เวลาหลายเดือนผ่านไปในชั่วพริบตา
หรงเยว่ซีเดินตามเสี่ยวเว่ยไปที่เรือนใหญ่เพราะวันนี้ท่านแม่และท่านพ่อเรียกเข้าไปพบ ลองถามจากเสี่ยวเว่ยดูแล้ว อีกฝ่ายก็บอกว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงของวังหลวงที่จัดขึ้นโดยไทฮองไทเฮาหรือพระอัยยิกาของฮ่องเต้
เสี่ยวเว่ยยังกล่าวอีกว่าตอนนี้ในวังหลวงมีราชวงศ์เพียงสองพระองค์อาศัยอยู่ ซึ่งก็คือ ฮ่องเต้กับไทฮองไทเฮาที่ดูแลวังหลังที่ว่างเปล่า เนื่องจากฮ่องเต้พระองค์นี้ยังไม่มีฮองเฮาและนางสนมเลยสักคน
หรงเยว่ซีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงไปพักหนึ่ง เนื่องจากขัดกับสิ่งที่ตัวเองจินตนาการเอาไว้อยู่มาก เพราะคิดว่าฮ่องเต้คงมีสตรีและเกอคอยรับใช้เต็มวัง เนื่องจากอายุของอีกฝ่ายก็อยู่ในวัยที่เหมาะสม ไม่ต้องพูดถึงรูปลักษณ์และความสามารถที่เลื่องลือ
เหล่าขุนนางคงไม่พลาดถวายลูกหลานเข้าไปเติมเต็มวังหลังเพื่อเสริมอำนาจบารมีของตระกูลตัวเอง
ช่างน่าประหลาดใจเสียจริง
"ข้าต้องไปด้วยหรือขอรับท่านแม่"
"ลูกรักของแม่เป็ถึงบุตรของท่านแม่ทัพจะพลาดได้เยี่ยงไรกัน ตระกูลหรงทั้งตระกูลได้เทียบเชิญมาจากวังหลวง"
ลู่ซือฟางยกมือขึ้นเพื่อจะลูบหัวของบุตรชายแต่ก็เปลี่ยนใจเป็ลูบหลังมือแทนเนื่องจากความสูงของลูกชายที่สูงมากกว่านางอยู่หลายคืบนัก แม้จะนั่งอยู่ข้างกันก็ตาม
"แม่จะให้ช่างตัดเสื้อเข้ามาวัดตัวพวกเราพรุ่งนี้ อย่างไรกว่าจะถึงวันงานก็มีเวลาเหลืออยู่กือบหนึ่งเดือน ลูกของแม่จะได้อวดโฉมอันงดงามของเ้าให้คนอื่นได้เห็น ใช่หรือไม่เ้าคะท่านพี่"
ฮูหยินหรงหันไปเอ่ยถามสามีของตัวเองที่นั่งลูบหนวดอยู่ด้านข้าง
หรงซีห่าวชะงักมือของตัวเองที่กำลังยกจอกน้ำชาขึ้นดื่ม ดวงตาคมดุจ้องมองบุตรเกอแสนรักั้แ่หัวลงมา เน้นย้ำที่ใบหน้างดงามที่สืบทอดความหล่อเหลาในวัยหนุ่มของตนไปครึ่งหนึ่งของบุตรก็พยักหน้าตอบรับทันที
"ใช่แล้ว ในจวนนี้ความงามของซีเอ๋อร์นั้นเป็รองเพียงแค่เ้าเท่านั้นฮูหยินของข้า"
ฮูหยินหรงได้ยินเช่นนั้นก็แย้มรอยยิ้มหวานให้สามีทันทีเมื่อได้รับคำตอบที่ถูกใจ
หรงเยว่ซี่ลอบกระตุกคิ้ว
ทั้งจวนนี้นอกจากท่านแม่ที่เป็ผู้หญิงก็เหลือแค่เขาเท่านั้นที่เป็เกอ
ท่านพ่อช่างเอาตัวรอดเก่งยิ่งนัก!
หรงเยว่ซีชายตามองพี่ชายกับน้องชายของตัวเองที่เม้มปากกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น
หลังจากนั้นท่านพ่อและท่านแม่ก็หันไปพูดคุยกันเื่งานเลี้ยง เขาจึงสบโอกาสเอื้อมมือไปทุบหลังหรงฮุ่ยจวินกับหรงลู่หานไปคนละหนึ่งตุ้บเบาๆ
เบาแบบหลังแอ่น ข้อหาหัวเราะเยาะเขา!
