คำร่ำลือเื่อาถรรพณ์ว่าที่เ้าสาวสามคนแรกของคุณใหญ่เป็ข่าวซุบซิบตามคอลัมน์สังคมเล็กๆแต่กลับคุยกันอย่างสนุกสนานในหมู่ครอบครัวของคนที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับักรุปแม้คุณใหญ่จะค่อนข้างเก็บตัว แต่ภาพของเขาที่ออกสู่สายตาสาธารณชนในรูปลักษณ์ชายหนุ่มร่างสูงสง่าใบหน้าลงตัวราวกับโดนจับปั้นมาให้เหมาะเจาะ
การเป็เ้าสาวของคุณใหญ่อาจจะดูไม่ร่ำรวยเท่ากับการเป็ผู้หญิงของคุณสองจะอย่างไรการเป็ภรรยาของคุณใหญ่ก็ได้ชื่อว่า เป็สะใภ้คนโตของักรุป งานแต่งที่ปราสาทวันนี้จึงนับเป็งานที่แสนพิเศษและมีเฉพาะคนพิเศษเท่านั้นที่ได้รับเชิญ เพราะเ้าบ่าวระบุว่า ้างานเล็กๆ
แเื่ไม่ถึงสองร้อยคนนับกันเฉพาะเศรษฐีระดับร้อยล้านขึ้นไป และเกี่ยวพันกันทางธุรกิจจึงจะมีสิทธิ์เหยียบย่างเข้าสู่ปราสาทในฐานะแขกรับเชิญงานภายในครั้งสำคัญของักรุปสนามหญ้าหน้าปราสาทถูกเนรมิตเป็เวทีจัดงาน
“แน่ใจนะว่าคุณเนยจะรอดอาถรรพณ์ไปได้ ว่าที่เ้าสาวสามคนแรกเจอเื่ราวร้ายๆ ทั้งนั้น”
“เห็นไหมคุณใหญ่ไม่ยอมหมั้นอีก แต่งเลยให้จบ”
“ไหนเขาว่าพลาดล่ะ”
“แต่ฉันเคยเห็นนะว่าคุณเนยน่ะ เขาเล็งคุณสองต่างหาก ไหงมาลงเอยเป็คุณใหญ่ไปได้”
ทุกงานเลี้ยงจะมีเื่ซุบซิบเกี่ยวกับเ้าของงานอยู่สักมุมเสมอแยมส่ายหน้าเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เ้าภาพเธอเดินสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายอย่างไม่ลดละ แต่เขายังไม่ปรากฏตัว
“สวัสดีน้องแยม”ชายหนุ่มใบหน้าหวาน ยิ้มให้อย่างสดใส
“พี่อินเพิ่งมาเหรอคะ?”
อินทรทายาทคนสำคัญของอินทรีกรุปบริษัทั์ใหญ่หนึ่งในสี่จตุรมิตร พยักหน้าตอบพลางยื่นแก้วไวน์เล็กเรียวให้เธอ เขามาในชุดทักซิโด้หล่อเหลาสาวโสดปรายตามองตามกันปรอยๆ
“ไม่เอาดีกว่าค่ะ แยมอยากได้น้ำเปล่า”ถ้าจะว่าตามความจริง เธอเข็ดขยาดจากครั้งที่แล้วเพราะมัวแต่ชนแก้วดื่มตามใจคนที่มาทักทายในงาน ทำเอาเกือบเสียการใหญ่
“น้ำผลไม้น่ะ ไม่เมาหรอก”
รอยยิ้มจริงใจของผู้ชายตรงหน้าทำให้แยมยอมรับแก้วจากมือเขายกขึ้นมาดม กลิ่นผลไม้รวมหอมหวานอบอวลอยู่ในแก้ว“กลิ่นหอมจังค่ะ” เธอยกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว “อร่อยชื่นใจ”
“บอกแล้วไงพี่ก็ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เหมือนกัน”
แยมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอินทรสนิทกับคุณสองมากที่สุด ทั้งคู่ไปเรียนที่อังกฤษเหมือนกันั้แ่มัธยม ‘พี่โอบอกว่าสองคนนี้เรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกันนี่นา สนิทกันมากด้วย’สมองเธอทำการฉับไว อินทรคือคนที่เธอจะต้องเกาะติดให้มากเพื่อที่จะได้เข้าถึงตัวคุณสอง
“พี่อินพาแยมไปเลือกค็อกเทลหน่อยค่ะ แยมไม่มีเพื่อนพอดี” เธอถือวิสาสะตีสนิททันที
อินทรยิ้มกว้าง “ไปกันพี่ก็ไม่มีเพื่อน”
“คุณสองไปไหนล่ะคะ?”
“ยังไม่เห็นหัวเลย มารอตั้งนานแล้ว”
ในงานเลี้ยงแทบจะทุกงานทั้งคู่จะปรากฏตัวในงานเดียวกัน แต่ไม่ค่อยจะถ่ายรูปค่อยออกสื่อสักเท่าไรปล่อยให้ข่าวเื่ความสนิทสนมเป็เพียงข้อสงสัยสำหรับคนหลายๆ กลุ่ม
พิธีกรบนเวทีประกาศลำดับพิธีการในคืนนี้เริ่มจากการเชิญเ้าสัวขึ้นกล่าวต้อนรับแขกในนามักรุป และเชิญผู้ใหญ่ฝ่ายเ้าสาวขึ้นกล่าวเช่นกันจากนั้นเชิญเ้าบ่าวกับเ้าสาวขึ้นบนเวทีนั่งรับน้ำสังข์ที่แขกทั้งหลายมายืนต่อคิวรดน้ำกันอย่างตื่นเต้นความสดใสน่ารักของราวกับตุ๊กตากระเบื้องของเ้าสาวเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเช่นเดียวกับรูปโฉมอันงามสง่าของเ้าบ่าวก็ทำเอาทั้งงานเต็มไปด้วยคำชื่นชม
“เ้าสาวน่ารักขนาดนี้ คุณใหญ่เลยยอมแต่ง”
“มิน่าล่ะ ก็สวยน่ารักแบบนี้แต่งสายฟ้าแลบน่ะถูกแล้ว”
“คุณสองพลาดไปได้ยังไงนี่?”
เสียงพึมพำของคนมากมายในงานทั้งชื่นชม ทั้งสงสัย หลายคนอิจฉาและหลายคนพลอยยินดีกับคู่บ่าวสาว
เนยเดินเคียงข้างคุณใหญ่ขึ้นมานั่งบนตั่งคู่ที่วางเด่นบนเวทีแคว่ก!เธอได้ยินเสียงขาดจากด้านหลัง ต้นคอเธอชาวาบ! ‘แย่ล่ะ ชุดของฉันขาดด้านหลัง ตอนไปถ่าย พรีเวดดิ้งก็ยังดีๆ อยู่เลยนี่นา’
เธอเอียงศีรษะไปหาเ้าบ่าว “พี่ใหญ่ชุดของเนย ด้านหลังมันขาด”
คุณใหญ่อาศัยจังหวะพิธีกรกำลังประกาศเชิญแขกมาเข้าแถวรดน้ำสังข์เอนหลังไปดูชุดให้เ้าสาว รอยขาดกลางหลังขนาดฝ่ามือแหกออกกว้างพอประมาณเขาขมวดคิ้ว ‘รอยกรีดดูจงใจจะให้ค่อยๆขาด’ เมื่อเนยนั่งลงเกิดการขยับที่มากกว่าปกติผ้าจึงแหวกออกจากกันทันที
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวตอนลุกขึ้นเดิน พี่จะเอามือบังให้นะ” เขากะประมาณว่าฝ่ามือของเขาใหญ่เพียงพอจะปิดรอยขาดนั้นได้พอดีอาศัยหลบหลีกแสงไฟกับมือบังก็น่าจะพอได้ เนยพยักหน้ารับ
หลังจากรดน้ำสังข์เสร็จคู่บ่าวสาวจะต้องออกมาขอบคุณแเื่ เนยลุกขึ้นยืนโดยมีคุณใหญ่ใช้ฝ่ามือประคองหลังดูแล้วคล้ายเ้าบ่าวรักและทนุถนอมเ้าสาวอย่างยิ่ง คอยประคองเธอแทบทุกฝีก้าว
“โอ๊ะ!” เธอล้มเซไปด้านข้างโชคดีที่ตะครุบเอวเ้าบ่าวไว้ได้
เขาหันมาประคองโดยไวตามสัญชาตญาณ“เป็อะไร?”
“รองเท้าหักค่ะ”เธอปวดแปลบที่ข้อเท้า
“เจ็บรึ?”
“ค่ะ สงสัยเท้าแพลง”
เ้าหน้าที่ในงานวิ่งกันจ้าละหวั่นไปหารองเท้าใหม่ให้เ้าสาว
“เดินไหวไหม?” น้ำค้างพุ่งเข้ามาดูน้องสาว
เนยลองหย่อนเท้าลงดูความปวดแล่นขึ้นมาหลายริ้ว “ไม่ไหวแล้วค่ะ” เธอมองหน้าคุณใหญ่อย่างขออภัย
คุณใหญ่ก้มตัวลงช้อนร่างเธอขึ้น“ไม่เป็ไร อุ้มเอาก็แล้วกัน” เ้าบ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วรีบคลายออก ‘ไม่น่าจะบังเอิญขนาดนั้น มันต้องมีคนจงใจทำ’
เสียงเฮของคนในงานดังลั่นเมื่อพิธีกรประกาศว่า เ้าสาวขาแพลง เ้าบ่าวจึงขออุ้มทำพิธีต่อเ้าบ่าวกับเ้าสาวจึงได้กล่าวขอบคุณทุกท่านที่มาในงานด้วยท่าทางนั้นแล้วเ้าบ่าวก็อุ้มเ้าสาวไปตัดเค้ก
“เ้าบ่าวจะอุ้มเ้าสาวเสิร์ฟเค้กทุกโต๊ะไหมครับ?” คุณสามะโแซวพี่ชายคนในงานเชียร์กันสนั่น
“อุ้มเลยๆ อุ้มเลยๆ”เ้าบ่าวที่หน้าดูไม่ยินดียินร้ายในทีแรก ถึงกับยิ้มกว้าง ‘ยายตัวแสบ ทำพิษอีกจนได้’ เขาอุ้มเธอแจกเค้กในงานจนไหล่แทบทรุดแต่เพราะในงานล้วนเป็แขกทางธุรกิจคนสำคัญจึงต้องไปถ่ายรูปให้ครบทุกโต๊ะ
“ดูสิอาถรรพณ์เ้าสาวคุณใหญ่ยังมีอยู่นะ แต่คุณเนยน่าจะดวงแข็งกว่า แค่รองเท้าหัก”
“ไม่แน่หรอก คอยดูกันไปว่า ปีนี้จะรอดไหมดีกว่า?”
เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนประสานกับเสียงบรรเลงจากวงดนตรีฝีมือดีทำให้เสียงนินทาเหล่านี้กลายเป็คล้ายโน้ตบรรทัดหนึ่งในท่วงทำนองที่ดังกระหึ่ม
สาวสวยผมทองในชุดแซกสีทองวาวระยิบระยับความสวยเฉี่ยวเฉียบทั้งหน้าและรูปร่างทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในงานใจสั่นอดีตคู่ควงของคุณใหญ่แสยะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเขาช้อนร่างเ้าสาวขึ้นอุ้มไปตัดเค้ก
“ไงเจนนิสเสียดายไหมที่เ้าสาวคืนนี้ไม่ใช่เธอ?”
ใบหน้างามนั้นเบือนมาเล็กน้อยยักไหล่อย่างไม่แยแส “ก็แค่อุบัติเหตุ คนอย่างคุณใหญ่จะกินใครง่ายๆ กันล่ะ?”
“ไม่แน่นะ รายนี้น่ารักไม่ใช่เล่น? เห็นว่า ทีแรกจะมาจับคุณสองนี่”ฝ่ายเติมฟืนโหมไฟยังคงทำหน้าที่ต่อเนื่อง
“เ้าสาวของคุณใหญ่มักจะเจอคำสาปไม่เคยได้ยินหรือไง?”เจนนิสจิบไวน์เล็กน้อย น้ำเสียงกระด้างขึ้น
“ไม่แน่หรอกขนาดวันนี้ดวงเ้าสาวยังเอาอยู่ เธอดูสิ” คนยุยงทิ้งท้ายแล้วเดินจากไปเธอเคยเห็นคุณใหญ่ควงเจนนิสเมื่อสี่ห้าปีก่อน เธอได้แต่อิจฉา วันนี้เมื่อ เจนนิสถูกเขี่ยทิ้งเธอย่อมอยากจะเอาคืนเล็กๆน้อยๆ ฐานะของเธอก็ไม่สู้เจนนิสแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ยังสู้ไม่ได้อีกบริษัทพีคเคมิคอล แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้สักเสี้ยวของสี่บริษัทในกลุ่มจตุรมิตร
เจนนิสมองตามหญิงสาวในชุดราตรีสีชมพูอ่อน‘หึ! ยายปิ๊กมี่ คนอย่างเธอไม่มีวาสนาจะได้เป็คู่ควงคุณใหญ่หรอก’
อีกมุมหนึ่งของงานสาวสวยร่างบางในชุดราตรีสีส้มโอลด์โรสกำลังยืนมองดูเ้าบ่าวด้วยความปวดร้าวใจเธอเฝ้าวนเวียนวอแวเขามานาน เคยมีโอกาสเป็คู่ควงเขาออกงานเพียงสองครั้ง
“ไม่ต้องเสียใจหรอกแอมมี่ผู้ชายหล่อๆ มีอีกเต็มงาน”
“พี่โอไม่เข้าใจคุณใหญ่ไม่เหมือนคนอื่น”
“ไม่เหมือนแล้วยังไงเขาก็ไม่ใช่ของแก อีกอย่าง เขาไม่ใช่คุณสองที่เป็ผู้บริหารักรุปตัวจริงถ้าแกจะสู้เพื่อให้ได้คุณใหญ่ แกน่าจะไปยื้อแย่งเอาคุณสองจะดีกว่า”
โอภาสนึกถึงวันที่น้องสาวเขารู้เื่คุณสองจะแต่งงานเธอนั่งดราม่าน้ำตาไหลพรากตลอดบ่าย โวยวายถามคนนั้นคนนี้ว่าเธอสู้เนยไม่ได้ที่ตรงไหน ผ่านไปสองวันค่อยเปลี่ยนมาเป็สืบข่าวคู่แข่งที่แย่งชิงเ้าบ่าวไปหันมาวางแผนใหม่เพื่อแย่งสามีชาวบ้าน หลังจากที่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นแต่งกันเพราะอุบัติเหตุ
“เนยมันไม่รู้หรือไงว่าเ้าสาวของพี่ใหญ่ล้วนโดนอาถรรพณ์เล่นงาน”
ั์ตาของเธอวาววับขึ้นชั่วครู่โอภาสหันไปมองหน้าน้องสาวที่ดูเหมือนจะอ่อนแอแต่ร้ายกาจของเขา “แล้วไง? ตอนนี้เขาแต่งแล้ว กลายเป็ภรรยาไม่แน่ว่า คำสาปหรืออาถรรพณ์ที่ว่า อาจจะถูกน้องเนยทำลายแล้วก็ได้”
“ไม่จริงหรอกค่ะ ตราบใดที่ยังอยู่ข้างคุณใหญ่คำสาปนี้ยังคงอยู่แน่”
*************************
