ตอนที่ 10 แผนลับ
หยูเสี่ยวเฉาโกรธมาก “ท่านป้าใหญ่ ท่านป้าว่าใครแกล้งป่วย? ไม่เห็นรึไงว่าเมื่อวานท่านแม่เป็ลม ? ท่านป้าแข็งแรงเยี่ยงนี้ยังสั่งให้คนป่วยทำงานอยู่อีกรึอีกทั้งยังคิดว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูกอีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าท่านแม่แกล้งหรือไม่ เช่นนั้นก็เชิญท่านปู่โหยวมาที่นี่เลยสิเ้าคะ! ”
นางจางที่อยู่ในห้องตัวเองทนนั่งอยู่เฉย ๆไม่ได้อีกแล้วเมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเฉา “ หลี่กุ้ยฮัว นังคนี้เี ! พอได้เวลาทำอาหารก็หายหัว กลับมาได้สักทีนะ !แล้วยังมัวแต่คุยอยู่ได้ รีบไปช่วยในครัวสิ ! ”
ถ้าเรียกหมอก็ต้องเสียเงินนjะสิ !
นางจางเดินไปที่ครัวแล้วพูดเหน็บหลิวมู่หยุนที่กำลังทำงานยุ่งอยู่“ เอ้า รีบกลับไปพักที่ห้องได้แล้ว ลูกสาวเ้าปวดใจจะแย่อยู่แล้ว ”
“ มีลูกคนไหนไม่รักแม่บ้างหละเ้าคะ ? ท่านแม่นั่งลงเถอะเดี๋ยวข้าจะช่วยเอาจานมาให้ ! ”หยูไซตี้ออกจากห้องมา นางกับลูกชายคนที่สาม หยูป่อ เป็เพียงสองคนในครอบครัวที่สามารถทำให้หญิงชราสงบลงได้
นางจางหันหน้าไปและเห็นอาหารทะเลที่หยูไห่กับลูกๆ ถืออยู่ สีหน้าหงุดหงิดของนางสดใสขึ้นและยิ้มออกมาทันที “ เอาถังมาสิ ! สด ๆ ทั้งนั้นเลย เราเก็บค้างคืนไว้ได้ แล้วพรุ่งนี้เช้าให้พี่ใหญ่ของลูกเอาไปขายที่ร้านอาหารในเมือง”
“ ท่านย่า เก็บหอยนางรมเอาไว้กินเองบ้างสิเ้าคะ! ข้าอยากรู้ว่ามันรสชาติเป็เยี่ยงไร ? ” หยูเสี่ยวเฉาเสนอแนะอย่างมีเจตนา
สีหน้าของนางจางอึมครึมขึ้นมาทันที นางพูดอย่างเกรี้ยวกราดว่า“ มีของตั้งเยอะแยะที่เ้ามิเคยกิน !ถ้าเราเอาไปขายในเมือง หอยนางรม 1 ชั่งขายได้ตั้งหลายอีแปะ เ้ายังจะกินลงอีกรึไง ?”
ถ้าหยูไห่ไม่ได้ยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขานางจางคงพูดอะไรออกมาที่ไม่น่าฟังมากกว่านี้ นางเรียกลูกสาวมาและยึดเอาของไปทั้งหมดโดยไม่เว้นแม้แต่ตะกร้าของเด็กๆ นางอยากเอาทุกอย่างกลับไปที่ห้องของนาง ของทุกอย่างที่เปลี่ยนเป็เงินได้ นางต้องยึดเอาไว้ให้หมด
นางหันไปรอบ ๆ และมองไปที่ตะกร้าในมือของเสี่ยวเฉาจากนั้นก็บุ้ยปากและพูดว่า “ เอาตะกร้าที่ถืออยู่ไปไว้ในห้องของข้าด้วย ”
เสี่ยวเฉาทำปากยื่นแล้วตอบแบบเคือง ๆ ว่า“ ท่านย่าก็เอาอาหารทะเลไปหมดแล้วนี่ ในตะกร้าข้ามีแค่สาหร่ายกับผักกาดทะเลเองนะขายมิได้ราคาหรอก พวกเราเก็บไว้ทำกับแกล้มให้ท่านปู่เย็นนี้เสียจะดีกว่า ”
นางจางยื่นหน้ามาดูแล้วเห็นว่ามันเป็แค่สาหร่ายทะเลจริงๆ นางจึงพูดเหมือนจะใจดีว่า “ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ! คราวหน้าข้าคือคนตัดสินใจทุกอย่างในบ้าน ห้ามเ้าทำสิ่งใดตามใจตนเองอีก ! ”
