หลังจากกลับถึงบ้าน เอกกับน้ำฝนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ก่อนจะเข้านอนในห้องของตนเอง ทุกอย่างดูจะผ่านไปได้ด้วยดี ทว่า...ขณะที่เอกกำลังหลับอย่างสบายใจอยู่บนเตียงหนานุ่ม จู่ ๆ เขาก็ฝันแปลก ๆ เอกฝันว่าเขากำลังนอนอยู่ในอาคารร้างแห่งนั้น สองตาเบิกกว้าง แขนขาขยับเขยื้อนไม่ได้ ปากก็เปล่งเสียงร้องออกมาไม่ได้ คล้ายอาการถูก...ผีอำ
“ไอ้เด็กเวร มึงลบหลู่กู!!!” ในความมืดอันน่าขนลุกพลันเกิดเสียงตวาดของใครบางคนขึ้น เสียงนั้นแฝงไปด้วยความโกรธจัด เอกใสุดขีด เขาพยายามดิ้น พยายามจะเปล่งเสียงแต่ก็ทำไม่ได้ จากนั้นสายตาของเด็กหนุ่มก็เห็นเงาดำร่างสูง สูงเกินกว่าจะเป็ มนุษย์ค่อย ๆ ก้าวออกมาจากความมืด มันเดินมาหาเขาช้า ๆ ก่อนจะหยุด และก้มหน้าลงมอง
“ไอ้เด็กเวรมึงลบหลู่กู! กูจะ....เอาแม่มึง ฮ่า ๆ ๆ”
เงาดำเอ่ยขึ้นพร้อมฉีกยิ้มชั่วร้ายอย่างน่าสยดสยอง เอกที่ได้ยินถึงกับใสุดขีด
แม่งั้นเหรอ!? ไม่นะ! มึงจะเอาอะไรแม่กู!! อย่านะ!! อย่าเอาแม่กูไป
เอกคิดในใจไปต่าง ๆ นานา ความกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จากนั้นเ้าเงาดำก็ะเิเสียงหัวเราะดังลั่น ก่อนที่มันจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ
“ไม่ ๆ ๆ ๆ ม่ายยยยยยยย....ยยยยยย!!!”
....
ค่ำคืนผ่านพ้น รุ่งอรุณของวันใหม่ก็มาเยือนอีกครั้ง น้ำฝนตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ก่อนที่เธอจะลงมาเตรียมอาหารเช้า เฉกเช่นทุก ๆ วัน ทำเสร็จก็ไปทำงานบ้านอย่างอื่นต่อ
“ถูบ้านเสร็จแล้ว พักสักหน่อยดีกว่าเดี๋ยวค่อยไปล้างจานต่อ เอ๋...ว่าแต่ทำไมวันนี้ตาเอกตื่นสายจังนะ ไม่สบายรึเปล่า? ขึ้นไปดูหน่อยดีกว่า” น้ำฝนรู้สึกความผิดปรกติของลูกชาย ซึ่งในทุกวันเวลาประมาณนี้ เอกจะต้องตื่นมาแล้ว แต่วันนี้กลับไม่ได้เป็เช่นนั้น หญิงสาวผู้เป็มารดาจึงคิดจะขึ้นไปดูให้แน่ใจ ทว่า....เพียงแค่น้ำฝนก้าวเท้าเหยียบบันไดขั้นแรก ขนทั่วร่างก็ลุกซู่ มันคล้ายกับว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังจับจ้องเธออยู่
“จะไปไหนเหรอครับแม่...” เสียงเย็นะเืของเอกเอ่ยขึ้นจากโต๊ะในห้องทานข้าว น้ำฝนถึงกับใสุดขีด เพราะหญิงสาวไม่รู้ว่าเอกลงมาั้แ่ตอนไหน และเหตุใดเธอถึงไม่รู้ตัว
“อะ...เอก!! ละ...ลงมาั้แ่เมื่อไรลูก? ทะ...ทำไมแม่ถึง....” น้ำฝนเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงสั่น ๆ ปนความประหลาดใจ ซึ่งเอกไม่ตอบอะไรกลับ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้า บรรยากาศรอบตัวของน้ำฝนในเวลานั้น หญิงสาวััได้ถึงความน่าอึดอัด ลูกชายของเธอดูแปลก ๆ น้ำเสียง แววตาของเอกดูไม่เหมือนทุกวัน
“เอ่อ....เอก....ลูก สะ...สบายดีใช่ไหม? ไม่สบายรึเปล่า บะ...บอกแม่ได้นะ” แม้นจะกลัว แต่ด้วยความเป็แม่น้ำฝนจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว ก่อนจะเอ่ยปากถามบุตรชาย เอกพอได้ยินแบบนั้น เด็กหนุ่มก็หยุดชะงัก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หน้าเงยขึ้น และจ้องมองน้ำฝนตาไม่กะพริบ จ้องมองหน้าผู้เป็แม่น่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่สิ่งที่เอกจับจ้องอยู่ในเวลานี้ก็คือ....
