*ข้อมูลส่วนตัวของเด็กชายจูหงเฟย*
ชื่อ - จูหงเฟย
อายุ - 10 ปี
ความสูง - 147 เิเ
น้ำหนัก - 45 กิโลกรัม
บิดา - จูไท่หยาง อายุ 36 ปี
มารดา - หลิวชิงชิง อายุ 35 ปี
เชื้อชาติ+สัญชาติ - จีนา
เมืองเกิด - เฉิงตู
มณฑล - เสฉวน
ประเทศ - จีนา
การศึกษา - ชั้นประถมปีที่ 5
ผลการเรียน - ดีมาก [ เกรดเฉลี่ย 3.95 ]
กีฬา - บาสเกตบอล
อุปนิสัย - เป็เด็กกระตือรือล้น มีพลังงานล้นเหลือ ชอบเล่นซน [ ซนเป็ลิง ] จนหัวร้างข้างแตกกลับบ้านบ่อยๆ ชอบเอาชนะ ชอบแกล้งเพื่อน ขี้บ่นและออกจะเ้าเล่ห์นิดๆหน่อยๆ
ความสามารถพิเศษ - สามารถเล่นเกมส์ออนไลน์ได้ทั้งวัน [ ถ้าแม่ไม่ด่า ] หมายความว่าจูหงเฟยมีพลังสมาธิที่ยอดเยี่ยมมาก สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ได้เป็เวลานานๆ ไม่เป็คนสมาธิสั้น
ลักษณะเพิ่มเติม - จูหงเฟยมีผิวสีเหลืองออกทางขาวนวล ตามเชื้อชาติจีนา ตัดผมสั้นทรงสกินเฮด โดยที่แม่ของจูหงเฟยจะเป็คนใช้ปัตตาเลี่ยนไถให้เองเดือนละครั้ง จูหงเฟยไม่มีสิทธิที่จะไว้ทรงผมอื่น เรียกได้ว่าทรงผมตามใจแม่
ความชอบ - ชอบใส่เสื้อแจ็คเก็ตมีฮู๊ดที่เอามาคลุมศีรษะได้ [ จูหงเฟยสะสมเสื้อแจ็คเก็ตมีฮู๊ดสารพัดสี-สารพัดยี่ห้อเอาไว้ถึง 10 กว่าตัว ]
ความกลัว - กลัวแม่มากที่สุดในโลก
.......................
หลังจากที่เด็กชายจูหงเฟยพูดคุยกับพ่อของเขาในเื่เครื่องยนต์กลไกเสร็จ เขาก็ไปนั่งเล่นเกมส์ออนไลน์ประเภทตีดันเจี้ยนต่างๆเหมือนกับเด็กทั่วๆไปที่ติดเกมส์ประเภทนี้
แล้วเวลาก็ผ่านไปจนถึงตอนเย็น จูหงเฟยจึงขออนุญาตพ่อกับแม่ของเขาออกไปเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนๆที่ลานออกกำลังกายข้างๆตึกคอนโดที่เขาอาศัยอยู่
"พ่อครับ-แม่ครับ ผมขอออกไปเล่นบาสกับเพื่อนนะครับ วันนี้ทีมของผมจะต้องเอาชนะทีมของไอ้เ้าฟางหยวนได้อีกอย่างแน่นอนครับ" จูหงเฟยพูดออกมาอย่างมุ่งมั่น
"ไปเถอะ..แล้วถ้าแพ้ขึ้นมาก็อย่าไปรังแกฟางหยวนกับพรรคพวกเขาล่ะ พ่อี้เีไปขอโทษบรรดาพ่อๆแม่ๆของพวกเขาแล้ว" พ่อของจูหงเฟยพูดเตือน
"รับรองครับพ่อ พวกผมชนะแน่ๆ แต่ถ้าพวกมันแพ้แล้วไม่ยอมแพ้ ผมก็ต้องสั่งสอนพวกมันไปซะบ้างเล็กๆน้อยๆครับ" พูดจบจูหงเฟยก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องในคอนโดไป จนพ่อของจูหงเฟยพูดตักเตือนอะไรอีกไม่ทัน
เมื่อเด็กชายจูหงเฟยมาถึงลานออกกำลังกาย เขาก็พบกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมของเขาและทีมของฟางหยวน
ลานออกกำลังกายแห่งนี้มีพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก จึงมีเพียงสนามบาสเกตบอลและลานเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งเพียงเท่านั้น ลานเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งจะมีบรรดาน้าๆลุงๆในละแวกนี้ที่เป็นักเพาะกายนำเอาเครื่องเพาะกายกลางแจ้งมาติดตั้งเพิ่มเติมเอาไว้ด้วย
ส่วนพื้นที่ของสนามบาสเกตบอลใน่เช้าตรู่ บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ต่างก็พากันมาออกกำลังกายด้วยการรำมวยไทเก็กกันอยู่เป็ประจำทุกวัน
"ไง..!! ไอ้เ้าหมูอ้วนฟาง วันนี้พวกนายจะแพ้ซักกี่แต้มดี หวังว่าวันนี้ทีมของพวกนายคงไม่แพ้เกิน 10 แต้มเหมือนเมื่อวานหรอกนะ ฮ่าๆๆๆ.." จูหงเฟยเยาะเย้ยแล้วหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"หึ..!! ไอ้เ้าลูกอ๊อดจู วันนี้ทีมของฉันวางแผนการเล่นมาใหม่ ทีมของพวกนายต้องแพ้อย่างขาดลอยแน่ อย่าได้ใจไปหน่อยเลย แล้วนายจะต้องเสียใจ" เด็กชายฟางหยวนซึ่งเป็นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 ในโรงเรียนเดียวกันกับเด็กชายจูหงเฟย แต่อยู่คนละห้องกัน ะโตอบกลับมาอย่างอารมณ์เสีย
ที่จูหงเฟยมักจะถูกเรียกว่า *เ้าลูกอ๊อด* ก็เป็เพราะว่าจูหงเฟยถูกตัดผมเป็ทรงสกิลเฮด ทำให้มีห้วกลมๆคล้ายกับตัวลูกอ๊อด
"มาๆๆ..มาเริ่มกันเลย พูดมากเสียเวลา" จูหงเฟยพูดตัดบท
แล้วการแข่งขันบาสเกตบอลของเด็กประถมทั้ง 2 ทีมก็เริ่มต้นขึ้น
การแข่งขันของทั้ง 2 ทีมเป็ไปอย่างสูสีแบบเด็กๆ มีเบียด มีปะทะ มีเหยียบเท้า มีผลัก มีดึงผม มีดึงเสื้อ มีดึงกางเกงกันบ้างแบบเด็กประถม แต่ก็ไม่ถึงขั้นะโเข้ากัดก้านคอ กัดหัวไหล่ กัดแขนกันเหมือนกับเด็กอนุบาล
เมื่อการแข่งสิ้นสุดลงผลก็คือ ทีมของจูหงเฟยเอาชนะไปได้ 12 แต้ม สร้างความสุขให้กับจูหงเฟยเป็อันมากในฐานะที่เขาเป็กัปตันทีม
"เป็ยังไงล่ะ..ไอ้ขี้แพ้ฟาง วันนี้พวกนายก็แพ้อีกเหมือนเดิม จ่ายมาซะดีๆ แต้มละ 1 หยวน ฮ่าๆๆๆ.." จูหงเฟยทั้งทวงเงินพนันและเยาะเย้ยฟางหยวนไปด้วยในตัว
"ฮึ่ม..!! ก็ได้..วันนี้ฉันจะรีบกลับบ้าน ไม่มีเวลามาเถียงกับนายหรอก" ฟางหยวนรวบรวมเงินทั้งจากตัวของเขาและลูกทีมมาจนครบ 12 หยวน แล้วโยนเงินไปให้กับทีมของจูหงเฟย
"ฮ่าๆๆ..ขอบคุณสำหรับค่าขนมของพวกฉัน พรุ่งนี้พวกนายก็มาแพ้อีกนะ พรุ่งนี้ทีมของพวกฉันอยากกินไอติมเย็นๆหวานๆให้ชื่นใจ ฮ่าๆๆๆ.." จูหงเฟยยังคงเยาะเย้ยถากถางไม่หยุด