หยูเสี่ยวเฉารับคำ นางรอนางจางเข้าห้องใหญ่ก่อนจะขยิบตาให้เสี่ยวเหลียนและเอาตะกร้าเล็กเข้าไปในห้องตะวันตก
หยูเสี่ยวเหลียนเข้าใจความหมายและเอาไหดินเผาเก่าๆ จากมุมครัวไปใส่น้ำ จากนั้นก็ตามน้องสาวเข้าห้องไป
เป็ไปไม่ได้ที่จะเอาไปขายวันนี้ดังนั้นสองพี่น้องจึงวางหอยเป๋าฮื้อลงในไหอย่างระมัดระวังและซ่อนพวกมันไว้ใต้สาหร่ายทะเลหยูเสี่ยวเฉายังรู้สึกกังวลอยู่ นางจึงใส่น้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ข้างในด้วยและซ่อนไหไว้ในช่องลับตรงมุมเตียงหลังจากนั้นนางก็ออกจากห้องพร้อมด้วยสาหร่ายทะเลที่เหลือ
หยูไห่ตามเด็ก ๆ เข้าไปและเห็นการกระทำของสองพี่น้องเสี่ยวเหลียนเป็คนอารมณ์ร้อน เวลาโกรธก็ถึงขั้นกล้าเถียงกับนางจาง นางจึงถูกดุและถูกลงโทษบ่อยๆ ตอนนี้เสี่ยวเฉาก็ร้ายขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน แต่นางมีเล่ห์กลมากกว่า อีกทั้งยังกล้าหาญถึงขั้นซ่อนหอยเป๋าฮื้อราคาแพงเอาไว้อย่างไม่ลังเล
ในครัว นางหลิวทำอาหารจนเกือบเสร็จแล้วหยูเสี่ยวเฉาเดินเข้าไปและจัดการทำสาหร่ายทะเลหั่นฝอยโรยกระเทียมบดกับต้มผักกาดทะเลอาหารเย็นมื้อนี้จึงหรูหรากว่าทุกวัน
่มื้อเย็น ผู้ชายกับผู้หญิงตระกูลหยูจะนั่งแยกกันฝั่งผู้หญิงแต่ละคนมีแผ่นแป้งดำ ๆ ที่ขนาดเท่าฝ่ามือคนละอันและยังมีผักต้มที่ปรุงรสด้วยเกลือกับซุปเต้าเจี้ยวอีกหนึ่งถ้วย
อาหารหลักของพวกผู้ชายคือหมั่นโถวจำนวนไม่จำกัดซึ่งทำจากแป้งสาลี,แป้งข้าวฟ่าง, และแป้งมันฝรั่งผสมกันและยังมีผักที่ผัดด้วยน้ำมันหมูซุปเต้าเจี้ยวแบบเดียวกับพวกผู้หญิงแต่นี่ไม่เกี่ยวกับเื่ที่ว่าชายเหนือกว่าหญิงอะไรแบบนั้นหรอกแค่ผู้ชายใช้แรงงานหนักก็เลยใช้พลังงานไปเยอะมากกว่าพวกเขาจึงจำเป็ต้องกินอาหารดี ๆ ให้เต็มที่
หยูเสี่ยวเฉาได้คำชมเชยอย่างเป็เอกฉันท์สำหรับอาหารสองอย่างที่นางทำเองสาหร่ายทะเลหั่นฝอยโรยกระเทียมบดอร่อยและเผ็ดเล็กน้อยส่วนต้มผักกาดทะเลนั้นรสชาติสดใหม่และเต็มไปด้วยรสชาติจากทะเล เฒ่าหยูชอบสาหร่ายทะเลหั่นฝอยโรยกระเทียมบดเป็พิเศษและเอ่ยปากชมไม่หยุด
นางจางทนเห็นเสี่ยวเฉาถูกชมไม่ได้ นางยัดสาหร่ายทะเลใส่ปากแล้วพูดว่า“ เสี่ยวเฉาก็มีความสามารถอยู่นี่ เก็บอาหารทะเลก็ได้ ช่วยทำอาหารก็ได้ ท่านหมอโหยวก็บอกแล้วว่าสุขภาพของเ้าแข็งแรงดีแล้วข้าว่าเราเลิกทำอาหารแยกต่างหากให้เ้าได้แล้วล่ะ ”
เสี่ยวเฉากำลังถือโจ๊กแสนอร่อยของนางแบ่งกินกับฉีโตวอย่างมีความสุขแต่สีหน้าของนางเครียดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของย่า ต่อไปนางต้องกินแผ่นแป้งแข็งๆ หยาบ ๆ ที่ฝืดคอจนกลืนแทบไม่ลงกับซุปเต้าเจี้ยวชวนแหวะนั่นด้วย นี่มันทรมานกันเกินไปแล้ว! โชคดีที่หอยเป๋าฮื้อไม่ได้ถูกยึดไปด้วย !