หรงฮุ่ยจวินกลั้นเสียงร้องจากอาการเจ็บที่น้องชายคนรองทุบหลัง
เหตุใดน้องชายของเขาที่เป็เกอถึงได้มีเรี่ยวแรงเยอะเพียงนี้กัน!
แต่เมื่อดวงตาของเขาพิจารณาขนาดกำปั้นของอีกฝ่าย ก็ได้แต่ยอมรับว่าน้องชายของเขาแข็งแกร่งจริงๆ แม้อีกฝ่ายจะเลิกฝึกการต่อสู้ไปได้หลายเดือนแล้ว แต่ร่างกายของคนที่ฝึกฝนในด้านนี้มาเป็สิบปียากนักที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
หรงฮุ่ยจวินอดนึกขอโทษน้องชายในใจไม่ได้ เพราะเขาเองก็เป็อีกคนหนึ่งที่กระตุ้นให้น้องชายของเขาฝึกการต่อสู้อย่างแข็งขัน
เพราะกลัวว่าเกออย่างหรงเยว่ซี หากเกิดอันตรายอะไรขึ้นโดยที่เขาและท่านพ่อไม่อยู่จะได้ช่วยเหลือตัวเองได้
แม้ว่าจะมีองครักษ์คอยดูแล แต่พวกเขาที่มีจิติญญาของทหารอยู่เต็มเปี่ยมก็คิดว่าการพึ่งกำลังของตัวเองยังไงก็ดีที่สุดมากกว่า
กลายเป็ว่าเขาได้บ่มเพาะน้องชายไม่ต่างจากทหารในความดูแลผู้หนึ่งไปเสียแล้ว
ถึงจะมีข้อดีตรงที่สามารถปกป้องตัวเองได้ ยามออกเรือนคงไม่ถูกผู้ใดรังแก
แต่ข้อเสียก็คือน้องชายของเขาคงไม่สามารถหาบุรุษมาชอบพอจนได้ออกเรือน...
ยิ่งคิดหรงฮุ่ยจวินก็ยิ่งกังวลใจแทนน้องของตน
การที่เกอผู้หนึ่งถูกทิ้งร้างไม่ได้ออกเรือนนับเป็ความอัปยศอดสูของเกอผู้นั้นยิ่งนัก
บุรุษนั้นต้องแข็งแกร่งห้าวหาญ มีความสามารถในการดูแลครอบครัวและปกป้องบ้านเมือง
ส่วนสตรีและเกอต้องอ่อนหวานงดงามดั่งบุปผาจะมีหน้าที่คอยดูแลเื่ในเรือนกับสามีและบุตรอีกที
น้องชายของเขานั้น...เหมือนจะขาดความอ่อนหวานและงดงามไปมากทีเดียว
ถึงแม้ว่าใครจะมาติฉินนินทาน้องชายของเขาเื่รูปลักษณ์ไม่สมเกอของอีกฝ่าย ทว่าในใจของหรงฮุ่ยจวิน น้องของเขายังคงงดงามอยู่เสมอ
แม้จะเป็ความงดงามที่แปลกตาจากเกอคนอื่นก็ตาม แต่ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิว่ากล่าวว่าน้องของเขาอัปลักษณ์
มารดาของเขาเป็ถึงหญิงงามผู้หนึ่งของแคว้นซีฉินจะให้กำเนิดบุตรที่อัปลักษณ์ได้เช่นไรกัน!
หากได้เพ่งพิศใบหน้าของน้องชาย ดวงตาคมเข้มทว่าเป็ทรงดอกท้อเหมือนมารดา คิ้วเรียงได้รูปแม้จะหนาไปสักนิด จมูกโด่ง ที่ได้รับมาจากบิดา ไหนจะกลีบปากสวยได้รูปนั่นอีก
ไม่ว่าจะมองมุมไหน น้องของเขาก็รูปงามยิ่ง!
แม้จะมีร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้าม แต่แบบนี้ก็สามารถปกป้องคนที่รักได้ นับว่ามีประโยชน์มากกว่าร่างกายบอบบางของเกอทั่วไปเสียด้วยซ้ำ
แขนแข็งแรงนั่นมีกำลังล้นเหลือ เมื่อมีลูกคงไม่เมื่อยขบยามอุ้มลูกน้อยเป็เวลานาน
นี่ไงประโยชน์อีกหนึ่งอย่างที่เขาค้นพบ!
