" เสียนเอ๋อร์แท้จริงแล้วพี่หญิงและน้องหญิงของเ้าก็อยู่ที่แดนเทพ " จูเม่ยเสียนพลางยกยิ้ม
" ท่านพี่ คิดว่าพี่หญิงและน้องหญิงของข้าจะมายังโลกจักรพรรดิ์รึไม่ " นนท์ส่านหน้า
" ข้าก็มิรู้ " นนท์จึงเล่าเื่ราวที่วิหารสีขาวให้ฟัง
" หากหมาป่ามันรู้ว่ากงหงเดินทางมาจากแดนเทพเพื่อประลองกับข้า มันคงหาวิธีที่จะเดินทางมาที่นี่เป็แน่ " นนท์มองออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
" มิรู้ว่าทุกคนจะเป็เช่นไร " นนท์พยักหน้า
" ฉีเอ๋อร์ เวลานั้นกงหงเดินทางไปแดนเทพได้เช่นไร " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านพี่ กงหงนั้นเดินทางไปยังแดนเทพด้วยเรือเหาะระดับเทพ " นนท์พยักหน้า
" เ้ารู้รึไม่ว่าใช้เวลานานเพียงใด " นนท์เอ่ย
" ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์มิอาจรู้ได้ " นนท์พยักหน้า
" ข้าต้องหาทางไปยังแดนเทพให้ได้ " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่ ท่านเร่งฝึกเถิด " นนท์พยักหน้า
" เ้าดูแลที่เหลือแทนข้าด้วย " นนท์ยื่นแหวนมิติให้กับสองภรรยา
นนท์วางบ่อน้ำสรรพสิ่งระดับราชันย์ขั้นสูงสุด และกางค่ายกลเร่งเวลา นนท์หย่อนร่างลงในบ่อน้ำสรรพสิ่ง
" เริ่ม " นนท์เริ่มทำการดูดซับพลังจากน้ำปรานสรรพสิ่ง ทั้งยังทำการหยั่งรู้อักขระเทพ
" ตูม " เสียงะเิดังขั้นที่ตันเถียน นนท์เร่งปรับสมดุลร่างกายในทันที
" สองเดือนถึงทะลวงพลังขั้นที่เก้าได้ " นนท์พึมพำ แล้ววาดมือสร้างห้วงมิติเพื่อฝึกการต่อสู้
" อย่างน้อยต้องอยู่ที่ขั้นสูงสุด " นนท์หย่อนร่างลงยังบ่อน้ำสรรพสิ่งอีกครั้ง
" ตูม " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น พลางยกยิ้มให้กับสองภรรยา
" ท่านพี่ ท่านทะลวงพลังขั้นจักรพรรดิ์สูงสุดได้แล้ว " นนท์พยักหน้า นนท์วาดมือสร้างห้วงมิติเพื่อฝึกการต่อสู้
" ท่านพี่ใช้เวลาทั้งหมด ห้าเดือนในการทะลวงพลังสองขั้นย่อย ช่างเก่งกาจยิ่งนัก " นนท์เพียงยกยิ้ม
" แต่ก็สิ้นเปลืองทรัพยากรมากมายนัก " นนท์ถอนหายใจหนัก
" ฉีเอ๋อร์มิเห็นท่านพี่ใช้ผลึกปรานสรรพสิ่งแม้นแต่ก้อนเดียว แล้วท่านพี่บอกว่าสิ้นเปลืองได้เช่นไร " นนท์ยกยิ้ม
" ฉีเอ๋อร์ เ้าลองยื่นมือลงในบ่อน้ำนี้สิ " ฉางกุ้ยฉียื่นมือลงไปในบ่อน้ำสรรพสิ่ง
" ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์รู้สึกว่าบ่อน้ำนี้มิหลงเหลือพลังแล้ว " นนท์พยักหน้า
