ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 ถูกเป็นห่วง

            หลินหวั่นชิวฟังอยู่ในห้อง…หัวเราะจนปวดท้อง

            ในหัวมีแต่สีหน้าเจียงหงหย่วนที่โมโหเจียงหงหนิงปรากฏแค่เขาโมโห นางก็พอใจแล้ว

            หึ กล้ารังแกข้าดีนัก!

            หลินหวั่นชิวอาบน้ำเสร็จด้วยความรวดเร็วด้านนอกมีหมาป่าเฝ้าอยู่ นางไม่กล้าชักช้า

            อื้ม ไว้สร้างบ้านแล้วนางจะอยู่ห้องเดี่ยว

            “ข้าอาบเสร็จแล้ว” หลินหวั่นชิงร้องบอกเสียงเบา ใส่เสื้อผ้าขดตัวในผ้าห่มเรียบร้อย

            นางได้ยินเสียงเจียงหงหย่วนปิดประตูได้ยินเสียงเขาถอดเสื้อผ้า ตามมาด้วยเสียงอาบน้ำ

            บุรุษผู้นี้ใช้น้ำที่เหลือของตัวเองหลินหวั่นชิวแค่คิดก็ร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าไปหมด

            ไม่นาน เจียงหงหย่วนก็ใส่เสื้อผ้าขึ้นเตียงเช่นกันเขารวบตัวหลินหวั่นชิวมากอดในอ้อมอก พูดข้างหูเบาๆ ว่า “อย่าดิ้น นอน!”

            มือเขาวางบนเอวนางสัมผัสอุ่นร้อนทะลุผ่านเสื้อผ้าเข้ามา

            หลินหวั่นชิวย่อมไม่กล้าขยับเขยื้อนข้างกายมีหมาป่าหิวโหยนอนอยู่ นางจะกล้าขยับได้อย่างไรมิเช่นนั้นหากโดนกินขึ้นมาล่ะ?

            เจียงหงหย่วนทำแค่วางมือบนเอวนาง ไม่ได้ลูบไล้แต่อย่างใดหลินหวั่นชิวค่อยๆ วางใจ เปลือกตาเริ่มหนัก

            นางรู้ที่ใดกันว่าตอนนางหลับไปแล้ว บุรุษด้านหลังจะลืมตาขึ้นดวงตาส่องประกายกลางความมืด

            ผ่านไปอยู่นานหลินหวั่นชิวก็ยังไม่ตื่นความกล้าของเขายิ่งเพิ่มขึ้น ขยับริมฝีปากเข้าไปใกล้

            ภรรยาตัวน้อยหลับลึกเสียแล้ว ไม่รู้สึกตัวเจียงหงหย่วนดีใจมาก

            เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนหลินหวั่นชิวตื่นนอน ข้างกายกลับไม่มีผู้ใด

            หลังจากที่นางแต่งตัวเสร็จเจียงหงหย่วนก็เดินขอบตาดำเข้ามา

            แต่เดิมเขามีผิวคล้ำ ถึงใต้ตาจะมีรอยดำคล้ำย่อมมองไม่ออก

            ทว่าตั้งแต่ได้กินโอสถชำระไขกระดูกผิวเขาราวกับถูกขัด เริ่มขาวขึ้นมา

            แต่แน่นอนว่าถึงเขาจะขาวขึ้นมันก็ได้แค่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน

            แผลเป็นบนหน้าจางลงเช่นกัน ผู้อื่นอาจมองไม่เห็นความแตกต่างแต่หลินหวั่นชิวมองเห็น รู้สึกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มองแล้วเจริญตาขึ้น

            ต้องยอมรับว่าตอนที่ในใจเรามีใครบางคนข้างในเราจะเอาแต่จะสนใจเขา ความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมชัดเจนเสมอ

            “รีบล้างหน้าบ้วนปากน้ำเย็นแล้วต้องเปลืองฟืนต้มใหม่อีก” เจียงหงหย่วนวางน้ำร้อนกะละมังใบหนึ่งลงบนโต๊ะมองภรรยาตัวน้อยแวบหนึ่ง เห็นสีหน้านางปกติดีก็โล่งอก

            เรื่องชั่วร้ายที่ทำไม่ถูกจับได้ ความสุขในทางไม่ดีทำให้แววตาเจียงหงหย่วนดูมีความสุข

            “เมื่อคืนท่านนอนไม่หลับหรือ?” หลินหวั่นชิวเห็นใต้ตาเขามีรอยดำคล้ำก็ถาม

            เจียงหงหย่วนพ่นลมหายใจเย็นๆ “ก็เพราะเจ้านอนดิ้นไม่ใช่หรือกวนจนข้าไม่ได้นอนทั้งคืน!”

            พูดเช่นนี้ภรรยาตัวน้อยจะรู้สึกผิดใช่หรือไม่ ดังนั้นถ้ารู้สึกผิดแล้วจะซบอกเขาปลอบใจใช่หรือไม่?

            เจียงหงหย่วนอดคิดไปไกลไม่ได้

            คาดไม่ถึงว่าหลินหวั่นชิวจะพูดว่า “ขอโทษด้วยจริงๆ ไว้สร้างบ้านเสร็จแล้วพวกเราแยกกันนอนคนละห้องก็ย่อมได้!”

            เจียงหงหย่วน “…”

            เขาขอถอนคำพูดเมื่อครู่ได้หรือไม่?

            “นับว่าเจ้ายังรู้ตัวเองอยู่บ้าง!”

            น่าเสียดาย แค่เอ่ยปากพูดก็อยากตบหน้าตัวเองเสียจริง

            นี่เขาจะหาเรื่องใส่ตัวเพราะเหตุใด?

            สีหน้าเจียงหงหย่วนไม่สู้ดีขึ้นมา

            แต่นึกถึงความทรมานเมื่อคืนที่ได้แค่ลูบแต่กินไม่ได้แล้วเขารู้สึกว่าแยกห้องจนกว่าจะเข้าหออาจเป็นความคิดที่ไม่เลว

            ไม่อย่างนั้น หากเป็นเช่นนี้ทุกคืน…เขาคงได้ตายก่อนวัย

            หลินหวั่นชิวคิดว่าเขาคงอารมณ์ไม่ดีเพราะถูกนางรบกวนการนอนไม่ได้ถือสากับท่าทีของเขา

            นางล้างหน้าบ้วนปากเสร็จแล้ว เจียงหงหย่วนเอาน้ำออกไปเท

            “กับข้าวทำเสร็จแล้ว อุ่นอยู่ในหม้อข้าไปล่ะ!” เจียงหงหย่วนพูดอู้อี้ตอนนี้เจียงหงหนิงแต่งตัวเรียบร้อยขึ้นรอบนรถล่อแล้วเช่นกันเขาโบกมือให้หลินหวั่นชิวอย่างตื่นเต้น “พี่สะใภ้ข้าไปเรียนก่อนนะขอรับ!”

            หลินหวั่นชิวเดินไปส่งพวกเขาออกจากบ้าน “ตั้งใจเรียน เชื่อฟังอาจารย์เป็นมิตรกับเพื่อนๆ!”

            “อื้ม วางใจได้ขอรับพี่สะใภ้ท่านกลับเข้าข้างในเถิด!”

