ในที่ร้อนหรือหนาวจัด กระดุมทุกเม็ดผลิตด้วยวัตถุดิบที่เกิดจากแร่หายากบนเทือกเขาสูงทางเหนือของแทนลายัส มีส่วนช่วยให้เลือดลมบริเวณที่สัมผัสกับกระดุมหมุนเวียนได้ดีขึ้น ส่วนอื่นของชุดสูตรไม่ว่าจะเป็น กางเกง เนกไท เสื้อกั๊กและเสื้อเชิ้ตแขนยาว ล้วนใช้วัสดุประเภทเดียวกันทั้งหมด ปกติการใช้วัสดุขนาดนี้ชุดหนึ่งข้าจะคิดที่ 200 เหรียญทอง แต่ท่านข้าให้เป็นกรณีพิเศษตามที่ได้ตกลงกันไว้ 5 ตัว 500 ทอง"



            มิเนอร์วาสาธยายสรรพคุณและความพิเศษทั้งหมดแต่เก็บเรื่องรายละเอียดพิเศษบางอย่างไว้เป็นความลับ เจสันผงกหัวกล่าวเห็นด้วยไม่ขัดข้อง



            "5 ตัว 500 ทอง สูทสีดำล้วนแบบพิเศษ 10 เหรียญทองสำหรับเจ้าพวกนี้อีก 20 ตัว และสูทสีดำแบบธรรมดาอีก 20 ตัว"



            มิเนอร์วาเลิกคิ้วไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะใจกว้างเหมาซื้อชุดสูทเป็นจำนวนมากให้กับลูกน้อง "ฮ่าๆ ๆ สมัยข้ายังเด็กท่านพ่อมักสั่งสอนอยู่เสมอ… พบเจอลูกค้าดีให้ผูกมิตรไว้ แต่ถ้าเป็นลูกค้าที่ทั้งตัวสร้างขึ้นมาจากเหรียญทองและมีนิสัยที่ดียิ่งต้องบริการอย่างจริงใจมากเป็นพิเศษ ข้ายังคงยึดถือหลักการนั้นเสมอมา 700 เหรียญทองก็พอแล้วสำหรับมิตรภาพของพวกเรา เมื่อชุดสูททั้ง 45 ชุดตัดเสร็จ ข้าจะนำไปมอบให้ด้วยตัวเอง จ่ายเงินเมื่อได้ของ"



            "จ่ายเงินเมื่อได้ของ ข้าไม่รบกวนเวลาแล้ว ลาก่อน"



            เจสันเดินเข้ามาจับมือมิเนอร์วาพูดเอ่ยย้ำข้อตกลงอย่างเชื่อใจ มันหันหลังจากไปอย่างอารมณ์ดี ในมือถือถุงกระดาษใส่ชุดสูทแบบพิเศษที่ตัดไว้เป็นสินค้าตัวอย่าง การนัดแนะแบ่งหน้าที่กับฟาเต้ถูกจัดแจงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการที่ทั้งคู่ช่วยกันทำงานอย่างคล่องแคล่วถึงจะตัดผ้าไม่เป็น แต่การผลิตวัสดุและวัตถุดิบทั้งหมดขึ้นมาล้วนต้องพึ่งพาผลการวิจัย สิ่งนี้เป็นงานในส่วนที่แม้แต่ฟาเต้ก็ยังไม่เข้าใจ ต้องให้เด็กหนุ่มจัดการเป็นส่วนหลัก



            หลังจากนั้น 10 วันได้พ้นผ่านไปชุดสูทแบบธรรมดาทั้ง 20 ตัวจากฝีมือฟาเต้ก็ผลิตเสร็จสิ้น แต่ในคืนวันที่ 15 ก่อนจะถึงงานเทศกาลนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ในคืนที่เงียบสงัด ผู้คนมากมายรวมทั้งมิเนอร์วาต่างก็หลับตาพักผ่อนอย่างไม่รู้เรื่องราว กลุ่มคนชุดดำหลายสิบคนปกปิดใบหน้ามิดชิด เห็นเพียงคิ้วและดวงตา พวกมันเดินแยกกันประจำจุดตามสถานที่ต่างๆ ภายในย่านนี้ ถังไม้บรรจุของเหลวขนาดไม่ใหญ่มากกำลังถูกเทราดอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่พวกมันจะลงมือจุดไฟอัญเชิญเทพแห่งอัคคี



