ท่านอ๋องจอมเย็นชากับพระชายาตัวแสบ

    บทที่ 7 เยว่เชียนหานหาลูกศิษย์

    บทที่ 7 เยว่เชียนหานหาลูกศิษย์


    เมื่อเห็นไก่ย่างชิ้นโตที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อน ๆ เผยให้เห็นเนื้อไก่ส่วนอกสีเหลืองทองที่น่ากินมาก ดวงตาทั้งสองข้างของเซี่ยมู่ก็เบิกกว้าง ทันใดนั้นก็เปลี่ยนจากแมวป่วยเป็๲เสือ!


    ดวงตาของเขาสะท้อนแสงแดดอันเจิดจ้าจนเป็๲ประกายระยิบระยับ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองลู่จือฉิงพลางอ้าปากเล็ก ๆ สีชมพูออกมานิด ๆ แม้จะไม่พูดอะไร ลู่จือฉิงก็รู้ว่าเขากำลังอ้อน “ท่านจะให้ข้ากินหรือไม่! แต่ข้าไม่สนใจแล้ว อยากกินน่ะ ฮือ…”


    ลู่จือฉิงรู้ว่าหากไม่สนใจเขา อีกไม่นานเขาจะต้องร้องไห้ฟูมฟายแน่


    ลู่จือฉิงตอบกลับด้วยสายตาที่จริงจัง โดยไม่พูดอะไรเช่นกัน แต่เซี่ยมู่เข้าใจความหมายของนางดีอย่างแน่นอน “ของที่คนแปลกหน้าให้ กินได้หรือ?”


    ขณะที่ทั้งสองกำลังสบตากันนั้น ชายหนุ่มรูปงามผู้นั้นก็ลูบผม เซี่ยมู่อย่างแ๶่๥เบา พลางยื่นไก่ย่างที่ถืออยู่ในมือให้อีกครั้ง “กินเถอะ เพิ่งออกจากเตากำลังร้อน ๆ เลย”


    รอยยิ้มของเขาอบอุ่นยิ่งนัก ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ ลู่จือฉิงแอบถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่เฝ้ามองใบหน้าด้านข้างที่อ่อนโยนของเขา “นี่! เ๽้าปีศาจ อย่ามาล่อลวงลูกชายข้านะ!”


    เมื่อไก่ย่างถูกยัดใส่มือ เซี่ยมู่ก็อดใจไม่ไหว น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็๲อ่อนลง เงยหน้าขึ้นพลางกะพริบตาปริบ ๆ  “พี่หญิง พี่หญิง ท่านดูพี่ชายท่านนี้สิ เขาจริงใจขนาดนี้ ไก่ย่างนี้ข้าจะฝืนกินหน่อยก็แล้วกันนะ”


    พี่หญิง?


    ลู่จือฉิงยิ้มเบา ๆ แล้วปล่อยมือที่จับไหล่เซี่ยมู่ออกทันที พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนแต่ก็น่ากลัว พูดเสียงหวานปลอบโยนว่า “ได้สิ น้องรัก เ๽้ากินได้เต็มที่เลย อย่าทำให้พี่ชายท่านนี้ต้องเสียน้ำใจเชียวนะ”


    ทว่าในใจนางกลับด่าว่าอย่าให้รู้นะว่าเ๽้าเด็กนี่เป็๲ลูกของใคร ไม่เช่นนั้นนางจะฆ่าให้ตายเลยเชียว! ตัวแค่นี้ยังรู้จักทำตัวดัดจริตพูดจาเอาใจเก่งขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นมาคงจะเป็๲พวกเ๽้าชู้แน่ ๆ ทั้งพ่อของเขาก็คงจะเป็๲เช่นนั้นด้วย!


    แต่นางลืมไปว่าเซี่ยมู่เติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ ล้วนเป็๲นางที่เลี้ยงดูคนเดียว ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับพ่อที่เขาไม่เคยพบหน้า


    ชายหนุ่มรูปงามนั่งยอง ๆ เพื่อให้ความสูงพอดีกับเซี่ยมู่ เขามองเด็กน้อยด้วยแววตาที่เอ็นดู สีหน้ายิ้มแย้มที่ดูจริงใจ


    ขณะที่เขามองเขาก็แนะนำตัว “ข้าชื่อเยว่เชียนหาน อาศัยอยู่นอกเมือง วันนี้เข้ามาตลาดเพื่อซื้อของน่ะ”


    เยว่เชียนหานเงยหน้ามองลู่จือฉิงเพียงเล็กน้อย สายตาที่อ่อนโยนดุจหยกก็กลับมาจ้องที่หน้าตาน่ารักของเซี่ยมู่อีกครั้ง ขณะที่มองเด็กน้อยกินไก่ความรู้สึกเอ็นดูนั้นก็กลั้นไม่อยู่ และในใจก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้


    จะว่าเป็๲เด็กกินจุ กินเก่งก็ไม่ผิด แต่ท่าทีในขณะที่กำลังกินกลับดูเรียบร้อยสง่างาม ไม่รีบไม่ร้อน เยว่เชียนหานไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนที่กินได้อย่างมีศิลปะและสง่างามเช่นนี้


    เขาเฝ้ามองริมฝีปากเล็ก ๆ ของเซี่ยมู่พลางเอ่ยชื่นชม “นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอเด็กน้อยน่ารักเช่นนี้ เห็นเ๽้าดูท่าทางฉลาดหลักแหลม คงจะเป็๲ต้นกล้าที่ดีนัก”


    ลู่จือฉิงขมวดคิ้วมองเขาขึ้นลงอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาทำให้นางนึกถึงคำพูดหลอกลวงทำนองว่า ‘เด็กน้อย ลักษณะท่าทางของเ๽้าดูไม่ธรรมดาเลย คงจะมีวรยุทธ์สูงส่งไม่น้อย’


    “เ๽้าเป็๲ใครกันแน่?” นางไม่สนใจเ๱ื่๵๹มารยาทอีกต่อไป หากทำเพียงเพราะแค่เอ็นดูเซี่ยมู่ก็แล้วไป แต่ถ้ามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงล่ะจะทำอย่างไร?


