บทที่ 5 ก่อนเดินทาง
"มีอะไรหรือจ้าวหาน"จ้าวอันหรานยิ้มรับลูกชายด้วยความอ่อนโยนเช่นเดิมจ้าวหานเองก็ยิ้มให้มารดาด้วยความรักอย่างจริงใจเพราะได้อีกฝ่ายเลี้ยงดูมาั้แ่ยังวัยเยาว์ เขาจึงรักมารดาจ้าวอันหราน มากกว่าบิดามารดาแท้ๆ ของตนเอง
"ข้ายังไม่มีเวลาได้มาพูดคุยกับท่านเลย"จ้าวหานกล่าวจบก็ก้มหัวคารวะอีกฝ่ายอย่างเคย กับจ้าวอันหรานจ้าวหานรักอย่างไม่มีข้อแม้ เป็ความรักเช่นครอบครัวจริงๆ
"เ้างานยุ่ง ข้ารู้รองแม่ทัพเอาแต่ใจปานนั้น อยากรู้จริงๆสตรีแบบใดจึงจะเอาเฉินจือหานผู้นั้นลง" จ้าวอันหรานพูดด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
ทั้งชินอ๋อง จ้าวหาน เฉินจือหาน และ รุ่ยอ๋องล้วนแต่เป็เด็กวัยเดียวกัน สมัยที่ยังอยู่เมืองหลวงนางเป็คนสนิทของไทเฮาได้รับพระราชทานตำแหน่งท่านหญิงและเข้าออกวังหลวงราวกับบ้านของตนเอง จึงได้เห็นเด็กหนุ่มเหล่านี้โตมาพร้อมกัน
จวนสกุลเฉินมักจะกลายเป็ที่วิ่งเล่นและฝึกฝนของเด็กหนุ่มทั้งสี่คนยามที่สิ้นตารางเรียนชินอ๋องเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ที่นิ่งเงียบคอยดูแลคนอื่นๆในขณะที่รุ่ยอ๋องจะเป็น้องเล็กที่ถูกตามใจอยู่เสมอ จ้าวหานเป็คนที่ฉลาดไม่ชอบยุ่งเื่คนอื่น ส่วนเฉินจือหาน นับว่าเป็เด็กที่ฉลาดแกมโกงเป็ผู้นำในการทำเื่ไม่ดีเสมอแต่ชินอ๋องก็มากจะห้ามหรือไม่ก็ฟ้องแม่ทัพเฉินหรืออู่หงถิง พิงจิ่งกงจูผู้นั้นเสมอ
ทั้งสี่ไม่ได้สนิทกับองค์ชายคนอื่นๆ มากนักไปไหนมาไหนกันสี่คน เป็เพื่อนสนิทที่ไม่มีวันที่จะทรยศกันได้เลย
นางที่เลี้ยงมาอยากจะคิดแบบนั้น
นั่นเป็หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้จ้าวหานไม่เกรงกลัวเชื้อพระวงศ์ทั้งสามคนเลยไม่ใช่แค่ทั้งสามคน แต่จ้าวหานไม่กลัวใครเลยบนแผ่นนี้ แม้แต่โอรส์ผู้นั้น
"เื่นั้นช่างเถอะข้ามีเื่อยากจะบอกท่านแม่ เกี่ยวกับสถานการณ์ในราชสำนัก"จ้าวหานพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังจ้าวอันหรานเองก็เงยหน้ามองลูกชายของตนด้วยความกังวล
"ตอนนี้ข้ากับเฉินจือหานกำลังสงสัยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นข้าเกรงว่าถึงท่านจะอยู่ที่นี่ก็จะไม่ปลอดภัยอีกแล้ว" จ้าวหานพูดอย่างจริงจังนั่นทำให้จ้าวอันหรานต้องเงยหน้ามามองลูกชายก่อนจะหันออกไปมองข้างนอก
"ทั้งที่ที่นี่อากาศดีมากข้ากับซุนหัวก็ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ถาวรแท้ๆ" จ้าวอันหรานกล่าวอย่างเหม่อลอย
นางชอบที่นี่แม้จะกันดารไม่ได้สะดวกสบายเช่นจวนสกุลจ้าววนเมืองเว่ยหรือเมืองหลวงแต่ก็สงบปลอดภัย
และที่นี่คือที่ที่เหมือนจะอันตราย แต่ก็ปลอดภัยไม่มีการแก่งแย่งอำนาจ ไม่มีกลการเมืองของชนชั้นสูงและพวกขุนนางมีแต่ชาวบ้านและเด็กๆ
"เ้าบอกเื่นี้กับซุนหัวหรือยัง"นางถามลูกชาย ทว่าอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าเป็คำตอบ
จ้าวอันหรานถอนหายใจก่อนจะหันไปมองลูกชายด้วยรอยยิ้ม
"ข้าสั่งให้น้องสาวเ้าซื้อเสบียงมามากมายเพื่อทำเป็อาหารแห้งให้กองทัพหลวงใช้ในการเดินทางแล้วจะส่งไปให้กองทัพที่ชายแดนบางส่วน คงถึงเวลาแล้วล่ะเ้าไปช่วยหน่อยแล้วกัน"
... ... ...
"เืเพียงเล็กน้อยจะช่วยทดสอบพิษได้จริงหรือ" เฉินจือหานมองสตรีตรงหน้าอย่างสงสัย
นับั้แ่วันที่นางไปในหมู่บ้านตัวของชายหนุ่มเองก็พักฟื้น เรียกว่านอนในห้องนางมาหลายวัน วันนี้นางก็ลากมาเพื่อดูว่าพิษในร่างกายยังมีอยู่หรือไม่
"รองแม่ทัพเ้าคะท่านไม่เชื่อข้าแล้วจะไปเชื่อใครข้าดูแลท่านมาั้แ่นอนพะงาบจนตอนนี้มาแรงกวนประสาทข้าไม่เว้นแต่ละวัน"หญิงสาวพูดด้วยอาการเชิดหน้าเล็กน้อย
"เ้าก็ถากถางข้าทุกโอกาสเช่นกันข้าก็แค่สงสัย" ชายหนุ่มที่โต กว่าพูดอย่างจริงจัง พลางยื่นใบหน้ามาใกล้และยิ้มเ้าเล่ห์ดูร้ายกาจมีเลศนัยไม่เหมือนกับคำพูดที่ดูจริงใจ
หญิงสาวเบือนหน้าหนีพลางยกมือจับแขนแกร่งแล้วใช้ปลายมีดกรีดลงกลางฝ่ามือตื้นๆเพื่อเอาเืของรองแม่ทัพเพียงน้อยนิดเพื่อตรวจสอบพิษในร่างกาย
"เ้าไม่คิดจะแต่งงานหรือ"จ้าวซินเยว่ขมวดคิ้วกับคำถามนั้นมองใบหน้าอีกคนที่ยกยิ้มกว้างให้นางหมายจะกวนประสาทมือที่ว่างก็เท้าคางอย่างสบายใจ
โอ้ย!
เฉินจือหานร้องออกมาไม่ดังไม่เบาเพราะหญิงสาวตรงหน้าจงใจใช้มือกดลงบนฝ่ามือที่นางพึ่งจะเอามีดกรีดตื้นๆเพื่อเอาเืมาตรวจ ใบหน้าสวยไม่ได้มองชายหนุ่มด้วยสายตาแบบใด นางลอยหน้าลอยตา
"ไม่เกี่ยวกับท่าน"นางยิ้มมุมปากให้ชายหนุ่มที่จ้องนางอย่างยียวนไม่เข็ดเลยสักนิด
จ้าวซินเยว่รู้ชัดว่าอีกฝ่ายเพียงแค่้ากวนประสาทนางจึงละความสนใจและทำหน้าที่ของตัวเองต่อเมื่อแน่ใจว่าพิษในร่างกายของบุรุษผู้นี้ปลอดภัยจึงจัดสมุนไพรตามเทียบที่อาจารย์สั่งก่อนจะขอตัวออกไปด้านนอกเพื่อให้บุรุษผู้นี้ได้พักผ่อน
ดวงตาคมมองที่แผลบนมือแทนที่จะมองตามหญิงสาวเพียงยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
นางช่างเป็สตรีที่น่าสนใจจริงๆ...
... ... ...
