ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    คัมภีร์จากรัตติกาล

    ฉันยังแกล้งนอนสลบอยู่บนเตียง ในใจก็คิดหาทางที่จะหนีไปจากที่นี่ ไม่นานนักคนที่ชื่อธงชัยก็เดินเข้ามาภายในห้อง            “เธอยังไม่ตื่นเหรอ” เขาถามลูกน้อง            “ยังครับนาย”            “ออกไปข้างนอก” เขาสั่ง            ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงฉันกับเขา คนที่ชื่อธงชัยถอดเสื้อออก คนนี้เขาเป็นใคร เขามีรอยสักอักขระเต็มตัว เขาเดินตรงมาที่ฉัน ทำให้ฉันลุกขึ้นในทันทีเมื่อเห็นอันตรายใกล้เข้ามา            “คุณเป็นใคร คุณจะทำอะไรฉัน” ฉันพยายามถอยแต่เขาก็พุ่งเข้ามาจับตัวฉันเอาไว้และกดฉันไว้กับเตียงจนฉันดิ้นไปไหนไม่ได้            “ไม่ต้องกลัว ผมต้องการเพียงแค่พลังในตัวคุณ” เขาพูดและก้มหน้าลงมาจนใกล้ฉัน ลมหายใจของเขารดต้นคอของฉัน ฉันพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของเขาได้            เขาถอนตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ “ไม่ต้องกลัวนะ มันอาจจะเจ็บสักหน่อย แต่หวังว่าคุณจะไม่ตายนะ” เขาพูดเสียงเยือกเย็น            ฉันตัวสั่นน้ำตาไหลพรากออกมา แม้ว่าฉันจะเป็นเพียงผู้หญิงอัปลักษณ์ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี            เขาหยิบกริชออกมา รูปร่างมันคล้ายกริชของฉันมาก เขาจับกริชเลื่อนลงมาลักษณะกำลังจะกรีดมาที่ใบหน้าของฉัน ฉันพยายามดิ้นอย่างสุดแรง ปลายกริชแหลมคมมันกำลังเข้ามาใกล้ใบหน้าของฉัน ทีละเล็ก ทีละน้อย ความเงาวิบวับของมันสะท้อนแสงไฟแลดูน่ากลัว ไม่มีทางหนีฉันคงต้องตายอยู่ที่นี่หรือ            แต่แล้วตะกรุดที่ห้อยคอของฉันก็แผ่ความร้อนออกมา ชายที่ชื่อธงชัยผงะออกไปราวกับว่ามีแรงบางอย่างผลักเขาออก ฉันลุกขึ้นและพยายามถอยร่นไปที่มุมห้อง            “ไม่อยากเชื่อเลย คุณมีบางอย่างคอยพิทักษ์ปกป้อง” เขามีสีหน้าตกใจ แต่ในมือก็ยังคงถือกริชเอาไว้แน่น เขาพุ่งเข้ามาชกที่ท้องของฉันจนฉันตัวงอล้มลงไปด้วยความเจ็บปวด เขาตบเข้าที่ใบหน้าของฉัน และใช้มือบีบคอฉันเอาไว้จนฉันแทบหายใจไม่ออก            “ป..ปล่อยฉันไป” ฉันขัดขืนอย่างหมดหวัง            เขาหยิบกริชขึ้นมา “งั้นเอาเลือดของคุณก่อนก็ได้” ขณะที่กริชกำลังจะแทงเข้าที่ใบหน้าของฉัน ก็มีเสียงเอะอะข้างนอกห้อง ประตูห้องถูกพัง และชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา            ตะวัน ฉันเห็นเขาเข้ามาภายในห้อง ชายที่ชื่อธงชัยปล่อยมือจากฉันและหันไปเผชิญหน้ากับตะวัน            “แกจะทำอะไรเธอ” ตะวันกล่าวอย่างเดือดดาล สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากคนที่ฉันเคยรู้จัก มันดูน่ากลัวราวกับไฟกำลังลุกโชน            ธงชัยวิ่งเข้าไปใช้กริชแทงไปที่ตะวัน เขาหลบได้และชกเข้าไปที่หน้าของธงชัยจนเซถลาล้มลง ฉันเคยเห็นตอนที่ตะวันต่อสู้กับพวกอันธพาล เขาเก่งเรื่องการต่อสู้มาก            ธงชัยยันตัวขึ้นมา แววตาของเขานั้นไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวใดๆ เขาพยายามใช้กริชกวัดแกว่งเพื่อแทงไปที่ตะวัน ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ชายที่ชื่อธงชัยมีเรี่ยวแรงและพละกำลังมากราวกับไม่ใช่มนุษย์ เขาเหวี่ยงตะวันไปติดกำแพงห้องด้วยมือข้างเดียว ตะวันเพลี่ยงพล้ำจนล้มลงไปและธงชัยก็ขึ้นคร่อมเขาเอาไว้ ธงชัยกำลังจะใช้กริชแทงลงไป ตะวันใช้มือยันเอาไว้และพยายามต่อสู้ แต่เขากำลังจะพลาดท่า ฉันลุกขึ้นและใช้แจกันที่อยู่ในห้องตีเข้าไปที่หัวของธงชัย แจกันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ตะวันได้ทีแย่งกริชมาจากมือและแทงไปที่ร่างของธงชัยจนเขาร้องตะโกนออกมา            กริชปักอยู่ที่หน้าอก แผลของธงชัยร้อนจนเผาไหม้ผิวหนังของเขา ธงชัยล้มลงและดิ้นทุรนอยู่ที่พื้น ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ควันสีดำโพยพุ่งออกมาจากดวงตาและหูของเขา มันพุ่งเข้ามาปะทะที่ใบหน้าจนฉันหมดสติไป            ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาให้ห้องขนาดใหญ่ ฉันรู้สึกมึนงง ฉันพยายามลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหว            “ตื่นแล้วหรือคะคุณ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพูดกับฉัน เธอแต่งตัวเหมือนแม่บ้าน “เจ้านายบอกให้ฉันมาเช็ดตัวให้คุณ”            สาวใช้นำกะละมังใส่น้ำพร้อมผ้ามาวางไว้ “ถอดเสื้อด้วยค่ะ ฉันจะเช็ดตัวให้”            ฉันจึงบอกกลับไปว่าไม่ต้อง ฉันจะทำเอง สาวใช้แสดงอาการดีใจและรีบลุกขึ้น เธอพูดเบาๆแต่ฉันได้ยิน “ทำเองได้ก็ดี หน้าตาน่าเกลียดน่าขยะแขยง”            ตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้อง เขาได้ยิน “ออกไปจากบ้านฉัน” สาวใช้ตกใจที่เจ้านายหนุ่มพูดแบบนั้น ปกติเจ้านายของเธอเป็นคนใจดี            “เจ้านาย ฟังหนูก่อน หนูไม่ได้ตั้งใจจะว่าเธอ” สาวใช้พยายามแก้ตัว            “ไป! เดี๋ยวนี้” ตะวันพูดเสียงแข็งและเย็นชา สาวใช้รีบออกไปตามคำสั่ง            เขาเดินตรงมาที่ฉัน “คุณเช็ดตัวเองไหวไหม หรือจะให้ผมเช็ดตัวให้คุณเอง”            ห๊ะ..ฉันแทบไม่เชื่อหูที่ได้ยินเข้าพูด “ไม่ต้องๆ ฉันทำเองได้ โอ๊ย..จะบ้าเหรอ” ฉันพยายามไล่เขาออกไป            “งั้นผมออกไปรอข้างนอกนะ เช็ดตัวเสีย ไข้คุณจะได้ลด” เขาเดินเข้ามานั่งลงบนเตียง เขาประคองฉันลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียงและเดินออกจากห้องไป            ฉันปลดเสื้อของฉันลงไปกองที่เอว เผยแผ่นหลังเปลือยเปล่า และเช็ดตัวด้วยผ้าผืนเล็กๆนั้น            ตะวันผลุนผลันเข้ามา เขาเห็นแผ่นหลังเปลือยของฉันเข้า แม้ว่าใบหน้าของฉันจะอัปลักษณ์แต่ผิวพรรณของฉันก็ขาวเนียน แสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องผ่านม่านบางๆเข้ามายิ่งทำให้ผิวพรรณของฉันเปล่งประกาย            “ว๊าย..ตะวันคุณเข้ามาทำไม” ฉันตกใจที่เห็นเขา ฉันรีบหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม            “ข..ขอโทษครับ ผมเอาหน้ากากมาให้คุณ”            “เอามา” ฉันยื่นมือไปข้างหลังโดยไม่มองหน้าเขาและหยิบหน้ากากมาสวม ฉันอายจนไม่กล้าสู้หน้า            “ขอบคุณนะตะวัน ถ้าไม่ได้คุณฉันคงตายไปแล้ว”            “ชีวิตของคุณตกอยู่ในอันตรายเพราะผม ดังนั้นผมต้องปกป้องคุณ ไพลิน”            “ฉันจะกลับบ้าน” ฉันบอก            “คุณอยู่ที่นี่ได้นะไพลิน นานเท่าไหร่ก็ได้” เขาบอกกับฉัน            “แต่ฉันอยากกลับบ้าน ได้โปรด” ฉันพูด ตะวันนิ่งเงียบและบอกกับฉันว่า “ถ้าเช่นนั้นผมจะไปส่งคุณ”            เขาขับรถไปส่งฉันที่บ้าน เขาบอกกับฉันว่า “ถ้าคุณมีอะไรให้ช่วย คุณบอกผมได้นะไพลิน คิดเสียว่าเราทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน”            ฉันยิ้มให้เขาแต่ไม่ได้พูดอะไร แค่คำว่าเพื่อนมันก็คงดีมากสำหรับคนอย่างฉันแล้ว ฉันถูกรังเกียจมาตั้งแต่เด็ก ฉันเป็นตัวตลกในสายตาของคนอื่นๆ ไม่มีใครอยากคบกับฉัน เพื่อนที่โรงเรียนก็ไม่อยากคบกับฉัน ฉันถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด ฉันจึงเลือกที่จะอยู่เพียงลำพังคนเดียวมาตลอด            ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ให้ห้องและหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเฟซบุ้ก ฉันเห็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ารัตติกาลออนไลน์อยู่ ฉันรีบทักไปหาเธอ            “ฉันขอบคุณจริงๆที่คืนนั้นคุณช่วยฉัน”            “ไม่ต้องขอบคุณหรอก เรื่องเล็ก  เธอมีความพิเศษ ฉันเพียงแค่ช่วยให้คำแนะนำเธอ”            เธอช่วยฉันในการกำจัดวิญญาณ มันทำให้ฉันรอดออกมาจากสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ ฉันนึกขอบคุณเธอ            รัตติกาลส่งไฟล์บางอย่างมาให้ฉัน ฉันเปิดออกดู มันเป็นคัมภีร์วิชาที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ เวทย์มนตร์ ฉันรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับเรื่องราวลี้ลับที่ในอดีตฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะมีจริงบนโลกใบนี้