ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 111 โรคกลัวการแต่งงาน

            พอทั้งสองคนแสดงความรักกันหวาชิงเสวี่ยก็รู้สึกเหมือนกลายเป็นเสาไฟฟ้า [1] ที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงหลุดหัวเราะออกมา

            หลูเจิ้งชิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยหันไปยิ้มให้เพื่อขอโทษหวาชิงเสวี่ย แล้วกล่าวว่า “นางถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เล็กๆพอคิดว่านางจะต้องตั้งครรภ์ ข้าเลยอดไม่ได้ที่จะกลัวน่ะ”

            หากคนอื่นรู้ว่าหลูเจิ้งชิงกังวลใจมากเพียงนี้คงจะคิดว่าเขาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ การเป็นมารดาเป็นสิ่งที่สตรีทุกคนต้องเผชิญสตรีในโลกนี้ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องผ่านประสบการณ์เช่นนี้หรือ?

            หวาชิงเสวี่ยกลับเข้าใจเหตุผลนี้ดีนั่นก็เพราะหลูเจิ้งชิงเป็นหมอ เขาจึงรู้ดีกว่าใครๆ ว่าสภาพการคลอดบุตรที่นี่นั้นล้าหลังเพียงใดหากเป็นคนยุคปัจจุบันคงไม่สามารถยอมรับสภาพแวดล้อมการตั้งครรภ์ที่ไม่มีการตรวจสุขภาพครรภ์ไม่มีการตรวจคัดกรองความพิการ และไม่มีการทำอัลตราซาวนด์ รวมถึงการตรวจอื่นๆ ได้

            หวาชิงเสวี่ยคิดถึงตัวเองหากต้องคลอดลูกในยุคโบราณ...

            รู้สึกแปลกจริงๆ นั่นแหละ

            หลัวมู่อวี่หน้าแดงกล่าวว่า “การคลอดลูกมีอะไรน่ากลัว ข้ายังไม่กลัวเลย มีแต่ท่านที่กังวลอยู่ได้”

            หลูเจิ้งชิงส่ายหน้ามองภรรยาด้วยรอยยิ้มไม่คล้ายยิ้ม “ผู้ไม่รู้ย่อมไม่กลัว”

            หวาชิงเสวี่ย:“...” สองคนนี้เริ่มแสดงความรักกันอีกแล้ว

            หลัวมู่อวี่มีนิสัยหัวโบราณไม่ค่อยคุ้นเคยกับนิสัยของสามีที่ไม่กลัวการแสดงความรักต่อหน้าคนอื่น นางดันหลูเจิ้งชิงเบาๆเตือนว่า “ท่านไม่ได้บอกว่ามีของจะให้แม่นางหวาดูหรือ?”

            “อ้อ ใช่” หลูเจิ้งชิงยกยิ้ม“ตอนเข้ามาได้ยินพวกเจ้าคุยกันเรื่องการอยู่ไฟ ข้าก็เลยลืมไปเลย”

            กล่าวจบ ก็ส่งขวดกระเบื้องเล็กๆในมือให้หวาชิงเสวี่ย พร้อมกับแสดงท่าทางภูมิใจเล็กน้อย “ตอนเรียนเคยได้ยินอาจารย์พูดว่าสามารถนำสมุนไพรมาปรุงยาชาได้ แต่ว่าจำตำรับได้ไม่หมด หลายปีมานี้ข้าศึกษาเรื่องการปรุงยาชามาโดยตลอดช่วงนี้ก็พอได้ผลบ้าง เลยอยากให้เจ้าลองดู”

            หวาชิงเสวี่ยถือขวดกระเบื้องเล็กๆพลิกดูซ้ายทีขวาที ถามว่า “ข้าเปิดดูได้หรือไม่?”

