วันเวลาผ่านมาเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว เหมยหลันเอาเงินทั้งหมดขึ้นมานับ แล้วเริ่มรู้สึกท้อ เพราะนับอย่างไรเงินที่มีอยู่ ก็ไม่ถึงห้าร้อยตำลึงด้วยซ้ำ นางเริ่มหนักใจ ระยะเวลาที่เหลืออยู่นี้ จะทำให้นางหาเงินจำนวนสองพันตำลึงได้ทันหรือไม่ คิดไปแล้วนางถึงกับถอนหายใจออกมา อย่างรู้สึกหมดหวัง
เหมยหลันพยายามคิดหาวิธีที่จะได้เงินเพิ่ม แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ได้ว่าจะทำเช่นไร วันนี้นางจึงรีบออกจากบ้านไปขายบะหมี่ให้เร็วขึ้น
ระหว่างทางที่นางเดินผ่าน ได้ยินคนกลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกัน ตอนแรกนางไม่ได้สนใจเท่าใดนัก เเต่ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนั้นจะคุยกันเสียงดัง และที่สำคัญคนกลุ่มนั้นต่างก็มีสตรีหลายคนเข้ามาล้อมวงฟัง ได้ยินว่าขาดคนเข้าทำงาน พอนางได้ยินเข้า จึงเริ่มสนใจขึ้นมาทันที นางจึงค่อยๆ ขอทางฝ่าวงล้อม เดินเข้าไปหาและเอ่ยถาม ชายวัยกลางคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่
"ท่านลุง...เมื่อครูนี้...ข้าได้ยินว่า...ที่ไหนขาดคนเข้าทำงาน...ข้าอยากรู้รายละเอียดหน่อย...มิทราบว่าท่านลุงจะบอกข้าได้หรือไม่ เ้าคะ"นางเอ่ยถาม และรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ
ชายวัยกลางคนที่เห็น เหมยหลันเอ่ยถาม เขาจึงพยักหน้ายินดีที่จะบอก
"ห่างไปจากที่นี้...จะมีบ้านเรือนหลังใหญ่มาก...เขา้าคนงาน เห็นว่ากำลังขาดสาวใช้อยู่ ข้าทราบข่าวว่าสามารถตกลงเื่ค่าจ้างได้...หากว่าเเม่นางสนใจก็ลองไปสอบถามตามที่ข้ากล่าวมาดู"
"นั้นเดี๋ยว! ข้าจะลองไปหาตามที่ท่านลุงกล่าวมา...ขอบคุณท่านลุงมาก...ที่ให้ข้อมูลกับข้า เ้าค่ะ"
"ไม่เป็ไร!...อย่างไรข้าก็ขออวยพรให้เ้าได้เข้าไปทำงาน...เเต่ข้าบอกไว้ก่อน...ไม่ใช่จะเข้าไปได้ง่ายๆ จะมีการทดสอบด้วย"
"มีการทดสอบด้วยเหรอ...ท่านลุงรู้หรือไม่...ว่าเขาจะทดสอบเื่อะไรกัน" เหมยหลันเอ่ยถามอย่างสงสัย การเข้าไปเป็สาวใช้ ถึงกับต้องทดสอบด้วยงั้นหรือ
"ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...ข้าก็ฟังผู้อื่นเล่าให้ข้าฟังมาอีกที...ข้าก็เลยบอกไม่ได้ ว่าเขาจะทดสอบเื่อะไร"
"นั้น! ก็ไม่เป็ไร ข้าไปก่อน....อย่างไรก็ขอบคุณท่านลุงอีกครั้ง เ้าค่ะ"
ทันทีเมื่อนางเดินจากไป ชายวัยกลางคนก็ยิ้มออกมา พร้อมกับเอ่ยอะไรออกมาเบาๆ จนสตรีนางอื่นที่ยืนรอบข้าง สนใจว่าเขาจะกล่าวอะไรออกมาอีก
"หวังว่า...นายน้อยคงจะพอใจ"
"ท่าน...ข้าเองก็สนใจ...ช่วยบอกข้าหน่อยว่าจากที่นี้อีกไกลไหม" สตรีรูปร่าง หน้าตาธรรดา ในชุดอาภรณ์สีฟ้าเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ
"ข้าได้แจ้งไปหมดเเล้ว...ใครสนใจก็ลองเข้าไปสอบถามที่นั่นดูก็เเล้วกัน"
ตอนเเรกเหมยหลันตั้งใจจะไปสืบหา บ้านเรือนหลังใหญ่ตามท่านลุงผู้นั้นได้กล่าวไว้ แต่วันนี้นางตั้งใจจะออกมาขายบะหมี่ เลยคิดว่าเอาไว้วันพรุ่งนี้ นางจะไปสอบถามที่นั้น อยากได้เงินเพิ่ม ก็ต้องหางาน ยิ่งได้ยินว่าสามารถตกลงเื่ค่าจ้างได้ ทำให้นางเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว
เหมยหลันตั้งใจออกจากบ้านเเต่เช้ามืด เพื่อเสาะหาบ้านเรือนหลังใหญ่ ที่ชายวัยกลางคนได้บอกนางไว้ พยายามหาอยู่นาน ก็เห็นบ้านเรือนดังกล่าวที่ดูแล้วน่าจะใช่ที่เเห่งนี้ มองจากคนที่เฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู การเเต่งกายดูดีมีสง่าเช่นนี้ น่าจะเป็ที่นี่แหละ