            เปลวเพลิงรุกไล่ไปตามทางที่น้ำมันวาฬได้ถูกเทราดเอาไว้ พวกมันแต่ละคนช่วยกันปาก้อนหินใส่กระจกร้านค้าแห่งหนึ่งในย่านนี้เพื่อปลุกผู้คน ทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนโวยวายดังขึ้น พวกมันก็วิ่งหนีหายไปกับความมืด มิเนอร์วาที่ได้ยินเสียงโวยวายเช่นกันก็ลืมตาตื่น พยายามจับใจความของเสียงที่กำลังเอะอะอยู่ข้างนอก จึงได้รู้ว่าเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น



            เมื่อเดินออกมาหน้าร้านของตนเอง ก็เห็นสภาพข้างนอกที่เลวร้าย เด็กหนุ่มก็ปวดหัวทันทีที่ได้รู้เห็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ผู้คนเห็นแก่ตัวหลายคนพยายามก่อความวุ่นวายฉวยโอกาส หวังที่จะเข้าไปขโมยของปล้นชิงทรัพย์ ทุกวินาทีที่ผ่านไปเปลวไฟก็ลุกลามใกล้เข้ามาเรื่อยๆ



            เพล้ง!



            เสียงกระจกด้านหลังมิเนอร์วาแตกกระจายลงพร้อมกับเงาคนที่พุ่งเข้าไปด้านในร้าน



            "บัดซบ!... เจ้าหาที่ตายแล้ว ออกไป!"



            เด็กหนุ่มหันหลังสาวเท้าวิ่งตามเข้าไปลากคอโจรร้ายที่แอบฉวยโอกาสยามเผลอประมาท เปลวไฟนั้นลุกลามมาไวมาก ชั่วขณะที่กำลังยืนเตะหัวขโมยซึ่งกล้ามาท้าทายล้วงคองูเห่าหางกระดิ่งที่บนชั้นสองอยู่นั้นเอง อนิจจาเพลิงไฟได้ไหม้ลามมาไวมากเกินไป เมื่อลากตัวหัวขโมยชั่วลงมาถึงชั้นล่างไฟก็เริ่มลุกไหม้แล้ว ร่างกายที่ถูกกระทืบจนหมดสภาพในมือมิเนอร์วาถูกโยนปลิวไปนอนไร้สติอยู่กลางถนนดินที่มีแต่ฝุ่นแดง



            "อาจารย์ข้าเก็บของทั้งหมดในร้านไว้ที่ท่านได้หรือไม่ ไฟมาแล้ว ขนย้ายไม่ทันเป็นแน่!"



            "สบายมาก รีบทำเข้าเถอะ แล้วค่อยไปกระโดดหนีที่ชั้นสอง"



            มิเนอร์วาวิ่งเก็บของทุกอย่างในร้านอย่างทุลักทุเลจนทั่วทั้งร้านเกลี้ยงโล่งไม่เหลืออะไรไว้ ใบหน้าขาวเปื้อนเขม่าด่างดำเป็นจุดๆ เมื่อของทุกชิ้นด้านในร้านชั้นล่างถูกเก็บไปหมดแล้ว ทั่วชั้นสองด้านบนที่เป็นส่วนสำหรับพักอาศัยก็ถูกกวาดจนเกลี้ยงเช่นกัน หากโจรกระจอกที่นอนไม่มีสติด้านนอกมาเห็นมันเข้า คงรู้สึกอยากกราบมิเนอร์วาเป็นอาจารย์อย่างแน่นอน หลังสำรวจในห้องอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วไม่พบสิ่งใดเหลือเอาไว้ เด็กหนุ่มก็โดดหนีตายลงมาจากหน้าต่างบนชั้นสอง