นางจางรู้สึกพอใจเมื่อเห็นสีหน้าของเสี่ยวเฉานางกินแผ่นแป้งแข็ง ๆ หยาบ ๆ อย่างมีความสุขมากขึ้น อีกทั้งยังกินสาหร่ายทะเลไปมากกว่าครึ่งถ้วย
นางหลี่กับลูกชายจอมอ้วนของนางก้มหน้าก้มตากินสาหร่ายทะเลหั่นฝอยกับต้มผักกาดทะเลที่เหลืออยู่ถูกพวกเขาสองคนจัดการจนเรียบพอกินจนเกลี้ยงจานแล้ว นางก็ดึงลูกชายที่ยังอยากกินต่อย่องกลับเข้าห้องไปเงียบ ๆ
เสี่ยวเฉารู้ว่าพวกเขาจะแอบไปหาอะไรกินกันเองตอนที่นางหลี่แต่งงานเข้าตระกูลหยูนั้น ครอบครัวของนางยังยากจนไม่อย่างนั้นนางคงไม่แต่งงานกับลูกเลี้ยงของตระกูลหยูที่จนพอ ๆ กัน แต่เมื่อหลายปีที่แล้ว เหล่าบรรดาพี่ ๆ ของนางทำเงินได้จากธุรกิจเล็กๆ ครอบครัวของพวกเขาจึงดีขึ้นนางหลี่เป็ลูกคนเล็กและเป็ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ดังนั้นทุกครั้งที่นางกลับบ้านพ่อแม่ พี่ชายและพี่สะใภ้จะเตรียมเงินและอาหารไว้ให้นาง ไม่อย่างนั้นนางหลี่กับลูกชายจะอ้วนถึงเพียงนี้ได้เยี่ยงไรถ้ากินแค่อาหารที่ครอบครัวหยูกินกัน?
หลังอาหารเย็นก็มีแต่ความเงียบตลอดทั้งคืน
วันต่อมาที่ห้องตะวันตก ครอบครัวของหยูไห่ตื่นกันั้แ่ย่ำรุ่ง
หยูไห่กับพรานจ้าวตกลงจะไปล่าสัตว์ทีู่เาด้วยกันหยูฮังกับหยูเสี่ยวเหลียนก็มักจะตื่นในเวลานี้เพื่อเก็บผักคาวทองและเก็บฟืนที่ตีนเขานางหลิวกำลังกวาดเล้าไก่และเล้าหมูอยู่ที่ลานบ้าน
ครอบครัวของหยูเสี่ยวเฉาแปลกใจที่เห็นนางตื่นแต่เช้าตรู่หยูไห่จับหัวของลูกสาวและพูดยิ้ม ๆ ว่า “ เ้านอนต่ออีกหน่อยเถิดข้างนอกยังมืดอยู่เลย ”
หยูเสี่ยวเฉายังคงกังวลถึงเื่สำคัญ นางจึงนอนต่อไม่ลงจึงตอบพ่อไปว่า “ ฉีโตวยังช่วยงานได้เลย แล้วข้าเป็พี่จะี้เีอยู่ได้เยี่ยงไรกัน? ท่านพ่อรีบไปเถิด อย่าให้ลุงจ้าวรอนาน ”
หยูไห่จึงไม่ชักช้าอีกและเก็บข้าวของทันทีเขาเอาถุงกระดาษที่มีหมั่นโถวสองอันที่นางหลิวเตรียมไว้ให้ห่อไว้ข้างในและผูกถุงใส่น้ำไว้ที่ข้างเอวหลังจากนั้นเขาก็คว้าธนูและหอกออกจากบ้านไป
หยูเสี่ยวเฉาเอาไหดินเผาที่นางซ่อนไว้ใต้เตียงเมื่อวานนี้ออกมาหอยเป๋าฮื้อมีความสดมากขึ้นหลังจากได้รับการหล่อเลี้ยงจากน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์
มีแค่ร้านอาหารใหญ่ ๆ เท่านั้นที่สามารถรับซื้อหอยเป๋าฮื้อที่มีคุณภาพดีเช่นนี้ได้ในราคาที่ดีแต่นางเพิ่งมาเกิดใหม่ที่นี่และไม่เคยออกจากหมู่บ้านเลยสักครั้ง แล้วเช่นนี้นางจะรู้ได้เยี่ยงไรว่าเมืองต้องไปทางไหน?
“ ท่านพี่ใหญ่หมู่บ้านเราอยู่ไกลจากเมืองหรือไม่ ? ” ขณะที่คนในห้องใหญ่กับห้องตะวันออกยังหลับอยู่หยูเสี่ยวเฉาก็ได้อุ้มไหดินเผาเดินตามพี่ใหญ่ของนางออกไป
หยูฮังมองนางแปลก ๆ แล้วถามว่า “ ก็ไกลอยู่นะต้องใช้เวลาเดินมากกว่า 1 ชั่วยาม เ้าถามทำไมรึ ? คงมิได้คิดจะเอาไอ้นี่ไปขายในเมืองใช่รึไม่? ” เขาชี้ไปที่ไหดินเผาในมือนาง
เกิน 1 ชั่วยามเลยรึ ? เยี่ยงนั้นก็หมายความว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย1 ชั่วยามเลยน่ะสิ ? หยูเสี่ยวเฉามองขาสั้น ๆ ของตัวเองแล้วถอนใจ นางจึงพูดว่า“ ในหมู่บ้านเรามีรถม้าหรือเกวียนที่จะเดินทางเข้าเมืองรึไม่ ? ”