ตอน คุณนายสาวโดนยามรุม
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หลังโตสว่างวาบจนเห็นฝุ่นละอองเล็กๆที่ลอยล่องอยู่ในอากาศ ภายในห้องรับรองที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์นำเข้าจากอิตาลี ร่างของฉัน อรฤดี หญิงสาวในวัยสามสิบห้าปี กำลังเอนกายอยู่บนโซฟาบุผ้ากำมะหยี่สีแดงสด ผิวพรรณของฉันขาวเนียนละเอียด ขาวจัดเสียจนตัดกับสีของโซฟาอย่างชัดเจน สัดส่วนอวบอิ่มสมบูรณ์แบบที่ถูกดูแลรักษามาอย่างดีเยี่ยมด้วยคอร์สประทินผิวราคาหลักแสนซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อดี ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของฉันไม่ใช่ความงาม แต่เป็แววตาเฉี่ยวคมที่มักจะเชิดขึ้นสูงและริมฝีปากเรียวบางที่ชอบเม้มแน่น แสดงออกถึงความถือดีในยศถาบรรดาศักดิ์และชาติตระกูลอันสูงส่งของตนเอง
ฉันแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ สามีของฉันเป็นักธุรกิจหนุ่มผู้มีชื่อเสียงในสังคม ทว่าความสัมพันธ์ของเรากลับเป็เพียงภาพลวงตาที่ฉาบหน้าไว้ให้คนภายนอกชื่นชม ในความเป็จริงแล้ว สามีของฉันเป็คนบ้าเงินเคร่งเครียดกับผลประโยชน์จนหลงลืมหน้าที่บนเตียงไปเสียสนิท ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญกับความเงียบเหงาและความ้าลึกๆที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเกลียดชังและความหยิ่งยโส และใน่เวลานี้ สามีของฉันต้องเดินทางไปเจรจาธุรกิจที่ต่างประเทศเป็เวลานานนับเดือน ฉันจึงจำเป็ต้องย้ายมาพักอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์เก่าแก่ของแม่สามีเพื่อคอยดูแลท่านหญิงและทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่แสนดี
สำหรับฉันแล้ว บรรดาคนรับใช้ คนขับรถ หรือยามเฝ้าประตูในคฤหาสน์หลังนี้ พวกมันไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่าเครื่องจักรมีชีวิตที่คอยรองรับอารมณ์และคำสั่งห้วนๆของฉัน ฉันมักจะระบายอารมณ์กับพวกเขาด้วยการดุด่าและใช้ชีวิตอยู่บนหอคอยงาช้างและมองพวกมันด้วยสายตาเหยียดหยามอยู่เสมอ
บ่ายวันนี้ อากาศภายนอกเริ่มอบอ้าวและมีเค้าลางของพายุฝน ฉันเดินลงมาจากตึกใหญ่ในชุดเดรสลูกไม้รัดรูปสีขาวเพื่อจะออกไปซ่อนตัวจากความน่าเบื่อในห้างสรรพสินค้าหรู ทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึก ฉันก็เห็น ชัย คนขับรถหนุ่มใหญ่หุ่นล่ำสัน วัยประมาณสามสิบแปดปี ผิวคร้ำเข้มจากการทำงานกลางแจ้ง เขากำลังยืนเช็ดรถยุโรปคันหรูของฉันอยู่ ชัยสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีมอๆ ที่ตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแขนและแผงอกหนาจากการออกกำลังกายและใช้แรงงาน รูปร่างของเขาดูบึกบึน ทรงพลัง และแฝงไปด้วยความดิบเถื่อนแบบชายชาตรีที่ฉันมักจะแสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์อยู่เสมอ
