เมื่อกลับเข้ามาในห้อง เย่หยุนซีก็ไม่รีรอรีบเทโลหิตสัตว์อสูรประเภทอสรพิษลงอ้างไม้ ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์และเดินลงไปแช่โดยฉับพลัน
ต่อมาหลังจากนั้น! เขาก็เริ่มโคจรทักษะบ่มเพาะัหยินหยางและกายาัเทวะในทันที ส่งผลให้ทั่วทั้งร่างเกิดแสงสีขาวดำกระพริบไหวถี่กระชั้น พร้อมกับอาการปวดแสบปวดร้อนเองก็เริ่มโถถามเข้าใส่
“อึก! ข้าต้องอดทนเอาไว้” เย่หยุนซีกัดฟันกรอด กำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว เมื่อเวลาผ่านไปอีกพักใหญ่! เขาก็เริ่มคุ้นชินกับความเ็ปและเริ่มนั่งอย่างสงบท่ามกลางกระแสโลหิตที่เดือดราวลาวา
หากใครได้พบเห็นภาพนี้ คงจะต้องคิดว่าเย่หยุนซีเป็พวกเสียสติเป็แน่ที่กล้าทำอะไรบ้าบิ่นและแปลกประหลาดขนาดนี้
ตัดกลับมาทางฝั่งของหลิงจี! หลังจากที่ปรับสมดุลพลังจนเสร็จสิ้น นางก็ถูกสวีหนิงเชิญมาที่ห้องโถงรับแขกเพื่อชี้แจงเื่ต่างๆก่อนที่นางจะกลับนิกาย
“ท่านแม่ทัพและฮูหยินโปรดวางใจ ความลับของคุณชายเย่ย่อมไม่มีทางหลุดออกมาจากปากของข้า” หลังจากพูดคุยกันมาได้สักระยะ หลิงจีก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูจริงจัง
เย่ชิงหยางและสวีหนิงยิ้มพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ดูเหมือนว่าบุตรชายของพวกเขาจะช่วยเหลือถูกคน
“บัดนี้ข้าได้ส่งพ่อบ้านเหวินไปแจ้งข่าวกับประมุขนิกายท่วงทำนอง์แล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันเขาคงมารับเ้ากลับ” เย่ชิงหยางแจ้งข่าวให้อีกฝ่ายได้ทราบ
โฉมสะคราญโค้งคาราวะ “ขอบคุณแม่ทัพเย่ ขอบคุณฮูหยิน บุญคุณครั้งนี้หลิงจีจะจดจำเอาไว้ให้ขึ้นใจและจะต้องตอบแทนในสักวัน”
“คิกคิก ไม่ต้องมากพิธีขนาดนั้น ถึงอย่างไรคนที่ช่วยเ้าเอาไว้ก็ไม่ใช่พวกเราแต่เป็ซีเอ่อร์” สวีหนิงกล่าวราวกับไม่ใช่เื่ใหญ่
“จะว่าไปคุณชายเย่อยู่ที่ใดงั้นหรือเ้าคะ ก่อนกลับข้าอยากจะขอบคุณเขาอีกสักครั้ง” หลิงจีเอ่ยถาม ในขณะที่ใบหน้าของนางแดงกล่ำและดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“อืม........เห็นพ่อบ้านเหวินบอกว่าเขากำลังฝึกฝนอยู่ในห้องนะ แต่พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะออกมาเมื่อไร” เย่ชิงหยางตอบกลับไปตามตรงโดยไม่ปิดบัง
“ปะ เป็เช่นนั้นเองหรือเ้าคะ ถ้างั้นหากกลับไปแล้ว ข้าขอมาที่นี่อีกได้หรือเปล่า?” หลิงจีเอ่ยถามเสียงเบา
ภาพนี้ทำเอาสองสามีภรรยาแห่งจวนแม่ทัพประจิมถึงกับต้องหันขวับมองหน้ากันราวกับพวกเขาสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติอะไรบางอย่าง
“ได้สิ แต่การมาของเ้าต้องเป็ความลับนะ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าขุมกำลังอื่นๆรวมไปถึงราชสำนักอาจจะเพ็งเล็งจวนแม่ทัพประจิมและนิกายท่วงทำนอง์เอาได้” สวีหนิงตัดสินใจตอบกลับไป ซึ่งเย่ชิงหยางก็ไม่ได้ขัดข้องในเื่นี้ ทำให้หลิงจีเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดีออกมาและเอ่ยปากขอบคุณอีกครั้ง
