บทที่ 24 โจ๊กผักป่า
หลังจากกินอาหารเที่ยงเสร็จ พ่อซ่ง แม่ซ่ง และพี่ชายซ่งก็ออกไปทำงานต่อ ที่บ้านเหลือแค่ซ่งเส้าเส้าคนเดียว
ซ่งเส้าเส้าพรวนดินในไร่นาให้อาหารไก่
หลังจากพรวนดินและให้อาหารไก่เสร็จ นางก็สะพายถุงย่ามออกไปเก็บผักป่า
ผักป่ามีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งจริงๆ เมื่อสองสามวันก่อนนางเพิ่งจะเก็บไปเยอะแยะ ตอนนี้กลับงอกขึ้นมาใหม่เต็มไปหมด
ซ่งเส้าเส้าจึงเริ่มทำงานอย่างกระตือรือร้น อยู่ที่โลกนี้มานาน นางได้กลายเป็มืออาชีพในการเก็บผักป่าไปแล้ว
ไม่นาน ถุงย่ามของนางก็เต็มไปด้วยผักป่า ผักป่ามากมายขนาดนี้ ทำตันปิ่งผักป่าได้เหลือเฟือ ส่วนที่เหลือก็เอาไปทำโจ๊กผักป่า โชคดีที่เพิ่งไปซื้อข้าวสารใหม่มาพอดี
ซ่งเส้าเส้าเก็บผักป่าจนเต็มถุงย่าม กำลังจะกลับบ้านก็เหลือบไปเห็นเงาที่คุ้นตาอยู่ไม่ไกล นางเดินเข้าไปใกล้ๆ มองดูอย่างละเอียด และแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จึงรีบเดินเข้าไปดู
นั่นมัน ... พริกขี้หนูสวน! ที่นี่มีพริกขี้หนูสวนด้วย!
ที่นี่แม้จะเล็ก แต่ก็มีสิ่งที่นางคาดไม่ถึงอยู่เสมอ
มองไปรอบๆ ก็พบว่ามีอีกหลายต้น ถึงแม้ต้นจะเล็ก แต่ก็เป็พริกขี้หนูสวนจริงๆ ถ้าเอาพริกขี้หนูสวนพวกนี้กลับไปปลูก อีกไม่นานนางก็จะสามารถปรุงอาหารรสจัดจ้านแล้ว!
หม้อไฟหม่าล่า เต้าหู้มาโป และผัดเผ็ดนานาชนิด ... นางจะไม่ยอมพลาดแม้แต่อย่างเดียว!
ใช่แล้ว ซ่งเส้าเส้าอยากกินอาหารรสจัดจ้านใจจะขาด หากให้เวลานางอีกสักนิด ค่อยๆเป็ค่อยๆไป ทั้งอาหารอร่อยและเงินทองต้องไหลมาเทมา!
ซ่งเส้าเส้าค่อยๆพรวนดินรอบๆต้นพริกขี้หนูสวน แล้วก็ค่อยๆขุดลงไป ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็่ที่เหมาะสมในการย้ายพืชพรรณ แต่ซ่งเส้าเส้าก็ทำอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะไปโดนรากของพริกขี้หนูสวนเข้า
ซ่งเส้าเส้าขุดพริกขี้หนูสวนขึ้นมาอย่างเบามือ ใส่ลงในถุงย่ามแล้วนำพวกมันกลับบ้านตระกูลซ่ง
สิ่งแรกที่ซ่งเส้าเส้าทำหลังจากที่กลับมาถึงบ้านก็คือเอาพริกขี้หนูสวนออกมา หาพื้นที่ว่างข้างๆไร่นา ปลูกพริกขี้หนูสวนลงไปแล้วก็รดน้ำ
หลังจากจัดการกับพริกขี้หนูสวนเรียบร้อยแล้ว ซ่งเส้าเส้ามองไปรอบๆ และนึกขึ้นได้ว่าผ้าที่นางเอามาจากลู่จินโม่วันนั้นยังวางอยู่เลย
บ่ายนี้ไม่มีอะไรทำพอดี นางจึงตั้งใจเอาผ้าพวกนี้มาตัดชุดใหม่ให้พ่อซ่งแม่ซ่ง และพี่ชายซ่ง อีกไม่กี่วันซ่งถิงถิงก็จะแต่งงานแล้ว พวกเขาจะได้มีชุดใหม่ใส่