ให้โถงของท่านหมอ บุคคลทั้งหลายมารวมตัวกันที่นี่ยกเว้นพวกบ่าวเพื่อพูดคุยสถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองตามที่จ้าวหานชี้แจง โดยมีจ้าวซินเยว่ดูแลเื่น้ำชาให้ทุกคนเงียบๆ
"สถานการณ์ใน่นี้ก็เป็เช่นที่จ้าวหานพูดข้าว่า ท่านแม่กับหมอซุนควรจะเดินทางกลับเมืองหลวงหรือเมืองเว่ยอาจจะปลอดภัยกว่า" จ้าวหานเรียกทุกคนมาฟังสถานการณ์การศึกชายแดนในปัจจุบันและกำลังที่จะถูกส่งมาที่นี่รวมถึงการเมืองในราชสำนักจากชินอ๋อง ที่ห้องโถงของบ้านหมอซุน
ยามนี้การเมืองภายในก็รุนแรงไม่แพ้การต่อสู้ระหว่างแคว้น
ด้วยความที่ตระกูลจ้าวร่ำรวยและมีขุนนางคนสำคัญั้แ่อดีตเป็ร่มไม้ใหญ่ที่ใครก็อยากพึ่งพา และยังเป็แหล่งประโยชน์สำหรับพวกขุนนางทั้งหลายการที่จ้าวอันหรานและจ้าวซินเยว่แยกตัวออกมาเช่นนี้ สักวันพวกนั้นอาจจะมาถึงที่นี่และก่อเื่ก็เป็ได้
ส่วนหมอซุนหัว จ้าวหานก็อยากให้กลับไปที่เมืองเว่ยด้วยกันเพราะฝีมือของซุนหัวและ 'ความสำคัญ' ที่แท้จริงของหมอซุนกับ
'ราชสำนัก' หากอยู่ที่นี่ที่มีการปกป้องไม่แ่าเท่าเก่าอาจจะเป็ผลเสียมากกว่าผลดี หากเกิดอะไรขึ้นกับหมอซุนเบื้องบนคงมีการสั่นคลอนเป็แน่ หากมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นผลเสียอาจจะกระจายวงกว้างกว่าที่คิดชายหนุ่มจึงอยากให้ท่านหมอผู้นี้ไปอยู่ที่เมืองเว่ย ที่มีกองทัพตะวันออกตั้งอยู่ที่นั่นเพื่อเตรียมพร้อมจะช่วยกองทัพที่ซีหยางตลอดเวลาอีกอย่างนางก็เป็พันธมิตรอันดีกับตระกูลจ้าว อยู่เมืองเว่ยที่ตระกูลจ้าวมีอำนาจย่อมดีที่สุด
แม้เฉินจือหานจะคิดเช่นเดียวกันแต่เหตุผลก็แตกต่างกันเล็กน้อยความปลอดภัยของหมอซุนสำคัญก็จริง อยู่ที่นี่ใช่ว่าจะไม่ปลอดภัยเสียทีเดียวอย่างไรที่นี่ก็เป็เขตที่สำคัญ คงไม่มีเื่อะไรอันตรายนอกจากข่มขู่เล็กๆ น้อยๆแต่สิ่งที่เฉินจือหานกังวลสงสัยแต่ยังไม่ได้บอกใครก็คือ อาจมีฝ่ายเดียวกันแปรพักตร์แม้ข้อสันนิฐานของเฉินจือหานจะยังมีหลักฐานไม่หนักแน่นพอ แต่ชายหนุ่มก็มั่นใจ
มีคนในกองทัพและราชสำนักกำลังจะทำการใหญ่เช่น... การฏหรือการยึดอำนาจ! หากเกิดขึ้น ความเป็อยู่ของทุกคนที่นี่คงจะไม่มีอะไรรับประกันชีวิต
