ผู้เป็เ้าแผ่นดินยืนอยู่กลางสะพานหินร่างสูงเด่นเป็สง่าด้วยชุดัที่ปักอย่างวิจิตรบรรจงด้วยดิ้นทองข้างกายของเขามีหญิงสาวชนชั้นสูงนางหนึ่งยืนเคียงข้างเซียวซีสามารถประเมินสถานะของนางได้อย่างง่ายดายเพียงแค่มองท่วงท่าการยืนและรอยยิ้มเนิบช้าที่นางปั้นแต่งรับบทสนทนาไม่แปลกนักหากฮ่องเต้จะมีนางในคู่กายมาชมสวนด้วย แต่นางผู้นี้เขาไม่คุ้นหน้ามาก่อนอีกทั้งยังถูกปฏิบัติด้วยความให้เกียรติมากกว่านางในทั่วไป
เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังเดินเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้นก็เยื้องย่างลงสะพานด้วยฝีเท้าแ่เบาพร้อมกับนางกำนัลและขบวนผู้ติดตามที่ออกจะมากไปหน่อยสำหรับนางในหรือแม้แต่พระสนมตำแหน่งไม่สูงมากนักชั่วขณะที่นางลงมาถึงตีนสะพานแล้วเหลือบมองด้วยใบหน้าใสซื่อ เขาถึงได้รู้สึกว่านางเฉพาะเจาะจงจะมองเฉิงอี้ไม่ใช่เขา
สายตาสื่อความหมายท่าทางประดิดประดอยเช่นนั้นตีความได้ไม่มากมายนักแม้แต่เฉิงอี้เองก็รู้ตัวว่าถูกจับจ้อง หากแต่ก็ยังรักษาสีหน้าเฉยเมยอยู่ได้
“ฝ่าาท่านอ๋องและองค์ชายเซียวซีมาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” กงกงรายงานเสียงดัง
“อ้าวเซียวซี พ่อไม่รู้ว่าเ้าจะมาด้วย” ฮ่องเต้หันมากวักมือเรียกเขาอย่างกระตือรือร้นแต่เมื่อทั้งเขาและเฉิงอี้ไปหยุดยืนตรงหน้าชายชรากลับดึงตัวเฉิงอี้เข้าไปประชิดพร้อมรอยยิ้มร่าเต็มใบหน้า“เ้าต้องขอบคุณข้าแน่ เมื่อรู้ว่าข้าทำสิ่งใดเพื่อเ้า”
“อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
อีกฝ่ายยังคงยิ้มกริ่มไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มผ่อนคลายเจือความสนุกสนานเหนือริมฝีปากที่มีหนวดเครารกครึ้มเล่นเอาคนมองถึงกับเสียวสันหลัง กลัวว่าชายผู้มีอำนาจล้นฟ้าผู้นี้จะนึกทำอะไรพิเรนทร์ขึ้นมาอีก
“ฝ่าา”เฉิงอี้กดเสียงต่ำ
“ข้าก็แค่กำลังจะหาหญิงงามที่มีตำแหน่งเหมาะสมมาเป็ภรรยาเ้าอย่าทำเหมือนข้าสั่งฆ่าเ้าทีได้ไหม”
สีหน้าของเฉิงอี้เวลานี้อาจดูไม่ต่างจากตอนถูกพิพากษาให้ถูกตัดหัวเท่าใดนักในเมื่อเขาไม่ได้้าภรรยาเลยแม้แต่น้อยโดยเฉพาะใน่หน้าสิ่วหน้าขวานที่ต้องทุ่มเทให้กับกิจการบ้านเมืองใครเลยจะมีเวลาไปคิดเื่แต่งงาน
“ฝ่าากระหม่อมต้องขอทูลตามตรงว่าไม่้าอภิเษกในเวลาอันใกล้นี้พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวซีสบตาเขาที่มองมาพอดีก่อนจะรีบหลุบมองพื้นเพราะไม่อยากให้ฮ่องเต้สังเกตเห็นความผิดปกติ
“อะไรกันอายุอานามเ้าเหมาะจะแต่งงานได้แล้ว อีกอย่างหญิงสาวที่ข้าหามาให้นั้นก็เป็ถึงเ้าหญิงต่างแคว้นที่มีหน้าตาสวยสดงดงามอีกทั้งยังช่างเอาอกเอาใจอีกด้วย เ้าจะเมินนางลงเชียวหรือ”
“แต่งมาตอนนี้แล้วจะได้ประโยชน์อันใดกระหม่อมจะเป็สามีที่ทอดทิ้งนางให้เปลี่ยวเหงาเปล่า ๆในเมื่อกระหม่อมอยู่ในสนามรบมากกว่าอยู่ในวัง” เฉิงอี้คัดค้านด้วยอารมณ์ส่วนตัวราวกับลืมไปแล้วว่ากำลังพูดอยู่กับใคร