            หลูเจิ้งชิงพยักหน้า

            หวาชิงเสวี่ยก็เปิดขวดกระเบื้องเล็กๆเทเม็ดยาออกมา

            แพทย์แผนโบราณมีการผสมยาเป็นรูปแบบเม็ดเพื่อให้สะดวกในการควบคุมปริมาณเมื่อใช้งาน

            “ตำรับยาขั้นสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จนี้ประกอบด้วยดอกลำโพง รากเฉ่าอู รากตังกุย รากไป๋จื่อ โกฐหัวบัว และหนานซิง” หลูเจิ้งชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ“หากมียาระงับความรู้สึก ในการผ่าตัดเย็บแผลก็จะนำมันไปใช้ได้อย่างแพร่หลาย เมื่อเวลาผ่านไปการผ่าตัดทั่วไปบางอย่างก็อาจจะได้รับการยอมรับจากประชาชน”

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้านางเคยอยู่ในค่ายทหาร และเคยเห็นความทรมานของทหารที่บาดเจ็บ หมอประจำค่ายส่วนใหญ่จะใช้ดอกลำโพงที่เก็บในฤดูใบไม้ร่วงนำไปตากแห้งแล้วบดเป็นผง จากนั้นนำไปผสมกับสุราร้อนๆ ประมาณสามเฉียน [2] เมื่อทหารที่บาดเจ็บดื่มเข้าไปไม่นานก็จะเกิดความมึนเมาไม่ต่างจากเมาเหล้า

            แต่ยาที่ปรุงขึ้นมาด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพไม่แน่นอนแถมยังมีพิษค่อนข้างสูง การใช้เกินขนาดอาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเหตุนี้ ถึงแม้จะรู้ว่าทหารที่บาดเจ็บนั้นทรมานมากเพียงใดหมอประจำค่ายก็ไม่กล้าใช้ยาระงับความรู้สึกในปริมาณมากเกินไป

            หวาชิงเสวี่ยใส่เม็ดยาคืนลงไปในขวดกระเบื้องแล้วส่งคืนให้หลูเจิ้งชิง พร้อมกับพูดติดตลกว่า “ถ้านำสิ่งนี้ไปถวาย ฝ่าบาทต้องเลื่อนขั้นให้หมอหลวงหลูแน่นอนฮ่าฮ่า”

            ใบหน้าของหลูเจิ้งชิงยังคงมีรอยยิ้มตราบใดที่เป็นบุรุษย่อมไม่มีใครไม่อยากสร้างผลงาน

            “หากสามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนได้บ้างชีวิตนี้ก็ไม่รู้สึกเสียดายแล้ว” เขาพูดด้วยความถ่อมตน

            หลัวมู่อวี่ก็ยินดีไปกับสามีของตนด้วย

            ทั้งสามคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันเพราะเรื่องเกี่ยวกับยาระงับความรู้สึก มื้ออาหารนี้จึงดูเหมือนงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จบรรยากาศดีมาก

            หลังมื้ออาหาร หวาชิงเสวี่ยไม่ได้รีบจากไปแต่ยังอยู่คุยต่อกับหลูเจิ้งชิงถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูเทคโนโลยีสมัยใหม่ในยุคโบราณ

            อย่างเช่น วิธีการรักษาที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดอย่างการให้น้ำเกลืออุปกรณ์อย่างเข็มและขวดให้น้ำเกลือนั้นแก้ปัญหาได้ไม่ยาก แต่สายน้ำเกลือกลับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทั้งสองคนเพราะว่าที่แห่งนี้ไม่มียางพารา จึงไม่มีทางเกิดผลิตภัณฑ์พลาสติกขึ้นมาได้เลย

            การให้น้ำเกลือซึ่งเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดกลับกลายเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับที่นี่

            สิ่งนี้ทำให้รู้สึกท้อแท้เล็กน้อยแต่เมื่อหลูเจิ้งชิงรู้ว่าหวาชิงเสวี่ยเริ่มการประดิษฐ์กล้องส่องทางไกลแล้ว เขาก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

            “หลังจากทำแก้วได้แล้วก็จะลองทำอย่างอื่นได้อีกหลายอย่าง” หวาชิงเสวี่ยถือว่าตัวเองประสบความสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว“กระจกเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด ถึงกระจกแบบเลนส์รวมแสงจะยุ่งยากกว่าหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”

            หลูเจิ้งชิงกล่าวว่า“ได้ยินว่าช่วงนี้ฝ่าบาทกำลังดำเนินการตั้งโรงงานกระจก”

            หวาชิงเสวี่ยพยักหน้า“กำลังสร้างอยู่ แต่เน้นการผลิตแก้วเป็นหลัก และกระจกถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดออกมา”

            เมื่อพูดถึงเรื่องนี้หลูเจิ้งชิงก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ฝ่าบาทไม่ได้เสด็จออกว่าราชการเช้าหลายคนในราชสำนักก็โวยวายกันใหญ่ เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสร้างโรงงานแก้วใช่หรือไม่?”