มันเป็ข้อสันนิษฐานอันตื้นเขิน เพราะราชสำนักล้วนสงบมานานแล้วจะมีก็แค่การแก่งแย่งอำนาจของพวกขุนนางแก่ๆ หัวเก่าไม่ยอมลงจากอำนาจ แต่ถึงอย่างนั้นข่าวคราวของกองทัพหลายส่วนมักก็หลุดไปยังข้าศึกเสมอแม้จะไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่ในฐานะแม่ทัพที่ควบคุมกองทัพที่ชายแดนย่อมสังเกตเห็น
หากมีเกลือเป็หนอนจริง ซุนหัวก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้รวมทั้งสองแม่ลูกคู่นี้ด้วย
แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะซุนหัว
"ข้าขอบใจความหวังดีของเ้านะ จ้าวหาน"ซุนหัวกล่าวออกมาอย่างขอบคุณจากใจ รอยยิ้มของนางดูอ่อนลง พลางถอนหายใจออกมายาวๆ"แต่ชาวบ้านที่นี่ก็ยัง้าหมอ หมอทหารเองก็ไม่เพียงพอเ้ารู้ใช่ไหม" ก็ไม่ผิดจากที่รองแม่ทัพและกุนซือคาด ซุนหัวเป็หมอที่มีความเป็หมอสูงนางคงไม่สามารถไปจากตรงนี้ได้หากยังไม่หมดห่วง
"เช่นนั้นข้าจะทิ้งบ่าวผู้หญิงที่มีวรยุทธ์ไว้ข้างกายท่านสักคนสองคนเพื่อความสบายใจของพวกข้าเอง ท่านจะว่าอย่างไร"เฉินจือหานคิดมาแล้วว่าควรจะแก้ปัญหาเบื้องต้นอย่างไร ทำเช่นนี้ซุนหัวจะอยู่ในสายตาของตนตลอดเวลาและยังแน่ใจว่าซุนหัวจะไม่เป็อะไรใน่นี้
"ข้าขอโทษพวกเ้ากับความเอาแต่ใจของข้าไว้ข้าเขียนตำราแพทย์เบื้องต้นและถ่ายทอดให้คนที่นี่เสร็จสิ้นข้าจะไปอยู่ที่เมืองเว่ยให้เร็วที่สุด ดีหรือไม่"ทุกคนต่างก็ยิ้มรับความ้าของซุนหัว และไม่เอ่ยขัดแม้แต่เฉินจือหานหรือจ้าวหาน
"แต่อยู่ที่นี่ ท่านต้องระวังตัวให้มากข้าเป็ห่วงท่าน หากท่านเป็อะไรไป ข้าคงไม่ให้อภัยตัวเอง"จ้าวหานกล่าวกับซุนหัวอย่างจริงจังแววตาของจ้าวหานแสดงความเป็ห่วงออกมาอย่างจริงใจ
"ข้าสัญญากับเ้า จ้าวหานข้าจะดูแลตัวเองให้ดี" ซุนหัวยิ้มอบอุ่นตอบรับความร้องตอบแทนที่คนหนุ่มสาวเหล่านี้สนองความเอาแต่ใจของนาง
ส่วนจ้าวซินเยว่ นางเพียงนั่งมองทุกคนอย่างสงบแม้ตัวนางจะเป็ห่วงอาจารย์ แต่นางก็รู้จักซุนหัวดีพอที่จะรู้ว่าพูดสิ่งใดไปอีกฝ่ายก็คงจะไม่ฟังอยู่ดี
"งั้นก็แยกย้ายกันเถอะวันพรุ่งนี้ชินอ๋องจะต้องออกเดินทาง ซินเยว่ เ้ามาช่วยแม่เตรียมเสบียงให้เสร็จด้วย"จ้าวซินเยว่เดินตามผู้เป็แม่ไปเพื่อไปจัดการกับเสบียงที่สั่งมาจากในเมืองให้เสร็จสิ้นก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายไปตามปลายทางของตัวเอง
...... ...
