ไป๋ม่านหรงนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงไม้ไผ่พลางถอนหายใจแรงๆ
‘ที่นอนอันเก่านี้ค่อนข้างเสื่อมสภาพไปมากแล้ว นอนพลิกไปทางซ้ายก็เหมือนกับว่าตกหลุมอากาศ นอนหันมาทางขวาก็เหมือนจะแข็งไป’
ม่านหรงลุกขึ้นมานั่งทำใจ เพราะที่นอนไม่เท่ากันจึงทำให้นางไม่สบายตัว
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงนี่ก็ไม่ยอมดับไปเสียที มันส่งแสงจ้าตลอดเวลา ทำเอาคนที่นอนหลับยากอยู่แล้วอย่างม่านหรงได้แต่กุมขมับและกำหมัดแน่นอย่างเคืองโกรธ
เฮ่อ… เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงนกกลางคืนแว่วมา
ท้ายที่สุดความเมื่อยล้าก็เข้ามาครอบงำ ร่างบางถึงจะไม่สบายตัวมากแค่ไหน แต่พอถึงจุดจุดหนึ่งที่ร่างกาย้าพักผ่อนนางก็ต้องหลับไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่มีทางเลือกอื่น
จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ
เสียงนกกระจิบตัวน้อยบินมาเกาะที่บ้านไม้ไผ่ที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยความสงสัย
ม่านหรงลืมตาขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน สายจนตะวันแยงตาแล้ว แต่ร่างน้อยๆ ของนางพึ่งจะลุกขึ้นมานั่งบนเตียง นางบิดร่างกายไปมาซ้ายทีขวาที
“โอ๊ยยย!! ปวดไปทั้งตัวเลย ที่นอนนี่ก็ไม่เท่ากันเลยสักนิด ข้างหนึ่งแข็งกระด้าง อีกข้างก็ยุบตัวเป็แอ่ง”
ม่านหรงได้แต่บ่นให้กับที่นอน ถึงพูดบ่นไปอย่างนั้นนางก็ต้องอยู่กับที่นอนเน่าๆ นี่ไปอีกสักพักใหญ่
“หลับจนตื่น หน้าจอโปร่งใสนี่ก็ยังคงทำงานอยู่”
ม่านหรงจ้องเขม็งมองหน้าต่างโปร่งแสงอย่างเอาเื่ เพราะสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นางนอนไม่หลับก็เป็เพราะมัน
“ไม่เห็นมีอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเลยแฮะ”
ม่านหรงหรี่ตามองไปที่หน้าจอโปร่งแสง
ชื่อ ไป๋ ม่านหรง
อายุ 12 ปี
เพศ หญิง
ส่วนสูง 156 เิเ
ครั้งต่อไปที่จะได้รับกล่องสุ่ม
- นับถอยหลังไปอีก 6 วัน
พรที่ได้รับ (ติดตัว)
- ปากสาปแช่ง
ของรางวัลที่ได้รับแล้ว
- คันโยกน้ำบาดาลไร้สิ้นสุด
“อืม ดูเหมือนว่าข้อมูลสิ่งของจะชัดเจน งั้นอีกหกวันข้าถึงจะได้รับกล่องสุ่มอีกครั้งสินะ”
ม่านหรงเม้มปากครุ่นคิด
“ระบบ ข้าขอใช้สิทธิ์…”
ไป๋ม่านหรงที่กำลังจะพลั้งปากใช้พร ชะงักไปชั่วคราว
