Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 6 นายน้อย

    โรงแรม 2 ดาว เขตหลักกลางเมือง ชื่อสถานที่ประกอบการที่มีดาว เป็นการการันตีคุณภาพของสถานที่ซึ่งส่วนใหญ่เขตหลักใจกลางเมืองจะต้องมี 2 ดาวเป็นขั้นต่ำ แน่นอนว่าเขตสลัมทางใต้ไร้ดาวทั้งสิ้นแม้กระทั่งร้านขายเนื้อจอนสันเองก็ตาม “เฮ้อ..นี่คงถึงเวลาที่ฉันจะต้องตายแล้วสินะ” เสียงเบื่อชีวิตของเฟคบนเตียงนอน อัจฉริยะรุ่นเยาว์ดาวรุ่งพุ่งแรง เขาเป็นคนนิสัยใจดีเป็นมิตร เพราะเหตุผลนี้เองที่ทำให้เขามักจะถูกเอาเปรียบได้ ถ้าคราวนั้นเขาอธิบายกับบิดาของตนว่าต้นสายปลายเหตุเป็นยังไง การใส่ร้ายของลูกพี่ลูกน้องเองก็ไร้ผลอย่างแน่นอน “ถ้าไม่โดนน้ำตาของนังแพศยาหลอกลวงละก็ฉันไม่มีทางลงเอยแบบนี้หรอก!” บัดซบ! ความโกรธของเฟคแทบทะลุขีดจำกัดแต่เขาก็ได้แต่พร่ำเพ้อเองเท่านั้น “ถ้าพระเจ้ายังเมตตาได้โปรดช่วยลูกด้วย” เฟคพูดร้องขอแต่ตามปกติแล้วเขาเองก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพระเจ้าช่วยเหลือเสียด้วยเท่าไหร่ ถ้าเคลมาได้ยินก็คงจะพูดว่า นี่ละนะพอถึงเวลาตายมนุษย์ก็มักจะร้องขอพระเจ้ากันทั้งนั้นพอรอดชีวิตก็กลับลืมเรื่องราวทั้งหมด ตึง! ปัง! อยู่ดีก็มีคนเปิดประตูห้องเข้ามาและปิดอย่างแรงจนทำให้เฟคต้องตกใจ เฟคที่ได้ยินก็หันไปมองใครเข้ามาก็ผ่อนคลายลง “ทอมเกิดอะไรขึ้น?” เฟคถามเมื่อเห็นหน้าผู้ติดตามของตนเพียงคนเดียวนั้นเหงื่อออกแตกพลั่ก ๆ “นะ..นายน้อยผะ..ฮ้า” ทอมพยายามรีบพูดแต่ก็เหนื่อยหอบไปด้วย เฟคได้เห็นก็ส่ายหัวอย่างหน่ายใจ “ฉันบอกนายไปแล้วใช่มั้ยการเน้นทางพลังมันจะทำให้นายอ่อนปวกเปียกแบบนี้” “นายเป็นระดับนักเวทนะไม่ใช่ผู้ใช้เวทอย่างน้อยก็ฝึกฝนด้านทางเสริมพลังกายซะบ้างสิ” เฟคสั่งสอนทอม ปกติแล้วการฝึกฝนพลังมีอยู่ 2 รูปแบบ รูปแบบแรก เป็นการฝึกแบบโบราณดั้งเดิมนั่นคือการใช้พลังและปลดปล่อยออกเป็นธาตุตามที่ได้ฝึกฝนความถนัดธาตุเช่น ผู้ฝึกฝนพลังถนัดธาตุไฟ แปรเปลี่ยนพลังเวทย์ในตัวกลายเป็นพลังออกภายนอกอย่าง ลูกบอลไฟ เป็นเวทย์ดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโบราณข้อแม้คือต้องร่ายเวทย์ออกมา วิธีนี้เป็นวิธีที่คนปกติทั่วไปทำข้อดีคือจะช่วยทำให้ฝึกฝนพลังเวทย์ไปได้รวดเร็วมากขึ้น ยิ่งใช้ออกเยอะก็ยิ่งฟื้นคืนพลังเวทย์มากกว่าเดิม แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไปวิธีการใช้พลังก็เริ่มพัฒนาตามยุคสมัย เพราะโลกภายนอกนั่นก็อันตรายมากขึ้นการยืนอยู่เฉย ๆ โดยใช้พลังเวทย์อย่างเดียวก็มักจะถูกสัตว์อสูรที่สติปัญญาสูงลอบกัดได้อย่างง่ายดาย