หน้าอกหน้าใจขนาด 40 นิ้วของน้ำฝน!!!
แต่ไม่ได้จ้องอย่างเดียว เด็กหนุ่มยังแลบลิ้นเลียปากอย่างน่าเกลียดอีกด้วย
น้ำฝนเมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็ใหนักกว่าเดิม เพราะเอกไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน
“อะ...เอก! ลูกมองอะไรแม่น่ะ!!” น้ำฝนแค่นเสียงตวาดลูกชาย พร้อมทั้งเอาสองแขนยกขึ้นบังทรวงอก เมื่อนั้นเองที่ แววตา กับสีหน้าของเอกดูคล้ายจะกลับมาเป็ปรกติ
“หา? เฮ้ย!! กะ...เกิดอะไรขึ้น!! ทำไมผมถึงมาอยู่ตรงนี้? แม่เกิดอะไรขึ้น!!” เอกทิ้งช้อนจากมือลงกับโต๊ะ ก่อนที่เขาจะทำหน้าใสุดขีด ผสมกับความงงงวย คล้ายไม่รู้ตัวว่าเองมานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารโต๊ะนี้ั้แ่เมื่อไร...
น้ำฝนเองก็งงเป็ไก่ตาแตกเช่นกัน หญิงสาวไม่รู้ว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น
“ละ...ลูกจำไม่เลยเหรอว่าเมื่อกี้ลูก....”
“ผม? ผมทำอะไรครับ?
“อืม...ช่างมันเถอะ แม่กับลูกอาจจะนอนดึกตื่นเช้า สมองมันก็เลยเบลอ ทานอาหารเช้าต่อเถอะจ้ะ” น้ำฝนยิ้มแห้ง ๆ กลบเกลื่อนสิ่งที่เกิด ซึ่งเอกก็คิ้วขมวดมองมารดาตรงหน้าอย่างงุนงง ก่อนที่เขาจะทานอาหารต่อ
“...เราคงเบลอไปจริง ๆ สินะ เฮ้อออ...ออ สงสัยต้องเลิกนอนดึกสักพักแล้ว” น้ำฝนคิดในใจเงียบ ๆ ก่อนที่เธอจะลุกจากโต๊ะ และเดินไปล้างจานอย่างสบายใจ ล้างไปก็ฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี จวบจนกระทั่งร่างกายเธอััได้ถึงอะไรบ้างอย่างที่มีลักษณะแข็ง ๆ มาทิ่มโดนก้น
“ว้าย!!!” น้ำฝนอุทานเสียงดังด้วยความใ จานในมือร่วงลงอ่างจนเกือบแตก และพอเธอเอี้ยวคอไปมองก็พบกับเอกที่ยืนประกบด้านหลังอยู่
“อะ....อะ...เอก....ละ..ลูก...”
“ผมเอาจานที่กินเสร็จมาให้แม่ครับ...” น้ำฝนขนลุกซู่อีกครั้ง เพราะเอกพูดด้วยน้ำเสียงเย็นะเืแบบเมื่อกี้อีกแล้ว แถมสีหน้า แววตาก็ดูน่ากลัวเหมือนตอนนั้นด้วย
“เป็อะไรไปครับแม่...ดูใจัง รับไปสิครับ หรือชอบที่เอกยืนอยู่แบบนี้...”
“อะ...เอกพูดอะไรของลูก แม่จะไปชอบได้ยังไง แล้วมาไม่ให้สุ้มให้เสียงแม่ใหมด วันหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะ...”