"ชัย! ทำไมแกล้างรถช้าแบบนี้ ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าฉันมีนัดตอนบ่ายสอง" ฉันตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ และใบหน้าที่เชิดรั้น
"ขอโทษครับคุณนาย พอดีระบบไฟในรถมันมีปัญหานิดหน่อย ผมเลยต้องเช็กให้ละเอียดครับ แต่แก้ไขเสร็จแล้วครับ กว่าจะได้ล้างก็นานเลยครับ" ชัยตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางก้มหน้าลงต่ำตามมารยาทของคนรับใช้
ทว่าในจังหวะที่เขาก้มลง ฉันแอบเห็นสายตาคมเข้มของเขาที่ลอบมองชำเลืองมาที่เรียวขาขาวผ่องของฉันที่โผล่พ้นชายกระโปรงลูกไม้ รวมถึงเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยความหงุดหงิด แววตาของชัยในวินาทีนั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหายและตัณหาที่ซ่อนเร้น มันเป็สายตาของหมาป่าชั้นต่ำที่กำลังจ้องมองหงส์ผู้สูงศักดิ์ด้วยความเงี่ยนจัดที่ถูกเก็บกดมานานจากการถูกฉันด่าทอและโขกสับอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
"อย่ามาอ้าง! ถ้าฉันไปสายแม้แต่นาทีเดียว แกเตรียมตัวไสหัวออกจากคฤหาสน์หลังนี้ได้เลย" ฉันลงอารมณ์ใส่ชัยอีกครั้ง เพราะไม่ชอบสายตาที่มันมองมาโดยไม่สำเหนียกเลยว่าฉันเป็ใครและมันเป็ใคร พูดจบฉันก็สะบัดหน้าเดินขึ้นรถไปทันที โดยไม่สนใจเลยว่าแผ่นหลังกว้างของชัยในตอนนั้นกำลังเกร็งแน่นด้วยความโกรธและความกระสันที่พุ่งสูงปรี๊ด
ไม่ใช่แค่ชัยคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรองรับอารมณ์อันบูดเบี้ยวของฉัน ใน่เย็นยามที่รถวนกลับมาจอดที่คฤหาสน์ ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีดำทะมึน ลมพายุพัดกระโชกแรงจนต้นไม้ใหญ่รอบบ้านลู่เอน ฉันก้าวลงจากรถด้วยความรีบร้อน ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเดินเข้าประตูตึก ฉันก็ต้องเดินผ่านป้อมยามด้านหน้า ซึ่งมี มั่น ยามประจำคฤหาสน์ร่างกำยำวัยสามสิบต้นๆ กำลังยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่
มั่นเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ โครงหน้าเหลี่ยมคมคาย ผิวสีแทนเข้ม และมีกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็ลอนชัดเจนทะลุเสื้อชุดเครื่องแบบยามที่รัดตึง เขาเป็คนนิ่งขรึมแต่ทว่าสายตาของเขายามที่มองฉันมันอันตรายยิ่งกว่าใครทั้งหมด
"มั่น! แกเดินมาถือกระเป๋าให้ฉันหน่อยสิ ยืนบื้ออยู่ได้เห็นไหมว่าฝนกำลังจะตก" ฉันร้องสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและห้วนจัด
"ครับคุณนาย" มั่นรีบก้าวเท้าเข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่เขายื่นมือหนามาหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมไปจากมือของฉัน ปลายนิ้วที่หยาบกร้านและสากจัดของเขาจงใจเฉียดกรายไปบนผิวหลังมือเนียนนุ่มของฉันอย่างเงียบเชียบ ััที่คาดไม่ถึงบวกกับความสากกระด้างของชายชั้นแรงงานทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นแปล๊บเข้ามาในช่องท้องของฉันจนต้องสะดุ้งเล็กน้อย ฉันรีบชักมือกลับและตวัดสายตาคมกริบมองหน้าเขาด้วยความโกรธ