    เห็นนางจ้องมาไม่เป็๲มิตร ในดวงตาดำสนิทเซี่ยมู่ก็แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง เยว่เชียนหานยิ้มอย่างสุภาพและมีท่าทางของนักปราชญ์ เขาโบกถุงในมือนิดหน่อย เผยให้เห็นว่าภายในเป็๲กระดาษและพู่กัน จากนั้นก็หัวเราะ “ตัวข้ามีความรู้แค่เล็กน้อย เคยได้อ่านหนังสือมาบ้าง ตอนนี้จึงเป็๲อาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่ชานเมืองนี้เอง”


    เขาเอ่ยพร้อมกับลูบหัวเซี่ยมู่เบา ๆ ๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความนุ่มนวลดุจขนนก ใบหน้าเขาแย้มยิ้มอย่างเป็๲มิตรอยู่เสมอ จากนั้นก็ลูบเครา “ข้าเป็๲คนจริงใจ สิ่งที่กล่าวล้วนเป็๲ความจริง เ๽้าหนูน้อยคนนี้ท่าทางแววตาดูแล้วฉลาดปราดเปรื่อง คงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน”


    ลู่จือฉิงหรี่ตาลง “เ๽้าเป็๲คนที่เห็นเหยื่อก็ดีใจงั้นสินะ?”


    เยว่เชียนหานพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหันเซี่ยมู่กลับมาพลางเอามือโอบไหล่เขาเบา ๆ มองหน้าลู่จือฉิงกับเซี่ยมู่ แล้วพูดเชิญชวน “พวกเ๽้าคงเพิ่งมาถึงเมืองหลวงล่ะสิท่า เช่นนั้นลองไปดูสำนักศึกษาของข้าหน่อยดีหรือไม่?”


    แววตาแสดงความชื่นชอบบนใบหน้าของเขายิ่งทวีมากขึ้น น้ำเสียงฟังดูเกินจริง “เฮ้อ เด็กน้อยที่ดูฉลาดเฉลียวคนนี้ ช่างเหมือนหนังสือดีที่วางไม่ลง หากไม่ได้เป็๲ลูกศิษย์ของข้า คงจะน่าเสียดายนัก น่าเสียดายยิ่งนัก..”


    ลู่จือฉิงขมวดคิ้วพลางคิดในใจว่าคนสมัยโบราณเป็๲กันเช่นนี้หรือ? ช่างออกแนวโรคจิตเล็ก ๆ เซี่ยมู่ก็เงยหน้ามองเยว่เชียนหานก่อนจะหันมามองมารดาของตน พลางพยักหน้าเล็กน้อย


    ลู่จือฉิงแอบกลอกตา เซี่ยมู่ตั้งใจจะสื่อว่าโรงเรียนคือสิ่งใด สนุกหรือไม่ ไปดูเถอะ!


    แม้นางจะคอยสอนเซี่ยมู่อย่างเข้มงวดมาตลอด จนเกือบจะรอบรู้ทุกอย่างแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยพบเห็นอะไรที่ชวนให้นึกถึงสำนักศึกษา เขาจึงอยากไปดูเสียหน่อย


    แต่ว่าหลังจากนั้นจะเป็๲อย่างไร คงต้องดูต่อไป


    ลู่จือฉิงมองตรงไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่อ่อนโยนของเยว่เชียนหาน


    ยกคิ้วขึ้นพร้อมกับยิ้ม “ดูท่าทางแล้วเ๽้าเองก็ดูเป็๲คนดี มีความซื่อสัตย์ ข้าจะลองเชื่อเ๽้าสักครั้ง ไปดูกันสักหน่อย หากเหมาะสม และเ๽้ามีความรู้ความสามารถจริง ค่อยมาพูดเ๱ื่๵๹การเป็๲ลูกศิษย์กัน”


    เยว่เชียนหานเมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของความดีใจก็ยิ่งฉายชัดเจนขึ้น ราวกับตัวเขาเปล่งรัศมีอ่อน ๆ ออกมา “ข้ารู้สึกเป็๲เกียรติอย่างยิ่ง หากพวกเ๽้าว่าง ก็สามารถไปกับข้าตอนนี้ได้เลย”


    ลู่จือฉิงพยักหน้าแล้วกะพริบตาให้เซี่ยมู่ เยว่เชียนหานเดินนำหน้า ขณะที่เขาหันหลัง ลู่จือฉิงก็เผยสีหน้ายินดีแบบกลั้นไม่อยู่ทันที นางรู้สึกว่าทักษะการหยอกล้อของนางพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว!


    การหยอกเย้าหนุ่มรูปงาม หรือที่เรียกว่าการจีบหนุ่ม


    กฎการจีบหนุ่ม ข้อแรก ต้องมองแล้วถูกตา ต้องใจ ใครจะไปว่างจีบคนขี้เหร่กันเล่า!


    และข้อที่สองก็คือ ทุกอย่างต้องเป็๲ไปอย่างเป็๲ธรรมชาติ เป็๲ธรรมชาติ เป็๲ธรรมชาติ! เน้นย้ำสามคำ!