            ลุกขึ้นมาได้ก็วิ่งไปลากร่างขโมยที่นอนอยู่ตรงถนนหน้าร้านออกมา โยนส่งมันอีกครั้งไปยังที่ปลอดภัยไกลจากการถูกเผาไหม้ เด็กหนุ่มมองกลับหลังจ้องมองไปที่ป้ายหน้าร้าน 'ห้องตัดสูทแห่งปัญญา' เชือกแขวนป้ายบัดนี้ได้ขาดไปด้านหนึ่ง ป้ายไม้ที่ห้อยโตงเตงกำลังถูกเผาไหม้ลงทีละน้อย เสียงวุ่นวายของผู้คนรอบด้านยังคงเอะอะโวยวายเช่นเดิม แต่พื้นที่รอบตัวมิเนอร์วากลับไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ ความตื่นตกใจร้อนรนในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ถูกสุมอยู่ในอก



            แววตาจ้องมองป้ายไม้ที่สลักชื่อร้านอย่างเยือกเย็น หมอกสวรรค์อนธการถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งแพร่กระจายไปทั่วถนน แต่หมอกสวรรค์อนธการย่อมไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง การปลดปล่อยหมอกมืดนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะดับไฟ เพียงแต่ต้องการทำให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ ในวินาทีที่คำว่า 'ปัญญา' ได้ถูกเผาไหม้จนหายไปกับกองไฟ ซากของป้ายร้านที่ดำไหม้เป็นตอตะโกก็ได้ร่วงหลุดลงมาตกลงพื้นแตกกระจาย



            "เงียบให้ข้าเดี๋ยวนี้! ผู้ใดกล้าก่อความวุ่นวาย ข้าจะทำให้มันผู้นั้นนอนจมเลือด ดังเช่นเจ้าโง่นี่!"



            เสียงคำรามของมังกรสวรรค์อนธการในร่างดังขึ้น 'สวรรค์กำสรวล' ประกาศออกมาเป็นเสียงคำสั่งเผด็จการเด็ดขาด ดั่งโองการฟ้าห้ามขัดขืน ให้ความรู้สึกหนาวเย็นจนน่ากลัว เสียงผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี บุรุษ คนชราหรือแม้แต่เสียงสุนัขก็รีบงับปากเงียบ ไม่กล้าขยับตัวส่งเสียงดังแม้แต่น้อย ทุกชีวิตหยุดการกระทำทั้งหมดลง ผู้ที่นอนหรือนั่งอยู่พากันลุกขึ้นยืนอย่างเงียบๆ ทั้งหมดจ้องมองมาที่เด็กหนุ่มเป็นตาเดียวกัน มิเนอร์วายังคนยืนหันข้างให้ผู้คน สายตาจ้องมองไปที่เปลวไฟซึ่งยังคงลุกโชนลามไปทั่ว จากนั้นจึงหันตัวกลับมาประสานสายตากับทุกชีวิต



            "ใครขโมยอะไรของใครไปก็คืนเจ้าของเดิมซะ ส่วนใครที่คิดจะหลอกข้าต้องคิดให้ดี ทุกการกระทำมักมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ"



            เมื่อสิ้นเสียงสายตาที่จดจ้องมองมาช่างน่าหวาดกลัว ภาพเงาเลือนรางกลมใหญ่ของสายตาคู่หนึ่งที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาราวกับพึ่งลืมตาตื่น ดวงตากลมโตสีดำมืดที่มีนัยน์ตาสีเขียวทรงยาวรีอยู่ตรงกลาง ได้ขยับกวาดผ่านทุกร่างเต็มไปด้วยแรงกดดันทางวิญญาณ สายตานั้นจ้องมองสยบทุกผู้คนอย่างน่าครั่นคร้าม จับจ้องทุกชีวิตอย่างเลือดเย็นส่งสัญญาณห้ามขัดขืน