            “คงไม่ใช่หรอก...” หวาชิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก

            หลูเจิ้งชิงเงียบไปครู่หนึ่งคิดว่าอย่างไรหวาชิงเสวี่ยก็เป็นสตรี คงไม่เข้าใจความร้ายกาจของนักการเมือง หากเรื่องนี้บานปลายอำนาจของฮ่องเต้ก็จะถูกลดทอนลงเงียบๆ พระราชโองการก็อาจจะเกิดความล่าช้าและถูกเพิกเฉยคนเบื้องล่างอาจจะฉวยโอกาสปฏิเสธคำสั่งของฮ่องเต้ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา

            การสร้างโรงงานเป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการหากฮ่องเต้ทรงถามความคืบหน้าไป เสนาบดีกรมโยธาธิการก็อาจจะตอบปัดๆ ว่า วัสดุไม่พอ เงินทุนไม่พอหรือสภาพอากาศไม่ดี แค่นี้ฮ่องเต้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

            หลูเจิ้งชิงอยากจะเตือนหวาชิงเสวี่ยเขากล่าวว่า “ความจริงแล้ว หากแม่ทัพฟู่ยอมเข้ามาช่วยประรอยร้าวตรงกลาง ก็จะสามารถสยบคลื่นลมนี้ลงได้...”

            ที่ทุกคนกล้าโวยวายอย่างไม่เกรงใจดังเช่นทุกวันนี้ประการที่หนึ่งคือคนของหนิงอ๋องเป็นผู้ยุยง ประการที่สองคืออัครมหาเสนาบดีจั่วและอ๋องเจิ้นเป่ยไม่ได้ออกมาพูดอะไรขุนนางเหล่านั้นก็เลยพากันโอนเอนไปตามกระแส พวกเขาถึงได้มั่นใจและไม่กลัวอะไรอย่างนั้น

            หวาชิงเสวี่ยได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป

            ฟู่ถิงเย่...

            ต้องไปขอให้เขาช่วยหลี่จิ่งหนานหรือ?แต่นางเพิ่งทะเลาะกับเขามานี่...แล้วก็ทะเลาะกันเพราะเรื่องของหลี่จิ่งหนานเสียด้วย

            หวาชิงเสวี่ยตกอยู่ในความเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา

            หลูเจิ้งชิงไม่กล้ารบกวนได้แต่รอเงียบๆ

            ไม่น่าเชื่อ หวาชิงเสวี่ยกลับเอ่ยถามเขาว่า“ตอนที่ท่านมาที่นี่ใหม่ๆ ท่านเคยคิดถึงเรื่องการแต่งงานหรือไม่?”

            หลูเจิ้งชิงถูกคำถามนี้ทำให้สับสนไปพักหนึ่งก่อนจะได้สติกลับคืนมา แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น “แน่นอนว่าไม่เคยคิดเลย ตอนนั้นคิดแค่ว่าตัวเองอาจจะกลับไปโลกเดิมได้ไม่คิดเลยว่าจะต้องอยู่ที่นี่นานถึงสิบปี”

            “แล้วหลังจากนั้นล่ะ?”หวาชิงเสวี่ยถามเขา “ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับมู่อวี่ ท่านไม่เคยคิดอะไรเลยหรือ?”