หรงฮุ่ยจวินในวัยสี่ขวบจำได้ว่า ท่านแม่ไม่สามารถอุ้มเขาได้เพราะแขนของท่านแม่นั้นบอบบางราวกับกิ่งหลิว
ยามน้องชายคนที่สองเกิดนอกจากอุ้มให้นมแล้ว ท่านแม่ก็ไม่ได้อุ้มน้องชายติดต่อกันเป็เวลานานเลยเพราะมักปวดเมื่อยแขน แม้น้องชายจะร้องไห้จนหน้าแดงแต่ท่านแม่ก็ไม่มีแรงเหลือมากพอ เป็ท่านพ่อที่รับ่ต่ออุ้มน้องชายเพื่อปลอบใจตลอดทั้งวัน
เขาที่เฝ้ามองอยู่ตลอดถึงได้จุดประกายความคิดหนึ่งขึ้นมา ว่าจะดูแลและปกป้องน้องชายคนนี้ของตัวเองและอบรมน้องให้เติบโตขึ้นอย่างมีร่างกายที่แข็งแรงแม้จะถึงขนาดหักคอไก่ไม่ได้ แต่ต้องทุบไก่ได้!
แล้วน้องน้อยในวันนั้นก็โตมาอย่างดีจนหรงฮุ่ยจวินคิดว่าแค่หรงเยว่ซีดีดนิ้ว ไก่ก็สามารถขาดใจตายได้...
ไม่ต้องกังวลนะเสี่ยวซี พี่จะหาบุรุษที่ชื่นชอบความแข็งแกร่งนี้ของน้องเพื่อมาออกเรือนกับเ้าให้ได้!
หรงลู่หานมองพี่ชายของตัวเองที่เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วหัวเราะออกมาด้วยท่าทางแปลกประหลาดั้แ่เดินออกมาจากเรือนใหญ่ก็ถึงกับกลอกตามองบนด้วยความทดท้อใจ
ดูเหมือนในสมาชิกตระกูลหรง คงมีเพียงเขาที่ปกติอยู่คนเดียว
ว่าแต่ หลังของข้าที่ถูกทุบเจ็บชะมัด!
"เสี่ยวเว่ย เหตุใดพวกนางจึงทำท่าทีราวกับว่าข้าเป็ั์เป็มารถึงเพียงนั้นกัน"
หรงเยว่ซีเหล่ตามองเหล่าสตรีจากร้านตัดชุดที่เมียงมองมาทางเขาและทำหน้าตาพิกลนัก ยามวัดตัวพี่ชายกับน้องชายข้า พวกเ้าแทบจะเอาตัวเองเข้าไปติดแนบกับตัว แต่ยามใดพอวัดตัวข้าพวกนางเหมือนคนกลั้นหายใจทำราวกับจะตายเอาให้ได้!
สองมาตรฐานยิ่งนัก!
"คุณชาย ท่านอย่ากริ้วไปเลยขอรับ นางพวกนี้มีตาหามีแววไม่ หากไม่เคยเห็นคุณชายแล้วหลงเชื่อข่าวลือว่าท่านอัปลักษณ์ก็ว่าไปอย่าง นี่อย่างไร ได้พบเจอท่านแล้วยังทำสีหน้าน่ารังเกียจเช่นนี้อีก ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อบ้านขอรับ!"
เสี่ยวเว่ยกำหมัดของตัวเองแน่น พวกเ้าคิดว่าข้าไม่เห็นว่ายามแรกที่พบคุณชายของข้าพวกเ้าแอบส่งสายตาหวานให้ แต่หลังจากทราบว่าคุณชายข้าเป็เกอ ก็มีสีหน้าน่าเกลียดทันที
คุณชายของเขาใครก็มิควรมาดูิ่ คุณชายของข้ามีข้อดีนับพัน ต่างจากเหล่าเกอและสตรีบางคนที่แค่แรงจะจับไก่ยังไม่มี
แต่คุณชายของข้านั้นแข็งแรงดุจพยัคฆ์ คุณชายของข้าเคยคว่ำทหารนับสิบนายมาแล้วด้วยซ้ำ!
เสี่ยวเว่ยดวงตาแดงก่ำตัดพ้อแทนคุณชาย พลางคิดว่า หากตนเป็บุรุษ จะรีบมาสู่ขอคุณชายออกเรือนั้แ่ถึงวัยปักปิ่นเสียด้วยซ้ำ เมื่อได้รับรู้ถึงความสามารถของคุณชายที่สมกับเกิดมาในสายเืของตระกูลแม่ทัพ
บ่าวไพร่ในจวนทั้งสตรีและเกอนั้นเสียดายเพียงใดมิรู้หรือไร หากคุณชายเป็บุรุษมิแคล้วว่าพวกเขาจะถวายตัวเป็เมียบ่าวของคุณชายรองกันทั้งจวน!
