ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 งานเลี้ยงในวังหลวง

            ไม่นานนักหนานจี๋หานก็มา เขายังคงแต่งกายเป็นคุณชายผู้สุภาพเรียบร้อยสง่างามและดูอ่อนวัยในมือถือพัดแบบพับสีม่วงยิ่งขับให้ดูมีสง่าราศีรอบกายแผ่กลิ่นอายที่อยู่เหนือทุกสิ่งรอบด้านเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขามองนางด้วยสายตาเรียบเฉยคล้ายเป็นการวางอำนาจและคล้ายเป็นการเตือนอย่างหนึ่ง

            จวินหวงก็มองเขาอย่างสงบนิ่งเช่นกัน แววตาของนางไม่มีความเปลี่ยนแปลงอันใดเพียงแค่พยายามจะหยัดร่างกายลุกขึ้นมายืน แล้วประสานมือคารวะรอยยิ้มอ่อนบางประดับอยู่บนใบหน้า "ผู้น้อยรอองค์ชายอยู่นานแล้ว"

            หนานจี๋หานชำเลืองมองจวินหวงเงียบๆ ไม่แสดงสีหน้าท่าทางอะไร เสียงหุบพัดดังพรึ่บขึ้นมา"คุณชายส่งคนมาแจ้งข้า แสดงว่าตกลงใจยอมช่วยข้าแล้วใช่หรือไม่?"

            "หามิได้"

            หนานจี๋หานได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็เย็นเยียบขึ้นมาทันทีเขาถลึงตาจ้องจวินหวงอยู่นาน แล้วจึงกล่าวเสียงลอดไรฟันออกมา"เจ้าคนไม่รู้จักดีชั่ว"

            "ไยองค์ชายไม่ฟังผู้น้อยพูดให้จบก่อนเล่า?" จวินหวงกล่าวด้วยรอยยิ้ม แล้วนั่งลงที่โต๊ะด้านข้าง หนานจี๋หานนั่งลงตามมามองดูท่าทางสุขุมเยือกเย็นของคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

            "ในเมื่อองค์ชายมีใจ ข้าก็จะไม่ปิดบังความจริงแล้วคนที่ข้าจงรักภักดีด้วยมิใช่ฉีเฉิน แต่เป็นฉีอวิ๋นเขาเคยมีบุญคุณต่อข้า ข้าไม่สามารถละทิ้งเขาได้ข้าเชื่อว่าหากข้าเป็นคนลืมบุญคุณคน องค์ชายคงไม่เห็นความสำคัญในตัวข้า"

            "ตอนนี้ฉีเฉินเป็นรัชทายาทแล้ว เป้าหมายที่เขาอภิเษกสมรสกับองค์หญิงองค์ชายน่าจะกระจ่างใจดี แต่เพื่ออำนาจแล้ว หากองค์ชายเชื่อใจข้า ข้าสามารถปกป้องความปลอดภัยขององค์หญิงและพวกเราสามารถปรึกษาวางแผนงานกันอย่างลับๆ ได้" จวินหวงกล่าวเรียบๆราวกับเป็นเรื่องจิปาถะหลังมื้ออาหารแต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกว่าเขาไม่เคารพต่อราชวงศ์

            แววตาของหนานจี๋หานที่มองจวินหวงมีความหมายลึกล้ำ เอ่ยปากถามเบาๆ"เจ้าไม่กลัวเปิ่นหวางเอาเรื่องนี้ไปบอกฉีเฉินหรือ?"

            จวินหวงหัวเราะเบาๆ ออกมาเสียงหนึ่ง แล้วตอบอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร"ในเมื่อผู้น้อยบอกองค์ชายไปแล้ว ก็ย่อมแน่ใจว่าองค์ชายจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป"

            "ก็ไม่แน่ ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรฉีเฉินก็เป็นราชบุตรเขยของหนานมู่เรานับว่าเป็นคนกันเอง แต่เจ้าไม่ใช่"

            "เช่นนั้นเชิญองค์ชายไปบอกฉีเฉินได้เลยตามสบาย"จวินหวงกล่าวยิ้มๆ ใบหน้าไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อยหนานจี๋หานเห็นแล้วก็รู้สึกโมโห ไม่คิดว่าจวินหวงจะมีความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้

            เขาสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนที่จะฟังจวินหวงค่อยๆเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ต่างๆ ทั้งดีชั่วของเรื่องนี้และจากการไปมาหาสู่กันในช่วงหลายวันมานี้เขาย่อมรู้ว่าฉีเฉินไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งฮ่องเต้ ยิ่งรู้อย่างชัดเจนว่าหนานกู่เยว่เป็นเพียงแค่บันไดไปสู่อำนาจของฉีเฉินเท่านั้นรอวันที่เขาขึ้นครองราชบัลลังก์จริงๆแต่ถึงเวลานั้นหนานกู่เยว่จะตกอยู่ในชะตากรรมเช่นไร?

