ในเวลาไม่ถึงเสี้ยวอึดใจ คนผู้นั้นก็ปาก้อนหินในมือใส่ชายชุดดำที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด ทันทีที่หินลูกเล็กก้อนนั้นกระทบศีรษะของศัตรูอย่างจัง มือสังหารนั่นก็ล้มหงายหลังลงไปนอนกองกับพื้น เืไหลท่วม ก่อนจะขาดใจตายในทันที
ลู่อู๋ซูผงะใ หันขวับมองไปทางชายแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือพวกเขาซึ่งตอนนี้กำลังสับขาตรงเข้ามาโดยไม่ยอมลดความเร็ว หน้าตาดูตื่นตระหนกไม่น้อย แต่ก็ยังเขวี้ยงก้อนหินใส่คู่ต่อสู้อย่างไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้พวกนักฆ่าค่อยๆ ล้มตายไปทีละคน
ลู่อู๋ซูไม่รู้เลยว่ารั่วซีกำลังแตกตื่นมากเพียงใด การที่หินก้อนน้อยในมือรั่วซีถูกปาไปโดนหัวชายชุดดำคนแรกแตก ก่อนจะล้มลงเืทะลัก จากนั้นก็ตายคาที่อย่างนั้น มันทำให้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าทักษะการปากระป๋องลุ้นตุ๊กตาตัวใหญ่ในงานวัดมีประโยชน์มากมายถึงเพียงนี้
‘โอ... พระเ้า! นี่มันจะเทพเกินไปแล้ว ฮ่าๆๆๆ ฉันได้อัปสกิลแล้วหรือเปล่าเนี่ย’
รั่วซีคิดกับตัวเองอย่างย่ามใจ ก่อนจะรีบก้มลงเก็บก้อนหิน และปาไปยังกลุ่มชายชุดดำที่เหลือ ซึ่งผลพวงจากความแม่นยำ ทำให้มือสังหารเ่าั้ล้มระเนระนาดเหมือนกับใบไม้ร่วงไปตามๆ กัน
หยวนอิงกับลู่อู๋ซูมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ดวงตาเบิกกว้าง
กระทั่งเมื่อเรียกสติกลับมาได้ ทั้งสองคนต่างก็รีบประสานมือเข้าหากัน พลางโค้งคำนับขอบคุณทันที
“ขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยพวกเราสองคนเอาไว้ หากไม่ได้ท่าน พวกเราก็คงจะตายไปแล้ว” หยวนอิงกล่าวอย่างสุภาพ เขารู้สึกขอบคุณชายหนุ่มเบื้องหน้าจากก้นบึ้งของหัวใจ เพราะหากไม่ได้คนผู้นี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ในชั่วพริบตาต่อจากก่อนหน้านี้ก็คงเป็เวลาตายของพวกเขาแล้ว
“ไม่ทราบว่าผู้าุโมีนามว่าอะไร”
“ผู้าุโอะไรกันเล่า ดูจากหน้าตาท่าทางแล้ว อายุของพวกเราก็คงไล่เลี่ยกันนั่นแหละ โปรดเรียกข้าว่ารั่วซีเถอะ” รั่วซีปรับตัวใช้คำพูดและการแทนตัวตามยุคสมัยของโลกนี้ทันที ก็บอกแล้วว่าเขาน่ะมันเ้าของฉายาจิ้งจกเปลี่ยนสี
หยวนอิงและลู่อู๋ซูอึกอัก
“นั่นคงไม่ดีหรอกกระมัง ที่จะให้พวกเราตีตนเสมอผู้มีพระคุณ” หยวนอิงกล่าว
“ทำตามที่ข้าบอกเถอะ ข้าไม่อยากให้ใครเรียกว่าผู้าุโ ข้าเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบเอง”
เมื่อหยวนอิงกับลู่อู๋ซูทราบอายุของชายตรงหน้า พวกเขาก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง
‘เด็กหนุ่มคนนี้เป็ใครกันแน่ ยังอายุน้อยอยู่เลย แต่ดูจากพลังที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ น่าจะไม่ต่ำกว่าระดับรวมปราณขั้นสูง ภูมิหลังของชายคนนี้ไม่น่าจะธรรมดาเหมือนอย่างหน้าตาเสียแล้วละ’
“พวกเรามาเป็สหายกันเถอะ อย่างไรเราก็ได้ชื่อว่าร่วมเป็ร่วมตายกันมาแล้ว” รั่วซีเอ่ยชวน