            หากยังไม่อยากนอนเป็นผักดังเช่นบุรุษที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างเท้าของมิเนอร์วาเช่นนั้นสมควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หลังจากอยู่ในสถานที่แห่งนี้มาอย่างยาวนานหลายเดือน การสบถด่า ข่มขู่ ใช้กำลังล้วนเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเด็กหนุ่ม พวกทุเรศชอบฉวยโอกาสยามคนอื่นกำลังตกอยู่ในวิกฤต หลายคนรีบกุลีกุจอคืนของให้เจ้าของร้านต่างๆ อย่างหวาดกลัว เมื่อทุกคนทำทุกอย่างเสร็จก็จ้องมองกลับมาที่มิเนอร์วาเพื่อรอคำสั่งต่อไป



            "ไปช่วยกันหาน้ำมาดับไฟซะ ก่อนที่มันจะลามไปไกลมากกว่านี้"



            ผู้คนทั้งหมดในละแวกนั้นรวมทั้งเหล่าโจรก็ลุกฮือช่วยกันดับไฟ จนสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามใหญ่โตมากไปกว่านี้ได้ เปลวเพลิงสุดท้ายได้ดับมอดลงไปแล้วทุกคนทิ้งตัวนั่งบนฟื้นอย่างเหน็ดเหนื่อยอ่อนแรง ควันที่ลอยสูงขึ้นไปเริ่มก่อตัวเป็นเมฆสีดำชั้นบาง ปรากฏเสียงลมพัดแรงโหยหวน



            "ท่านพ่อ เมียข้า ไม่นะอย่าบอกนะว่าพวกเขาหนีออกมาไม่ทัน ไม่นะ ฮือ…"



            "ท่านยายของข้ายังอยู่ในนั้น ช่วยข้าด้วยใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ท่านยาย…"



            เสียงเอะอะเสียใจของผู้คนเริ่มดังขึ้น หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายผู้คนก็มัวแต่ไล่จับโจรที่กำลังฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สิน ไม่ทันได้สังเกตผู้คนรอบตัวที่หายไป แต่เมื่อเหตุการณ์สงบลงจึงได้รู้ว่ามีใครบ้างที่หายไป เสียงเศร้าโศกเสียใจของผู้คนไม่ว่าจะเด็ก หรือสตรีช่างปวดร้าวนัก เสียงของผู้ชราและเหล่าบุรุษที่รอดชีวิตก็โศกศัลย์เศร้าอาดูร แม้แต่เหล่าโจรชั่วก็ยังเริ่มก้มหน้าสำนึกผิดที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมคนล้ม



            'นี่ก็ผ่านมานานแล้วเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ กลุ่มใบไม้หอมมัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน… หรือจะกลั่นแกล้งข้า? นั่นก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เจสันและลูกน้องที่ข้ารู้จักไม่น่าจะใช่คนแบบนั้น'



            ยิ่งคิดมิเนอร์วาก็ยิ่งสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมฆดำบนฟ้าก่อตัวจนสมบูรณ์ก่อนจะควบแน่น ตกลงมาเป็นเม็ดฝน ราวกับน้ำตาปลอบประโลมจิตจากเหล่าทวยเทพผู้เมตตา แม้แต่ทวยเทพยังต้องหลั่งออกมาปลอบใจผู้คน เสียงสายฝนดังกลบเสียงร้องเศร้าเสียใจของผู้คน มิเนอร์วาแหงนหน้ามองขึ้นบนฟ้าจ้องมองเมฆาดำผืนนั้นอย่างคั่งแค้น มันจำได้ว่าหญิงชราซึ่งเป็นยายของเด็กคนนั้นเคยเอาผลไม้ให้เด็กหนุ่ม



