ชั้นที่สามภัตตาคารซีเจียง
ข้างบนนี้ราวกับอีกโลกหนึ่งเสียงกู่ฉินบรรเลงอย่างไพเราะ สระน้ำกว้างอุดมไปด้วยดอกบัวสีขาวบานสะพรั่ง ฉาก้านี้ทำให้วิเวียนรู้สึกตื่นตาเป็อย่างมาก
“น้องชายลูคัสทำได้อย่างไรน่ะ”วิเวียนถามด้วยความประหลาดใจเด็กชายใช้วิธีใดกันผู้ดูแลจึงเชิญให้ขึ้นมากินถึงชั้นสามได้
เมื่อได้ยินคำถามลูคัสได้เพียงแต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไรออกไป
หลังจากมาถึงหน้าภัตตาคารซีเจียงเขาก็สังเกตเห็นชุดผู้ดูแลแล้วว่าเป็คนของหอการค้าบามี่และแบบนี้ก็แสดงว่าภัตตาคารซีเจียงต้องเป็หนึ่งในธุรกิจของเบนจามินอย่างไม่ต้องสงสัยตอนแรกเขาคิดว่าชวนวิเวียนไปทานอาหารร้านอื่นแทนแต่เมื่อเจอคนน่ารังเกียจประเภทนี้เขาก็ไม่เกี่ยงที่จะใช้เส้นสายสักหน่อยเพื่อแก้ปัญหาตรงหน้า
สักพักวิเวียนก็หยุดถามก่อนจะเริ่มคุยกันเื่การประลองในวันนี้
"พี่สาวหลังจากนี้อีกสิบวันผมจะกลับไปสถานศึกษาแล้วนะ"
เมื่อได้ยินประโยคนี้วิเวียนนิ่งไปพักหนึ่งก่อนเธอจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม
"ก็ไปสิ ยังไงเราก็ได้เจอกันอีก" เด็กสาวตอบ
"อีกเดือนกว่าๆจะมีาสี่หมู่ตึกผมต้องไปเตรียมตัวเสียหน่อยนะ"
จากนั้นลูคัสก็อธิบายให้ฟังเกี่ยวกับาสี่หมู่ตึกของสถานศึกษาอีเดนจากที่ฟังเธอคาดหวังอย่างมากที่จะได้อยู่หมู่ตึกเดียวกับเขา
"เอ่อจริงสิคุณลุงพาร์คเป็นักสู้อยู่ที่ชั้นสิบสองใช่หรือไม่"ลูคัสเอ่ยถามขณะนั่งรออาหาร
"ถูกต้องคุณพ่อเป็นักสู้ที่เก่งกาจ แต่นานครั้งจะไปต่อสู้ในหอคอยมืดสักทีทำให้ท่านยังค้างอยู่ที่ชั้นสิบสอง"
"ห้องฝึกบนชั้นนั้นเป็อย่างไรบ้างดีกว่าสิบชั้นแรกหรือเปล่า"เด็กชายถามด้วยความสงสัย
"จากที่พ่อบอกมันต่างกันลิบลับเลยล่ะ ระดับพลังปราณมีหนาแน่นกว่าห้าเท่าได้หากเทียบกับสิบชั้นแรก"
วิเวียนตอบด้วยสีหน้าเศร้าเธอเองก็อยากจะได้ห้องฝึกที่ดีแบบนั้นเช่นกัน
จากการสอบถามเบื้องต้นพ่อของวิเวียนอยู่ในระดับรวมปราณขั้นสี่เขาวิเคราะห์ดูแล้วว่าตัวเองก็น่าจะขึ้นไปเหนือจากชั้นที่สิบได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ติดตรงที่ต้องเก็บชัยชนะในแต่ละชั้นให้ครบห้าสิบครั้งซึ่งกินเวลาพอสมควรและตอนนี้าสี่หมู่ตึกก็ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว
"เอาไว้จบกิจกรรมค่อยมาอีกครั้งแล้วกัน" ในใจเขาอยากจะขึ้นไปเหนือชั้น20 ให้เร็วที่สุดเพราะข้อมูลที่ได้จากพนักงานทำให้ทราบว่าในทุกๆสิบระดับชั้นห้องฝึกจะทวีความหนาแน่นของปราณมากขึ้นไปอีก
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้น
"นายท่านชั้นสามขึ้นไม่ได้ค่ะ"เสียงพนักงานกำลังห้ามปรามด้วยความร้อนรน
"ได้สินี่โต๊ะเพื่อนข้าเอง"ดงวุคถือวิสาสะนั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ข้างวิเวียน
พนักงานส่งสายตาเป็เชิงสอบถามว่าเป็เื่จริงหรือไม่
"เห พี่ชายท่านนี้เป็ใครหนอ"ลูคัสยกแก้วชาใบเล็กขึ้นหมุนมันก่อนกระดกชาใส่ปาก
"น้องสาววิเวียนต้องจำพี่ได้แน่นอน" ดงวุคส่งสายตาข่มขู่
แล้วก็ได้ผลเสียด้วยเด็กสาวตัวสั่นเล็กน้อยทั้งที่ระดับพลังของเธอมากกว่าแต่ก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดีเพราะเื้ัของดงวุคไม่ธรรมดา
ตอนนี้เหล่าแขกที่อยู่ชั้นสามล้วนให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้
ในระหว่างที่วิเวียนนั่งเงียบ
"หากพี่ชายไม่ยอมถอยไปดีๆ ก็อย่าหาว่าน้องชายคนนี้โหดร้าย"แก้วในมือลูคัสแหลกละเอียดกลายเป็ฝุ่นผง
“จะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ”ชายชราในชุดเขียวก้าวขึ้นชั้นสามมาพร้อมแผ่พลังปราณออกมารอบตัว
"นั่นน่ะสิน้องชายลองนึกดูดีๆว่าเรารู้จักกันหรือเปล่านี่พี่ชายดงวุคไง"ดงวุคส่งสายตาเ้าเล่ห์ออกมาทั้งหมดนี้เขาเตรียมการมาเป็อย่างดีตนเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องกลัวจนคล้อยตามอย่างแน่นอน
อีกด้านหนึ่งของชั้นที่สาม
"พี่หลงเราจะไม่ช่วยพวกเขาจริงๆเหรอตาแก่นั่นดูไม่ธรรมดา เขาจะลงมือด้วยตัวเองแล้วนะ"เด็กหญิงชุดม่วงร้อนรน
"ดูไปก่อนไม่เห็นหรือว่าเหมียวจอมโหดสีหน้ายังไม่เปลี่ยนเลย" ความจริงหลงชิงก็แอบหวั่นใจเล็กๆว่าเด็กชายจะผ่านปัญหาตรงหน้านี้ไปได้หรือไม่
หากเขารับมือไม่ไหวเขาก็พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือทันที
เสียงกู่ฉินเริ่มบรรเลงเร็วขึ้น
"น้องชายลูคัสวันนี้เรากลับกันดีไหม"วิเวียนเริ่มกลัว
ผั่วะ!มีเสียงต่ำดังขึ้นกลบเสียงกู่ฉินที่กำลังบรรเลง
"อ๊าก" เสียงร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังออกมาจากดงวุคขณะโกยฟันของตัวเองขึ้นมาจากพื้น
"ก็นึกว่าใคร...พี่ชายดงวุคนี่เองเมื่อกี้มียุงมาเกาะที่หน้าของพี่ผมเลยช่วยตบให้"ลูคัสลูบมือของตัวเองเบาๆ
"คุณชายน้อย แกกล้าทำร้ายคุณชายน้อย" ชายชราแผ่จิตสังหารทันที ตัวเองนั้นไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าทำร้ายคุณชายน้อยต่อหน้าเขา
บรรยากาศเริ่มกดดันการแผ่คลื่นพลังของระดับรวมปราณขั้นสามไม่ใช่เื่ล้อเล่นใบหน้าขาวของวิเวียนเริ่มซีดลงเธอรีบไปหลบอยู่ด้านหลังลูคัสตามสัญชาตญาณเพราะเด็กสาวทนแรงกดดันระดับนี้ไม่ไหว
"ฆ่าพวกมันสองคนให้ข้า ฆ่าพวกมันเร็วลุงจิน"ดงวุคร้องลั่นขณะเืกบปากเืเริ่มจะกระเด็นเลอะทั่วไปใบหน้าทำให้เขาดูน่ากลัว
เมื่อลูคัสได้ยินประโยคนั้นครั้งนี้เขาเริ่มจะโกรธเข้าจริงๆแล้วหากอีกฝ่ายแค่กลั่นแกล้งตัวเขาจะอดทนแต่นี่ถึงกับจะเอาชีวิตเพื่อนของเขาด้วยแล้วเด็กชายจะทนไหวได้อย่างไรหากไม่ติดว่าที่นี่เป็กิจการของ
เบนจามินล่ะก็ตนคงใช้ทุกวิธีเพื่อสังหารชายตรงหน้าทิ้งเสีย
ผู้ที่ถูกเรียกว่าลุงจินก็ยังชั่งใจอยู่ว่าจะลงมือดีหรือไม่คนที่เข้ามาในภัตตาคารซีเจียงได้ย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดาแต่เด็กคนนี้กลับขึ้นมาได้ถึงชั้นสาม
"เ้าหนุ่มเป็ลูกหลานตระกูลใดจงเอ่ยมา" ลุงจินตัดสินใจจะดูเื้ัของเด็กชายก่อนจะได้ไม่เสียใจทีหลัง
"ท่านพี่เร็วไปช่วยเ้าแมวเหมียว" เด็กสาวชุดม่วงพูดอย่างร้อนใจ
หลงชิงเองก็ร้อนใจไม่ต่างกันขณะที่หลงชิงพุ่งตัวออกไปใกล้จะถึงโต๊ะต้นเื่