‘ระดับอย่างเ้าจะมาร่วมตายกับพวกข้าได้อย่างไรกัน กับแค่โยนก้อนหินออกไปส่งๆ เช่นนั้น พวกนักฆ่าฝีมือดีนับสิบก็ล้มลงระเนระนาดประหนึ่งใบไม้ร่วง’ หยวนอิงคิด ยังทึ่งกับความสามารถของอีกฝ่ายไม่หาย แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จากนั้นก็นึกต่อไปว่า ‘ถึงแม้ชายคนนี้จะดูท่าทางแปลกๆ ไปบ้าง แต่หากเป็สหายกัน ก็คงไม่ใช่เื่เสียหายอันใด’
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นท่านอยากให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไร”
“รั่วซี นามของข้า แล้วก็ไม่ต้องนำหน้าว่าท่านด้วย แค่ข้ากับเ้าเท่านั้นก็พอ” รั่วซีตอบเสร็จ ก็ยิงคำถามกลับไปทันควัน
“แล้วเ้าทั้งสองคนมีนามว่าอะไรล่ะ”
“ข้าชื่อหยวนอิง ส่วนนี่ลู่อู๋ซู พี่ชายข้า”
“ยินดีที่ได้เป็สหายกับเ้าทั้งสอง” รั่วซีกล่าว พร้อมส่งยิ้มอบอุ่นไปให้ พลางคิดอย่างปลื้มใจ ‘ในที่สุดฉันก็มีสหายแล้ว การใช้ชีวิตที่นี่ต่อจากนี้น่าจะง่ายขึ้นโข’
“ข้าว่าก่อนอื่นพวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ เผื่อมีพวกมันตามมาอีก” หยวนอิงแนะ
“ใช่ รีบไปกันเถอะ” ลู่อู๋ซูตอบรับอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย
ทั้งสามคนจึงรีบออกเดินทางต่อทันที ลู่อู๋ซูเป็ฝ่ายเดินนำ และทั้งสองคนก็ออกเดินตาม
พวกเขาเร่งสืบเท้าไปยังหนทางข้างหน้า โดยไม่มีใครปริปากอะไรเลยสักคำเดียว เมื่อเดินทางไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ก็เริ่มมองเห็นไร่นาของชาวบ้าน บ่งบอกว่าพวกเขาได้ทะลุแนวป่าออกมาแล้วนั่นเอง
ต่างคนต่างก็พรูลมหายใจด้วยความโล่งอก
“นั่งพักที่นี่สักครู่เถอะ” ลู่อู๋ซูหันไปบอกกับสองคนด้านหลัง
รั่วซีไม่ได้เปิดปากตอบอะไรทั้งสิ้น เพียงพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย เพราะในเวลานี้ ร่างกายของหยวนอิงและลู่อู๋ซู ซึ่งต่างก็เต็มไปด้วยาแฉกรรจ์ ยังคงมีเืหลั่งรินออกมาเป็สาย โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดง่ายๆ หากเป็เขาโดนเข้าไปขนาดนี้คงจะตายไปแล้ว
ทั้งสามคนนั่งลงพักผ่อนชั่วคราว
“ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” รั่วซีถาม
“พวกเราสองพี่น้องเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์ในโลกกว้าง และได้ข่าวว่าสำนักพิภพดารากำลังจะเปิดรับศิษย์ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า จึงรีบเร่งรุดเดินทางมา เพราะหวังว่าจะลองไปสมัครทดสอบดู หากระดับฝีมือสามารถผ่านเกณฑ์เข้าเป็ศิษย์ได้ละก็ นั่นจะเป็เื่ที่โชคดีที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว...” หยวนอิงหยุดเล่าไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แต่ก็ไม่คาดคิดเลยว่าระหว่างทางจะเจอกับกลุ่มโจรเข้าปล้นหวังชิงทรัพย์ กลุ่มโจรพวกนั้นเป็ที่เลื่องลืออย่างมากเื่ความโเี้ มีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ต้องมาจบชีวิตภายใต้คมดาบของพวกมัน”
รั่วซี “...”
“ข้ากับพี่ลู่พยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด จนกระทั่งได้มาเจอกับเ้านี่แหละ ถ้าไม่ได้เ้าเข้าช่วย เราสองพี่น้องต้องตายอย่างแน่นอน” หยวนอิงสูดลมหายใจลึก เอ่ยต่อทันทีว่า “ต่อไปในภายภาคหน้า หากว่าเ้ามีเื่อันใด้าให้เราสองคนช่วยเหลือ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต เราสองพี่น้องก็จะไม่บ่ายเบี่ยงเลยแม้แต่น้อย” ดวงตาของหยวนอิงแน่วแน่ เสมือนว่านี่คือคำสาบาน
รั่วซีจ้องดวงตาคู่นั้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจในคำพูด ก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย เพราะในความเป็จริง เขาไม่ได้มีความตั้งใจจะช่วยเหลืออะไรทั้งนั้น เพียงแต่หลบไม่พ้นเท่านั้นเอง
เขายิ้มแหยๆ ให้หยวนอิง ก่อนจะกล่าว
“เ้าสองคนกำลังจะไปสมัครเข้ารับการทดสอบที่สำนักพิภพดาราอย่างนั้นหรือ จะว่าอะไรหรือไม่ หากข้าจะขอเดินทางไปด้วย ข้าเองก็อยากลองดูด้วยเหมือนกัน”
ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่รู้เลยสักนิดว่าไอ้สำนักพิภพดารานั่น มันคือสำนักอะไรก็ตาม แต่เพราะเมื่อสองพี่น้องตรงหน้ารับรู้ข่าวเกี่ยวกับการเปิดรับการทดสอบเพื่อรับศิษย์ ก็รีบดั้นด้นเดินทางมาในทันทีเช่นนี้ มันย่อมต้องดีอย่างแน่นอน
ตอนนี้เื่เร่งด่วนของเขาคือการต้องเร่งอัปสกิลการต่อสู้โดยเร็วที่สุด เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวในโลกที่ผู้แข็งแกร่งครองโลก ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เขาอาจจะตายได้ง่ายๆ ถ้าหากหนุ่มหล่อเ้าของบ้านหลังนั้นเกิดพบตัวเขาขึ้นมา อย่างน้อยๆ ถ้าเขามีวิชา ก็ยังพอต่อสู้รักษาชีวิตเอาไว้ได้
“ได้แน่นอน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หยวนอิงตอบ รั่วซียิ้มขอบคุณ ก่อนจะเอ่ยถาม
“แผลของพวกเ้าเป็อย่างไรบ้าง” ร่างกายของลู่อู๋ซูและหยวนอิงไม่เพียงเต็มไปด้วยาแเท่านั้น หากพวกเขาก็แลดูอ่อนล้าเต็มที ถึงแม้ก่อนหน้านี้ลู่อู๋ซูจะหยิบขวดยาชนิดหนึ่งขึ้นมาโรยลงบนเนื้อหนังที่ฉีกขาด แต่รั่วซีก็ยังอดเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้าสองคนนี้อยู่ในโลกของเขา ก็นับได้ว่าเป็ผู้ป่วยหนักที่ต้องรีบส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินเลยทีเดียว
“ดีขึ้นเล็กน้อย เืหยุดไหลแล้วละ” ลู่อู๋ซูตอบอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะพูดต่อ “ข้าว่าพวกเรารีบเดินทางเข้าเมืองกันดีกว่า ยามนี้ก็เย็นมากแล้ว กว่าจะถึงตัวเมืองก็คงมืดค่ำพอดี”
“ได้ ไปกันเถอะ” พูดจบ รั่วซีก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาฉายความตื่นเต้นออกมาอย่างเก็บอาการไม่มิด เขาอยากเห็นผู้คน รวมถึงตึกรามบ้านช่องของโลกใหม่แล้ว
ทางด้านหยวนอิงกับลู่อู๋ซูเองก็ลุกขึ้นตามเช่นกัน แล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทาง มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองจิ่นเฉิง ซึ่งเป็เมืองตีนเขาที่สำนักพิภพดาราตั้งอยู่ทันที