ความเงียบสงัด... และความมืดมิดที่ราวกับไร้จุดสิ้นสุด...
จิติญญาของโคงาคุ เร็นไซ (古岳蓮齋) ล่องลอยไปในกระแสธารแห่งความว่างเปล่า มันคือ "คูริน" (空輪) – ห่วงแห่งสุญญตา ที่เขาเชื่อว่าตนได้ััในวาระสุดท้ายของการต่อสู้ ณ ทุ่งสังหารโลหิต หรือมันเป็เพียงช่องว่างอันเย็นเยียบระหว่างภพเก่ากับภพใหม่? ความรับรู้ทางกายภาพเลือนหายไปสิ้น เหลือเพียงสำนึกที่เบาหวิวราวขนนก ล่องลอยไปอย่างไร้ทิศทาง
"นี่เองสินะ... สภาวะที่แท้จริงของความว่างเปล่า" เขานึกอย่างสงบ "ไม่มีดาบ ไม่มีศัตรู ไม่มีแม้กระทั่งตัวตนของ 'ข้า' ผู้ถือดาบมาเกือบเจ็ดสิบปี ช่างเป็อิสระอย่างแท้จริง"
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจล่วงรู้ ในห้วงมิติอันไร้ซึ่งแสงและเงา เดือนปีล้วนไร้ความหมาย เขาหวนระลึกถึงชีวิตที่ผ่านมาดุจภาพฝันอันเลือนราง ทุกกระบวนดาบจากวิถี "นีเท็น อิชิริว" (二天一流) ทุกการศึกที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต ทุกความสุขเล็กๆ และความทุกข์ระทมที่เคยเผชิญ ทุกความเข้าใจในปรัชญา "โกะริน" (五輪) – ห้าห่วงแห่ง ดิน (地) น้ำ (水) ไฟ (火) ลม (風) และความว่าง (空) ที่เพียรฝึกฝนมา มันค่อยๆ โปร่งใสและจางหาย ประหนึ่งหยาดหมึกที่ละลายในผืนน้ำกว้าง
"ข้าเข้าใจในทุกสิ่งแล้ว... อย่างนั้นหรือ?" คำถามนี้ผุดขึ้นในห้วงคำนึง แต่ไร้ซึ่งคำตอบ "หรือสิ่งที่ข้าเข้าใจ เป็เพียงส่วนเล็กๆ ของสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น?" รอยยิ้มเย้ยหยันเล็กๆ ปรากฏขึ้นในจิตสำนึกที่ไร้รูป "์เบื้องบนช่างชอบเล่นตลกนัก หากนี่คือบทสรุปของทุกสิ่ง มันก็ช่าง... เรียบง่ายและจืดชืดเกินไปสำหรับชีวิตที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและการดิ้นรนของข้า"
ทันใดนั้น... ประกายแสงอบอุ่นสายหนึ่งปรากฏขึ้นในระยะไกล มันริบหรี่ในทีแรก ก่อนจะค่อยๆ ส่องสว่างจ้าขึ้น ดึงดูดจิติญญาของเขาอย่างแ่เบาราวกับมีอำนาจบางอย่าง
"หืม? นั่นมันอะไรกัน? หรือว่า 'คู' (空) ที่ข้าคิดว่าบริสุทธิ์นี้ ยังมี 'บางสิ่ง' ซ่อนเร้นอยู่อีก?"
จิติญญาของเร็นไซถูกดูดเข้าไปหาแสงนั้นโดยมิอาจขัดขืน ความรู้สึกของการ "ดำรงอยู่" เริ่มกลับคืนมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมที่ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดหวั่น... เสียงคำรามอันดุร้ายของ...บางสิ่ง... เสียงโลหะปะทะกันจนเกิดประกาย... และกลิ่นคาวเืจางๆ อันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด...
"เดี๋ยวก่อนสิ... นี่มันไม่เหมือนแดนสุขาวดีที่ท่านเ้าอาวาสเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ เลยนี่นา!"
"โฮกกกกก!"
เสียงคำรามกึกก้องของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง ฉุดกระชากจิติญญาของโคงาคุ เร็นไซ ออกจากภวังค์อันยาวนาน หรืออาจเป็ความตายที่เขาเพิ่งเผชิญ ความทรงจำสุดท้ายคือความเย็นเฉียบของคมดาบศัตรูที่แทงทะลุร่าง และความรู้สึกปลดปล่อยเมื่อก้าวสู่ "บทว่างเปล่า"
แต่บัดนี้... มันไม่ใช่ความว่างเปล่า มันคือความโกลาหล! กลิ่นคาวเืคละคลุ้ง! และ... ความเจ็บแปลบที่บั้นเอว!
"อะไรกันนี่?" ยมบาลสมัยนี้เขามีธรรมเนียมปลุกิญญาด้วยการถีบหรือไง? หรือว่านี่คือการต้อนรับสู่ 'สังสารวัฏ' รอบใหม่ที่มันจะต้อง 'กระโตกกระตาก' กันขนาดนี้?