"แกจงใจงั้นเหรอ มั่น! ไอ้พวกชั้นต่ำ วันๆ คิดแต่เื่สกปรก" ฉันด่าทอเสียงดังสู้กับเสียงฟ้าร้องคำรามเพราะฉันไม่ชอบความรู้สึกแปล๊บ!ๆ แว๊บ! แปลกๆที่เกิดขึ้นเมื่อโดนตัวชายชั้นต่ำตรงหน้า
นายมั่นไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มมุมปากจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมเข้มของเขามันกลับทำให้ฉันรู้สึกขนลุกซู่ แววตาของมั่นลุกวาวด้วยความกระสันยามที่เขาจ้องมองบั้นท้ายงอนงามและสะโพกผายของฉันที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงรัดรูป ทุกครั้งที่ฉันเดินผ่านหน้าป้อมยาม มั่นจะจ้องมองสะโพกของฉันจนเป้ากางเกงเครื่องแบบของเขาขยายขนาดจนตึงตรงเป้าด้วยความอัดอั้น ทั้งชัยและมั่นต่างแอบพูดคุยและส่งรูปภาพแอบถ่ายของฉันให้กันดูในกลุ่มลับของพวกคนงานโดยที่ดิฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ฉันเดินสะบัดก้นขึ้นไปยังห้องนอนหรูส่วนตัวบนชั้นสองของตึกใหญ่ โดยไม่รู้เลยว่าคืนนี้ พายุลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดกระหน่ำเข้าสู่คฤหาสน์ จะไม่ได้พัดพามาแค่สายฝน แต่จะพัดพากลุ่มชายหนุ่มผู้หิวกระหายขึ้นมาทำลายล้างกำแพงยศถาบรรดาศักดิ์ของฉันจนราบคาบ
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่ดึกสงัด เข็มนาฬิกาบนผนังห้องนอนชี้บอกเวลาเที่ยงคืนตรง พายุฝนภายนอกทวีความรุนแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เสียงเกลียวฝนกระแทกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวสลับกับเสียงฟ้าร้องกัมปนาทและแสงสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมาจนห้องนอนสว่างวาบเป็ระยะ อากาศภายในห้องเริ่มเย็นเฉียบ ฉันนอนอยู่บนเตียงคิงไซส์หนานุ่ม สวมชุดนอนผ้าไหมซาตินสายเดี่ยวสีแดงที่บางเบาและสั้นเหนือเข่า เนื้อผ้าซาตินเนื้อนุ่มลื่นแนบสนิทไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกาย เนินอกอวบอิ่มขาวผ่องล้นทะลักออกมานอกคอเสื้อที่ผ่าลึก ยอดถันที่ไร้บราเซียซ่อนอยู่ด้านในเสียดสีกับเนื้อผ้าจนแข็งเป็ไตดันตัวออกมาเป็ตุ่มนูนอย่างเห็นได้ชัด
จู่ๆ แสงไฟในห้องนอนก็กระพริบถี่ๆ สองสามครั้ง ก่อนที่ระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตึกใหญ่จะดับมืดลงพร้อมกับความเงียบงันของเครื่องปรับอากาศ คฤหาสน์หลังโตตกอยู่ในความมืดมิดทันที มีเพียงแสงสว่างสลัวจากสายฟ้าภายนอกที่ส่องให้เห็นเงาตะคุ่มในห้อง
"ชิส์! ไฟดับงั้นเหรอ หงุดหงิดชะมัด" ฉันบ่นพึมพำด้วยความอารมณ์เสีย พลางขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงเพื่อจะควานหาโทรศัพท์มือถือสั่งให้คนรับใช้เอาไฟฉายขึ้นมาให้
แต่ทว่า ในความมืดมิดและเสียงพายุฝนที่บดบังเสียงรอบข้าง เสียงลูกบิดประตูห้องนอนของฉันกลับถูกหมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า
กริ๊ก!