            หลูเจิ้งชิงกล่าวว่า“ตอนนั้นสิ่งที่ข้ากังวลที่สุดก็คือ หากวันใดวันหนึ่งข้าต้องกลับไปโลกเดิมขึ้นมา แล้วทิ้งนางไว้คนเดียวจะทำอย่างไร”

            หวาชิงเสวี่ยชะงักงัน

            หลูเจิ้งชิงเงยหน้าขึ้นมามองนางและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าเข้าใจความกังวลของเจ้า นี่เป็นยุคศักดินาที่ชายเป็นใหญ่เพศทำให้ข้าสะดวกสบายมากกว่าเจ้า ทั้งยังมีความกังวลใจน้อยกว่า เมื่อสตรีจากยุคปัจจุบันมาถึงที่นี่หากพูดถึงการแต่งงาน แทบไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย เมื่อพูดถึงความรักก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าหากพูดถึงสภาพความเป็นจริงแล้ว มันก็เลวร้ายเกินไป”

            ในใจของหวาชิงเสวี่ยรู้สึกอึดอัดอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางกล่าวเสียงค่อย “ท่านแม่ทัพอาจจะ...มาสู่ขอข้าในปีหน้าเจ้าค่ะ”

            “แล้วเจ้าอยากแต่งงานกับเขาหรือไม่?”หลูเจิ้งชิงถาม

            “เขาดีกับข้ามาก ข้าเองก็ชอบเขาอยู่บ้างเพียงแต่...” หวาชิงเสวี่ยมีสีหน้าเลื่อนลอย เหมือนไม่รู้จะพูดอย่างไรดี “แต่ว่า...แต่ว่า...”

            “แต่ว่าเจ้าไม่แน่ใจว่าความรู้สึกเหล่านี้สามารถประคองชีวิตคู่ได้หรือไม่เจ้าถึงได้ลังเล?” หลูเจิ้งชิงจ้องเข้าไปในดวงตาของหวาชิงเสวี่ยราวกับมองเห็นความกังวลใจของนาง

            หวาชิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแล้วพยักหน้า “ตอนแรกข้าแค่คิดว่าขอแค่เข้ากันได้ ไม่รับอนุไม่รับสาวใช้อุ่นเตียงก็พอแล้วเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ล้ำเส้นความอดทนก็ค่อยๆ เจรจากันได้ แต่ว่า...ตอนนี้ข้าพบว่า มีความคิดบางอย่างที่ยากจะเปลี่ยนแปลงได้”

            เหมือนตอนที่นางปกป้องหลี่จิ่งหนานเขากลับคิดว่านางเป็นสตรีใจอ่อน คิดว่าสตรีอย่างนางจะไปเข้าใจอะไร และคิดแค่ว่านางชวนทะเลาะโดยไม่มีเหตุผล...

            เขามีความเชื่อฝังลึกที่ว่าสตรีไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้และหวังว่านางจะอยู่ให้ห่างจากหลี่จิ่งหนานเสมอเพราะเหตุผลนี้เช่นกัน

            อยู่ให้ห่างจากฮ่องเต้ก็คืออยู่ห่างจากราชสำนัก และอยู่ห่างจากโลกของพวกผู้ชาย

            ถึงแม้ว่าหวาชิงเสวี่ยจะไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นเลยก็ตามแต่ความรู้สึกที่ไม่ได้ปรับความเข้าใจนั้นมันแย่มากจริงๆ หากทั้งสองคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงต่อไปก็คงจะมีการทะเลาะกันไม่สิ้นสุด

            ต่อให้ความสัมพันธ์มั่นคงเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานการบั่นทอนเช่นนี้ได้

            “ข้าไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือไม่...”หวาชิงเสวี่ยรู้สึกสับสน “เดิมทีข้าไม่ได้ตั้งใจจะแต่งงาน โลกนี้ไม่ยุติธรรมกับสตรีจริงๆนั่นแหละ เมื่อแต่งงานแล้วทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งตัวสตรีเองก็จะตกเป็นของบ้านสามี ไม่มีทรัพย์สินส่วนตัวอีกต่อไปสตรีที่ไปมีพฤติกรรมชู้สาวกับบุรุษคนอื่น กลับบ้านแล้วถูกสามีทุบตีก็ไม่สามารถร้องเรียนที่ไหนได้ได้ยินมาว่ามีสตรีถูกสามีตีตายคาที่ สามีกลับไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตคน แม้จะแจ้งทางการก็ไม่มีใครสนใจ...ตอนหลังเพิ่งได้มารู้ว่าสามีเข้าใจภรรยาผิดแต่คนก็ตายไปแล้ว ทุกอย่างไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้แล้ว...”