ซ่งเส้าเส้าหยิบผ้าออกมา มีทั้งสีดำ สีเทา สีน้ำเงินเข้ม และสีฟ้าอ่อน ที่เหลือจากการตัดชุดให้ลู่จินโม่
สีดำเอาไปตัดชุดให้พ่อซ่ง สีเทาให้พี่ชายซ่ง สีน้ำเงินเข้มเหมาะกับแม่ซ่ง ส่วนสีฟ้าอ่อนก็เอาไปตัดชุดให้ตัวเอง
แย่ล่ะสิ นางลืมถามขนาดตัวของพวกเขา
แต่ไม่เป็ไร ซ่งเส้าเส้าหยิบเสื้อผ้าของพ่อซ่งแม่ซ่ง และพี่ชายซ่งออกมาวาง แล้วก็วัดขนาดตัว เนื่องจากที่บ้านไม่มีดินสอ ซ่งเส้าเส้าจึงใช้กิ่งไม้ขีดเป็สัญลักษณ์บนพื้นดิน
หลังจากวัดขนาดตัวเสร็จ ก็ถึงเวลาตัดชุดใหม่แล้ว
ซ่งเส้าเส้ามีประสบการณ์จากการตัดชุดให้ลู่จินโม่มาแล้ว จึงใช้เวลาไม่นานก็ตัดชุดเสร็จ
นางมองชุดใหม่ที่ตัดเสร็จแล้ว นี่คือเสื้อผ้ารูปทรงใหม่ที่พ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งเคยใส่มาก่อน จากนั้นก็ตัดชุดกระโปรงให้แม่ซ่งด้วย
ซ่งเส้าเส้าพับชุดใหม่ที่ตัดเสร็จแล้วอย่างพอใจ ยังเหลือผ้าอีกเยอะ ดูท่าจะตัดได้อีกชุด
ซ่งเส้าเส้าเก็บผ้าที่เหลือเอาไว้เผื่อต้องใช้
กว่าจะตัดชุดเสร็จ ฟ้าก็เริ่มมืด ซ่งเส้าเส้าคาดว่าพ่อซ่งแม่ซ่ง และพี่ชายซ่งคงจะเลิกงานแล้ว จึงรีบทำอาหารเย็น
ผักป่าที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆกับข้าวสารที่ซื้อมาใหม่ๆ เพียงพอที่จะทำโจ๊กผักป่า
ซ่งเส้าเส้าล้างข้าวสารก่อน ใส่พวกมันลงไปในหม้อ เติมน้ำ แล้วก็ตั้งไฟ ระหว่างรอก็เด็ดผักป่าเพื่อเตรียมนำไปล้าง
การทำโจ๊กผักป่าต้องใช้ผักใบใหญ่ๆถึงจะอร่อย ไม่ต้องใช้มีดหั่น หากคิดว่าใบใหญ่เกินไปก็แค่ฉีกออกเป็สองส่วน ล้างสามรอบจนสะอาดแล้วรอจนกระทั่งข้าวสุกก็เติมน้ำมันหมูแล้วใส่ผักลงไป คนให้เข้ากัน
จากนั้นต้มต่อโดยไม่ต้องปิดฝาเพื่อป้องกันไม่ให้ผักเปลี่ยนสี ต้มประมาณสองเค่อ โจ๊กผักป่าก็สุก ระหว่างนั้นค่อยๆคนเป็ระยะๆเพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ ก่อนจะยกลงจากเตาก็ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ทำแบบนี้ผักจะได้ไม่เปลี่ยนสีดำ และยังคงสีเดิมไว้ดูน่ารับประทาน
หลังจากทำโจ๊กผักป่าเสร็จ ซ่งเส้าเส้าก็ยกหม้อไปวางไว้บนโต๊ะ ปิดฝาไว้เพื่อไม่ให้เย็น แล้วก็อุ่นหมั่นโถวกับอาหารอื่นๆ
ตอนนี้ก็เหลือแค่รอพ่อซ่งแม่ซ่งและพี่ชายซ่งกลับมา
ระหว่างรอไม่มีอะไรทำ เช่นนั้นถือโอกาสทำความสะอาดบ้านก็แล้วกัน
"ฮึ ฮือ ฮื้อ~"
"..."