ยามค่ำคืนที่แสนสงบ ร่างสูงที่ชำระร่างกายเรียบร้อยในชุดลำลองเรียบร้อยนั่งอยู่เพิงหน้าอารามในมือกำลังถือดาบเพื่อนำมาทำความสะอาดก่อนจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้
หนุ่มใหญ่วัยสามสิบปีผู้ได้ฉายาว่าสัตว์ร้ายในสนามรบใบหน้าของชายหนุ่มจ้องคมดาบท่ามกลางแสงจันทร์ ผมยาวสีดำสนิทถูกรวบคลุมหัวอย่างลวกๆคิ้วเข้มติดขมวดด้วยนิสัยดุดันเข้ากับใบหน้าคมคายและผิวสีน้ำผึ้งหนวดเคราที่ไว้อย่างเรียบร้อย ดวงตาคมจ้องที่คมดาบ ก่อนจะขยับปิดมองคมอีกด้านแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นสตรีที่ออกมาข้างนอกด้วยชุดที่ดูสบาย
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายนางมาเพื่อเอายาแก้ปวดตัวเพราะช่วยงานไม่หยุดพอเห็นว่าบุรุษผู้นั้นมองอยู่จึงโค้งเล็กน้อยเป็การทำความเคารพ
ชายหนุ่มก้มหัวรับเล็กน้อยก่อนจะเก็บดาบเล่มสวยเข้าฝักพลางรินสุรารสอ่อนที่วางข้างๆ ลงจอกแล้วดื่มพลางมองไปยังดวงจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า ช่างงดงามเสียจริง
รอไม่นานสตรีผู้นั้นก็เดินออกมาจากเรือนหมอซุน
"คุณหนูจ้าว ถ้าไม่รบกวนท่านช่วยนั่งสนทนากับข้าสักหน่อยได้หรือไม่" ชินอ๋องเรียกหญิงสาวไม่ดังไม่เบาเ้าของชื่อได้ยินเช่นนั้น ก็เดินไปตามคำเรียกร้อง พลางนั่งลงที่ว่างอยู่
"ท่านอ๋อง มีเื่อะไรไม่สบายใจหรือเ้าคะ"สตรีใบหน้าสวยถามอีกฝ่ายด้วยท่าทางปกติ ส่วนชินอ๋อง ร่างสูงวางจอกลงเบาๆก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง
"ก่อนข้ามาที่นี่ข้าไปที่หลุมศพของหวางเฟยมา" ชินอ๋องเอ่ยพลางนึกถึงวันนั้น อากาศช่างสบายไม่ร้อน ไม่เย็น แดดก็ไม่ได้แรง และเขาก็ว่างพอดีจึงพาลูกชายไปเยี่ยมมารดาของเขา
"นางแต่งให้ข้า เพราะเื่การเมือง ความเหมาะสมแต่ลึกๆ ข้าก็เอ็นดูนาง นางเป็คนสงบนิ่ง ยิ้มเก่งเป็สตรีที่เหมือนออกมาจากหนังสือสตรีต้นแบบ"ชินอ๋องนึกถึงใบหน้าของภรรยาที่เสียไปด้วยรอยยิ้มมุมปากมันไม่ใช่รอยยิ้มของความสุขหรือทุกข์
"ท่าน ไม่ได้แต่งงานกันเพราะรักหรือเ้าคะ"จ้าวซินเยว่รู้อยู่บ้างว่ายุคสมัยนี้คนที่แต่งงานด้วยความรักก็มีแต่ชนชั้นสูงมักจะแต่งด้วยความเหมาะสมแต่ไม่คิดว่าอ๋องสูงส่งที่ไม่แต่งงานใหม่ไม่มีอนุภรรยาเพิ่มผู้นี้จะยินยอมกับประเพณีนี้
"ใช่ ทั้งข้า ทั้งนาง ล้วนไม่ได้รักกันนางเองก็มีบุรุษที่รักอยู่แล้ว เื่นี้ทำให้ข้าเสียใจ จึงปฏิบัติกับนางอย่างดีให้เกียรตินางจนสตรีทัังเมืองหลวงล้วนอิจฉา"ชินอ๋องให้หวางเฟยในทุกอย่างที่หวางเฟย้า ใน่นั้นชินอ๋องติดจวนอ๋องไม่ห่าง ทำให้ฝ่าาโล่งใจมากเพราะคิดว่าเขาจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นอกแคว้น
"ข้าให้นางทั้งหมด เสื้อผ้าสวยๆ พานางออกงานทั้งข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประทินผิวที่ว่าดี ข้าหามาให้นางทุกอย่าง" จ้าวซินเยว่ได้ยินแบบนั้นก็คิดว่าไม่แปลกใจที่หวางเฟยจะได้รับความอิจฉาจากสตรีด้วยกัน