" นี่คือบ่อน้ำสรรพสิ่ง น้ำในบ่อน้ำสรรพสิ่งนี้ หากจะเปรียบเป็ผลึกปรานสรรพสิ่ง จะมีผลึกปรานสรรพสิ่งราวสามร้อยล้านก้อน " ฉางกุ้ยฉีตาโตราวไข่ห่าน
" สามร้อยล้านก้อน " นนท์พยักหน้า
" แล้วท่านพี่ของฉีเอ๋อร์ ก็ใช้มันจนหมด " นนท์ยิ้มเจื่อนให้กับจูเม่ยเสียน
" ทั้งยังใช้เวลาในค่ายเร่งเวลาถึงสี่พันปี " นนท์ส่ายหัว
" ท่านพี่ ท่านหยั่งรู้สิ่งใดได้บ้าง " จูเม่ยเสียนเอ่ยขึ้น
" ข้าหยั่งรู้รูปรอยของอักขระเทพตัวที่สามได้แล้ว " สองภรรยาพยักหน้า
" ท่านพี่ ฉีเอ๋อร์้าท่าน " นนท์ยกยิ้ม เร่งกางค่ายกลปิดกั้นภาพและเสียงในทันใด แล้เริ่มบรรเลงเพลงรักที่เร่าร้อนและรุนแรงกับสองภรรยา
" ข้าจะไปยังค่ายกลิญญาอสูร " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังค่ายกลิญญาอสูร
" นั่นอาจารย์โจวนี่ ออกจากการปิดตนแล้วรึ "
" ใช่ ข้ารู้สึกว่ากายของอาจารย์โจวช่างแข็งแกร่งราวราชันย์ขั้นกลาง "
" ใช่ ข้าได้ยินมาว่าอาจารย์โจวนั้นสู้ข้ามขั้นได้ถึงห้าขั้นย่อย " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบด้าน
นนท์เดินไปยังศิลาแล้วทำการเชื่อมจิตเข้ากับศิลา
" วิ้ง " ร่างของนนท์หายวับไป
นนท์กวาดตามองในค่ายกลิญญาอสูร ภาพเสมือนทุ่งกว้างและขุนเขาน้อยใหญ่ปรากฎขึ้นต่อหน้า
" ช่างให้ความรู้สึกสมจริงมาก " นนท์พยักหน้า กับอักขระต่างๆที่ค่าลกลสร้างขึ้น
" โฮก " พยัคฆ์ขาวร้องคำรามขึ้น
" ราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นต้นขั้นที่แปดรึ " นนท์พึมพำ
" เปรี้ยง " กรงเล็บของพยัคฆ์ขาวตะปบเข้าใส่นนท์ในทันที นนท์เหยียดถอยหลังฟาดกรงเล็บัเข้าปะทะ
" ตูม " ร่างของนนท์ถึงกับปลิวออกไป
" ต้องผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังจึงจะสู้ได้ " นนท์ผสนกฎเกณฑ์แห่งพลังในทันที
" เข้ามา " พยัดฆ์ขาวกระโจนเข้าใส่นนท์พร้ะปบกรงเล็บหวังสะบั้นหัวของนนท์ นนท์ฟาดฝ่ามือัเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของทั้งสองเหยียดถอยหลัง นนท์ยกยิ้ม
" หือ " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน เมื่อร่างของพยัคฆ์ขาวหายไป
เงาร่างลางเลือนปรากฎขึ้นทดแทนพยัคฆ์ขาว
" อสูรสามตาราชันย์ขั้นกลางขั้นที่สองรึ " นนท์พึมพำ
" ตาย " อสูรสามตาตวัดดาบเข้าใส่นนท์ในทันที
" เปรี้ยง " ปรานสังหารทะยานเข้าหานนท์ อย่างรวดเร็ว
นนท์มิรอช้าเรียกกระบี่สีชาดออกมาตวัดกระบี่ส่งปรานกระบี่เข้าปะทะ
" ตูม " ร่างของปลิวออกไปไกล