ซ่งเส้าเส้าอารมณ์ดี ร้องเพลงไปพลางทำความสะอาดบ้านไปพลาง
"ผู้ใดกันหนอที่ส่งเสียงมีความสุขเช่นนี้~"
ซ่งเส้าเส้าที่กำลังอารมณ์ดี พอได้ยินเสียงที่น่ารำคาญนี้ อารมณ์ของนางก็ดิ่งลงเหว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็เสียงของท่านป้าใหญ่แน่ๆ
ซ่งเส้าเส้ายังคงกวาดพื้นต่อ ทำเป็ไม่ได้ยิน
"เสี่ยวเส้า เ้าอยู่บ้านคนเดียวหรือ"
ซ่งเส้าเส้าหยุดกวาดพื้น "เ้าค่ะท่านป้าใหญ่"
"พ่อกับแม่ของเ้าอยู่ที่ไหนหรือ"
"ท่านป้าใหญ่ พวกเขาออกไปทำงานกันหมดแล้วเ้าค่ะ"
ท่านป้าใหญ่เฉินเดินไปรอบๆบ้าน มองซ้ายมองขวา พบว่านานแล้วที่นางไม่ได้มาที่นี่ บ้านของซ่งเส้าเส้าเปลี่ยนไปมาก ไม่ใช่แค่ปลูกผัก แต่ยังเลี้ยงไก่อีกสองตัว ท่านป้าใหญ่เฉินจึงคิดในใจว่าขากลับต้องหยิบจับอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง
"ท่านป้าใหญ่มีเื่อันใดหรือเ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้ารู้ทันความคิดของป้าใหญ่เฉินจึงชิงถามก่อน
"่นี้บ้านของพวกเ้าดูเหมือนจะอยู่ดีกินดีนะ ไก่สองตัวนี้เอามาจากไหนหรือ"
ซ่งเส้าเส้าคิดในใจ : ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าท่านต้องหมายตาไก่ของข้า
ที่จริงแล้วครอบครัวนางไม่ได้ยากจนมาั้แ่ต้น แต่คนที่ทำให้ครอบครัวนางเป็แบบนี้ก็คือป้าใหญ่เฉิน เพราะทุกครั้งที่นางมาที่นี่ จะต้องเอาของในบ้านไป พ่อซ่งและแม่ซ่งก็ไม่กล้าห้ามปราม ซึ่งนี่ผิดวิสัยนัก เกรงว่าอาจมีเบื้องลึกเื้ัอันใดที่นางไม่ทราบ
จนนานวันเข้า ข้าวของในบ้านจึงค่อยๆหายไป
ซ่งเส้าเส้ายิ้มแห้งๆ ในเมื่อเป็แบบนี้ก็ขู่นางสักหน่อยก็แล้วกัน
"ท่านป้าใหญ่ ท่านไม่รู้หรือเ้าคะ เมื่อสองสามวันก่อนข้าไปในเมืองแล้วเจอชาวบ้านคนหนึ่ง ไก่สองตัวนี้เป็ของบ้านนั้นเ้าค่ะ"
ป้าใหญ่เฉินได้ยินแบบนั้นก็รีบเดินไปที่ไก่สองตัว จับคอไก่ตัวหนึ่งไว้
ซ่งเส้าเส้าเห็นแบบนั้นก็รู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจ รีบพูดต่อว่า
"ชาวบ้านบ้านนั้นน่าสงสารเ้าค่ะ เขาป่วยเป็โรคที่รักษาไม่หาย ไปหาหมอยา หมอยาก็บอกว่าเป็ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ที่ติดจากอะไรนะ ... อ้อใช่แล้วติดจากสัตว์ปีก! มันเรียกว่าไข้หวัดนก ใช่ ใช่ ไข้หวัดนกเ้าค่ะ ต้นเหตุก็คือไก่สองตัวนี้"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางชี้ไปที่ไก่ในมือของป้าใหญ่เฉิน