เขารู้สึกราวกับถูกเหวี่ยงไปปะทะกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่แข็งทื่อ และเมื่อลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพที่ปรากฏทำให้เขาถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ... กลุ่มเด็กหนุ่มสาวในอาภรณ์แปลกตากำลังต่อสู้กับ... นั่นมันตัวอะไรกัน? สัตว์ปีกขนาดั์ ขนสีแดงของมันลุกเป็ไฟจริงๆ ปากของมันพ่นก้อนเพลิงออกมาได้! "มาซากะ (まさかまさか)!" เหลือเชื่อ! ในโลกเดิมของเขาไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตเช่นนี้!
"ศิษย์พี่หลิว! ระวัง!" เสียงใสของเด็กสาวผู้หนึ่งร้องเตือน
"ข้ารู้แล้วน่า! ยัยซูเม่ย!" เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า "ศิษย์พี่หลิว" ตะคอกตอบพลางตวัดกระบี่ในมือ เกิดเป็ประกายแสงสีฟ้าบางอย่างเข้าปะทะกับก้อนเพลิงนั้น "เ้าตัวประหลาด! บังอาจนักมาขัดขวางภารกิจของสำนักจันทรากระจ่าง (明月宗 - ิเยว่จง) พวกเรา!"
สำนักจันทรากระจ่าง? ภารกิจ? นี่มันเื่อะไรกันแน่? แล้วตัวข้ามาทำอะไรที่นี่... ในร่างนี้? เขาก้มมองมือเล็กๆ ของตัวเอง เนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง... เห็นได้ชัดว่านี่มิใช่ร่างของยอดนักดาบวัยหกสิบเก้าปีที่เขาคุ้นเคย มันคือร่างของเด็กชายอายุไม่น่าเกินสิบสามปีด้วยซ้ำ!
ความทรงจำของ "เ้าของร่าง" เดิมค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามา... เด็กชายผู้นี้มีชื่อว่า เิเหยียน (孟言) เป็เพียงเด็กรับใช้ คอยแบกหามสัมภาระให้แก่เหล่า "ศิษย์ผู้มีพร์" ของสำนักจันทรากระจ่าง ซึ่งถูกส่งมาเป็หน่วยย่อยใน "แนวรบปราบอสูร" – พวกเขาเรียกสิ่งมีชีวิตน่ากลัวเ่าั้ว่าอสูร (妖兽 - เยาโซ่ว) – ณ บริเวณเทือกเขาัหลับ (眠龙山脉 - เหมียนหลงซานม่าย) แห่งนี้
คนแบกหาม... ท่ามกลางการรบกับอสูรพ่นไฟ? ช่างเป็ตำแหน่งที่ 'มีเกียรติ' และ 'ปลอดภัย' เสียนี่กระไร สรวง์ ท่านคงเห็นว่าข้าเบื่อหน่ายชีวิตอันสงบสุขเมื่อยามชราแล้วกระมัง จึงส่งข้ามา 'เปลี่ยนบรรยากาศ' ในสถานที่เช่นนี้
ดูเหมือนว่า "เิเหยียน" คนเดิมนั้นโชคร้ายยิ่งนัก เขาถูกลูกหลงจากการต่อสู้เมื่อครู่ ร่างกายเล็กๆ นั้นทนรับแรงปะทะไม่ไหว สิ้นใจไปอย่างน่าอนาถ และนั่นเองคือจังหวะที่ดวงจิตอันไร้ที่พึ่งพิงของเขาได้เข้ามาพำนักในร่างที่ว่างเปล่านี้แทน
"ตูม!" ก้อนเพลิงลูกหนึ่งะเิใกล้กับจุดที่ร่างของเิเหยียน (ซึ่งบัดนี้มีเร็นไซสถิตอยู่) นอนกองอยู่ แรงอัดนั้นทำให้ร่างเล็กๆ ของเขากลิ้งหลุนๆ ไปหลายตลบ
"เฮ้ย! เิเหยียน! เ้าเด็กไม่ได้เื่! ยังไม่ตายอีกรึ! รีบหลบไปให้พ้น อย่ามาเกะกะขวางมือขวางเท้า!" เสียงของศิษย์พี่หลิวคนเดิมตวาดลั่น เห็นได้ชัดว่ามันกำลังหัวเสียและสมาธิกระจัดกระจายด้วยต้องคอยพะวงกับ "ตัวถ่วง"
เด็กไม่ได้เื่? เ้าหนู... หากเ้าได้เห็นเพลงดาบของข้าเมื่อครั้ง... เอ่อ... หลายสิบปีก่อน เ้าคงไม่กล้าเอ่ยคำนี้ออกมา
พลันนั้น อสูรวิหคเพลิงก็สะบัดปีกอย่างรุนแรง! ลมร้อนวูบหนึ่งพัดมาก่อนที่เปลวไฟจะก่อตัวเป็พายุหมุนขนาดเล็กแล้วพุ่งเข้าใส่กลุ่มศิษย์!