" อั่ก " นนท์กระอักเืออกมากองโต พลางหยัดกายลุกยืน
นนท์รีบกลืนน้ำปรานสรรพสิ่ง แล้วร่ายหมื่นกระบี่ส่งปรานกระบี่นับหมื่นเข้าหาอสูรสามตา
" ตูม " อสูรสามตาสะบัดดาบเข้าทำลายหมื่นกระบี่จนสิ้น
แรงะเิของหมื่นกระบี่สะท้อนกลับกระแทกร่างของนนท์ลอยไปไกล
" อั่ก " กระดูกทั่วร่างพลันแตกหัก นนท์เรียกน้ำปรานสรรพสิ่งออกมาแล้วรีบกลืนทันที
อสูรสามตามิให้นนท์ได้หยุดพัก ทะยานร่างเข้าหาแล้วแทงดาบเข้าที่กลางอกของนนท์
นนท์พลันแตกตื่นเบี่ยงกายหลบออกด้านข้าง แล้วแทงกระบี่สีชาดสวนคมดาบ
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวออกไปไกล ตกกระแทกพื้นอย่างแรง กระดูกทั้งร่างแตกหักอีกครั้ง
" อั่ก " นนท์กระอักเืออกมา เรียกน้ำปรานสรรพสิ่งแล้วรีบกลืนในทันใด นนท์หยัดกายลุกยืน
" เกิดอะไรขึ้น " นนท์เช็ดเืที่มุมปาก พลันยกยิ้มขึ้นมาทันใด
" ตาที่สามของมันเป็ศาสตราวุธ " นนท์พึมพำ แล้วเก็บกระบี่สีชาดเรียกขวานอัสนีบาตออกมาแทน
" เปรี้ยง " สายอัสนีพุ่งเข้าหาร่างของอสูรสามตา สายอัสนีสีม่วงพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว
" ครึด " อสูรสามตาพ่นลมออกจมูก ตวัดดาบเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวออกไปไกลอีกครั้ง
" อั่ก " เืทะลักออกมากองโต นนท์รีบกลืนน้ำปรานสรรพสิ่ง แล้วหยัดกายลุกขึ้น
นนท์กระโจนเข้าหาอสูรสามตา ชูขวานอัสนีบาตขึ้นสูง แล้วตวัดขวานอัสนีบาต
" เปรี้ยงๆๆๆๆ ๆ ๆ ๆ " สายอัสนีทั้งแปดพุ่งเข้าหาอสูรสามตาอย่างรวดเร็ว
อสูรสามตาสะบัดดาบที ปรานสังหารพุ่งเข้าหาสายอัสนีทั้งแปด
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวออกไปไกลอีกครั้ง ทั้งเืยังทะลักออกมามากมาย นนท์หยัดกายลุกขึ้นรีบกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งอีกครา
" เสียเวลาเปล่า " นนท์พึมพำ
" ตูม " นนท์ะเิพลังสรรพสิ่งในร่าง ทั้งยังผสานอักขระเทพ ร่างของนนท์เปล่งแสงสีทองเรืองรองทั่วร่าง นนท์มองสำรวจร่างของตนเอง
" แสงสีทองคงมาจากอักขระเทพเป็แน่ " นนท์พึมพำ
นนท์เรียกไม้พลองัออกมาแล้วกระโจนเข้าหาอสูรสามตา
อักขระแห่งพลังผสานเต๋าา ปลดปล่อยพลานุภาพของไม้พลองั
" เปรี้ยง " เสียงะเิของห้วงมิติทำเอาฟ้าสะท้าน ดินะเื ปรานสังหารพุ่งทะยานเข้าหาอสูรสามตาอย่างรวเร็ว
อสูรสามตาหาได้กลัวไม่ ะเิพลังสรรพสิ่งในร่างเช่นกันทะยานร่างเข้าหาแล้วตวัดดาบเข้าปะทะ