ไม่สิ ทุกวันนี้บ่าวไพร่บางคนยังชม้อยตาคุณชายรองอยู่เลย ถ้ามิใช่ว่าคุณชายรองมุ่งมั่น้าออกเรือนกับบุรุษแล้ว เมียบ่าวของคุณชายคงเต็มเรือนไปแล้วกระมัง
พวกบุรุษที่ปฏิเสธคุณชายรองช่างน่าชังยิ่ง!
หรงเยว่ซีเห็นเสี่ยวเว่ยตาโตหูตั้งราวกับจะเข้าไปท้าตีกับสตรีจากห้องเสื้อ แล้วมองแขนบางๆ ของเ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มแห้ง
เ้าตัวบางกว่าพวกนางเสียอีก จะเอาอะไรไปสู้กัน
"ช่างพวกนางเถิด ข้าเชื่อว่าข้ามีดีของตัวเอง อีกอย่างหน้าตาเช่นข้าจะเอาตรงไหนมาอัปลักษณ์ ท่านพ่อและท่านแม่ข้ารูปงามถึงเพียงนั้น หากข้าเกิดมาหน้าตาดูไม่ได้ ท่านหมอคงได้หยิบลูกผิดบ้านเสียแล้ว"
หรงเยว่ซียักไหล่ไม่เอาความ ก่อนหน้านี้เขาก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่หรอกที่ไม่ได้ตัวเล็กบางเหมือนเกอคนอื่น เพราะตัวเขาเองก็มีมาตรฐานความงามของตัวเอง ทุกครั้งที่แต่งนิยายเขาก็เอามาตรฐานนี้ไปใช้
ดังนั้นนายเอกทุกคนในนิยายหากไม่รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้างดงามโดดเด่นเหนือตัวละครอื่น ก็จะไปทางน่ารัก บอบบาง น่าถนอมไว้บนฝ่ามือทั้งสิ้น ส่วนพระเอกก็รูปร่างสูงใหญ่ร้อยแปดสิบ ร้อยเก้าสิบขึ้นกันทั้งนั้น เพื่อที่เวลาxxกับนายเอกจะได้อึด ถึง ทน รวมถึงใช้สารพัดท่าในการxx ได้อย่างถึงใจ!
ยิ่งพอเขาได้ปักใจกับไป๋เทียนอี้ก็ยิ่งอยากให้ตัวเองร่างบางพร้อมซบอกล่ำๆ นั่น
แต่ตอนนี้เวลาผ่านมาเกือบจะครึ่งปีั้แ่ทะลุมิติมาที่นี่ กล้ามเนื้อเขาหายไปเพียงนิดเดียวก็ให้ความรู้สึกปลงตก
ช่างมัน จะล่ำจะสูงใหญ่แล้วยังไง เขาก็ยืนหยัดอยากเป็ฮูหยินของแม่ทัพไป๋เทียนอี้อยู่ดี!
เพราะยังไงท่านแม่ทัพก็มีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรงกว่าเขามากกว่าอยู่แล้ว
หรงเยว่ซีเชื่อว่าเขาสามารถยัดตัวเองเข้าไปในอ้อมกอดของแม่ทัพไป๋เทียนอี้ได้แน่นอน!
แต่แผนการจีบแม่ทัพคนนี้ยังไม่ค่อยคืบหน้าเลย หวังแค่ว่าท่านแม่ทัพจะยังไม่ไปตกหลุมรักใครก่อนก็พอ
ทว่า แม้ว่าเขาจะปลงตกกับรูปร่างตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ใครมาดูถูกหรอกนะ ความหมั่นไส้พวกเกอตัวบางๆ ที่เอาแต่นินทาเขาน่ะล้นอยู่เต็มอก!
