เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 37 ใคร?..ในกรอบรูป

            “หรือคุณจะให้ผมปล่อยให้คุณกลับไป   นี่มันดึกมากแล้วนะคุณ ผมไม่รู้ว่าคุณไปที่นั่นมากี่คืนแล้ว  ที่ผ่านมาคุณอาจจะโชคดีแต่คุณอย่าลืมนะ ที่นี่มีทั้งผู้หญิงแล้วก็ผู้ชาย โอเค ทุกคนที่นี่เชื่อฟังผม  แต่คุณไว้ใจผู้ชายที่นี่ได้มากแค่ไหนกัน   คุณยังไม่ไว้ใจผมเลย คุณถึงไม่อยากนอนที่นี่  ผมว่า  คุณนอนที่นี่เถอะที่นี่จะปลอดภัยกว่าที่คุณจะเดินดุ่ย ๆ กลับไปคนเดียว แล้วก็อย่าหวังนะว่าผมจะไปส่ง  ไม่ล่ะแค่นี้ผมก็เหนื่อยจะแย่แล้ว”

            “แต่ดิฉัน”  น้ำใสตั้งท่าจะเถียงเอริครีบตัดหน้าชิงพูดขึ้นก่อนว่า

            “อีกอย่าง เรามีเรื่องต้องตกลงกัน”

            “นี่หมายความว่าคุณไม่มีทางเลือกให้ดิฉันเลยใช่ไหมคะ”

            “ใช่  คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว”

            น้ำใสเม้มริมปากตัวเองที่เขาบอกมามันก็จริง หล่อนชะล่าใจมากเกินไป ในจำนวนผู้ชายบนเกาะ    เอริคคือผู้ชายคนเดียวที่น่าจะปลอดภัยสำหรับหล่อนมากที่สุดตอนนี้หล่อนจึงจำเป็นต้อง‘ยอม’เขา

            เอริคเห็นตาดำกลมโตคู่นั้นสะบัดไปข้างๆ   พร้อมขนตาที่กะพริบปริบ ๆ  แล้วอารมณ์ดีขึ้นจึงเสนอข้อตกลงกับเจ้าหล่อนไปว่า

            “ผมขอสั่งห้าม ไม่ให้คุณคิดหรือทำอะไรแบบที่ผ่านมาอีก ถ้าคุณไม่ตกลง หรือผมเจอคุณทำแบบนี้อีกครั้ง คุณจะอยู่ที่นี่แบบนักโทษ อย่าลืมว่าที่นี่คือที่ของผมถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่อยากทำคุณแบบนั้นหรอก แต่ถ้าคุณอยู่เฉย ๆ ในที่ของคุณไม่ต้องสงสัยหรือเข้าไปจุ้นจ้านกับอะไรของที่นี่ อีกไม่กี่วันคุณก็จะได้กลับบ้าน  เลือกเอาแล้วกัน ว่าคุณจะเอาแบบไหน”

            น้ำใสก้มหน้าลงคิดตาม นี่มันเป็นคำขู่ของเขาหรือเปล่านะ แค่ขู่ หรือว่าเอาจริง  น้ำใสหวั่นใจ ทำตามที่เขาบอกก่อนแล้วกัน เรื่องอื่นค่อยคิดกันทีหลัง

    เอริคผละออกจากหญิงสาวออกมายืนกอดอก แล้วพูดขึ้นว่า

            “เดี๋ยวผมจะพาคุณไปนอนห้องข้าง ๆ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยมีชุดนอนของผมอยู่ในตู้เสื้อผ้า   ประมาณตีห้าผมจะไปปลุก”

            เอริคพยักหน้าเป็นเชิงเรียกให้หญิงสาวเดินตามเขาเมื่อน้ำใสเงยหน้าขึ้นสบตา

            น้ำใสเดินตามเอริคไปยังห้องที่อยู่ติดกันเมื่อเข้ามาด้านใน หญิงสาวมองสำรวจไปรอบห้อง  ทุกอย่างคล้ายกัน มีเตียง  ตู้  โต๊ะ   แต่ห้องนี้ไม่มีคอมพิวเตอร์โทรศัพท์และแฟกซ์  ห้องนั้นคงเป็นห้องของเอริค