ฉันชะงักมือที่กำลังควานหาโทรศัพท์ ดวงตาเบิกกว้างพยายามเพ่งมองไปที่บานประตูที่เปิดออก แสงฟ้าแลบจากภายนอกวาบเข้ามาพอดี เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่หนากำยำสองร่างที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในห้องนอนอย่างเงียบเชียบ พวกเขาไม่ได้สวมเสื้อ แต่กำลังโชว์แผงอกล่ำสันและมัดกล้ามเนื้อที่สะท้อนแสงฟ้าแลบ ผิวสีเข้มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนจางๆ ชายสองคนนั้นคือ ชัย และ มั่น
"พวกแก! เข้ามาทำไมในห้องของฉัน บ้าไปแล้วเหรอ? ออกไป!" ฉันตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนและดุดันตามความสัญชาตญาณ พยายามจะใช้ความน่าเกรงขามข่มขู่พวกมันเหมือนทุกครั้ง
"ไม่มีประโยชน์หรอกครับคุณนาย คืนนี้ไฟดับทั้งบ้าน และเสียงฝนตกหนักขนาดนี้ ต่อให้คุณนายร้องจนคอแตก ก็ไม่มีใครบนตึกได้ยินหรอกครับ" ชัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า แววตาของเขาในความมืดลุกโชนไปด้วยไฟแห่งตัณหาที่ปิดบังไว้ไม่มิดอีกต่อไป
"พวกเราโดนคุณนายด่าทอ โขกสับมานานแล้ว คืนนี้พวกเราขอมาคิดบัญชีแค้นให้หนักๆ และขอชิมความหวานของคุณนายหน่อยเถอะครับ ดูซิว่าเวลาโดนพวกชั้นต่ำอย่างพวกผมรุมกระแทก คุณนายยังจะปากเก่งอยู่ไหม" มั่นพูดเสริมด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ดุดัน แขนล่ำสันของเขากางออกเตรียมพร้อม
เป้ากางเกงของทั้งชัยและมั่นในตอนนั้นขยายขนาดจดันเนื้อผ้าออกมาเป็ลำยาวอย่างน่ากลัว พวกมันไม่เกรงกลัวอำนาจหรือกฎหมายใดๆ อีกต่อไป แรงกระสันและความเงี่ยนจัดที่สะสมมานานปีทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น พวกมันก้าวเท้าขยับเข้าล้อมเตียงนอนของฉันไว้ทันที
"ออกไปนะ! ไอ้พวกสารเลว! ช่วยด้วย! ใครก็ได้..." ฉันพยายามร้องะโสุดเสียงพลางขยับตัวจะหนีลงจากเตียง
แต่ทว่ายังไม่ทันที่เท้าของฉันจะแตะพื้น ร่างสูงใหญ่ของมั่นก็พุ่งเข้าชาร์จจับร่างของฉันกดตรึงลงกับเตียงหนานุ่มทันที พละกำลังมหาศาลของยามหนุ่มทำให้ฉันขยับเขยื้อนไม่ได้ มั่นใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันกดตรึงไว้เหนือศีรษะ ฉันดิ้นรนส่ายตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง บิดสะโพกและเรียวขาเพื่อหลบหนี แต่ยิ่งดิ้น ชุดนอนผ้าไหมซาตินสีแดงก็ยิ่งเลิกขึ้นสูงจนเผยให้เห็นบั้นท้ายขาวผ่องและโคนขาอ่อนเนียนละเอียด
"อื้อออ! ปล่อยฉันนะ! ไอ้พวกชั้นต่ำ!" ฉันร้องด่าทอเสียงหลง
ชัยไม่รอช้า เขาขยับขึ้นมาบนเตียง คุกเข่าคร่อมเรียวขาของฉันไว้ แล้วใช้มือหนากระชากชายชุดนอนของฉันขึ้นสูง ก่อนจะเอื้อมมือไปเกี่ยวขอบกางเกงในผ้าลูกไม้ซีทรูตัวจิ๋วของฉันให้หลุดพ้นจากสะโพกอย่างรุนแรงจนเนื้อผ้าขาดวิ่น ชัยขยำกางเกงในตัวจิ๋วแฉะเปียกผืนนั้นแล้วนำมายัดเข้าไปในปากของฉันจนแน่น ทะลวงลึกเข้ามาเพื่ออุดเสียงร้องขัดขืน