"วันที่นางรู้ว่าท้องนางดีใจมาก ข้าก็เช่นกันในยามนั้น แม้จะไม่ใช่สามีภรรยาที่รักกันจากใจ แต่ก็เป็คู่ชีวิตที่ดี เป็เพื่อนคู่คิดที่ข้าขาดไม่ได้จนกระทั่ง..." สีหน้าของชินอ๋องเปลี่ยนไปพลางยกจอกเหล้าที่ถูกเติมเต็มดื่มเข้าไปอีก
"หลังจากคลอดลูกชายได้หนึ่งเดือน นางก็ตายเพราะการเมือง มีคนลอบวางยานางกับลูก เคราะห์ที่ลูกชายข้าปลอดภัยแต่นางกลับ..." เื่นั้นชินอ๋องโกรธแค้นมากหวางเฟยเป็เพื่อนคู่คิดที่ดีที่สุด ทั้งยังสนิทสนมกันมากเป็แม่ของลูกและเป็ภรรยาที่ดี แต่เพราะเขาอยู่ในตำแหน่งชินอ๋องเื่จึงกลายเป็เช่นนี้
งั้นข่าวที่ว่าหวางเฟยตกเืก็คงจะไม่จริง
"แต่จนถึงวินาทีสุดท้าย นางก็ไม่เคยกล่าวโทษข้าทั้งยังบอกว่าตลอดเวลาที่อยู่กับข้า นางมีความสุขมาก"จ้าวซินเยว่เผลอมองใบหน้าของชายหนุ่มที่มองทอดออกไปยาวไกลใบหน้าของเขาแสดงทั้งความสุขที่ปนกับความเศร้าแม้จะไม่ได้รักแต่ความผูกพันกั็คงมีอยู่ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีลูกด้วยกันชินอ๋องก็คงไม่ให้เกียรติหวางเฟย ถึงขั้นไม่แต่งกับสตรีคนไหนอีกมีนางเป็ภรรยาคนเดียว
วินาทีนั้นชายหนุ่มค่อยๆ หันมามองใบหน้าสวยช้าๆดวงตาของทั้งคู่สบเข้ากันอย่างพอดิบพอดีสำหรับชินอ๋องที่ผ่านเื่ราวในชีวิตมามาก พบปะสตรีมาก็ไม่น้อยผู้หญิงคนนี้เป็คนเดียวที่ทำให้เขารู้สึกใจสั่นขนาดนี้อาจเป็เพราะนางที่ยังเด็กแต่กลับมีความเป็ผู้ใหญ่ นางดูเป็สตรีที่ใจเย็นการกระทำและการพูดดูไม่เหมือนกับสตรีวัยสิบเจ็ดแต่ก็มีบางครั้งที่นางยังดูเป็เด็กสาวที่สดใส ยามที่นางพูดคุยกับครอบครัว
"ท่านอ๋องคิดถึงหวางเฟยหรือเ้าคะ"เสียงหวานถามอีกฝ่ายอย่างใสซื่อ จ้าวซินเยว่ยิ้มมุมปากจ้องไปในดวงตาคู่นั้นอย่างบริสุทธิ์ใจ นั้นทำให้ชินอ๋องเผลอยิ้มตามหญิงสาว
"ก็คิดถึง แต่ตอนนี้ข้ามีความคิดอยากจะลองมีครอบครัวอีกครั้ง" จ้าวซินเยว่ยิ้มให้ชินอ๋องพลางพยักหน้ารับนางคิดเพียงว่า อีกฝ่ายคงจะเหงา อาจจะอยากหาใครสักคนมาอยู่ด้วยและช่วยเลี้ยงดูลูกชาย
"อย่างชินอ๋องคงมีสตรีมากมายพร้อมเเต่งด้วย"
"แต่ข้ามิได้้าสตรีมากมายคนที่ทำให้ข้ามีความคิดนี้ มีเพียงผู้เดียว"
ชินอ๋องยิ้มให้จ้าวซินเยว่อย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใดสายตาของอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ น้องชายของฮ่องเต้มองนางอย่างลึกซึ้ง แทนคำกล่าวต่อประโยค'คือเ้า' ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องออกเสียง
จ้าวซินเยว่ค่อยๆ นั่งหลังตรงช้าๆ มองอีกฝ่าย หัวใจน้อยๆของจ้าวซินเยว่เต้นผิดจังหวะเล็กน้อย ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ทั้งชีวิตเดิมและชีวิตนี้นางไม่เคยมีใครมาพูดเช่นนี้มาก่อน นั่นทำให้นางทำตัวไม่ถูก
"ไปนอนเถอะ ข้าไปส่งที่ห้อง"
...... ...