            ที่เหมือนกันอีกอย่างคือทั้งสองห้องติดแอร์เหมือนกันน้ำใสเห็นเอริคเดินไปกดปุ่มเปิดแอร์ตรงมุมห้อง  จากนั้นลมเย็นแผ่วก็โชยพัดออกมาเหนือหัวหล่อน

            น้ำใสมัวแต่เหลียวมองรอบห้องจนได้ยินเสียงแกร็กตรงประตู หญิงสาวสะดุ้งตกใจหันไปเห็นประตูถูกปิดน้ำใสรีบวิ่งถลันไปที่ประตู  จับลูกบิดหมุนไปมา ถูกล็อก น้ำใสทุบแรง ๆเสียงดังปังปัง หล่อนได้ยินเสียงเอริคดังขึ้นอีกฝั่งของประตูว่า

            “นอนหลับพักผ่อนให้สบายนะคุณ  แล้วก็ไม่ต้องคิดหนี”

            “เดี๋ยวก่อน คุณ  คุณ”  น้ำใสตะโกนเรียก แต่เอริคไม่ตอบ   หญิงได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตึงตึงห่างออกไปสักพักก็ได้ยินเสียงประตูอีกห้องถูกเปิดแล้วปิด

            “เฮ้อ”  น้ำใสผ่อนลมหายใจระบายความกลัดกลุ้ม นึกทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตหล่อนจะโลดโผนราวกับนิยายผจญภัยแบบนี้ ขออย่าให้มีอะไรร้ายแรงกว่านี้ที่เกิดขึ้นอีกเลย

            จู่ๆ  น้ำใสก็ปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว  ตอนนี้หล่อนไม่ควรคิดอะไร น้ำใสสั่งตัวเอง แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า มีชุดนอนแขวนอยู่สองชุด เป็นแบบเสื้อคอกลมแขนสั้น และกางเกงขายาวเอวรูดน้ำใสดึงออกมาหนึ่งตัว ข้าง ๆ ตู้เสื้อผ้ามีราวตากผ้าสูงประมาณเอวหล่อน ผ้าขนหนูพาดอยู่  น้ำใสคว้าเสื้อกับผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำสักพักหญิงสาวกลับออกมารู้สึกสดชื่นทั้งร่างกายและจิตใจ  ไม่คิดอะไร  น้ำใสสั่งตัวเองในใจอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียง ซุกตัวใต้ผ้านวมหนานุ่ม

    หญิงสาวหลับสนิทในเวลาต่อมา

    ++++++++++++++++

            “ก๊อก  ก๊อก   ก๊อก”  น้ำใสสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น  หญิงสาวลืมตา  ในความมืด

            “นี่ตีห้าแล้วเหรอเนี่ย”  น้ำใสพึมพำคนเดียวเบาๆ  เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกแล้ว น้ำใสจึงขานรับออกไป

            “ตื่นแล้วค่ะ ขอเวลาสักครู่นะคะ” น้ำใสลุกขึ้นนั่ง บิดตัวไปมาซ้ายทีขวาที  สลัดเจ้าตัวเกียจคร้านออกไป  เสียงเอริคดังขึ้นด้านนอกว่า

            “ผมให้เวลาคุณยี่สิบนาที  ผมจะลงไปรอข้าง”

            น้ำใสได้ยินเสียงฝีเท้าเอริคเดินห่างออกไป

            “ยี่สิบนาทีเหรอ เหลือเฟือ”   น้ำใสวางแผนในใจหญิงสาวจึงกระเด้งตัวลงจากเตียง วิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำ จัดการเนื้อตัวแบบรวดเร็ว   ในเวลาไม่เกินสิบนาทีหญิงสาวก็พร้อม

            แต่น้ำใสไม่ได้คิดจะลงไปหาเอริคข้างล่างหญิงสาวหวังจะใช้เวลาที่เหลือเข้าไปใช้โทรศัพท์ในห้องเอริค ถ้าโชคดีเขาไม่ล็อก