            บิดาของพี่ชายคนนั้นก็เคยเอาขนมของร้านตัวเองมาให้มิเนอร์วาเพื่อผูกสัมพันธ์ ยังมีผู้คนอีกหลายคนที่เด็กหนุ่มรู้จักได้เสียชีวิตลง และทุกคนล้วนเป็นคนที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ ถึงจะพึ่งย้ายมาเปิดร้านได้ไม่นาน แต่เวลาแค่ 15 วันย่อมเพียงพอให้ผู้คนได้ทำความรู้จักกับเด็กหนุ่มเจ้า ผู้เป็นเจ้าของร้านตัดเสื้อที่หน้าตาหล่อเหลานิสัยดีคนนี้



            "ข้าถึงได้บอกกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าทุกการกระทำมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ ข้าจะขอสวดส่งให้วิญญาณทั้งหลายได้จากไปอย่างสงบ"



            เด็กหนุ่มละสายตาจากเมฆดำบนท้องฟ้าปล่อยให้สายฝนชำระล้างจิต จ้องมองกลับไปยังผู้คนมากมายที่กำลังเศร้าเสียใจ



            "ข้าขอให้สัตย์สาบานต่อฟ้า ว่าจะลากพวกมันมาเคารพดวงวิญญาณพวกท่าน และปลดปล่อยความอาฆาตแค้นของทุกท่านให้หมดลง พวกท่านต้องจากไปอย่างสงบ"



            ราวกับฟ้าดินตอบรับคำสาบานจากสัญญาของเด็กหนุ่มเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างส่องสว่าง สายอัสนีผ่าฟาดลงตรงต้นไม้ใหญ่ด้านหลังเด็กหนุ่มที่อยู่ไกลออกไป เหล่าดวงวิญญาณอาฆาตที่พึ่งหลุดออกจากร่างกายหยาบยังคงไม่ได้สติ แต่เมื่อได้ยินสัญญาสาบานต่อฟ้าดินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกรุ่นโกรธพอกันกับของพวกมันเอง ก็พร้อมใจกันจ้องมองมาโค้งตัวคุกเข่าให้เพื่อแสดงความขอบคุณโดยไม่รู้ตัว



            "ทำให้ทุกท่านต้องรอแล้ว"



            มิเนอร์วาพูดขึ้นขณะที่หันหน้าเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังร้านเหล้าเพื่อตามหาสาเหตุและผู้บงการ ฝนที่ตกลงมาย่อมไม่สามารถฝ่าชั้นหมอกสวรรค์อนธการที่เข้มข้นได้ เด็กหนุ่มไม่สนใจสายฝนที่ตกกระทบลงมาแล้ว ในหัวคิดอยู่อย่างเดียวคือการสืบตามหาต้นสายปลายเหตุของเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ แต่เมื่อเดินไปถึงร้านเหล้าใบไม้หอมก็ต้องแปลกใจ ภายในไร้ซึ่งผู้คนสภาพเละเทะดูไม่ได้ สิ่งของภายในล้วนพังเสียหายกระจัดกระจายไปทั่ว



            แม้แต่เวทีสังเวียนต่อสู้ในตอนนั้นก็ถูกทำลายจนดูสภาพเดิมไม่ออก เมื่อเดินไปยังลานประมูลก็มองเห็นว่าอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน มิเนอร์วาชักสงสัยแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่



            "ห้ามฆ่าคนไม่ใช่รึไง ทำไมถึงได้กล้าทำไม่กลัวส่วนกลางลงโทษหรืออย่างไร"



            มิเนอร์วาเดินมาหยุดบนเวทีประมูลเอ่ยถามตัวเองเสียงเบา



            "ใช่แล้ว… ห้ามฆ่าหรือทำให้พิการ พวกมันไม่ได้ฆ่า พวกมันแค่จุดไฟเพียงเท่านั้น อ่อนแอหนีไม่ทันจึงถูกไฟคลอกตายแล้วผู้ใดจะช่วยได้"



            เสียงที่เอ่ยขึ้นเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวของเจสัน ดังขึ้นที่ด้านหลังเวทีภายในเงามืด



            "อ่อนแอหนีไม่ทันจึงต้องตาย?..."