"อื้อๆๆ! อื้อออ!" เสียงด่าทอของฉันถูกกลืนหายไปทันที เหลือเพียงเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด น้ำตาเริ่มเอ่อล้นที่หัวตาด้วยความหวาดกลัวและอับอายที่ต้องตกเป็เหยื่อใต้ร่างของคนรับใช้ชั้นต่ำ
"เงียบๆหน่อยสิ ตอบรับความเสียวซ่านหน่อยสิครับคุณนาย ปากดีนักเป็ไง โดนกางเกงในตัวเองยัดปากไว้ ชิมรสชาติตัวเองไปก่อนนะ" ชัยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยาบโลนพลางเลื่อนหน้าสากๆ ที่มีตอหนวดลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวระหงของฉัน
หนวดสากกร้านของชัยเสียดสีกับผิวเนื้อเนียนละเอียดของฉันจนรู้สึกเจ็บปนเสียว ััที่ดิบเถื่อนและป่าเถื่อนแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท ความร้อนรุ่มแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้องอย่างรุนแรง ความเสียวซ่าน แล่นแปล๊บ เข้ามาในร่างกายของฉันจนตัวสั่นระริก ชัยใช้ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักบีบขย้ำหน้าอกอวบอิ่มของฉันอย่างรุนแรงและเมามันส์ เนื้อนุ่มๆ ของคุณนายผู้หยิ่งยโสถูกบีบเคล้นจนล้นทะลักตามง่ามมือดำๆของคนขับรถ
"อื้อๆๆ!" ฉันบิดส่ายหน้าหนีรสจูบของมั่นและปากที่ซุกไซ้ลำคอระหงส์ของชัย แต่ร่างกายท่อนล่างกลับเริ่มทรยศต่อจิตสำนึก ความเปร่าเปลี่ยวที่แห้งแล้งมานานปีถูกจุดติดด้วยไฟตัณหาอันดุดันของชายชาตรี
มั่นที่กำลังกดตรึงข้อมือของฉันอยู่้าจ้องมองดูเรือนร่างขาวโพลนของฉันที่สั่นเร่าอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาหื่นกระหาย แผงอกของเขาเหนียวเหนอะไปด้วยเหงื่อ ชัยเลื่อนตัวต่ำลงไปเบื้องล่าง เขาใช้มือแหวกเรียวขาขาวผ่องของฉันให้แยกออกกว้าง ภาพของร่องรักสีชมพูระเรื่อที่ไร้สิ่งปกปิดปรากฏแก่สายตาของชัย มันเริ่มมีน้ำหล่อลื่นใสๆ ไหลเยิ้มซึมออกมาตามสัญชาตญาณของร่างกายที่ตื่นตัว
"แฉะแล้วนี่หว่าคุณนาย ปากบอกเกลียดพวกผมแต่รูแฉะเยิ้มเชียวนะ" ชัยหัวเราะในลำคอก่อนจะก้มหน้าลงไปซุกระหว่างเรียวขาของฉัน
เขาใช้ลิ้นสากหนาตวัดเลียลงบนกลีบเนื้อนุ่มและบดขยี้จุดกระสันของฉันอย่างรัวเร็วและหนักหน่วง ััจากลิ้นของชายชั้นแรงงานลบล้างทุกความถูกต้องในหัวสมองของฉันจนหมดสิ้น ความเสียวซ่านพุ่งทะยานจนฉันต้องแอ่นสะโพกผายงอนขึ้นรับััเพราะสยิวเสียวจนตูดไม่ติดพื้น สะโพกผ่ายส่ายหนีหน้ามันไปมาแต่ขากลับหนีบแนบหน้ามันแน่นหนับ สองมือที่ถูกมั่นกดไว้เริ่มหมดแรงจะต่อต้าน ร่างกายของฉันอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งโดนไฟลน ฉันยอมสยบต่อตัณหาและความเสียวที่ถาโถมเข้าใส่จนหยุดดิ้นรนและหยุดร้องในที่สุด เหลือเพียงเสียงครางอู้อี้ "อื้อๆๆ" ยาวๆ ในลำคอผ่านผ้าลูกไม้ที่ยัดปากเอาไว้
(มีต่อ)