            น้ำใสจึงเปิดน้ำฝักบัวทิ้งไว้ให้เอริคเข้าใจหล่อนกำลังอาบน้ำอยู่ จากนั้นหญิงสาวก็ค่อย ๆ ย่องไปห้องข้าง ๆ    ทดลองบิดลูกบิดประตูดู  อะ! ไม่ได้ล็อก ดีจริง  น้ำใสจึงเปิดประตูแบบเบาที่สุด สอดตัวเข้าไปด้านในแล้วงับประตูปิดตามเดิม

            น้ำใสเดินสำรวจห้องนอนชายหนุ่ม  ทุกอย่างเหมือนห้องที่หล่อนนอน  เตียงเล็กขนาดนอนคนเดียวมีผ้าปูเตียงสีขาวปูตึงเรียบ หมอนสีขาววางอยู่หัวเตียงสองใบ   ผ้านวมสีเขียวพับวางตรงปลายเตียงเรียบร้อย

            กำแพงห้องข้างเตียงเป็นหน้าต่างแบบบานไม้เปิดออก ติดม่านสีเขียวอ่อนสลับดอกไม้ขาวดูสดชื่นชายผ้าม่านสะบัดปลิวพลิ้วตามแรงลมเมื่อน้ำใสเปิดหน้าต่าง  ที่จริงห้องนี้ก็ติดแอร์เหมือนห้องที่น้ำใสนอน  แต่ห้องนี้กลับมีหน้าต่างไม่เหมือนอีกห้อง   ห้องที่น้ำใสนอนจะเป็นหน้าต่างแบบบานเกล็ด ไม่สามารถเปิดโล่งรับอากาศได้เหมือนห้องนี้

            ห้องนี้น่าอยู่น่าสบายมากว่าอีกห้องซะอีก

    “อ๊ะ!” น้ำใสรู้สึกว่าตัวชักจะเพลินกับการสำรวจห้องนอนเอริคมากเกินไป เดี๋ยวจะไม่ได้ทำเรื่องสำคัญ หญิงสาวจึงรีบเดินแต่ไม่ลืมที่จะลงฝีเท้าเบา ๆไปที่โต๊ะทำงานตรงมุมห้อง แต่เมื่อถึงโต๊ะทำงาน น้ำใสเห็นกรอบรูปสองบานตั้งอยู่    อดไม่ได้ที่จะเหลียวมอง อันแรกเป็นรูปหญิงสาวต่างชาติ หน้าตาสะสวยผมและตาสีน้ำตาล  จมูกโด่งรั้นตรงปลาย  รอยยิ้มเธอสดใส อีกอันน่าจะเป็นสาวไทย  อาจจะเป็นคนทางเหนือหรือไม่ก็ต้องเกี่ยวพันกับการร่ายรำเพราะเครื่องแต่งกายและทรงผมของเธอเหมือนพวกนางรำที่น้ำใสเคยเห็น

            คงเป็นคนสำคัญ ไม่งั้นไม่วางไว้ตรงโต๊ะทำงานแบบนี้หรอก

            “ชิ เจ้าชู้ไม่เบา”  ไม่รู้ทำไมน้ำใสรู้สึกหมั่นไส้เอริคเหลือกำลัง

            น้ำใสเหลือบตาไปตรงโคมไฟ  เหนือขึ้นไปเป็นชั้นหนังสือ ทำแบบง่ายใช้ไม้แผ่นตีติดกำแพงสองชั้น มีหนังสือวางอยู่หลายเล่ม หนึ่งในนั้นที่น้ำใสเห็นคือหนังสือธรรมะของท่านพุทธธาตุภิกขุ

            น้ำใสสังเกตว่าหนังสือมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศหญิงสาวถือวิสาสะหยิบออกมาดูเล่มหนึ่ง

            พลังแห่งชีวิต

            ของ

            แจ็ก แคนฟิลด์  และ  มาร์ก   วิกเตอร์  แฮนเซน

             

            อับราฮัม  ลินคอล์น  ไม่เคยยอมแพ้

            ความรู้สึกที่ว่า  เป็นหน้าที่ ที่ต้องเดินหน้าไป

            มีอยู่ในเราทุกคน  หน้าที่ที่ต้องพยายามคือ

            หน้าที่ของทุกคน  และผมรู้สึกถึงเสียงเรียกร้อง

            ของหน้าที่นั้น’