“ภรรยาทุกคนก็มีหน้าที่จะต้องสนับสนุนสามีที่เรือนอยู่แล้วเ้าคิดว่านางสนมนับพันของข้าไม่เปลี่ยวเหงาหรอกหรือ หากแต่พวกนางก็ยินดียิ่งเพราะตระหนักดีว่าผู้ที่พวกนางให้การสนับสนุนนั้นคือฮ่องเต้”
“เสด็จพ่อลูกเห็นด้วยกับท่านอ๋องว่ายังไม่ควรจัดงานแต่งหรืองานรื่นเริงใน่เวลานี้เรากำลังจะมีา ไพร่ฟ้าประชาชนจะเอาไปนินทาเสียเปล่า ๆว่าพวกเราเฉลิมฉลองบนเืเนื้อของพวกเขาที่ต้องพลีชีพเพื่อแผ่นดิน”เซียวซีออกความเห็นโดยพยายามเฟ้นหาเหตุผลที่ดูหนักแน่นและเป็กลางมากที่สุดทั้งที่ใจจริงแล้วเขาแค่ไม่อยากเ็ปที่จะต้องเห็นหญิงอื่นได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับชายที่เขามีความรู้สึกให้อย่างผิดทำนองคลองธรรม
เซียวซีรู้ดีว่าอย่างไรเสียทั้งเขาและเฉิงอี้ก็จะต้องแต่งงานกับหญิงสาวที่เหมาะสมสักคนตามหน้าที่แต่หากเลือกได้ เขาก็ไม่อยากให้วันนั้นมาถึงโดยเร็ว อันที่จริงเขาเคยมีความฝันเร้นลับที่จะได้อยู่กับชายหนุ่มเพียงลำพังในสถานที่ที่ห่างไกลสุดขอบฟ้าแต่เื่นั้นคงเป็ไปไม่ได้
“ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินคนใดจะกล้าเอ่ยอะไรเช่นนั้นพวกเขามีแต่จะอยากเฉลิมฉลองให้จิตใจได้ลืมความทุกข์ยากของาเสียมากกว่าดีไม่ดีการแต่งงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างความเป็ปึกแผ่นระหว่างแคว้นแล้วจบาอื่น ๆในอนาคตก็เป็ได้”
“ฝ่าาได้โปรดเถิดหากพระองค์อยากให้มีการเฉลิมฉลองเพื่อประชาชนจริงก็จัดงานอภิเษกให้ผู้ที่เหมาะสมและเต็มใจกว่าข้าจะดีกว่าตัวองค์หญิงเองก็จะได้มีความสุขเช่นกัน นางมาจากต่างแคว้นต้องอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ว่าแย่แล้ว จะยอมให้นางถูกกระทำเ็าจากคนเช่นกระหม่อมได้ลงเชียวหรือ”
ฮ่องเต้แค่นเสียงมองคนที่ตนรักเหมือนลูกทั้งสองที่รวมหัวกันหว่านล้อมและต้อนตนเองให้จนมุมด้วยความไม่ชอบใจแต่ก็หาเหตุผลมาค้านได้ไม่เต็มปาก
“เสด็จพ่อยังมีอ๋องและองค์ชายอีกหลายคนนักที่มีวาทศิลป์และการเจรจามากกว่าเฉิงอี้หากให้เขาแต่งงานกับองค์หญิงต่างแคว้นแล้วเขาพูดจาชักศึกเข้าบ้านเรามิแย่หรอกหรือ”
“เขาจะโง่ถึงขนาดนั้นเชียวรึ”ชายชราแผดเสียง
เฉิงอี้รีบรับ่ต่อที่เซียวซีโยนให้ทันที“กระหม่อมมิได้โง่เขลา หากแต่เป็คนเ็าไร้หัวใจและโเี้วันใดกระหม่อมไม่พอใจนางก็อาจจะส่งคืนดื้อ ๆ หากเป็เช่นนั้นแล้วบิดาของนางที่เป็ถึงเ้าครองแคว้นต้องขุ่นเคืองมากแน่”
“อีกไม่กี่วันข้ากับท่านอ๋องก็จะต้องไปออกศึกแล้วถึงเวลานั้น เ้าสาวของท่านอ๋องจะต้องถูกนินทาไปทั่วทั้งแคว้นว่าไม่ต่างจากหญิงหม้ายไร้รักถูกทิ้งให้เดียวดายอยู่ในตำหนัก ไร้สามีเหลียวแล โถ ๆ แค่คิดก็น่าเวทนายิ่งนัก”
“พวกเ้านี่มัน!”