แค่ี้เีสร้างเื่สร้างราวก็เท่านั้น เพราะนิสัยส่วนตัวของเขาไม่ใช่คนชอบทะเลาะหรือมีปากเสียงกับใคร
ทั้งชีวิตก็มีแค่คนเดียวนั่นแหละที่เคยเถียงด้วยซึ่งก็คือฉินมู่หยาง
ชื่อนี้โผล่มาอีกแล้วในรอบหลายเดือน หรงเยว่ซีรู้สึกคนลุกซู่ ขนาดเขาตายข้ามโลกมาขนาดนี้ แค่นึกถึงชื่อยังหลอกหลอนกันได้อีก
หรงเยว่ซีลูบขนที่ลุกชันของตนใต้แขนเสื้อจากนั้นก็ลากคนติดตามตัวเล็กกลับเรือนของตัวเอง เพื่อไปใช้ชีวิตตามฉบับลูกคนรวยที่ี้เีสันหลังยาว
กิจวัตรประจำวันของหรงเยว่ซีทุกวันนี้มีแค่สองอย่าง นอนคิดวิธีจีบไป๋เทียนอี้ กับนั่งกินของว่างคิดวิธีจีบไป๋เทียนอี้
สบายเสียจนน่าอิจฉาสุด ๆ เพราะการเรียนปักผ้าและการซ้อมดนตรีถูกยกเลิกไปแล้ว หลังเรียนจบหลักสูตรแบบถูไถเขาก็ไม่แตะต้องมันอีกเลย
เฮ้อ ทำอย่างไรถึงจะมัดใจไป๋เทียนอี้ได้กัน วิธีที่เขาใช้ในตอนที่แต่งนิยายหลังจากคัดอันที่เหมาะสมแล้วก็มีแค่ไม่กี่วิธีเท่านั้น ซึ่งก็ใช้ไปหมดแล้วด้วย แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักนิด
หรือจะให้ใช้วิธีที่ถูกคัดออกไปก่อนหน้าดี อย่างเช่นแสร้งทำเป็ดอกบัวขาว ใสซื่อ ไร้เดียงสา เดินชนบ้างเอย หาเหตุการณ์ให้ไป๋เทียนอี้ได้ช่วยเหลือ อ่อนแอบอบบางให้ได้เกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้หลงเสน่ห์ตัวเขา
อืม ไม่เหมาะๆ หากเขาทำแบบนั้นจริง ท่านพ่อคงได้เรียกนักพรตมาปราบเป็แน่เพราะคิดว่าิญญาร้ายเข้าสิง แล้วข่าวลือที่เสียอยู่แล้วของเขาก็คงดังกระฉ่อนขึ้นไปอีก
นึกเสียดายที่ชาติก่อนไม่เคยมีทักษะในการทำอาหารติดตัวเอาไว้ เพราะใช้ชีวิตกับอาหารสำเร็จรูปเป็ส่วนใหญ่ เขาจึงพลาดในการใช้อาหารอร่อยคว้าท้องของบุรุษ
ความสามารถของหรงเยว่ซีมีเพียงอย่างเดียวก็คือการแต่งนิยาย...
หรือเขาควรแต่งนิยายจีบไป๋เทียนอี้ดีรึเปล่า
โลกใบนี้ช่างน่าเบื่อ มีแต่ตำราเรียน กับหนังสือพวกคำกลอนของเหล่าปราชญ์ ไม่มีสื่อบันเทิงใจเลย ขนาดหนังสือปกขาวยังไม่น่าตื่นเต้นสักนิด มีแค่ภาพวาดด้วยลายเส้นสีดำมันจะไปจรรโลงใจได้เท่าภาพถ่ายได้อย่างไร
นึกถึงวิดีโอxxทั้งหลายที่ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ลับในโน๊ตบุ้คของเขาจัง
นั่นคือแรงบันดาลใจในการเขียนฉากxxของเขาเลยนะ
สำหรับหนุ่มโสดมาทั้งชีวิต จะให้เอาประสบการณ์ที่ไหนไปเขียนนอกเสียจากวิดีโอพวกนี้กัน
ตอนนี้หรงเยว่ซีกำลังเฝ้ารอประสบการณ์xxแรกของเขาอย่างคาดหวังว่าหลังจากที่เขาได้แต่งเข้าจวนไป๋แล้ว เขาจะถูกไป๋เทียนอี้xxเจ็ดวันเจ็ดคืนไปเลย!
ก่อนนอนคืนนั้นหรงเยว่ซีรื่นรมย์กับการปรนเปรอของเสี่ยวเว่ยและบ่าวรับใช้อีกสองคน ที่ช่วยกันทาสมุนไพรบำรุงผิวบนร่างกายของเขาจนเคลิ้มหลับไปด้วยความฝันอันแสนเร่าร้อนของเขากับไป๋เทียนอี้ทั้งคืน
จนเช้ามาต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำรีบล้างตัวเพราะหลักฐานของความฝันดันปรากฏขึ้นเป็ความเปียกชื้นบริเวณกลางกาย โชคดีที่ไม่เปื้อนที่นอนไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้ว่าจะซ่อนใบหน้าของตัวเองจากบ่าวรับใช้อย่างไร
ถ้าได้ฝันดีแบบนี้ทุกคืนจะต้องรีบอาบน้ำตอนเช้าแค่ไหน หรงเยว่ซีก็ไม่หวั่น!