            อับราฮัม  ลินคอล์น

            “ฮืม เข้าท่า”  น้ำใสชื่นชมแสดงว่านายเอริคมีความรู้พอควรถึงได้อ่านหนังสือพวกนี้ได้

            น้ำใสค่อนข้างชอบใจกับสภาพภายในห้องของน้อยชิ้นถูกจัดวางเป็นระเบียบง่ายต่อการใช้งาน แสดงถึงนิสัยส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

            เอริค นายนี่เป็นผู้ชายที่ค่อนข้างเข้าท่าคนหนึ่งทีเดียว

            “ตายแล้ว เผลออีกจนได้” น้ำใสต่อว่าตัวเองเมื่อหล่อนเผลอมองอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ยอมทำเรื่องสำคัญซะที

            น้ำใสคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วกดไปยังเบอร์มือถือของมารดาเสียงในสายเป็นสัญญาณว่าไม่ว่าง  น้ำใสลองใหม่อีก  ไม่ว่างอีก หญิงสาวจึงเปลี่ยนเป็นโทรเข้าเบอร์บ้านแต่ในขณะที่สัญญาณว่างรอคนมารับสายน้ำใสต้องสะดุ้งโหย่งเมื่อได้ยินเสียงเอริคตะโกนมาจากข้างล่างว่า

            “เสร็จหรือยังคุณ   นานมากแล้วนะ”

            “เสียดายจริง” น้ำใสหัวเสีย ต่อว่าตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องย่องเข้าห้องที่นอนเมื่อคืน  เข้าไปปิดน้ำในห้องน้ำ ทิ้งระยะสักสองสามนาที  แล้วจึงเดินออกจากห้องลงไปหาเอริคข้างล่าง

            เอริคหน้าตึงเดินเข้ามาหาน้ำใส แต่ชายหนุ่มไม่พูดอะไรหรือต่อว่าหญิงสาวสักคำ กลับคว้ามือหญิงแล้วดึงให้เดินตาม

            ฟ้ายังคงมืด เอริคพาน้ำใสเดินตามทางเดินซึ่งมีโคมไฟส่องสว่างข้างทางเป็นระยะ

            น้ำใสมองมือหนาที่กุมมือหล่อนไว้ ใจหล่อนเต้นตูมตาม  สับสนและคิดไปสารพัด สงสัยว่าเอริคเป็นคนดีหรือคนไม่ดี   และที่น่าสงสัยมากกว่านั้นก็คือ น้ำใสสงสัยใจตัวเองที่มักคอยเข้าข้างเขาอยู่เสมอ

            เอริคพาน้ำใสไปส่งยังที่พักของหล่อน

            “ขอบ อ้าว”  เอริคเดินหันหลังกลับทันทีเมื่อถึงที่หมาย น้ำใสซึ่งกำลังจะขอบคุณเขาเลยไม่ทัน

            เมื่อยืนอยู่หน้าที่พักตัวเอง ทุกสิ่งรอบตัวยังคงถูกปกคลุมไปด้วยความมืด น้ำใสเปิดประตูเข้าไปในห้อง เดินไปที่เตียงแบบคุ้นเคยทั้ง ๆ ที่ไม่มีแสงสว่างหญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย  หญิงสาวหลับไปในเวลาไม่นาน

    +++++++++++++++++++++++

            “แอ๊ด” เสียงประตูเปิดปลุกน้ำใสให้ตื่น หล่อนรู้สึกว่าหล่อนหลับไปได้แป๊บเดียวเอง ตั้งแต่ประมาณตีห้าครึ่งจนถึงตอนนี้

            “พี่สาว”   เด็กอ้อเดินยิ้มแก้มป่องเข้ามาข้างเตียง น้ำใสลุกขึ้นนั่งมองหนูน้อย

            “ว่าไงเรา  มาหาพี่เหรอ”