“....ขอโทษครับ” เอกวางจานบนซิงค์ ก่อนที่มันจะค่อย ๆ เดินจากไป ยามนั้นน้ำฝนตัวแข็งทื่อ ความหวาดกลัวแผ่ไปทุกอณูร่างกาย เด็กหนุ่มคนนี้เป็ลูกชายของเธอแน่เหรอ? ไม่...ไม่ใช่แน่ ๆ มันต้องเป็อย่างอื่น ระ...หรือว่า....เป็สิ่งที่พวกเธอได้ไปพบเจอมาเมื่อคืน!! ยิ่งคิดน้ำฝนก็ยิ่งกว่า หญิงสาวรีบล้างจานจนเสร็จ ก่อนเธอจะตรงดิ่งไปกดโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรหา....
รุ้งลดา ผู้เป็น้องสาว...
ตื๊ด....ตื๊ดด.....ตื๊ด....ดดด เสียงรอสายดังอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีคนรับ นั้นทำให้น้ำฝนรู้สึกกังวลเป็อย่างมาก
“โทรหาใครเหรอครับ..แม่” เสียงของเอกเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้นทำให้น้ำฝนใสะดุ้งสุดตัว
“ตะ...ตาเอก!! แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาเงียบ ๆ แม่ใหมด” น้ำฝนตวาดลูกชายของเธอด้วยความโมโห
“...แม่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ เอกนั่งเล่นมือถืออยู่ในห้องนี้ตั้งนานแล้วนะ แม่นั่นแหละที่ลุกลี้ลุกลนเข้ามาหยิบมือถือก่อนจะกดเบอร์โทรหาใครสักคน”
“.....!!!” น้ำฝนใเป็รอบที่ล้านของวัน
ปะ...เป็ไปไม่ได้ เพราะเธอได้แม่นยำว่า ตอนที่วิ่งเข้ามาในห้องรับแขกห้องนี้ มันไม่มีใครอยู่ และหมือนก่อนหน้านี้เอกจะเดินขึ้นไปชั้นบนชัด ๆ แล้วตอนนี้ทำไมถึง....
“อะ..เอ่อ...เอกแม่นึกขึ้นได้ว่าต้องออกไปทำธุระข้างนอกวันนี้ บ่าย ๆ ถึงจะกลับ ลูกหาอะไรทานไปก่อนนะ แม่ไปล่ะ” น้ำฝนรีบคว้ากระเป๋าถือ กับกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก ก่อนที่เธอจะเดินเร็ว ๆ ออกไปนอกบ้าน ยามนั้นหญิงสาวคิดว่าทุกอย่างมันผิดปรกติสุด ๆ และน้ำฝนก็ไม่ได้หลอนไปเอง เด็กหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่เอกลูกชายเธอแน่ ๆ แต่เป็ อะไร คือเป็ใครบางคนที่มาสิงร่างอยู่ เธอจะต้องหาคำตอบ และขับไล่มันไปให้ไวที่สุด...
พอขึ้นรถได้ น้ำฝนก็ขับมันออกจากบ้านเพื่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งคิดไว้ในหัว ทว่า...ในเวลานั้นน้ำฝนไม่ได้รู้เลยว่า บนหน้าต่างชั้นสองของบ้านยามนี้ เอกกำลังยืนมองเธออยู่ สายตา กับรอยยิ้มของมันดูชั่วร้ายสุด ๆ
“อ๊า อ๊า...อ๊า...คิดจะไปหาคนมาจัดการกูงั้นหรือ ฝันไปเถอะอีดอก ซี้ด..ดดดด อูยยยย...ยย” เ้าเอกพึมพำเบา ๆ พร้อมเสียงครางแปลก ๆ ในลำคอ เหตุผลที่มันครางนั้นก็เป็เพราะว่า ขณะที่เ้าเอกกำลังยืนมองน้ำฝนขับรถออกไป ท่อนล่างของมันนั้นเปลือยเปล่าล่อนจ้อน พร้อมมือที่กำลังรูดถอกดุ้นเอ็นไปมาอย่างหงี่เงี่ยน
ใช่แล้ว เ้าเอก หรืออะไรก็ตามที่สิงอยู่ในร่างนั้น กำลังชักว่าวสำเร็จความใคร่อยู่นั้นเอง...
จบตอน