ท่ามกลางรัตติกาล ที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องร่างสูงของชินอ๋องกำลังจะเดินออกจากเรือนที่จ้าวซินเยว่พักอาศัยหลังจากที่เดินมาส่งนางและมั่นใจว่านางถึงห้องอย่างปลอดภัยความรู้สึกในอกมันเอ่อล้นจนใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดีจนกระทั่งมาเจอกับบุรุษอีกคนที่ยืนอยู่บนทางเดินด้วยสายตาที่ดูไม่เหมือนปกติ
เฉินจือหานในชุดลำลองยืนมองเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่ไม่เข้ากับสายตาเรียบเฉยเดาอารมณ์และความคิดไม่ถูกเฉินจือหานมักจะเป็แบบนี้เมื่ออยู่ในสนามรบ เมื่อเฉินจือหานมีศัตรูที่ต้องเอาชนะ
"ดูท่านอารมณ์ดี ไม่ทราบว่ามีสิ่งดีๆใดเกิดขึ้นหรือ ท่านน้า"เฉินจือหานถามชินอ๋องที่กำลังจะเดินผ่านตนไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเ็าแววตายิ่งดูเ็ากว่าหลายเท่า
ร่างสูงของคนที่อายุมากกว่าหยุดเดินในระยะที่แทบจะพอดีกับคนถามด้วยส่วนสูงและรูปร่างที่ไม่แตกต่างกัน ทำหน้ามองหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจน
"แล้วเ้ามีปัญหาอะไรกับข้าหรือ"ชินอ๋องถามด้วยอาการนิ่งเฉยเฉินจือหานจึงยกยิ้มก่อนจะเหลือบมองผู้เป็หน้าด้วยรอยยิ้มยียวน
"เราสองคนนี่ ชอบบอะไรก็เหมือนๆ กันไปหมดเลยนะท่านน้าว่าอย่างนั้นไหม" เฉินจือหานกล่าวออกไปตรงๆเพราะเขารู้ว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกกับหญิงสาวไม่ต่างจากตนเอง
สำหรับเฉินจือหานจ้าวซินเยว่คือผู้หญิงคนแรกที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่กลัวตาย นางไม่เหมือนใคร
เมื่อชินอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็มองใบหน้าของหลานชายอย่างเรียบนิ่งแววตาดูเ็ามาก
"ลืมไป๋เชียงจวิ้นให้ได้ก่อนเถอะ หลานชาย อย่ากล่าวว่าพึงใจใครทั้งที่ใจเ้ายังลืมคนเก่าไม่ได้"ชินอ๋องยกมือตบบ่าของเฉินจือหานก่อนจะเดินสวนออกไป
เฉินจือหานหงุดหงิดไม่น้อยที่ถูกน้าชายจี้จุดแต่เขาไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนเหมือนจ้าวซินเยว่
เขาชอบสตรีผู้นี้ สนใจนางอย่างไม่เคยเป็
แต่พอได้ยินคนจี้จุดเื่ไป๋เซียงจวิ้นก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
"งั้นก็ให้นางเลือกเองเถอะ ว่านางพอใจจะอยู่กับใครนางมีอิสระที่จะเลือก" เฉินจือหานไม่ได้หันไปพูดกับชินอ๋องแต่ก็มั่นใจว่ายังอยู่ในระยะที่อีกฝ่ายได้ยินว่าจบก็เดินเข้าห้องของจ้าวซินเยว่เพื่อพักผ่อนเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา
อันที่จริงที่ตัวเขาออกมาข้างนอกก็เพราะจ้าวซินเยว่บ่นว่าปวดหัวปวดตัวจะมาหายาดื่ม แต่นางหายออกมานานเขาจึงเดินตามออกไปหาก็พบกับชินอ๋องที่กำลังสนทนากับนางและกล่าวความรู้สึกกับนางทำให้เขารู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
แต่นางก็ไม่มีพันธะ และไม่ใช่ผู้หญิงที่จ้องจะจับชนชั้นสูงนางไม่ตอบกลับสิ่งใด กลับดูใมากกว่า
แต่เขาก็มิใช่บุรุษที่อยากได้ก็ใช้ทุกวิธีแย่งนางมา ทุกอย่างต้องอยู่ที่ความสมัครใจเขาก็หวังแต่ว่าเขาจะทำให้นางรักได้ในเร็ววัน
#####