มีเหรียญตราสิงโตสีทองส่องประกายในมือขวาของลูคัส
เด็กชายเหรียญขึ้นเหนือศีรษะเพื่อให้ทุกคนในที่นี้เห็นชัดๆ
"ศิษย์สถานศึกษา..." หลงชิงที่กำลังจะพุ่งตัวออกไปหยุดกลางคัน
"ตราราชสีห์ทองคำ" ลุงจินอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวปราณในร่างถูกรั้งเก็บอย่างกระอักกระอ่วน
"ท่านพี่ทำไมตาแก่ต้องกลัวเหรียญเล็กๆนั่นขนาดนั้นล่ะ" เด็กสาวชุดม่วงถามอย่างสนใจ
"สิ่งนั้นถูกเรียกว่าตราราชสีห์ทองคำ ฆ่าก่อนถามทีหลัง ผู้ถือตรามีศักดิ์เทียบเท่าขุนนางในราชสำนักของแดนเหนือ"
หลงชิงตอบเพียงสั้นๆ
ข้อนี้ลูคัสรู้ดีอยู่แล้วตนจำได้แม่นตอนที่แคทเธอรีนอธิบายถึงความเป็มาของเหรียญตราประจำตัวนักเรียนนี้
นานมาแล้วมีผู้ฝึกตนทั้งสามเคยช่วยเหลือจักรวรรดิแบริ่งไว้ในาครั้งใหญ่ทำให้องค์าาประทานเหรียญตราราชสีห์ทองคำไว้เป็เกียรติประวัติพร้อมก่อตั้งสถานศึกษาขึ้นมาเพื่อสร้างบุคคลที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถโดยให้ผู้ฝึกตนทั้งสามขึ้นเป็อาจารย์ใหญ่และสถานศึกษาที่ว่านั่นก็คือ "สถานศึกษาอีเดน" ใครไม่เคารพเหรียญตราถือว่าไม่เคารพองค์าาแห่งแดนเหนือมีโทษถึงปะา
บรรยากาศชั้นที่สามเงียบลงทันตา
"ไม่คิดเลยว่าเ้าแมวเหมียวจะเป็ศิษย์สถานศึกษาอีเดน"เด็กสาวชุดม่วงอุทานออกมาหลงชิงเองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
"เดี๋ยวลุงจินทำอะไร ฆ่ามัน ลุงจินฆ่ามันซี่" ดงวุคแผดเสียงลั่นขณะที่ลุงจินพยายามลากเขาลงบันได
เมื่อไม่ทางเลือกชายชราจึงต้องทำให้ดงวุคสลบอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ช่างป่าเถื่อนเสียจริง" ลูคัสอดขำไม่ได้เมื่อเห็นดงวุคถูกตีจนสลบไป
"ใช่แล้วเ้าหนุ่มไม่ใช่สิคุณชายท่านนี้กล่าวได้ถูกต้อง ปัญญาชนย่อมไม่ใช้กำลังแก้ไขปัญหาชายแก่คนนี้ต้องขอโทษแทนคุณชายน้อยที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมาเมื่อกลับไปข้าจะรายงานความผิดทั้งหมดและจะให้บิดาของเขาลงโทษสถานหนัก"ลุงจินกล่าวออกมาด้วยความสุภาพอย่างถึงที่สุด
"งั้นก็ไปเถอะ" ลูคัสปัดมืออย่างไม่ใส่ใจ
ในขณะที่ศีรษะลุงจินกำลังจะพ้นบันได
"เอ้อ เดี๋ยวก่อน"
เมื่อได้ยินเสียงเรียกลุงจินถอยหลังกลับขึ้นมาก่อนหันไปหาด้วยรอยยิ้ม"มีอะไรให้รับใช้หรือคุณชาย..."
"ก็ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากจะบอกไว้ว่าคุณหนูวิเวียนมัวร์ที่อยู่ตรงนี้เธอได้รับการยืนยันล่วงหน้าแล้วว่าเป็ศิษย์ของสถานศึกษาอีเดน"ลูคัสจงใจกระชับเหรียญตราให้ลุงจินเห็นชัดขึ้น
ชายชราเป็คนหัวไวจึงรีบตอบกลับว่า
"แน่นอนขอรับใครบังอาจมายุ่งกับคุณหนูวิเวียน ชายแก่คนนี้จะหักขามันตีมันให้จำให้หลาบจำ"
"งั้นก็ไปเถอะเืคุณชายน้อยของท่านเลอะพื้นไปหมดแล้ว" ลูคัสนั่งลงก่อนรินชาใส่แก้ว
ดั่งเสียง์ลุงจินรีบลากดงวุคออกไปอย่างเร็วที่สุด
ผ่านไปหลายลมหายใจ
เสียงกู่ฉินเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้งพร้อมบรรยากาศเริ่มกลับมาเงียบสงบเงียบตามเดิม
.