"แย่แล้ว! ตั้งค่ายกลสามประสาน (三才阵 - ซานไฉเจิ้น)!" ศิษย์พี่หลิวร้องสั่งการ
เด็กหนุ่มสาวอีกสองคนรีบขยับเปลี่ยนตำแหน่ง ประสานมือกันครู่หนึ่งพลันเกิดเป็ม่านพลังงานสีทองบางๆ ขึ้นป้องกัน แต่ดูเหมือนกำลังของพวกมันจะยังอ่อนด้อยนัก ม่านพลังงานนั้นเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง!
"นั่นมัน...พลังงานประหลาดอันใดกัน?" เร็นไซขมวดคิ้ว พวกเด็กๆ นี่กำลังทำอะไรกัน? มันไม่ใช่การใช้ดาบที่เขารู้จัก
ดูท่า... พวกผู้มีพร์ที่ว่านี่คงจะ 'มีพร์' ในเื่แปลกๆ ขณะพยายามพยุงกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ร่างกายเด็กนี่มันช่างอ่อนปวกเปียกสิ้นดี! หากเป็ข้าเมื่อกาลก่อน แค่ตวัดดาบอย่างถูกจังหวะ เ้านกเพลิงนี่ก็ร่วงแล้ว ไม่จำเป็ต้องใช้พลังงานประหลาดอะไรเทือกนั้น
มันมองเห็นกระบี่เหล็กธรรมดาๆ เล่มหนึ่งตกอยู่ไม่ห่าง คงเป็ของศิษย์สักคนที่าเ็หรือสิ้นชีพไปก่อนหน้า ด้วยสัญชาตญาณนักดาบที่ฝังลึก มันพยายามตะเกียกตะกายไปคว้ามันขึ้นมา
"ฮ่าๆๆ! ม่านพลังกระจอกๆ ของพวกเ้าจะต้านทานเพลิงอเวจีของข้าได้อย่างไร!" อสูรวิหคหัวร่อเสียงแหลมเสียดแก้วหู ก่อนจะพ่นก้อนเพลิงขนาดใหญ่กว่าเดิมเข้าใส่ม่านพลังงาน!
"เปรี้ยงงง!"
ม่านพลังงานสีทองแตกสลาย! ศิษย์ทั้งสามคนถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง! ศิษย์พี่หลิวถึงกับสำรอกเืออกมาคำหนึ่ง!
อสูรวิหคแสยะปากอย่างผู้มีชัย มันกำลังจะโผเข้าไปขย้ำศิษย์พี่หลิวที่าเ็เป็รายแรก!
ชิ... ช่วยไม่ได้จริงๆ ถึงจะอยู่ในร่างเด็กรับใช้... แต่จะให้มาตายซ้ำสองเพราะความอ่อนหัดของเ้าพวกนี้ก็น่าขันเกินไป เขากำด้ามกระบี่เหล็กในมือแน่น แม้จะไม่รู้วิธีใช้ "พลังงานประหลาด" อย่างพวกนั้น แต่ "วิถีแห่งดาบ" (剣の道 - Ken no Michi) ของเขายังคงอยู่!
"เอาล่ะ... เิเหยียน" มันพึมพำกับตนเองเบาๆ "มาดูกันเถิดว่า... ประสบการณ์เจ็ดสิบปีของข้า จะพอ 'อาศัย' ร่างเ้าใช้ประโยชน์ได้บ้างหรือไม่"
เด็กชายเิเหยียน... อดีตคนแบกหาม... ค่อยๆ ยืนหยัดขึ้นอย่างมั่นคง ดวงตาที่เคยสับสนและหวาดหวั่น บัดนี้ทอประกายเ็า สุขุม และเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเด็กน้อยเช่นนี้ไม่สมควรจะมี! กระบี่เหล็กธรรมดาๆ ในมือ ถูกชูขึ้นในท่วงท่าอันหนักแน่นและมั่นคง... ท่วงท่าที่เป็รากฐานแห่งวิถีดาบของเขา...
"จิริน (地輪)..." เสียงกระซิบแ่เบาดุจลมหายใจดังจากริมฝีปากของเด็กชาย มันคือหลักการแห่ง "ห่วงแห่งปฐี" แม้จะไร้ซึ่งประกายพลังอัศจรรย์ใดๆ ปรากฏให้เห็นในโลกใหม่นี้ แต่ "ความรู้สึก" แห่งความมั่นคงดุจขุนเขาได้เริ่มก่อตัวขึ้นจากภายในจิตใจของมันแล้ว! การต่อสู้ที่แท้จริงของนักดาบเฒ่าในร่างเด็ก... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!
(จบตอนที่ 1)