ฮ่องเต้ชราถอนหายใจหนักหน่วงพลางยกมือลูบเคราอย่างใช้ความคิดตอนแรกก็ว่าตัวเองนั้นวางแผนรอบคอบดีแล้วที่จะให้อ๋องคนโปรดอภิเษกแต่เมื่อฟังเหตุผลต่าง ๆ นานาที่ถูกหยิบยกขึ้นมากลับกลายเป็ว่าจะเกิดผลร้ายมากกว่าเสียนี่ และเขาก็รู้จักเฉิงอี้ดีว่าทื่อมะลื่อเ็าไร้หัวใจเพียงใดเกรงว่าจะทำให้องค์หญิงต่างแคว้นขุ่นเคืองใจแล้วหนีกลับบ้านเมืองไปจริง ๆ
“หากไม่เป็การบังอาจเกินไปนักลูกก็อยากจะให้เสด็จพ่อพิจารณายกองค์หญิงผู้ดีพร้อมนางนี้ให้กับองค์ชายฉินหรือไม่ก็องค์ชายในพระสนมเสียนเฟยนะพ่ะย่ะค่ะ” เขาเสนอด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม
องค์ชายฉินผู้ที่มีแววจะได้เป็องค์รัชทายาทหรือองค์ชายของพระสนมเสียนเฟยซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่รองจากมารดาของเขาเพียงเล็กน้อยล้วนเป็ตัวเลือกที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเฉิงอี้เท่าใดนักอีกทั้งนางจะช่วยเสริมอำนาจบารมีสามีของตนและทำให้ตัวเขาหลุดพ้นจากการเป็ผู้ท้าชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทด้วยเพราะเขานั้นแสนจะขาดไร้การสนับสนุนโดยสิ้นเชิง
“เ้ารู้หรือเปล่าว่าถ้ายกนางให้คนที่เ้ากล่าวมาพวกเขาจะมีอำนาจเพิ่มขึ้นเพียงใด”
“ลูกทราบดีและลูกก็เคยบอกกับเสด็จพ่อแล้วว่าไม่หวังในบัลลังก์ัแต่อย่างใดหากพวกเขาจะมองข้ามลูกไปเสียได้ ลูกก็ยินดี แต่หากเสด็จพ่อยกนางให้เฉิงอี้ซึ่งทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็สหายของลูก ข้อครหาก็จะตามมาไม่จบไม่สิ้นพวกเขาจะมองว่าเสด็จพ่อเสริมอำนาจของลูกคนนี้ผ่านทางท่านอ๋อง”
“มันจะคิดไปได้ถึงเพียงนั้นเชียว?”
“ฝ่าาแค่ท่านเรียกตัวเราสองคนกลับมาทำศึกพวกมันยังคิดว่าเรียกมาเพราะเื่การคัดเลือกไท่จื่อหากพวกมันอยากคิดร้ายเสียแล้ว ต่อให้พระองค์เนรเทศกระหม่อมไปชายแดนพวกมันก็จะคิดว่าเป็แผนการสร้างอำนาจอยู่ดี”
“อืมเอาเถอะ ในเมื่อพวกเ้าสองคนคิดเห็นตรงกันถึงเพียงนี้ซ้ำยังยกเหตุผลมาโต้แย้งข้าได้ทั้งหมด เช่นนั้นข้าจะชะลอการแต่งงานของเ้าไปก่อนส่วนเื่ที่ข้าจะยกนางให้กับผู้ใดนั้น ข้าจะตัดสินใจเองอีกที”
ทั้งสองลอบยิ้มให้กันภายใต้เปลวแดดก่อนที่เซียวซีจะชวนเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาและทำให้ผู้เป็บิดายิ้มออกจากเื่เล่าตามประสาหนุ่มเ้าสำราญช่างพูดกระทั่งแสงแดดแผดจ้าเกินกว่าจะเดินเที่ยวเล่น ฮ่องเต้จึงรีบกลับตำหนักปล่อยให้ทั้งอ๋องและองค์ชายกลับเข้ากองทัพไปปฏิบัติหน้าที่