เพราะงั้นรูปแบบที่สองจึงมีขึ้น นั่นก็คือการเอาพลังเวทย์เสริมพลังกายโดยใช้การร่ายเวทย์รูปแบบใหม่ถูกคิดค้นขึ้นโดยอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหลายพันกว่าปีก่อน ช่วยเสริมสมรรถภาพมากยิ่งขึ้นทำให้การต่อสู้ทางกายภาพสามารถพลิกแพลงได้หลากหลายและยังช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตมากยิ่งขึ้น แต่ว่าเมื่อเทียบการทำใช้พลังโจมตีแล้วเวทย์รูปแบบแรกจะดียิ่งกว่า เพราะงั้นสมาคมนักผจญภัยจึงถือกำเนิดอย่างยั่งยืนตั้งแต่สองพันปีก่อน แต่ว่าการฝึกฝนรูปแบบที่สองก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีนั่นก็เพราะเวทย์ที่ร่ายเสริมพลังกายนั้นทำให้ความล่าช้าในการเลื่อนขั้นพลังเวทย์ยากเข้าไปอีก เพราะงั้นถ้าจะเป็นนักผจญภัยต้องการอิสระในการเดินทางก็จะต้องฝึกฝนแบบสองรูปแบบแต่ว่าการฝึกฝนสองรูปแบบไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะงั้นการจับกลุ่มปาร์ตี้จึงนิยมกันมากกว่า ด้วยการผสมผู้วิเศษที่ฝึกฝนรูปแบบแรกกับรูปแบบสองเข้าด้วยกันเท่านั้นเอง ส่วนผู้ฝึกฝนรูปแบบแรกจะเป็นพวกมั่งคั่งมั่นคงบูชาการเลื่อนขั้นพลังเพราะว่าการเลื่อนระดับพลังก็หมายถึงความแข็งแกร่งโดยรวมเพิ่มมากขึ้น ผู้วิเศษที่ฝึกฝนรูปแบบแรกก็ใช่จะอ่อนแอขอแค่เพียงมีพลังมากกว่าก็สยบกับผู้อ่อนได้ทั้งนั้น เรื่องนี้เคลก็คาดไม่ถึงเพราะถึงแม้เขาจะอยู่มา 10 ปีและได้เป็นนักผจญภัยก็ตามแต่นั่นก็เพราะต้องการภารกิจทำงานในเมือง ฉะนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าผู้ฝึกฝนพลังเวทย์จะมีสองรูปแบบรู้แต่เพียงระดับพลังและทอมเองก็ฝึกฝนรูปแบบแรกคุณภาพอุปกรณ์ก็เลยไม่จำเป็นขอเพียงแค่ร่ายเวทย์ก็เพียงพอเพราะบริเวณรอบเมืองนั่นสัตว์อสูรไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก “ครับนายน้อยคราวหลังผมจะเน้นฝึกรูปแบบสองบ้าง” ทอมกล่าวตอบรับ “แต่เดี๋ยวก่อนผมไม่ได้จะมาคุยเรื่องนั่น” “งั้นอะไรกันละทอม” เฟคเลิกคิ้วและก็นึกขึ้นได้ “เรื่องนั้นสินะเฮ้อ..ช่างเหอะทอมอีกเดี๋ยวฉันก็จะตายแล้ว” “ไม่นะครับนายน้อยคราวนี้ต้องได้ผลอย่างแน่นอน” ทอมกล่าวอย่างหนักแน่น เฟคส่ายหัว “ทอมนี่ก็กี่รอบแล้วที่ฉันลอง..มันหลายครั้งจนฉันหมดกำลังใจแล้วแม้กระทั่งหมอยาที่ดังที่สุดในเมืองยังไม่สามารถแก้ยาพิษในร่างกายฉันได้เลย” ใช่เขาโดนวางยาพิษที่ทำให้ไม่สามารถฝึกฝนพลังเวทย์ต่อได้และโคจรพลังเวทย์ไม่ได้กลายเป็นคนธรรมดา เขาอายุเพียง 17 ปีแต่อยู่ระดับนักเวทแล้วเรียกได้ว่าอัจริยะที่ได้หายาก ถ้าเป็นระดับนักเวทก่อนอายุ 20 ปีได้นั่นก็ถือว่าอัจฉริยะชั้นยอดแล้ว