            “แฮะ  แฮะ”  หนูน้อยยังคงยิ้มไม่ตอบ

            “มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า  หรือจะมาชวนพี่ไปเที่ยวอีก”

            “พี่สาวไปไหนมาค่ะ”

            “เอ่อ พี่  เอ่อ  พี่ติดฝนอยู่นะจ๊ะ ติดอยู่ใต้ต้นไม้ตรงโน้น”  น้ำใสชี้มือไปมั่ว ๆ แล้วโกหกต่อว่า

            “ตื่นอีกทีก็เกือบเช้าแล้ว    แล้วก็กลับมานอนที่นี่ต่อ”

            “หนูรอพี่สาวตั้งนาน     หนูเหงาก็เลยกลับไปนอนกับพี่แก้ว”

            “เหรอจ๊ะ แล้ววันนี้มาหาพี่  จะมาชวนพี่ไปเที่ยวที่ไหนอีกล่ะ”

            “ปล่าว” หนูน้อยลากเสียงยาว

    “พี่เอริคให้หนูมาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาว”

            “มาคุมซิไม่ว่า”   น้ำใสหันหน้าออกพูดเบาๆ

            “หะ”   เด็กน้อยได้ยินไม่ชัด

            “เปล่าจ๊ะ  ไม่มีอะไร”

            สองสาวต่างวัยหยุดบทสนทนาเมื่อพวกเสื้อขาวเปิดประตูเดินถืออาหารเข้ามาส่ง  น้ำใสยิ้มให้เด็กน้อย  แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา   ก่อนจะเดินออกมาจัดการกับอาหารตรงหน้า

            เด็กอ้อนั่งเท้าคาง มองหญิงสาวตาแป๋ว

            “ทำไม  มีอะไรหรือเปล่าเรา”

            “พี่สาวสวยจัง”

            “แหม อยู่ด้วยกันมาตั้งนานเพิ่งมาชม”  น้ำใสขำยิ้มน้อยๆ

            ขณะที่น้ำใสกำลังเพลิดเพลินกับอาหารจนเกือบหมด มีเสียงเด็กหลายคนพูดคุยหัวเราะส่งเสียงดังอยู่หน้าที่พักน้ำใส คงเป็นเพื่อน ๆ ของเด็กอ้อ   เด็กอ้อได้ยินเสียงเพื่อน หนูน้อยหูผึ่ง หันขวับตามเสียง   จากนั้นมองหน้าหญิงสาวเป็นเชิงขออนุญาต  เมื่อน้ำใสพยักหน้าอนุญาต  หนูน้อยวิ่งออกไปปล่อยให้น้ำใสทานอาหารตามลำพัง

            เสียงเด็กๆ ที่เล่นกันสนุกสนานเฮฮาข้างนอก  ทำให้น้ำใสสดชื่นไม่น้อย   แต่แล้ว

            “ตุ๊บ โอ๊ย”   เสียงเหมือนอะไรตกที่พื้นดินตามด้วยเสียงเด็กร้องไห้ลั่น น้ำใสตกใจทิ้งช้อนอาหารวิ่งออกไปดูข้างนอกทันที

            พอดีกับเด็กอ้อวิ่งหน้าตื่นมาหา

            “พี่สาว  พี่สาว”  หนูน้อยละล่ำละลักจะบอกพร้อมกับก้มตัวลง  สองมือกุมท้อง  หอบหายใจถี่เร็วเสียงดังฟืดฟาด

            “ทำไม  มีอะไร   มีใครเป็นอะไร” น้ำใสชะเง้อมองเหตุการณ์ที่หญิงสาวคาดเดาว่าเป็นเรื่องร้ายที่คงจะเกิดกับพวกเด็ก  แต่หญิงสาวเห็นแต่เพียงเด็กกลุ่มใหญ่มุงดูอะไรกันอยู่  และได้ยินแต่เสียงร้องที่ดังเซ็งแซ่

            “มีคน  มีคน ทางโน้น ทาง”  เด็กอ้อพูดติดอ่าง ชี้มือไปที่กลุ่มเด็ก

            น้ำใสพอจะเข้าใจ รีบวิ่งออกจากที่พักไปทางกลุ่มเด็กทันที

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747