ณ.บริเวณเหนือสนามบาสเกตบอลที่เด็กชายจูหงเฟยกำลังยืนอยู่นั้น มีลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงใสขนาดประมาณลูกวอลเลย์บอลลอยค้างอยู่
นี่ก็คือปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติ ผู้มีนามว่าเฉินไคนั่นเอง ปราณจิตนี้ผู้คนและสิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลกสีน้ำเงินจะไม่สามารถมองเห็นหรือสัมพัสถึงได้
เปรียบไปแล้วปราณจิตนี้ก็คล้ายๆกับผีหรือิญญาในเื่เล่าหรือในภาพยนต์ที่ทำให้เด็กหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ต่างก็หวาดกลัวกัน
ในเื่เล่าหรือในภาพยนต์เ่าั้ เมื่อคนตายไปแล้วก็จะกลายเป็ผีหรือเป็ิญญา
แต่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคนั้นยังไม่ตาย ปราณจิตนี้เป็ปราณแห่งจิตที่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคต้องฝึกฝนบำเพ็ญเพียรด้านจิตมาอย่างยากลำบากและยาวนาน จึงสามารถก่อร่างสร้างเป็ปราณจิตขึ้นมาได้
"ฮ่าๆๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆๆ..5 ปี..ข้าใช้เวลาไปถึง 5 ปีตามเวลาของโลกสีน้ำเงินใบนี้ ในที่สุด..ในที่สุด..ข้าก็ได้พบกับผู้สืบทอดที่เหมาะสมเสียที ฮ่าๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ.." จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคทั้งหัวเราะและพร่ำเพ้อออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะเป็ผู้สืบทอดคนแรกที่ข้าเจอก็อายุปาเข้าไปตั้ง 81 ปีแล้ว ถ้าให้เป็ผู้สืบทอดของข้า เ้านั่นมันก็คงจะเเก่ตายไปเสียก่อนที่จะได้บรรลุเป็ขั้นจอมยุทธ์เสียอีก ส่วนอีกคนก็เหมาะสมอยู่ ทั้งอายุและร่างกาย แต่มันดันเป็คนบ้า จะเอามาเป็ผู้สืบทอดก็ไม่ได้ ไม่รู้จะฝึกให้มันยังไง"
"แล้วในที่สุด์ก็เข้าข้างข้า ในที่สุดข้าก็ได้มาเจอเ้าเด็กนี่ อายุขนาดนี้ ร่างกายขนาดนี้ ยังนำไปฝึกและพัฒนาได้อีกอย่างยาวไกล"
"ข้าเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆเพื่อตามหาผู้สืบทอดที่มีกายาปราณแห่งมิติมาเป็เวลาถึง 5 ปีแล้ว ในที่สุดข้าก็พบผู้ที่มีกายาปราณแห่งมิติที่เหมาะสมเสียที ์ช่างดีต่อข้าเหลือเกิน ฮ่าๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ.."
ยังดีที่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคอยู่ในร่างปราณจิต จึงทำให้ไม่มีผู้ใดมองเห็นหรือสัมพัสถึงได้ หากมีใครเห็นหรือได้ยิน คงคิดว่าไอ้ลูกกลมๆสีม่วงลูกนี้มันคงเป็บ้าไปแล้ว เดี๋ยวก็พร่ำเพ้อ..เดี๋ยวก็หัวเราะ..
............................