หลังจากพูดคุยกันจนเสร็จสิ้น พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย
“นี่ที่รัก เ้าคิดเหมือนกับหรือไม่?” มองแผ่นหลังโฉมงามที่กำลังเดินจากไป เย่ชิงหยางจึงเอ่ยปากถามภรรยา
สวีหนิงหัวเราะร่า “เป็เื่ธรรมดาที่หญิงสาวจะตกหลุมรักชายหนุ่มที่ทุ่มเทเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือตนเองเอาไว้”
“ฮ่าๆๆจะว่าไป การพบกันครั้งแรกของนางกับซีเอ่อร์ก็คล้ายๆกับการพบเจอกันของพวกเราอยู่นะ” เย่ชิงหยางกล่าวพลางยกมือโอบผู้เป็ภรรยาจากทางด้านหลัง
“คิกคิก ก็เพราะคล้ายกันยังไงล่ะข้าถึงอนุญาตให้นางมาที่นี่ได้ตาม้า ส่วนอนาคตจะเป็อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวนางและซีเอ่อร์ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหน?” สวีหนิงยกยิ้มอย่างอ่อนหวานพลางกล่าว บอกตามตรงตัวนางเองรู้สึกถูกใจหลิงจีไม่น้อย หากได้มาเป็ลูกสะใภ้ นางย่อมยินดี
ตัดกลับมาทางฝั่งของเย่หยุนซี! หลังจากที่ผ่านไปเกือบ 4 ชั่วยาม เือสูรงูในอ่างก็พลันหายไป พร้อมกับผิวกายที่ปรากฏเกล็ดัสีทองแดงขึ้นมา
นี่คือหลักฐานชั้นดี! ที่บ่งบอกว่าชายหนุ่มได้บรรลุขั้นแรกของทักษะกายาัเทวะเป็ที่เรียบร้อย โดยที่ไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาเลยสักครั้ง
“ปั้งๆๆๆ”
“ก่อกำเนิดขั้นที่ 8”
“ก่อกำเนิดขั้นที่ 9”
“หลอมรวมขั้นที่ 1”
“ฝู่! การฝึกปราณควบคู่ไปกับการฝึกกายเนื้อช่างเป็อะไรที่คุ้มค่าจริงๆ ถึงแม้มันจะเ็ปมากก็ตาม” เย่หยุนซีลืมตาขึ้นมา หลังจากที่ทั้งร่ายกายและพลังปราณยกระดับ
เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน เขารู้สึกว่าร่ายกายตอนนี้เบากว่ามาก แต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยพลังมหาศาลเกินคาดเดา
“ยินดีด้วยที่สามารถเลื่อนระดับกายเนื้อเข้าสู่ขั้นกายัทองแดงได้สำเร็จ! และนี่ก็คือรางวัลของเ้า” เสียงของเทพธิดาเซียนเหยาดังขึ้น พร้อมกับข้อมูลอะไรบางอย่างที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
เย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้าง “อึก! นี่มันข้อมูลของสมุนไพรอย่างนั้นหรือ ทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้!!”
ใช่! ฟังไม่ผิด สิ่งที่เย่หยุนซีได้รับเป็ของรางวัลในการเลื่อนระดับกายเนื้อก็คือข้อมูลในตำราสมุนไพรครอบจักรวาล ซึ่งถือเป็ความรู้ที่นักปรุงโอสถควรจะมี
“สะดวกสบายดีใช่ไหมล่ะ เพียงเท่านี้เ้าก็ไม่จำต้องเสียเวลาไปนั่งอ่านให้วุ่นวาย” เทพธิดาเซียนกล่าว
เด็กหนุ่มยิ้มพลางพยักหน้าเบาๆ “ขอบคุณสำหรับของรางวัลขอรับ มันช่วยทุ่นแรงข้าได้มากจริงๆ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าคงต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตกว่าจะจดจำรายชื่อ รูปลักษณ์ และสรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้ได้ทั้งหมด”