เสียงของชุติมนดังปานบ้านจะถล่ม หล่อนคว้าหมอนที่หนุนนอนมาทั้งคืนเข้ามาฟาดเขาที่ยังนอนหงายอยู่โครมๆๆๆๆและก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดต่อจากนี้อีกถ้าเสียงเคาะประตูไม่ดังขึ้น
“ หนูมน ตื่นหรือยังลูก”
เสียงของคุณผานิตนั้นเองที่ทำให้หญิงสาวยุติการประทุษร้ายชายหนุ่มลง หล่อนหันไปขานรับผู้สูงวัยด้วยเสียงหวานเกือบเหมือนปกติ ปภาวินยักคิ้วล้อเลียนที่หล่อนเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็ว จึงถูกหมอนในมือเรียวเหวี่ยงตุ้บเข้าอีกที ก่อนเ้าตัวจะหันไปพูดกับคนที่หน้าประตูอย่างจริงจัง
“ ตื่นแล้วค่ะคุณแม่”
“ งั้นแม่เข้าไปน่ะ”
ท่านว่าแล้วเปิดประตูเข้ามาในมือข้างหนึ่งหิ้วกระเป๋าสีน้ำตาลใบใหญ่ และท่านก็ต้องแอบอมยิ้มกับภาพที่เห็นหนุ่มสาวหัวหูยุ่งเหยิงอยู่บนเตียง ฝ่ายสาวทำท่าประดักประเดิดแบบวางหน้าไม่ถูก ในขณะฝ่ายหนุ่มนอนยิ้มทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
“ แม่ของหนูมนให้คนเอาเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวมาส่งแล้วจ๊ะ แม่เลยยกขึ้นมาให้”
“ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะคุณแม่ เดี๋ยวหนูลงไปเอาเองก็ได้”
ชุติมนเกรงใจ
“ ไม่เป็ไรหรอกลูก แม่กลัวหนูตื่นมาอาบน้ำแล้วจะไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน เพราะตอนมาไม่เห็นมีอะไรติดมาด้วยเลย”
“ ขอบคุณค่ะคุณแม่”
นั้นคือคำพูดที่ชุติมนพอจะกล่าวออกมาได้ในตอนนี้ ดูเอาเถอะ ก็ท่านแสนดีอย่างนี้แล้วจะให้หล่อนหักหาญน้ำใจท่านได้อย่างไร แม้จะชังน้ำหน้าลูกชายท่านเท่าไหร่ก็ตามที แต่ก็ต้องอดกลั้นไว้
“ งั้นแม่ก็วางไว้ตรงนี้นะ แล้วก็ลงไปทานอาหารเช้ากัน แม่ให้คนเขาเตรียมไว้ให้แล้ว ตาน้องก็ลุกขึ้นอาบน้ำอาบท่าได้แล้วลูก สายแล้วน่ะ”
คุณนายผานิตหันไปกล่าวยิ้มๆกับบุตรชายในตอนท้ายก่อนถอยออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูให้ตามเดิม
เมื่อลับตาผู้ใหญ่แล้วชุติมนจึงหันขวับไปทางปภาวิน ซึ่งเขากำลังจะก้าวลงจากเตียงพอดี
“ นั้นคุณจะไปไหน”
หล่อนแว๊ดใส่อย่างจะเอาเื่ที่ยังค้างต่อ
“ก็อาบน้ำสิครับคุณ คุณแม่บอกเมื่อครู่ไม่ได้ยินเหรอ”
เขาย้อนถามน้ำเสียงอ่อนใจ
“แต่เรายังพูดกันไม่รู้เื่”
“ว๊า....คนมีเมียแล้วชีวิตมันต้องยุ่งยากขนาดนี้เลยหรือไง”
เขาบ่นเปรยๆดังมาให้ได้ยิน
แต่คนร้อนตัวเสียงขุ่นเขียวทีเดียว
“ใครเป็เมียคุณไม่ทราบ แล้วอย่ามาหาว่าฉันเป็ต้นเหตุของความยุ่งยากน่ะก็ใครใช้ให้คุณมาแต่งงานกับฉันเล่า”
“ ก็แม่ให้แต่ง ไอ้ผมก็เป็เด็กดีคนหนึ่งเหมือนกัน แม่บอกยังไงก็ต้องอย่างงั้น”
เขาเอียงหน้ามาตอบน้ำเสียงยียวน และความหมายในคำพูดที่บอกให้รู้ว่าไม่ใช่ความ้าของเขาเองที่อยากจะแต่งงานกับหล่อน ก็ทำให้ชุติมนรู้สึกเหมือนมีอะไรตื้อขึ้นมาในอก ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ใจอยากอาละวาดเข้าไปจิกข่วนใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นเสียให้ยับเยิน
แต่ที่ทำได้ตอนนี้คือเม้ม ปากสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นด้วยน้ำตากำลังพาลจะไหล แล้วรีบลุกจากเตียงคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไป ยอมทุลักทุเลเปลี่ยนเสื้อผ้าในนั้นดีกว่าทนเห็นหน้าคนไม่มีหัวใจ
ฝ่ายปภาวินล้มตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งเพื่อรอให้หล่อนจัดการตัวเองเรียบร้อยเสียก่อน เขาคงต้องปรับตัวให้ชินกับการที่มีอีกคนมาอยู่ร่วมห้อง แถมเป็คนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจและไม่ยอมใครง่ายๆ ถ้าเป็เื่เล็กๆน้อยๆเหล่านี้ก็คงไม่กระไรนัก เขาพอยอมได้ก็หล่อนเป็ภรรยาของเขานี่นา แม้จะได้มาด้วยความไม่เต็มใจก็ตาม...แต่ถึงขณะนี้แล้ว ปภาวินก็ไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกไม่เต็มใจนั้น จะยังคงอยู่มากเหมือนเดิมหรือเปล่า มันอาจลดน้อยลงไปบ้าง โดยที่เขาไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มปรายตามองประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทนั้นอย่างอารมณ์ดี ใช่...เขารู้สึกอารมณ์ดีกว่าตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่คนเดียวตั้งเยอะ.....