● ภาคแยกพิเศษ ● ภาคกายาปราณแห่งมิติ
ในที่สุดหลังจากที่ปราณจิตของ *จักรพรรดิเซียน* ฉายา *หมื่นมิติ* นามว่า *เฉินไค* ระเหเร่ร่อนไปตามสถานที่ต่างๆบนดาวเคราะห์โลกสีน้ำเงินมาเป็เวลา 3 ปี ตามเวลาของโลกสีน้ำเงิน
วันนี้ปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคถึงกับหัวเราะและร้องไห้ออกมาพร้อมๆกันอย่างเป็บ้าเป็หลัง
ถ้าหากว่าจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคมายังดาวเคราะห์โลกสีน้ำเงินดวงนี้ด้วยร่างกายที่แท้จริง จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคก็คงจะต้องหัวเราะไป..แล้วร้องไห้ไป..จนน้ำมูกน้ำตาไหลอาบเต็มใบหน้าเหมือนกับคนบ้าอย่างแน่นอน
"ฮ่าๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ..ข้าพบแล้ว ข้าพบแล้ว ในที่สุดข้าก็พบคนที่มีกายาปราณแห่งมิติแล้ว แถมยังพบถึง 2 คนพร้อมๆกัน ฮ่าๆๆๆ..ฮือๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ..ฮือๆๆๆ.."
"เวลา 3 ปี ที่ข้าต้องระเหเร่ร่อนอยู่บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ข้าต้องทุ่มเทส่งคลื่นสัมพัสพลังปราณเซียนไปเป็จำนวนมากเพื่อตามหาผู้สืบทอด ในที่สุดมันก็สำเร็จลงแล้ว ฮ่าๆๆๆ..ฮือๆๆๆ..ฮ่าๆๆๆ..ฮือๆๆๆ.." ปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคหัวเราะไปสลับกับร้องไห้ไปในใจอย่างบ้าคลั่งเป็เวลาอันยาวนาน
เมื่อจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตั้งสติได้แล้ว เขาก็ใช้จิตสัมพัสจากพลังปราณเซียนอันแข็งแกร่งและทรงอานุภาพทำการล็อคเป้าไปยังคนที่มีกายาปราณแห่งมิติโดยกำเนิดที่เขาสัมพัสได้ถึงคลื่นพลังปราณแห่งมิติคนเเรกที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที
แว๊บ..!!! ร่างปราณจิตรูปทรงกลมออร่าแสงสีม่วงขนาดเท่าลูกวอลเลย์บอลของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคได้เปิดประตูมิติซึ่งล็อคเป้าไปยังคนที่มีกายาปราณแห่งมิติคนแรก แล้วหายวับไปในทันที
หลังจากที่ร่างปราณจิตของจักรพรรดิ์เซียนหมื่นมิติเฉินไคออกมาจากประตูมิติแล้วมาประจันหน้ากับคนที่มีกายาปราณแห่งมิติคนแรกแล้ว ร่างปราณจิตของจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคก็ถึงกับต้องสตั๊นไป 30 วินาที
เพราะมนุษย์คนแรกที่มีกายาปราณแห่งมิติโดยกำเนิดคนนี้เป็หญิงชราที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลและมีอายุถึง 81 ปีแล้ว คือหญิงชราคนนี้แก่จนหลงๆลืมๆไปแล้ว แถมยังต้องนอนติดเตียงโดยที่มีสายน้ำเกลือกับสายอะไรต่อมิอะไรที่ใช้เป็อุปกรณ์รักษาทางการเเพทย์โยงใยอยู่ตามตัวเต็มไปหมด
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงตัดสินใจเปิดประตูช่องว่างมิติไปหาคนที่มีกายาปราณแห่งมิติคนที่ 2 อย่างเร่งด่วนในทันที โดยที่ไม่ให้ความสนใจกับหญิงชราคนแรกเลยแม้แต่น้อย
