ตอนที่เจ็ด Ponzi Scheme แชร์ลูกโซ่
Ponzi Scheme หรือเรียกกันอีกอย่างว่าแชร์ลูกโซ่จ่ายเงินให้กับผู้ลงทุนเริ่มแรกด้วยเงินของคนที่เข้ามาทีหลังสร้างภาพลวงตาว่าธุรกิจที่ลงทุนไปนั้นมีกำไร ซึ่งระบบนี้จะยังคงอยู่ได้เรื่อยๆจนกว่าจะไม่มีเงินจ่ายหรือมีคนเข้ามาสุดท้ายก็จะล้มลงไปในที่สุด
เมื่อความคาดหวังสวนทางกับความเป็จริง
หากตั้งเกมส์ด้วยกติกาเดียวกันผลลัพธ์จะลงเอยเหมือนกันในที่สุด
หลายคนก็รู้แต่กลับคิดว่าตนเองจะลุกออกจากวงได้ทัน เป็การสร้างผู้เสียหายในวงกว้างได้มากกว่าเดิม
หากเรารู้ว่า เซียนการลงทุนอย่างวอเรนบัฟเฟต ได้กำไร 20% จากการลงทุนในตลาดหุ้นต่างๆเราคงรู้สึกว่าคนที่สัญญาว่าจะกำไรหลายเท่านั้น
ควรจะมีชื่อเสียงกว่าวอเรนบัฟเฟตไปแล้ว ไม่ใช่ต้องมาขอเงินจากเราแต่ควรไปเป็มหาเศรษฐีอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว
แต่อาจจะเพราะความเชื่อใจหรือความที่ไม่คิดอะไร
ทำให้เราตกเป็เหยื่อจำนวนมาก
เศรษฐีท่านหนึ่งเคยบอกกล่าวว่า
“หากพวกฉ้อโกงรู้ว่าการทำธุรกิจแบบสุจริตทำเงินได้มากแค่ไหน พวกเขาคงไม่ทุจริตแล้ว”
ผมไม่คิดว่าจิตใจของมนุษย์จะดีได้ขนาดนั้น
แบบเดียวกับกติกาเกมส์แม้แต่อย่างแชร์ปรกติ
หากดอกเบี้ยสูงมากเกินไปแรงจูงใจของคนที่โกงก่อนคนแรก จะทำให้คนที่โกงคนแรกคือคนที่ได้กำไรมากที่สุด
หากระบบสนับสนุนการโกงเช่นนั้นจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างไรกัน?
แนวความคิดของเศรษฐีที่เชื่อเื่การลงทุนสุจริตทำเงินได้มากก็เช่นกันเพราะเขามีเงินมากพอที่จะทำช่องทางสุจริตได้นั่นเอง
คนทั่วไปที่ขาดทั้งความรู้และแม้แต่เวลาในการหาข้อมูลของการลงทุนก็จะตกเป็เหยื่ออยู่ร่ำไป
แต่คนที่ทำร้ายเราที่สุดคือรัฐบาลนั่นเอง
ที่จะออกนโยบายมาว่า จะไม่มีการ
”ฝากธนาคารตลอดชีวิตก็จะมีกินตลอดชีวิต”
ได้อย่างเด็ดขาดเพราะนโยบายจะวางกลไกไว้ให้จูงใจคนให้ไปลงทุนโดยการลดดอกเบี้ยเงินฝากและนโยบายทางการเงินต่างๆ
เปรียบดั่งการเล่นเกมส์ออนไลน์
คนที่จะเล่นสาย sim city การสร้างเมืองสร้างทรัพยากรจะเป็ได้แค่เหยื่อของคนที่ไปไล่ล่าหาเหยื่อมา
การลงทุนมีความเสี่ยงแต่การไม่ลงทุนนั้นมีแต่ทางเสีย
การลงทุนทำให้เสียได้มากเสียได้น้อยหรือกำไรมากน้อยแต่การไม่ลงทุนจะมีแต่เสียอย่างเดียวตามอัตราเงินเฟ้อ
ที่ไม่ต้องลำบากคำนวณให้เหนื่อยเพราะรัฐบาลคำนวณมาให้เราเรียบร้อยแล้วว่านโยบายที่ออกมาจะทำให้เราต้องไปลงทุนทางใดทางหนึ่งจึงจะรอดพ้นจากบ่วงของเงินเฟ้อได้
ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดเพราะเขียนกันอยู่เป็แิทั่วไป
หากกล่าวแบบประโยคของเกรียนในเกมส์ออนไลน์ที่พูดกับเราคือ
“ขอบคุณที่ทำมาหากินให้พวกเขาปล้นพวกคุณคือคนที่ทำให้เกมส์นี้ดำเนินต่อไปได้” นั่นเอง
ซึ่งผมยอมรับว่าที่พวกเกรียนกล่าวก็ไม่ใช่เื่ที่ผิด
และเื่ของการที่ได้กำไรปีละ 20% ของวอเรนบัฟเฟต เปรียบเทียบกับแชร์ลูกโซ่คือใน่ปี 1880 มีการสัญญาว่าจะให้กำไรเดือนละ 8% และมีการขโมยเงินลูกค้าไปทั้งหมด
กระทั่ง 8% ต่อเดือน เรายังไม่สามารถทำได้และจะคาดหวังกับกำไรห้าเท่าต่อเดือน..เป็ไปได้หรือ?