" ตูม " แรงะเิส่งผลให้ร่างของนนท์ลอยออกมานอกค่ายกลิญญาอสูรในทันที
" ตึง " ร่างของนนท์ตกกระแทกพื้นอย่างแรง หมอกควันเจ็ดสีล่องลอยเข้าห่อหุ้มร่างของนนท์ไว้ในทันใด
" นึกว่าจะเก่งกาจกว่าศิษย์ชั้นต่ำ ที่แท้ก็มิไดเื่ "
" ใช่ เข้าไปในค่ายกลิญญาอสูรยังมิถึงเค่อก็ปลิวออกมาแล้ว "
เหล่าศิษย์ของตระกูลต่างๆที่เกลียดชังต่างเยาะเย้ยเมื่อเห็นร่างของนนท์ปลิวออกมา
" วิ้ง " แท่นศิลาสูงเปล่งแสงสีทองทั่ว เหล่าศิษย์ต่างรับรู้ได้ว่ามีการแย่งชิงอันดับเกิดขึ้น
" นั่นชื่อของอาจารย์โจว อยู่อันดับหนึ่ง " เหล่าศิษย์สายนอกทั้งหลายต่างตื่นเต้นยินดีเป็ยิ่งนัก
" ข้ามิเชื่อ มันจะแย่งอันดับหนึ่งไปจากศิษย์พี่ใหญ่ได้เช่นไร "
" หากเ้ามิเชื่อเ้าก็จงดูที่แท่นศิลา " เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างมองดูตัวอักษรที่สลักไว้
" โจวนนท์ ได้ทำการสังหารอสูรสามตา ขั้นฝึกราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นกลางขั้นที่สอง "
เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างพูดคุยกันมิหยุด
เฉินคังยืนมองดูที่แท่นศิลา บัดนี้ชื่อของตนร่วงลงมาอยู่ที่อันดับสอง
" ศิษย์พี่ใหญ่ มันเป็ผู้สร้างค่ายกลมันย่อมรู้จุดอ่อนของค่ายกล "
" แม้นมันจะเป็ผู้สร้างค่ายกล ก็คงมิมีทางที่จะล่วงรู้จุดอ่อนของิญญาอสูรได้ พวกเ้าอย่าลืมว่า ิญญาอสูรนั้นเป็ของจริง " เฉินคังเอ่ยขึ้น
" หรืออสูรสามตาตนนี้นจะพิกลพิการ "
" มิใช่ดอก อสูรสามตาตนนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก ข้ายังเคยประมือด้วย ข้าถูกมันฟาดตายในฝ่ามือเดียว " เฉินคังเอ่ยขึ้น
" หากข้าทะลวงพลังขั้นสูงสุดได้เมื่อใด ข้าก็จะสามารถสังหารอสูรสามตานั่นได้ " กล่าวจบเฉินคังผินกายจากไปในทันที
" แล้วข้าจะมาทวงอันดับของข้าคืน " เฉินคังร้องะโดังทั่วสำนัก
มันมิใช่เพียงหน้าตาของอันดับที่หนึ่ง แต่ยังมีทรัพยากรอีกมากนัก เพียงผลึกปรานสรรพสิ่งเดือนละร้อยก้อน ก็ทำเอาเหล่าศิษย์ทั้งหลายหมายที่จะ่ชิงอันดับหนึ่งให้ได้
" ทั้งะเิพลังสรรพสิ่ง ทั้งผสานอักขระเทพ ทั้งผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังและเต๋าา ถึงสังหารอสูรสามตาได้ " นนท์ครุ่นคิดในขณะที่ฟื้นฟูพลัง
" พลังที่ฟาดไม้พลองัน่าจะสังหารได้ถึงราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้า " สายตาของนนท์จับจ้องยังหมอกควันเจ็ดสี
" แท้จริงแล้ว อสูรสามตานั่นอยู่ที่ขั้นใด " นนท์พึมพำ