เมื่อจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคพบกับคนที่มีกายาปราณแห่งมิติโดยคนที่ 2 เขาก็รู้สึกดีใจขึ้นมาในทันที
เพราะคนที่ 2 นี้ เป็ชายหนุ่มรูปงาม เขามีอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างสูง ร่างกายกำยำล่ำสันสมส่วน หน้าตาหล่อเหลาคมเข้มระดับพระเอกหนัง ดูแล้วน่าจะมีสุขภาพร่างกายที่ดีมากๆ
ชายคนที่ 2 นี้แต่งตัวดีมาก เขาพักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โต เขาน่าจะเป็คุณชายของตระกูลผู้ดีเก่าแก่ที่ร่ำรวยมากๆตระกูลหนึ่ง
แล้วเมื่อบรรดาคนรับใช้ที่คอยบริการชายคนนี้ออกไปจากห้องที่เขากำลังนั่งพักผ่อนอยู่จนหมดแล้ว ชายคนนี้ก็เดินไปที่มุมห้องด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย จากนั้นเขาก็ยืนเอามือไพล่หลัง แล้วก้มหัวมุดลงไปที่พื้นตรงมุมห้องพร้อมทำตากรอกไป-มาและกระดิกใบหูไปด้วย
"คุณชาย..คุณชายคะ อย่าก้มอย่างนั้นนะคะ เดี๋ยวเืก็ไหลลงศีรษะกันพอดีค่ะ" คนรับใช้สาวที่เปิดประตูห้องเข้ามาเห็นคุณชายของเธอทำท่าทางแปลกๆ เธอจึงรีบเข้าไปพยายามดึงคุณชายให้ยืดตัวตรงขึ้นยืนในทันที แต่คุณชายของเธอก็ดื้อ ไม่ยอมยืดตัวตรงยืนขึ้นมา
"วันนี้ชายจะเป็นกกระจอกเทศ ชายจะฝังห้วในดิน แล้ววันพรุ่งนี้ชายจะเป็นกยูงรำแพน พวกเธอต้องไปเตรียมหางนกยูงรำแพนสวยๆมาให้ชายในวันพรุ่งนี้ด้วยนะ ชายจะได้เป็นกยูงรำแพนที่งามสง่าที่สุดในโลก หึๆๆ..หึๆๆ.." คุณชายสั่งการคนรับใช้สาว
"ได้ค่ะ..คุณชาย แต่คุณชายอย่าอยากเป็นกอินทรีเหมือนเมื่อวานนี้อีกนะคะ ถ้าหากเมื่อวานนี้พวกดิฉันกับพวกการ์ดที่คอยดูแลคุณชายคว้าตัวคุณชายเอาไว้ไม่ทัน คุณชายก็คงได้บินตกลงไปจากหน้าต่างคฤหาสน์ชั้นที่ 5 แล้วลงไปนอนเฝ้ารากมะม่วงที่พื้นอย่างแน่นอนค่ะ"
"คุณชายต้องอย่าดื้ออย่าซนนะคะ คุณชายเลิกเป็นกกระจอกเทศสักเดี๋ยว แล้วยืนขึ้นมากินยาตามที่คุณหมอสั่งก่อนนะคะ"
"ไม่เอา.. ไม่กิน.. ยาอะไรก็ไม่รู้ทั้งเยอะ ทั้งขม ชายไม่กิน ชายไม่กิน"
จากนั้นคุณชายวัย 25 ปีผู้สง่างามก็นั่งก้นจ้ำเบ้าลงไปที่พื้น พร้อมทั้งสบัดแข้งสบัดขาสลับกันไปมา เหมือนกับเด็กน้อยที่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อของเล่นให้ แล้วเด็กก็ทิ้งต้วลงนั่งสบัดแขนขา ประท้วงโวยวายที่หน้าร้านขายของเล่นเพื่อที่จะเอาของเล่นมาให้ได้
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคถึงกับต้องตกตะลึง จากมนุษย์กว่า 7,000 ล้านคนบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ เขาใช้เวลาถึง 3 ปี กว่าจะพบผู้สืบทอดที่มีกายาปราณแห่งมิติเพียงแค่ 2 คน..แต่..
คนที่ 1 ก็แก่และป่วยจนใกล้ที่จะมรณะภาพลาโลกแล้ว
ส่วนคนที่ 2 ก็ออกแนวปัญญาอ่อนบ้าๆบอๆ
จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคจึงแทบที่จะหมดหวังไปตลอดกาล..
[ เด็กชายจูหงเฟยคือคนที่ 3 ที่จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคหาพบ โดยใช้เวลาไปถึง 5 ปี ]