การลงทุนมีความเสี่ยง..คำคำนี้ทำร้ายคนมามากมายนักแต่ระบบไม่อนุญาตไม่ให้เราลงทุนได้หากเราไม่อยากเป็ฟาร์มที่มีหน้าที่แค่ผลิตอย่างเดียวให้พวกเกรียนขูดรีดเงินทองจากเราเท่านั้นเอง
มันคือเส้นทางที่จำเป็ต้องเดินต่อไปไม่อาจหยุดยั้งในระบบทุนนิยมนี้
และมีคำแนะนำอย่างหนึ่งจากวอเรน บัฟเฟต
“ระวังแผนการลงทุนที่พบกับการปรบมือกึกก้องแผนที่ได้ผลส่วนมากพบกับการหาวง่วง”
การที่เจ็กฮงทำหน้าแบบเบื่อๆไม่อยากทำ ทำให้ผมคิดว่า แผนของผมนั้นผ่านขั้นตอนการประสบความสำเร็จขั้นแรกแล้ว
“แล้วยังงาย อั๊วจะได้อารายอาเจิดนา”
เจ็กฮงยังสงสัย
เฮ้อ ผมเข้าใจแล้ว ท่าทางการที่เอาระบบประมูลดอกเบี้ยเข้ามามันมีไว้เพื่อจูงใจให้คนมีความโลภมากพอที่จะเสี่ยงเอาเงินมาให้คนยืมและได้รายได้ขึ้นมานี่เอง
“ตกลงแค่ได้เงินมาแบบไม่เสียดอกเบี้ยเจ็กฮงก็ยังไม่พอใจ?”
“ก็เงินทองมันหายากนา อั๊วมีไว้ไม่ค่อยพอหมุนแล้วจะยังให้คนอื่นยืมอีกได้อย่างไรนา?”
อาเจ็กฮงพัดตนเองอย่างครุ่นคิด
“อาเจ็กไม่ไว้ใจคนที่ตนเองรู้จักว่ารจะเอาเงินมาคืนให้ได้?”
อาเจ็กหยุดการพัด
“ไม่ใช่อย่างนั้นนาแค่เงินทองมันไว้ใจใครไม่ได้นา”
ผมยิ้มกับอาเจ็กฮง
“หมายความวว่า อาเจ็กรู้ว่าพ่อกำนันของชั้นเป็คนใจดีใจกว้างเชื่อถือได้สินะ ถึงได้ให้อาเจ็กยืมและเชื่อว่าเจ็กฮงจะจ่ายครบตามที่สัญญาไว้”
“ลื้อนี่ ชอบล้อเลียนอั้ว”
“เอาน่าเจ็ก ชั้นรู้ว่าชั้นทำงานต่างๆได้เพราะบารมีพ่อกำนันแต่ชั้นเองก็อยากขยับขยายธุรกิจเหมือนกัน เอาอย่างนี้ไหมเราใช้ระบบประมูลดอกเบี้ยกัน”
สุดท้ายผมก็ต้องกัดฟันแนะนำตัวล่อแรงจูงใจที่เหมาะกับวัฒนธรรมของชาวสารขัณฑ์
แม้ผมมองไม่เห็นอนาคตล่วงหน้าแต่ผมสามารถทำนายได้เลยต้องมีคนเห็นวิธีนี้และนำไปใช้ทำแชร์ลูกโซ่ในอนาคตภายภาคหน้าสร้างความเสียหายนับพันล้านบาทอย่างแน่นอน
แต่ว่า
Don’t hate the player.hate the game
ไม่เกลียดผู้เล่น เกลียดเกมส์ที่เล่น
บางทีผมคิดว่าตนเองฉลาดที่มาจากอนาคตเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าแต่ที่จริงแล้วมันมีที่มาที่ไป ผมคงต้องมองเื่ราวต่างๆให้รอบคอบมากกว่านี้