แต่มีอะไรบางอย่างทำให้นางรู้สึกไม่แน่ใจ เพราะไม่เห็นผู้ใดมาสอบถามเหมือนนาง ทั้งที่วันนั้นนางเห็นมีบรรดาสตรีมากมาย ต่างสนใจเข้ามาฟังที่ท่านลุงผู้นั้นกล่าว
นางมองดูอยู่สักพัก เหมือนกำลังจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง โดยไม่สงสัยเลยว่า ผู้ที่ยืนเฝ้าหน้าประตูสังเกตนางอยู่นานแล้ว
"ลองเข้าไปสอบถามดู...ก็ไม่ได้เสียหายอะไร...หากไม่ใช่ที่นี้...ก็ไปที่อื่นต่อ" นางบอกกล่าวกับตนเองออกมา พร้อมกับเข้าไปหาบุรุษที่ยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่
องค์รักษ์หนุ่มเดินเข้ามารายงาน ผู้เป็นายเมื่อได้ยิน คนที่เฝ้าหน้าประตูเข้ามาเเจ้งว่ามีสตรีนางหนึ่ง ท่าทางลึกลับ เข้ามาสอบถามว่าทีนี้รับคนทำงานหรือไม่ ทั้งที่จริงที่เเห่งนี้ไม่ได้ขาดแคลนคนงานเลยด้วยซ้ำ และที่สำคัญไม่ได้เปิดรับคนงาน หรือว่าสตรีนางนี้จะมีอะไรลับลมคมในแฝง
"เรียนใต้เท้า คนเฝ้าหน้าประตูเข้ามาแจ้งว่ามีสตรีนางหนึ่ง ท่าทางทำตัวลึกลับ เข้ามาสอบถามว่าที่นี้รับสาวใช้เข้าทำงานหรือไม่"
ฟานหยางที่นั่งตรวจดูเอกสารบางอย่างอยู่บนโต๊ะ ถึงกับต้องเก็บเอกสารเ่าั้ไว้ในที่ลับทันที พร้อมปรายตามองดูคนตรงหน้าที่เข้ามาเเจ้งให้เขารับทราบ
"รู้หรือไม่? ว่านางเป็ใคร แล้วที่นี้รับคนเข้าทำงานเมื่อไหร่กัน" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง ที่เเปลกใจอยู่มิน้อย
"ข้าน้อยเองก็ไม่ได้ออกไปดู...เลยไม่ทราบว่านางเป็ใครกัน ขอรับ ที่สำคัญก็ไม่มีใครเปิดรับคนงานด้วย"
"ในเมื่อนางเข้ามาสอบถามถึงที่นี้แล้ว...ก็ให้นางเข้ามา...ข้าจะตรวจสอบนางด้วยตนเอง"
ทันทีที่นางเข้ามาภายในจวนเเห่งนี้ เห็นเครื่องประดับที่ตกเเต่งอย่างสวยงาม ล้วนเเต่เป็ของมีค่าแทบทั้งสิ้น ดังเช่นเเจกันใบใหญ่ที่ประดับไว้ตรงด้านข้างทางเดิน งดงามเสียจนนางอยากเอามือไปลูบมัน แต่ติดที่ว่าคนนำทางเดินเร็ว จนนางต้องเร่งฝีเท้าตาม
นางมองสภาพบริเวณที่กว้างของจวนนี้ อย่างตื่นตา โดยไม่รู้เลยว่าั้แ่นางเข้ามากำลังมีสายตาใครคนหนึ่ง ที่กำลังคอยจ้องมายังนางด้วยท่าทีสงสัย
ใบหน้าของนางเหมือนบุปผาเเรกเเย้ม แม้จะเเต่งกายด้วยอาภรณ์ธรรมดา เหมือนหญิงสาวชาวบ้าน ทั่วไป แต่ใบหน้าของนางก็ดูงดงามยิ่งนัก
ฟานหยางมองไปยังใบหน้าของนาง เหมือนใบหน้านี้ ช่างคุ้นเคยรู้สึกว่าได้เห็นที่ไหนมาก่อน ใช่แล้วเขาคิดออกเเล้ว นางคือคนที่เรียกร้องค่าเสียหายเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่เหตุใดช่างใจกล้าเสียจริง นางกล้าเข้ามาที่นี้ หรือว่ามีใครส่งนางให้เเสร้งเข้ามา สอบถามกันเเน่
"นางมาแล้ว...ขอรับ" คนที่เฝ้าหน้าประตูพานางเข้ามาในเรือนชิงหลางซึ่งเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ ไว้สำหรับต้อนรับผู้มาเยือนที่เเห่งนี้
พอเข้ามาเหมยหลันเห็น มีบุรุษอยู่ทั้งสองคน อีกคนนั่งอยู่ ส่วนอีกคนยืนอยู่ข้างๆ บุรษที่ยืนอยู่จ้องนางเขม็ง จนนางเกิดความสงสัย เเต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เมื่อเห็นบุรุษทั้งสองคนไม่ได้กล่าวอะไรออกมา นางจึงรีบเอ่ยขึ้นมา เพราะเริ่มรู้สึกอึดอัด
"คารวะท่านทั้งสอง...ข้า...เหมยหลันตั้งใจจะมาทำงาน ได้ข่าวว่าที่นี้...กำลังขาดสาวใช้" เหมยหลันกล่าวออกมา เมื่อเห็นว่าน่าจะเป็ที่นี้แหละ้ารับสาวใช้ เพราะในเมื่อยอมให้นางเข้ามาเช่นนี้จะเป็อะไรได้อีก
องค์รักษ์มิ่งลู่ที่จ้องนางเขม็ง เขาจำนางได้แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา พอได้ฟังนางบอกจุดประสงค์ที่มาที่นี้ เขาจึงหันหน้าไปมองใต้เท้าหยาง ว่าจะทำเช่นไรต่อ พอเขาจะเอ่ยขึ้นมา ผู้เป็นายจึงยกมือขึ้นมา เป็การสั่งห้าม