            มองสองพี่น้องจากไป เจียงหงป๋อค่อยๆเดินออกมาจากห้องครัว “พี่สะใภ้ข้าตักข้าวไว้ให้ท่านแล้ว”

            เขารู้สึกว่าร่างกายฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆอยากช่วยแบ่งเบางานที่พอทำได้

            “ได้” หลินหวั่นชิวขานรับเดินเข้าห้องครัว บนโต๊ะมีโจ๊กร้อนๆ กับเกี๊ยวทอด

            โจ๊กข้นมาก เกี๊ยวก็ชุ่มน้ำมันเช่นกันแค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่ฝีมือจอมขี้เหนียวตัวน้อยเจียงหงหนิง

            อีกทั้งรสชาติก็ไม่เลว โดยเฉพาะโจ๊กข้าวขาวไม่มีธัญพืชหยาบผสมแม้แต่น้อย ต้มจนเม็ดขาวแตกนิ่ม หากต้มไม่นานพอไม่มีทางได้เช่นนี้

            เห็นได้ว่าเจียงหงหย่วนตื่นเช้าขนาดไหน

            ความจริงตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่างด้วยซ้ำมีแค่แสงรำไรที่เส้นขอบฟ้า

            หลินหวั่นชิวกินเสร็จก็เก็บกวาดห้องครัวท้องฟ้าค่อยๆ สว่าง เจียงหงป๋อกำลังอ่านตำราแพทย์อยู่กลางลานบ้าน ห่มผ้าบางๆ บนตัวหลินหวั่นชิวเห็นเขาดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีก็ไม่ได้สนใจ เข้าห้องไปคัดหนังสือ

            เนื่องจากหวางทงเป่ากำลังช่วยเจียงหงหย่วนหาช่างปูนอยู่เรื่องที่ตระกูลเจียงจะสร้างบ้านใหม่และจะสร้างเป็นบ้านอิฐจึงแพร่ไปทั่วหมู่บ้านภายในชั่วพริบตา

            บรรดาชาวบ้านต้องพูดถึงอยู่แล้ว มีทั้งคนอิจฉาริษยา มีอารมณ์ทุกรูปแบบ

            ตอนสวีฝูรู้เรื่องนี้ เขาคิดอยู่นานมาก เดิมทีเขากำลังคิดว่าจะทำให้เรื่องที่เจียงหงหย่วนสมคบคิดกับโจรภูเขาได้รับการพิสูจน์ได้อย่างไรคิดไม่ถึงว่าบ้านตระกูลเจียงจะมีความเคลื่อนไหวอีกแล้ว

            ดีมาก บ้านที่สร้างคือหลักฐาน เจ้าไปเอาเงินมาจากที่ใด?

            ถึงเวลา เมื่อเจียงหงหย่วนถูกพิสูจน์ว่ามีความผิดบ้านหลังนั้น…เขาแค่แอบลงมือนิดหน่อยย่อมกลายเป็นของตระกูลสวี!

            ภรรยาเขากลับมาจากบ้านซุนซื่อ เห็นเขาเดินวนไปวนมาในลานบ้านก็ร้อนใจ “พ่อเต๋อเซิ่งเจ้าได้พิจารณาเรื่องที่ภรรยาเหล่าซานบอกหรือไม่? เจ้าดูเถิดบ้านตระกูลเจียงจะสร้างบ้านแล้ว แม้จะรู้ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาซื้อที่รกร้างแล้วว่าจะเอามาสร้างบ้านสร้างเป็นบ้านฟางสักสองสามห้องก็พอเข้าใจได้แต่ข้าได้ยินคนบอกว่าพวกเขาจะสร้างบ้านอิฐ นี่ต้องใช้เงินมากขนาดไหนกัน? ข้ารู้สึกว่าภรรยาเหล่าซานพูดถูก เจียงเหล่าต้าต้องได้เงินมาแบบไม่ถูกต้องเป็นแน่! คนเช่นนี้สมควรถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้าน!”

            “เจ้าจะไปรู้กระไร! จะไล่ก็ต้องรอให้บ้านเขาสร้างเสร็จเสียก่อนค่อยไล่สิ!” สวีฝูไม่คิดจะเล่าเรื่องที่นักการคนนั้นพูดเมื่อวานเขามองว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ ไม่กล้าเปิดเผยก่อนที่ลูกชายจะกลับมา


    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน