บทที่ 18 หญิงสาวชุดแดง
จิ่งเหมียนเปิดระบบ การปลดล็อกภารกิจสู่เลเวล 2 ต้องใช้เงิน 1 ล้าน และทำภารกิจให้สำเร็จ
หลังจากชำระเงินแล้ว ภารกิจอัปเกรดก็ปรากฏขึ้น
[ระดับความยาก : ง่าย มีคนอาศัยอยู่ในฐานลวี่อินเป็ระยะเวลานานสามคน]
[ความคืบหน้าปัจจุบัน (0/3)]
ดูเหมือนว่าที่เฉินย่าเช่าหนึ่งเดือน ระบบจะไม่นับว่าเป็การอยู่อาศัยระยะยาว
จิ่งเหมียนได้แต่ถอนหายใจ เธอคิดว่าโฆษณาคงต้องใช้เวลาสักพักถึงจะมีลูกค้ามาขอเช่าห้องเยอะ ๆ พอถึงตอนนั้นคงไม่พอให้เช่าแน่ ๆ เพราะมีแค่เก้าห้องเท่านั้น!
จิ่งเหมียนคิดแล้วก็ยิ้ม เธอเข้านอนอย่างสบายใจ
สองวันต่อมา รถสีดำเงาวับก็มาจอดอยู่หน้าที่พักลวี่อิน จิ่งเหมียนขึ้นรถที่เซียวเฝ่ยส่งมารับ เธอตรงไปยังย่านการค้าเยว่พ่าน
เมื่อไปถึงชั้นสาม จิ่งเหมียนเห็นเซียวเฝ่ยกําลังคุยธุระกับคนกลุ่มหนึ่งอยู่โดยไม่ได้สังเกตเห็นเธอ แม้แต่อันหลิงอวี่ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เธอจึงไม่เดินเข้าไปหา แต่เลือกหาโซฟานั่งรออยู่เงียบ ๆ
วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีฟ้าอ่อน ขับให้เธอดูงดงามราวกับดอกกล้วยไม้ แม้ท่ามกลางแขกที่แต่งกายหรูหราบนชั้นสาม เธอก็ยังคงดูโดดเด่นสะดุดตา
ไม่นานอันหลิงอวี่ก็เห็นเธอ เขาเดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
และเมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้ ผู้คนรอบข้างต่างก็พากันเดินตามเขามาด้วย
"ที่แท้คุณจิ่งก็เป็ผู้หญิงของผมนี่เอง?"
จิ่งเหมียนเบิกตากว้าง เสียงของเขาไม่เบานัก มีคนมากมายแถวนั้นได้ยินกันทั่ว เขาพูดจาเหลวไหลอะไรกัน!
"คุณอัน โปรดเคารพตัวเองด้วยค่ะ"
รอยยิ้มบนใบหน้าอันหลิงอวี่ไม่ได้หายไป แถมยังมีความลึกซึ้งมากขึ้นอีกด้วย เขานั่งลงข้าง ๆ เธออย่างใกล้ชิด ทั้งสองอยู่ใกล้กันมากจนดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือในสายตาคนรอบข้าง
จิ่งเหมียนรีบขยับไปห่าง ๆ สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจเล็กน้อย
อันหลิงอวี่มองกวาดไปยังกลุ่มคนที่ตามมา แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปเพื่อให้พื้นที่สำหรับพวกเขาทั้งสอง
"อันหลิงอวี่ นี่หมายความว่ายังไง?"
"ที่พักลวี่อินเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด แถมยังมั่งคั่งไม่น้อย คนที่อยู่เื้ัยังเป็ที่ถกเถียงกันอยู่ แต่ก็คาดเดาว่าเป็ตระกูลอัน แม้แต่เซียวเฝ่ยยังมองว่าเป็ทรัพย์สินของตระกูลอัน เพียงแค่ไม่้าเปิดเผยความสัมพันธ์ คุณจิ่ง คุณคิดว่ายังไง?"
จิ่งเหมียน "ฉันไม่เคยออกมาประกาศว่าที่พักลวี่อินมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลอัน ข่าวเท็จก็ยังคงเป็ข่าวเท็จ"
"แต่ความสัมพันธ์ของคุณกับผม..."
อันหลิงอวี่หัวเราะอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม และ้าพูดต่อ แต่คนข้าง ๆ ก็พูดขึ้นเสียก่อน "คุณชาย เฉียวไห่กลับมาจากการทำภารกิจแล้ว และกำลังก่อเื่วุ่นวายอยู่ข้างล่างครับ คุณควรลงไปดูหน่อยนะครับ"
อันหลิงอวี่มองดอกไม้ที่เป็จุดสนใจในวันนี้ เขามีความไม่พอใจเล็กน้อย เขาทิ้งคำว่า "รอฉันกลับมา" แล้วรีบเดินตาม
จิ่งเหมียนผ่อนลมหายใจออก หลังจากอันหลิงอวี่ออกไป รอบ ๆ ก็มีเพียงเสียงกระซิบและสายตาลอบมองเธอ
ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นหญิงสาวสามสี่คนกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหญิงสาวชุดแดง เดินตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางดุดัน
"ฉันชื่อลู่เหม่ยอี๋ เธอคงรู้จักฉันอยู่แล้วสินะ" หญิงสาวชุดแดงพูดพลางมองสำรวจเธออย่างเหยียดหยัน
เธอขมวดคิ้วอยู่นาน กว่าจะรื้อฟื้นความทรงจำในชาติก่อนเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ได้
"ลู่เหม่ยอี๋?"
ชาตินี้เธอยังไม่เคยพบกับผู้หญิงคนนี้มาก่อนไม่ใช่เหรอ?
ลู่เหม่ยอี๋แสยะยิ้มเยาะ "แกล้งทำเป็ไม่รู้จัก ฉันคือคนโปรดของคุณชายหลิงอวี่ และกำลังจะแต่งงานกับเขาเร็ว ๆ นี้ เธอคงไม่จำเป็ต้องคิดนานขนาดนั้นหรอกมั้ง"
ทำไมถึงเป็เธอไปได้?
เธอปกปิดความประหลาดใจบนใบหน้าไว้ไม่อยู่ เธอไม่เคยสนใจว่าใครจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งภรรยาคนที่ห้าของเธอ และไม่สนใจด้วยว่าตอนนี้ใครจะเป็ที่โปรดปรานของคุณชายหลิงอวี่ แต่ก็น่าจะเป็ไปได้น้อยมากที่จะเป็ลู่เหม่ยอี๋
เพราะตอนนี้ ลู่เหม่ยอี๋ควรจะเป็คู่หมั้นของเฉียวไห่ หัวหน้าทีมสำรวจไม่ใช่เหรอ?
หรือคุณชายหลิงอวี่จะแย่งผู้หญิงของลูกน้องตัวเอง?
ไม่แปลกใจเลยที่เฉียวไห่ถึงได้มาอาละวาดที่นี่ แบบนี้ไม่รู้จะเป็ผลดีหรือผลเสียกับเธอกันแน่
เฉียวไห่ในอนาคตไม่ใช่บุคคลธรรมดา ตระกูลอันชอบรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีพร์ด้านการต่อสู้มาฝึกฝนจนเก่งกล้า แล้วส่งไปประจำอยู่ในทีมสำรวจและกองทัพประจำเมือง เพื่อเสริมสร้างอำนาจให้กับตระกูลอัน เฉียวไห่ก็เป็หนึ่งในนั้น และยังเป็หนึ่งในสองเทพาผู้ยิ่งใหญ่แห่งฐานอู่อันในอีกหกปีข้างหน้า มีฐานะสูงส่ง
แม้ว่าเขาจะเป็คนของตระกูลอัน แต่ผู้นำตระกูลอันก็ยังต้องไว้หน้าเฉียวไห่ อันหลิงอวี่ก็เป็พี่น้องร่วมสาบานกับเขา
ตอนนี้อันหลิงอวี่ทำแบบนี้ ด้วยนิสัยใจคอของเฉียวไห่แล้ว เขาย่อมไม่ภักดีต่อตระกูลอันอีกต่อไป เขาอาละวาดในสถานการณ์เช่นนี้ การปราบปรามจากตระกูลอันย่อมตามมาอย่างแน่นอน เื่ที่เฉียวไห่จะอยู่หรือไปจากฐานอู่อันก็เป็เื่ที่ยากจะคาดเดา
เื่ของตระกูลอัน เธอไม่สนใจหรอก สิ่งที่เธอสนใจคือฝูงซอมบี้ต่างหาก!
บนใบหน้าอันงดงามของจิ่งเหมียนเผยให้เห็นถึงความกังวลใจ เธอดูราวกับดอกทิวลิปสีฟ้าที่งดงามจนทิ่มแทงดวงตาของลู่เหม่ยอี๋ “แสร้งทำเป็เศร้าโศกไปทำไม ในเมื่อหลิงอวี่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอแสร้งทำให้ใครดูหรืออยากจะอ่อยใครกัน ฉันแนะนำให้เธอเก็บหางหมาป่าของเธอไปซะ อย่ามาทำตัวน่าสงสาร หากเธออยากจะนั่งตำแหน่งภรรยาคนที่หกก็ต้องรอไปก่อน อย่าใจร้อนให้มันเห็นชัดขนาดนี้สิ ดูทุเรศจริง ๆ”
จิ่งเหมียนเห็นว่าเธอเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง แถมยังดึงดูดความสนใจของทุกคนมาอีกต่างหาก สายตาของทุกคนมีทั้งความอยากรู้อยากเห็นและดูถูกเหยียดหยามปะปนกันไป
“คุณลู่ ขอโทษที่พูดตรง ๆ นะคะ คุณกับคุณเฉียวไห่เคยเป็คนรักกันมาก่อน ตอนนี้คุณเฉียวไห่อยู่ข้างล่าง กำลังอาละวาดเพราะคุณ แต่คุณกลับไม่ลงไปไกล่เกลี่ย แถมยังมาใส่ร้ายป้ายสีฉัน ไม่เหมาะสมไปหน่อยเหรอคะ"
ใบหน้าของลู่เหม่ยอี๋บิดเบี้ยว เธอกัดฟันกรอด “ดูเหมือนเธอจะทำการบ้านมาดีจริง ๆ แม้แต่เื่แฟนเก่าของฉันเธอยังสืบมาได้อย่างละเอียดขนาดนี้”
เพื่อนสนิทที่อยู่ข้าง ๆ ลู่เหม่ยอี๋พูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “เหม่ยเหม่ย อย่าไปเลย! หล่อนจงใจแน่ ๆ! เธอลงไปทำอะไรได้ นอกจากจะทำให้พี่หลิงอวี่อับอายขายขี้หน้ามากกว่าเดิม?”
"ใช่! ไอ้เฉียวไห่น่ะเหรอ ทำตัวเหมือนหมาเห็นเศษเนื้อ พอเห็นเหม่ยเหม่ยเป็ต้องตามติดเป็เงาตามตัว ไม่รู้จักดูตัวเองบ้างว่าต่างกับทายาทตระกูลอันอย่างกับฟ้ากับเหว กล้าดียังไงถึงมาที่นี่ประจานความต่ำต้อย รอให้ยามลากตัวออกไปยังไม่จบ นี่ต้องให้เหม่ยเหม่ย เป็คนไปพูดเกลี้ยกล่อมอีกเหรอ"
ลู่เหม่ยอี๋ได้ยินเพื่อนสาวข้างกายช่วยพูดแก้ต่างให้ก็ยิ่งได้ใจ เชิดหน้าขึ้นอย่างลำพอง "นั่นสีหน้าแบบไหนกัน พอแผนร้ายไม่สำเร็จ เลยทำหน้าไม่พอใจอย่างนั้นสิ" พูดจบก็คว้าข้อมือของจิ่งเหมียนไว้ทันที "ไปกันเถอะ คนอย่างเธอมันร้ายกาจ ต้องไปล้างมือในห้องน้ำสักหน่อยแล้ว"
เหล่าเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างก็รู้กันดี พากันหัวเราะคิกคัก ช่วยดึงแขนของจิ่งเหมียนไปด้วย สายตาของผู้คนที่ชอบดูความสนุกก็มองตามพวกเธอที่กำลังลากจิ่งเหมียนไปที่ห้องน้ำ
ลู่เหม่ยอี๋ออกแรงผลักจิ่งเหมียนไปที่กำแพงอย่างแรง "เธอกล้าดีจริง ๆ เห็นไหม มีใครมาช่วยเธอสักคนไหม คนอื่นเขามองเธอเป็ตัวตลกทั้งนั้น"