สำหรับนักผจญภัยคนทั่วไปการเป็นนักเวทก่อนอายุ 50 ก็ถือว่าพรสวรรค์ไม่ได้ย่ำแย่ ที่โลกนี้คนทั่วไปจะมีอายุขัย 100 ปี สำหรับคนที่เข้าสู่พลังขั้นผู้ใช้เวทย์จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้น 150 ปี ขั้นนักเวท 300 ปี ขั้นจอมเวท 500 ปี ขั้นราชาเวท 1000 ปี “และนี้ก็คงเป็นเวลาสุดท้ายของฉันแล้ว” เฟคกล่าวพลางมองหน้าต่าง วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ทุก ๆ พระจันทร์เต็มดวงยาพิษในร่างกายก็จะกำเริบกัดกินร่างกายสร้างความเจ็บปวดอันแสนสาหัสอย่างหนักหน่วง อึก! อั่ก! เฟคกระอักโลหิตออกมา “มันเริ่มแล้วสินะลาก่อนทอม..ฉันขอเพียงอย่างเดียวอย่าแก้แค้นแทนฉันเพราะนั่นจะเป็นอันตรายกับนาย” ตอนนี้ทอมไม่ได้ฟังและพอได้เห็นแบบนั้นก็รีบหยิบขวดโพชั่นขึ้นมาทันที “แต่ว่านายน้-”  เฟคที่เห็นเช่นนั้นก็ห้ามปรามกุมมือทอมไว้ “พอเถอะทอมฉัน-” ตุบ ! ทอมสาวหมัดตุ้ยเข้าท้องนายน้อยของตนทันที ถึงแม้เขาจะฝึกฝนรูปแบบแรกแต่การเป็นนักเวท กำลังกายย่อมมากกว่าคนทั่วไปไม่น้อยแล้วยิ่งนายน้อยโดนยาพิษไม่สามารถโคจรพลังเวทย์ได้ก็เหมือนเป็นคนธรรมดา แรงหมัดระดับนักกล้ามต่อยเข้าท้องคนธรรมดาไม่สลบก็จุก แต่โดยเฟคนั้นตอนเป็นนักเวทเขาแข็งแกร่งกว่าทอมมากจึงยังไม่สลบเขาส่งสายสงสัยหาผู้ติดตาม ‘ห่าอะไรวะเนี่ย?’ ไม่ทันได้พูด ตุบ! ทอมสาวอีกดอก “ปัดโถ่นายน้อยพร่ำเพ้อจริง ๆ หลับซะได้ก็ดีผมจะบอกว่าพระเจ้าเข้าข้างเราแล้ว” ทอมบ่นพึมพำก่อนจะหยิบโพชั่นขึ้นมา เขาเชื่อสุดหัวใจเลยว่าโพชั่นนี้ต้องได้ผล ถ้าผู้ฝึกฝนคนอื่นได้เห็นเรื่องราวแบบนี้คงได้แต่บอกว่า เอ็งโดนหลอกแล้วล่ะ โพชั่นราคา 300 เหรียญทองจะเป็นไปได้หรือ ว่ามันจะสามารถรักษาได้ ทอมไม่รอช้าหยิบโพชั่นเทเข้าปากนายน้อยแต่ว่า “ทำไมกันนายน้อยไม่กลืนน้ำกันล่ะ” ทันใดนั้นทอมก็สีหน้าซีดทันที “วุ่นแล้วนายน้อยสลบอยู่เพราะงั้นร่างกายก็เลยดื่มไม่ได้” ทอมกุบขมับ “ทำยังไงดี” “ทำยังไงดี” “เออวิธีนั้นไง” ในที่สุดทอมก็นึกขึ้นได้...ใช่เป็นวิธีที่เขาก็ไม่กล้าเพราะนั่นจะหมายถึงสัญลักษณ์ความเป็นชายชาตรี “กับนายน้อยงั้นรึ..ให้ตายเถอะถ้านายน้อยรู้ละก็ฉันโดนฆ่าแน่!” อัก! เฟคกระอักเลือดขณะสลบเขาดิ้นทุรนทุรายก่อนสักพักจะหยุดนิ่ง “ไม่ได้การลมหายใจเริ่มแผ่วลงแล้ว” ทอมสีหน้าเคร่งเครียด “พระเจ้าได้โปรดอภัยลูกด้วย” “ขอโทษด้วยครับนายน้อยแต่มันจำเป็นจริง ๆ ยังไงเสียถ้าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ก็จะเป็นความลับกับผมไปจนวันตาย” ทอมพูดขณะยกโพชั่นเข้าปาก            ...            ..            .