            หลูเจิ้งชิงถอนหายใจอย่างเงียบๆ“ก็มีเรื่องแบบนี้จริง แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ไม่ได้โหดร้ายกันทุกคนแบบนั้นหรอก...”

            “คนที่มีบ้านเดิมให้กลับก็จะถูกส่งกลับไปอยู่บ้านเดิม แต่คนที่ไม่มีบ้านเดิม...ก็เหมือนกับข้า” หวาชิงเสวี่ยคิดถึงสภาพของตนเองก็ยิ่งไม่มั่นใจกับอนาคตมากขึ้น “หากถูกครอบครัวสามีรังเกียจ บางคนก็ถูกไล่ออกจากบ้านไปเลยบางคนก็ถูกทุบตีแล้วขายให้คนค้าทาส...สตรีที่ไม่มีพ่อแม่ให้พึ่งพิง เมื่อแต่งงานไปแล้วชะตาชีวิตก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของบ้านสามี”

            ฟู่ถิงเย่อาจจะไม่ใช้วิธีต่ำทรามเหล่านั้นแต่เมื่อความรักสั่นคลอน สิ่งที่ทั้งสองจะต้องเผชิญก็คือด้านที่น่าเกลียดและเย็นชาที่สุดของกันและกันแล้วนางจะยังคงหวังอย่างใสซื่อได้อีกหรือว่ายามที่ฟู่ถิงเย่ปล่อยนางไป เขาจะยังอ่อนโยนกับนางอยู่?

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกท้อแท้“...เขาดีกับข้ามาก ทำให้ข้าเหลิงไปบ้าง จนเลือกที่จะมองข้ามความจริงที่อยู่ตรงหน้าข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า หากแต่งงานกับเขา วันไหนที่เขาไม่ดีกับข้าแล้ว ข้าจะทำอย่างไร?ข้าไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อนที่นี่ ข้า...ข้ารู้สึกนึกเสียใจบ้างแล้ว”

            “เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจ”หลูเจิ้งชิงปลอบนาง “รอจนจิตใจสงบลง คิดทุกอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว เจ้าค่อยคิดต่อว่าเส้นทางข้างหน้าควรจะเป็นอย่างไร”

            “ข้าอยากกลับบ้านเหลือเกิน...”หวาชิงเสวี่ยมองเขาแล้วหัวเราะอย่างขมขื่น “ตอนที่ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ เพราะว่าสูญเสียความทรงจำข้าก็เลยไม่ได้คิดถึงบ้านมากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้...ข้าอยากกลับไปจริงๆ”

            อย่างน้อยในโลกนั้นการแต่งงานก็ไม่ต้องแบกรับภาระหนักหนาเช่นนี้ หากไม่เหมาะสมกัน ก็แค่หย่า

            แต่อยู่ที่นี่ หากคิดจะหย่าร้าง?แทบเป็นไปไม่ได้เลย...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคนที่นางกำลังจะแต่งงานด้วยเป็นคนสูงศักดิ์หากวันใดความสัมพันธ์สั่นคลอน เกรงว่าฟู่ถิงเย่คงจะเงื้อดาบฟันนางตายในขณะที่โมโห...

            ประตูส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

            หลัวมู่อวี่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าที่ซีดเล็กน้อยมองคนทั้งสองที่อยู่ในห้องหนังสือแล้วกล่าวว่า “...ท่านแม่ทัพมาแล้ว”

            หลูเจิ้งชิงชะงักไปเล็กน้อยแล้วก็ลุกขึ้นเตรียมตัวจะไปต้อนรับ “มาถึงด้านหน้าแล้วหรือ?ได้เตรียมชาไว้หรือยัง?”

            ยังไม่ทันที่เสียงจะจางหายร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาจากข้างหลังหลัวมู่อวี่

            ฟู่ถิงเย่มองตรงมาที่หวาชิงเสวี่ยสายตาคมกริบดุจคมกระบี่!

            ——————————————————————

            [1]เสาไฟฟ้า(电灯泡)หมายถึงก้างขวางคอ

            [2]เฉียน(钱)หมายถึงหน่วยวัดสามเฉียนในทางแพทย์แผนจีนหมายถึงปริมาณยาที่ต้องทานในหนึ่งครั้ง คิดเป็นประมาณสิบห้ากรัม

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663