หากนางใช้พร ‘ปากสาปแช่ง’ เพื่อสิ่งปลูกสร้างที่กล่าวไว้เมื่อวาน แล้วถ้าเกิดว่าวันนี้ไม่มีอาหารให้นางกินนางควรจะทำอย่างไร
“อืมมม ข้ายังไม่ใช้งานพรของวันนี้ดีกว่า”
ม่านหรงโบกมือให้ระบบ นางหย่อนขาลงเตียงเพื่อสวมใส่รองเท้า
“ลูกแม่ เ้าตื่นแล้วหรือ”
ทันทีที่ม่านหรงก้าวขาออกมาจากตัวบ้าน ผู้เป็มารดาก็หันไปทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส
ดูเหมือนว่าใบหน้าของไป๋หลิวเหยาจะมีเืฝาดขึ้นมาเล็กน้อย และมีความแช่มชื่นอิ่มเอมใจเพิ่มขึ้นมา
“ท่านแม่ตื่นั้แ่เช้าแล้วหรือเ้าคะ”
ม่านหรงยิ้มบาง
มองด้วยตาเปล่าก็ดูออก ว่า ท่านแม่กับท่านพ่อแยกห้องนอนแล้วสุขสมมากแค่ไหน
“แม่พึ่งตื่นได้ไม่นานนี่เอง ลูกรีบไปล้างหน้าบ้วนปากเถอะนะ”
ไป๋หลิวเหยายิ้มอ่อนให้บุตรสาว และบอกว่านางได้อุ่นอาหารที่เหลือจากเมื่อวานเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ม่านหรงพยักหน้าตอบรับ แล้วเดินเลี้ยวอ้อมไปทางขวาของตัวบ้านเพื่อไปล้างหน้าล้างตา
“มีคันโยกมันก็ดีอยู่หรอก แต่น้ำใน่เช้าออกจะเย็นไปหน่อยนะ”
ม่านหรงคิดถึงเครื่องทำน้ำอุ่น ที่ไม่ว่าอากาศจะร้อน หรือหนาว ก็ปรับอุณหภูมิได้ตามใจนึก
‘เมื่อไหร่จะถึงวันสุ่มกล่องของขวัญสักที’
ม่านหรงอยากเลื่อนวันสุ่มของรางวัลมาเป็วันนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจากล้างหน้าเสร็จ ม่านหรงก็ใช้เกลือหนึ่งหยิบมือมาสีฟัน ใช้นิ้วชี้เล็กๆ ถูเกลือตามซอกฟันเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
พอเงยหน้าขึ้นมาบ้วนปาก นางก็เห็นบิดาลากไม้ไผ่ลงมาจากเชิงเขา
ม่านหรงใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดใบหน้า ก่อนจะเดินอย่างสบายๆ ไปหามารดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ท่านแม่ ข้าเห็นท่านพ่อลากไม้ไผ่ลงมาจากเชิงเขา ท่านพ่อจะทำห้องอาบน้ำให้ข้าหรือเ้าคะ”
ไป๋ม่านหรงยิ้มกว้างจนมารดาเห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้
“ใช่แล้วล่ะ ท่านพ่อของเ้ารู้ว่าเ้าลำบาก ท่านจึงต้องเร่งรีบทำที่กั้นและหลังคาเล็กๆ เอาไว้ให้”
ไป๋หลิวเหยาลูบหัวบุตรสาวอย่างรักใคร่
“ข้าช่วยท่านแม่ยกหม้อข้าวเข้าไปด้านในนะเ้าคะ”
ม่านหรงเห็นผู้เป็แม่กำลังถือหม้อข้าวเตรียมจะยกเข้าไปในตัวบ้านจึงเอ่ยปากอาสา
“อย่าเลยลูก แค่หม้อข้าวหม้อเดียวแม่ยกไหว ลูกไปเลือกตำแหน่งที่จะทำห้องอาบน้ำเถอะ พอพ่อมาถึงจะได้เริ่มงานได้เร็วขึ้น”
ไป๋หลิวเหยาบอกบุตรสาวแล้วยกหม้อข้าวที่เหลือเข้าไปในตัวบ้าน
ม่านหรงเพียงแค่ยักไหล่ แล้วเดินไปทางหลังบ้าน หากจะทำห้องอาบน้ำ หนึ่งต้องห่างจากตัวบ้าน สองควรอยู่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำ
“ตรงนี้ละกัน”
เมื่อมองโดยรวมแล้วม่านหรงจึงเลือกตำแหน่งไว้ ก่อนจะเดินไปขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน
ไป๋ต้าผางเดินลากไม้ไผ่มากกว่าสิบต้นลงมาจากเชิงเขา เขาใช้เถาวัลย์มัดไม้ไผ่รวมกันอย่างแ่า การขนย้ายจึงสะดวกไม่ยุ่งยาก
พอไป๋ต้าผางมาถึงตัวบ้าน เขาก็พบกับม่านหรงที่กำลังนั่งเขี่ยพื้นดินเล่น
ม่านหรงเงยหน้าขึ้นแล้วบอกท่านพ่อว่า ตรงที่ที่นางกากบาทไว้คือจุดที่นางอยากทำเป็ห้องอาบน้ำ
ไป๋ต้าผางได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตอบรับ
“ท่านพี่! ม่านหรง! มาทานมื้อเช้ากันก่อนเถอะ”
ไป๋หลิวเหยาได้ยินพ่อลูกคุยกันนางก็ะโเรียกพวกเขาให้มาเติมพลังเสียก่อน
สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างเข้าใจ แล้วเดินไปล้างมือ
ไม่นานนักก็มีเสียงเกวียนลาดังมาแต่ไกล ไป๋ต้าผางที่กินอาหารเสร็จก่อนใครเดินออกมาดู พบว่าเป็โจวเหวินหลงกับครอบครัว ที่พากันมาดูที่ทางว่าจะสร้างที่พักตรงไหนดี
“มาแล้วหรือเหวินหลง แล้วนี่เ้ายกโขยงกันมาทั้งบ้านเลยหรือ”
ไป๋ต้าผางยิ้มแย้มทักทาย
“ต้าผาง”
โจวชิงเหอ-ภรรยาของโจวเหวินหลง กล่าวทักทายอีกฝ่ายที่อายุไล่เลี่ยกันด้วยท่าทางสุภาพ
“ท่านลุงไป๋”
โจวเจียหลินก้มหัวน้อยๆ แล้วเงยหน้ายิ้มแป้น ก่อนที่นางจะสอดส่องมองหาไป๋ม่านหรงว่าอยู่ตรงไหน
“ท่านลุงไป๋”
โจวเว่ยกล่าวทักทายอย่างสุภาพ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่เต็มใจนักที่จะย้ายออกมาอยู่นอกชุมชนที่เงียบเหงาเช่นนี้
ต้าผางพยักหน้าให้ทุกคน ก่อนจะบอกว่าตนเพิ่งจะทานมื้อเช้าไป ต้าผางยังถามด้วยว่าพวกเขากินอาหารเช้ามาแล้วหรือยัง
“พวกข้าทานมื้อเช้ามาแล้ว ข้ากับชิงเหอจะเดินไปดูที่ทางที่้าก่อน วันนี้เป็ทีข้าที่ต้องรบกวนเ้าบ้างแล้วล่ะ”
เหวินหลงที่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตอบเพื่อนรักไป
“เช่นนั้นเ้าก็รีบไปเลือกที่ตั้งหลักปักฐานเถอะ ไม่เช่นนั้นเที่ยงมาเด็กๆ จะลำบากเอาได้”
เหวินหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ไปกันเถอะชิงเหอ เราไปเดินดูว่าจะเลือกตรงไหนสร้างที่พักดี”
โจวเหวินหลงหันไปเรียกภรรยา
“เดี๋ยวแม่มานะ”
โจวชิงเหอหันไปทางบุตรสาวและบุตรชายพลางยิ้มอ่อน
“ไปเถอะ ปล่อยเด็กๆ ไว้กับข้านี่แหละ”
ต้าผางอมยิ้มแล้วลูบหัวเจียหลินอย่างเอ็นดู
สองผัวเมียแซ่โจวเดินไปที่แปลงนาของตน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ดินของต้าผางนัก
“คันโยกน้ำอยู่ตรงนั้น หากเราอยู่ใกล้เวลาใช้สอยน้ำก็จะสะดวกมากขึ้น”
โจวเหวินหลงชี้มือไปทางคันโยกน้ำบาดาลที่สูงเท่าตัวคน
“นั่นคือสิ่งที่ทำให้น้ำไหลออกมาหรือเ้าคะ”
ชิงเหอตาโตเมื่อพบเห็นสิ่งประหลาด นางไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนในชีวิต ทั้งยังมีความสงสัยว่าน้ำจะไหลออกมาได้อย่างไร
“อืม นั่นแหละคันโยกน้ำบาดาลที่ข้าบอกเ้า เลือกตรงนี้แล้วกัน เพราะตรงนี้ติดกับเขตแดนของแปลงนาต้าผาง หากไกลกว่านี้ข้าก็กลัวว่าเ้าจะไปมาลำบาก”
เหวินหลงอธิบายให้ชิงเหอฟัง ชิงเหอพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี แต่สายตาของนางก็เอาแต่จดจ้องไปที่คันโยกนั้นไม่วางตา
“งั้นเ้าก็ไปอยู่เป็เพื่อนหลิวเหยาเถอะ ข้ากับต้าผางรวมทั้งบุตรชายจะได้ไปช่วยกันตัดไม้มาสร้างที่พัก”
โจวเหวินหลงพูดจบก็เดินนำภรรยาไปที่บ้านของต้าผาง พอเดินผ่านคันโยกน้ำบาดาล เขาก็สังเกตเห็นว่าภรรยาของตนให้ความสนใจกับคันโยกนั้นไม่น้อย เหวินหลงจึงพานางไปที่คันโยกน้ำบาดาลแล้วโยกน้ำสะอาดออกมาให้นางดู
“ที่แท้ก็ทำเช่นนี้ถึงจะมีน้ำไหลออกมา”
ชิงเหอยกมือขึ้นมาปิดปากอย่างตกตะลึง น้ำนี่ใสมาก เมื่อคืนนางได้ดื่มน้ำที่ใสเย็นฉ่ำนั้นแล้ว พอได้มาเห็นกับตาตนเองนางก็ยิ่งชอบใจ
“ทีนี้ก็หมดปัญหาเื่น้ำ เหลือก็เพียงแต่ที่พักอาศัย ข้าไปหาต้าผางก่อนนะ เ้าก็อยู่เรียนรู้คันโยกนี่ไปก่อนละกัน”
เหวินหลงเห็นเมียรักชื่นชอบคันโยกนี่มาก นางถึงกับยกมือไปลูบคลำคันโยกอย่างกับว่ามันเป็สิ่งล้ำค่าอย่างหาสิ่งอื่นมาเทียบเคียงไม่ได้
“โจวเว่ย ต้าผาง พวกเราไปตัดไม้ไผ่กัน”
ทันทีที่เหวินหลงเดินกลับมาเขาก็เรียกบุตรชายและเพื่อนรักทันที เขาไม่อยากชักช้า เพราะว่าคนในครอบครัวของเขามีมาก เช่นนั้นการสร้างบ้านคงจะใช้ไม้ไผ่มากกว่าเมื่อวานเป็เท่าตัว
เมื่อทานมื้อเช้าเสร็จ ม่านหรงกับมารดาก็เก็บถ้วยชามออกมาล้าง และพบว่าหน้าบ้านมีคนเพิ่มขึ้นมาอีกสามคน
ม่านหรงทักทายลุงโจวก่อนจะยกถ้วยจานไปที่คันโยกบาดาล
“พี่สาวไป๋”
เสียงร่าเริงของเจียหลินร้องทัก ขาสั้นๆ ของนางก็ก้าวเข้าไปหาพี่สาวไป๋อย่างกับว่ากำลังรอคอยอยู่
ม่านหรงพยักหน้าทักทายอีกฝ่าย แล้วบอกว่าตนจะไปล้างถ้วยชาม โจวเจียหลินจึงเดินตามหลังม่านหรงไปด้วยแล้วบอกว่านางจะช่วยพี่สาวไป๋อีกแรง
เหวินหลงเห็นบุตรสาวเข้ากันกับม่านหรงได้ดีก็เบาใจ ชายหนุ่มทั้งสามหยิบเอามีดพร้าคนละเล่มแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปตัดไม้ไผ่ทันที
‘เฮ้อ แห้งแล้งขนาดนี้ข้าจะอยู่รอดได้อย่างไร’
โจวเว่ยคิดไปตามทาง ทว่าเขากลับต้องหันขวับเมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้นดิน
‘สิ่งนั้นหรือว่าจะเป็น้ำจากดินที่ท่านพ่อบอกเขาเมื่อวาน’
“มันวิเศษมากใช่หรือไม่”
ต้าผางเห็นลูกชายของเพื่อนรักมองไปยังกลุ่มหญิงสาวที่โยกน้ำออกมาล้างถ้วยชามก็ยิ้มกว้าง
“เมื่อวานท่านพ่อเล่าให้ข้าฟังแล้วขอรับ”
โจวเว่ยยิ้มบางพลางเกาท้ายทอยแก้เขิน
เมื่อวานเขาหาว่าท่านพ่อโกหก มันจะมีของที่ทำให้น้ำไหลออกมาจากพื้นดินได้ที่ไหน แต่พอเขาได้เห็นด้วยตาทั้งสองข้าง เขาก็ยิ้มเจื่อน และมองไปทางบิดาที่เอาแต่ยิ้มไม่หุบ
“เร่งมือกันเถอะ หากเสร็จเร็วจะได้พักผ่อนอย่างสบายใจ”
ต้าผางยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเรียกสองพ่อลูกให้เร่งฝีเท้า
ปัก! ปัก! ปัก!
เสียงมีดพร้าฟันต้นไผ่ลงมาทีละต้น
“ข้าไม่คิดว่าหน่อไม้จะยังมีเหลือเยอะขนาดนี้”
เหวินหลงตัดไม้ไผ่ไป สายตาของเขาก็ลอบมองหน่อไม้อวบๆ ข้างๆ
เมื่อวานเขาดูหลายรอบแล้วว่าหน่อไม้แทบจะไม่มีเหลือแล้ว แต่พอวันนี้เข้ามาในป่าไผ่อีกครั้งหน่อไม้กลับมีมากกว่าเมื่อวานเสียอีก
“อย่าสนใจหน่อไม้พวกนี้เลย เ้ากับข้าควรเร่งมือให้ไว หลังจากขนลำไผ่ลงไปด้านล่างค่อยบอกให้เมียเ้ากับเมียข้ามาเก็บทีหลังก็ยังไม่สาย”
ต้าผางเองก็สับสนไม่แพ้กัน แต่พอนึกถึงพรที่ลูกสาวได้รับมาเขาก็พยักหน้าเริ่มเข้าใจ
“นั่นสินะ พวกเราตัดไม้ ส่วนหญิงสาวที่ว่างงานก็ให้พวกนางมาเก็บหน่อไม้นี้ไป”
โจวเหวินหลงหัวเราะพลางเร่งมือ
โจวเว่ยตัดไม้ไผ่ไปและสังเกตป่าไผ่ไปด้วย พื้นดินละแวกนี้แห้งแล้งมาก แม้แต่ที่ที่เขายืนอยู่พื้นดินยังเป็รอยแตกระแหง ต้นไม้น้อยใหญ่ก็พากันทยอยล้มตายไปตั้งมาก ต้นหญ้าแถบนี้ก็แห้งเหลือง ทว่ากลับกันต้นไผ่กลับมีหน่อออกมา พิลึกนัก!