            "ข้าเข้าใจอารมณ์ของเจ้าพี่น้องข้า พวกมันต้องการชุดสูทที่ข้าได้มาจากเจ้า รวมทั้งแบบผลิตทั้งหมด จึงได้ลงมือแย่งชิงอย่างเอิกเกริกแบบนี้ แต่ผู้ที่กล้าทำถึงขนาดนี้ย่อมต้องมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่ เป้าหมายของพวกมันคือข้าดังนั้นข้าคงจะต้องทิ้งที่นี่ไปสักระยะ และเจ้าก็สมควรต้องหนีด้วยเช่นกัน หลังจากข้าหนีไปผู้ที่มันจะตามหาถัดจากข้าย่อมต้องเป็นเจ้า"



            มิเนอร์วาถามทวนคำของเจสันในเงามืดหลังเวทีที่กำลังเดินออกมาหาแสงสว่าง เป็นเจสันที่เดินออกมามันพอจะรู้สาเหตุว่าเกิดจากใครแต่ยังขาดหลักฐานจึงไม่กล้าฟันธงแน่ชัด อีกทั้งยังเอ่ยเตือนให้หนีไปตั้งหลักที่อื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาทวงคืนในภายหลัง



            "แต่ถ้าเจ้ายังคิดจะอยู่สู้ที่นี่ ข้าได้บอกพวกลูกน้องไว้แล้วให้คอยช่วยเหลือเจ้า ถึงตอนนี้พวกมันจะกระจายตัวหลบหนีเช่นกันแต่ก็ยังอยู่แถวนี้รอวันที่ข้าจะกลับมา ข้าได้มอบคำปฏิเสธที่จะส่งมอบของพวกนั้นให้แก่พวกมัน ด้วยรู้ว่ายังไงเจ้าก็คงไม่คิดจะยกแบบเสื้อให้ใครแน่ อีกทั้งเจ้าก็ยังตัวคนเดียว แต่ข้าก็ไม่เคยคิดว่าพวกมันจะมีเบื้องหลังมากกว่าที่เห็น"



            "ตั๊กแตนมรณะเป็นพวกมัน?"



            มิเนอร์วาเริ่มจับใจความได้บางแล้ว กลุ่มที่ไม่น่าจะมีเบื้องหลังที่อยู่ใกล้แถวนี้ก็มีเพียงแค่ตั๊กแตนมรณะกลุ่มเดียวเท่านั้น และเป็นพวกมันที่เด็กหนุ่มเคยมีข้อบาดหมางด้วย แต่ถึงขั้นกล้าลงมือฆาตกรรมเรื่องนี้ย่อมซับซ้อนมากกว่าที่ตาเห็น



            "ข้ายังไม่แน่ใจ แต่มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เห็นข้าสวมชุดสูทแล้วเดินปรี่เข้ามาขอซื้อแบบผลิต พอข้าปฏิเสธไป มันก็ขอซื้อชุดที่ข้าสวมอยู่ ข้ารู้ได้ทันทีว่าสายตาของมันและของข้านั้นดีพอกัน ชุดสูทสุดเท่แบบนี้ต้องขายทำราคาได้ดีอย่างแน่นอน แต่ข้าก็ได้ตอบปฏิเสธไปอีกครั้ง มันไม่ได้เซ้าซี้แค่หันหลังเดินจากไป"



            "พวกมันตั้งใจจะศึกษาแล้วเลียนแบบสูทของข้า? โอ้!... สงสัยคราวที่แล้วจะยังสั่งสอนไม่พอถึงยังกล้าท้าทายข้าผ่านท่าน และดูเหมือนพวกมันจะทำสำเร็จเสียด้วย"

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668