            ไม่สู้ให้หนานกู่เยว่เป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียวของฉีเฉินเขาจะได้รักใคร่ทะนุถนอมให้เกียรติหนานกู่เยว่ไปตลอดชีวิต

            หนานจี๋หานครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก็ยอมรับว่าคำพูดของจวินหวงไม่ไร้เหตุผลเขาประสานมือหลุบสายตาลงแล้วกล่าวว่า"เปิ่นหวางความรู้เบาบางปัญญาโฉดเขลาไม่กระจ่างสถานการณ์ดีร้ายในเรื่องนี้วันนี้ได้ฟังคำพูดของคุณชาย เหมือนได้อ่านตำรามาสิบปีเปิ่นหวางจะต้องจดจำไว้"

            "องค์ชายถ่อมตนไปแล้ว" จวินหวงค้อมกายคำนับกลับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            "เช่นนั้นเปิ่นหวางจะให้คนส่งคุณชายกลับไป"พูดจบหนานจี๋หานก็ยืนขึ้นตะโกนเรียกคนข้างนอกให้พวกเขาเตรียมรถม้าส่งจวินหวงกลับไป

            รอจนทุกอย่างเตรียมพร้อม จวินหวงจึงลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอกหนานจี๋หานกลับเรียกนางไว้ นางมิได้หันกลับมา เพียงแต่หยุดเดินเท่านั้นรอฟังว่าเขาจะกล่าวอะไร

            "หวังว่าคุณชายจะจดจำข้อตกลงของเราในวันนี้"

            จวินหวงคลี่ยิ้ม "องค์ชายไม่จำเป็นต้องย้ำเตือนเช่นนี้ในเมื่อผู้น้อยตอบตกลง ก็ย่อมไม่นึกเสียใจภายหลังเพียงแต่องค์ชายก็อย่าลืมเรื่องที่รับปากไว้กับผู้น้อยถึงเวลาก็อย่าละทิ้งผู้น้อยเพียงเพราะองค์หญิง"

            "แน่นอน"

            เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้ว จวินหวงก็เดินออกไปด้านนอกให้คนประคองขึ้นรถม้า หลังจากเข้าไปในรถม้าแล้วเหงื่อเย็นก็แตกพลั่กจนชุ่มแผ่นหลังนางกุมมือที่สั่นระริกเอาไว้ ลมหายใจสับสนไม่มั่นคง

            หนานจี๋หานมองรถม้าที่ค่อยๆ ห่างออกไปด้วยแววตาลึกล้ำแม่ทัพที่ถูกเขาตำหนิไปวันก่อนเดินเข้ามา และเอ่ยปากถามขึ้น"องค์ชายจะปล่อยเขาไปอย่างนี้หรือ?"

            ดวงตาเรียวของหนานจี๋หานหรี่ลงเล็กน้อยการแสดงออกบนใบหน้าทำให้คนมองไม่ออกว่ามีความเบิกบานใจ"เขาสัญญาว่าหากพวกเราช่วยให้ฉีอวิ๋นได้ครองบัลลังก์ เขาจะส่งเสริมด้านการค้าระหว่างสองแคว้นให้แข็งแกร่งขึ้นหนานมู่เป็นแคว้นที่อ่อนแอที่สุดในสามแคว้น ตอนนี้ตงอู๋จ้องพวกเราตาเป็นมันพวกเราต้องหาทางป้องกันไว้ หากได้การสนับสนุนจากเป่ยฉี ตงอู๋จะทำอะไรเราได้? แบบนี้ย่อมได้ชัยชนะร่วมกันทุกฝ่าย"

            "แต่ตอนนี้ราชบุตรเขยก็เป็นรัชทายาทแล้วเช่นนี้จะไม่เป็นการทิ้งประโยชน์ใกล้ตัวไปแสวงหาประโยชน์ไกลตัวหรือ?"

            เมื่อเอ่ยถึงฉีเฉิน ใบหน้าของหนานจี๋หานก็เผยรอยยิ้มเย็นเยือก "ฮึ!มีฐานะเป็นรัชทายาทแล้วอย่างไร แม้แต่พี่ชายยังสังหารได้เจ้าคิดว่าเมื่อถึงเวลาที่ตงอู๋บุกมาโจมตีเราเขาจะทำอะไรหรือไม่? เขาไม่ราดน้ำมันเข้าไปในกองไฟก็ดีแค่ไหนแล้ว"

            คนผู้นั้นได้ฟังก็เงียบไป แม้โบราณจะกล่าวว่าไม่เหี้ยมโหดไม่นับเป็นชายชาตรี แต่มันจะเป็นดังว่าจริงๆ หรือ? ก็ไม่มีใครรู้ได้ 

            ...

            งานเลี้ยงในวังหลวงจัดขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณแขกบ้านแขกเมืองจากแต่ละแคว้นที่มาร่วมงานฉลองเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของแว่นแคว้นดังนั้นงานเลี้ยงในวังหลวงจึงจัดอย่างงดงามตระการตาเป็นพิเศษ

            ฉีเฉินตัดสินใจให้จวินหวงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญงานเลี้ยงในวังหลวงครั้งนี้จึงพานางไปด้วยอย่างเปิดเผยคนกลุ่มหนึ่งเดินทางเข้าไปในวังหลวง

            ในความเห็นของจวินหวงงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่อลังการนี้แท้จริงแล้วล้วนมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนแต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเป็นพระราชประสงค์ของฮ่องเต้จะมีใครกล้าคัดค้าน?

            ย่อมไม่มีอยู่แล้ว

            ทุกคนต่างหัวร่อต่อกระซิก ชมการแสดงบนเวทีนักแสดงปิดบังครึ่งหน้าอุ้มผีผาบรรเลงเพลงในท่วงทำนองที่ผ่อนคลายผู้ชมหลับตาลงสัมผัสความรู้สึกชอบชังที่อยู่ในท่วงทำนอง ไม่มีผู้ใดพูดอะไรมากหรือจะมีก็เพียงประโยคสองประโยคเท่านั้น

            จวินหวงเข้าวังเป็นครั้งแรก ยังปรับตัวให้เข้ากับงานเลี้ยงในวังหลวงแบบนี้ไม่ได้จึงมีทีท่าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดหนานกู่เยว่เดิมทีก็เป็นคนห้ามปากตนเองไม่อยู่อยู่แล้วเมื่อเห็นแบบนั้นก็ยิ้มสดใสราวกับดอกโบตั๋น "ดูทำเข้าสิเจ้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนใช่หรือไม่?"

            จวินหวงได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อ้าปากพะงาบๆแต่ไม่รู้จะพูดอะไร สักพักจึงหัวเราะคล้อยตาม หนานกู่เยว่บุ้ยปากยื่นออกมา"คุณชายคงจะไม่แอบด่าข้าอยู่ในใจหรอกนะ ข้าก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง"

            "แน่นอน" จวินหวงยิ้มบางเบา จากนั้นก็มองไปทางอื่นความจริงไม่ใช่ว่านางไม่เคยเห็นบรรยากาศงานแบบนี้ครั้งหนึ่งซีเชว่ก็เคยจัดงานเลี้ยงในวังที่งดงามตระการตาเช่นกันตอนนั้นด้วยฐานะที่เป็นองค์หญิงนางจึงไม่สามารถปรากฏตัวในงานเลี้ยงตามใจได้ทุกวันได้แต่เก็บตัวอยู่ในวังเรียนรู้กฎระเบียบมารยาทเท่านั้น

            แต่นางก็ไม่ใช่คนที่อยู่ในกรอบอยู่ในระเบียบเท่าไรเคยแอบวิ่งมาดูงานเลี้ยง เมื่อเปรียบกับงานเลี้ยงที่นี่แล้วมีแต่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ด้อยกว่าแน่นอน เมื่อนึกถึงเรื่องนี้นางก็รู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาเล็กน้อย

            ในขณะที่นางกำลังยืนใจลอยอยู่ หนานสวินก็เดินเข้ามาด้านหลังและยื่นมือมาแตะที่ไหล่ของนาง นางตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ พอหันกลับมาพบว่าเป็นหนานสวินก็มุ่นคิ้วยุ่งมองไปรอบๆเมื่อพบว่าไม่มีใครสังเกตมาทางนี้นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก"หวางเหย่มีธุระอะไรหรือไม่?"

            หนานสวินยักคิ้วชี้ไปอีกทางหนึ่ง ก็เห็นหนานจี๋หานมองมาทางนี้อยู่ตลอดตอนที่เขาเห็นจวินหวง ยังโบกมือให้นางด้วยรอยยิ้มเพียงแต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็นองค์ชายของแคว้นหนึ่ง ไม่นานก็ถูกคนเข้ามารุมล้อมพูดโน่นพูดนี่ เขาได้แต่อึ้งแต่ไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้รู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก

            "พวกเจ้ารู้จักกันหรือ?" หนานสวินถามด้วยความประหลาดใจ

            นางชำเลืองมองไปทางหนานจี๋หานแวบหนึ่งชั่วพริบตาก็เบนสายตาออกมาสบเข้ากับดวงตาที่สืบเสาะของหนานสวินเข้าพอดีนางถึงพยักหน้าแล้วก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก

            ในเวลานี้ฮ่องเต้ในชุดมังกรสีเหลืองอร่าม และพระสนมกุ้ยเฟยก็เสด็จพระราชดำเนินมาอย่างช้าๆและประทับอยู่ด้านบนของพระที่นั่ง พระสนมกุ้ยเฟยสวมชุดหงส์อันวิจิตรงดงามจวินหวงมุ่นคิ้วทันที หนานสวินรู้ความคิดในใจของจวินหวง จึงเอ่ยปากอธิบายให้นางฟัง"ฮองเฮาถูกความแค้นบังตาคิดสังหารหนานกู่เยว่ จึงถูกส่งเข้าไปอยู่ตำหนักเย็นเดิมทีฮ่องเต้คิดจะแต่งตั้งพระสนมกุ้ยเฟยเป็นฮองเฮาแต่จนใจที่สกุลของฮองเฮามีอำนาจแข็งแกร่งดังนั้นเรื่องแต่งตั้งฮองเฮาจึงต้องถูกพักเอาไว้ก่อนงานเลี้ยงนี้คิดว่าที่พระนางสวมชุดหงส์ก็น่าจะเป็นการแสดงอำนาจให้พวกกั๋วจิ้วได้เห็นกระมัง"

            จวินหวงฟังแล้วก็พยักหน้า ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมามากนักฉีเฉินกวักมือเรียกนางจากอีกด้านหนึ่ง นางยอบกายเล็กน้อยอำลาหนานสวินแล้วเดินไปหาฉีเฉิน

            นางนั่งลงด้านข้างของฉีเฉิน ชมการแสดงบนเวทีนักดนตรีบรรเลงผีผาขึ้นเวทีไปนานแล้ว เวลานี้ก็มีนางระบำกลุ่มหนึ่งกำลังเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างช้าๆชุดกระโปรงของพวกนางสะบัดพลิ้ว ริบบิ้นผ้าไหมเริงระบำอยู่ในสายลมทำให้พวกนางดูราวกับเทพธิดา ที่สะกดสายตาผู้คนเอาไว้

            ท่วงท่าร่ายรำกระโดดไปมาอย่างคล่องแคล่วชุดกระโปรงสีสันงดงามตระการตาคล้ายว่าไม่มีอยู่จริง ผืนแพรไหมสีสดใสเริงระบำพลิ้วไหวอยู่ในอากาศราวกับมีชีวิตคล้ายห้วงฝันอันรางชาง สะกดผู้คนให้หลงใหลเคลิบเคลิ้ม

            "พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าในวันคล้ายวันพระราชสมภพของฮ่องเต้องค์ชายหนานจี๋หานถวายสิ่งของล้ำค่าใดให้พระองค์?" ขันทีสองคนกระซิบคุยกันเบาๆ แต่จวินหวงได้ยินอย่างชัดเจน จึงฟังอยู่ด้วยความสนใจ

            "ได้ยินมาว่าเป็นบัวหิมะดอกหนึ่ง นั่นเป็นของล้ำค่าจากภูเขาเทียนซานยิ่งมีคนพูดกันว่าเป็นบุปผาจากสระหยกในแดนสวรรค์เชียวนะหากใครโชคดีได้เห็นจะต้องเป็นวาสนาที่สั่งสมมาสามชาติภพแน่นอนทีเดียว"คนพูดสีหน้าเต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน คนฟังก็มีสีหน้าเลื่อมใสราวกับว่าบัวหิมะมาอยู่ตรงหน้า เพียงแค่เอื้อมมือไปก็สัมผัสได้เยี่ยงนั้น

            จวินหวงเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ยิ้มเยาะกล่าวในใจ บัวหิมะแม้ว่าจะมีน้อยแต่ไม่ได้เป็นของหายาก หนานมู่ก็อยู่ทางตอนเหนือสุดเป็นแคว้นที่อยู่เชิงเขาเทียนซาน การจะหาบัวหิมะสักดอกมิใช่เรื่องยากเพียงแต่บัวหิมะเป็นของล้ำค่าที่หาไม่ได้ในเป่ยฉีเท่านั้น

            ในขณะที่จวินหวงกำลังคิดเพลินๆ ขันทีคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในแขนเสื้อมีป้ายหยกมรกตสอดอยู่จวินหวงเคยเห็นของสิ่งนี้เมื่อครั้งตอนที่นางถูกเขาลักพาตัวไปป้ายหยกนี้เป็นหยกพกประจำตัวของเขา

            "คุณชาย องค์ชายหนานจี๋หานเชิญท่านไปพบที่อุทยานบุปผาหลวงขอรับ"ขันทีกระซิบบอกเบาๆ

            จวินหวงได้ยินแล้วก็มุ่นคิ้ว แต่แล้วก็เข้าใจทันทีคิดว่าหนานจี๋หานคงใช้ป้ายหยกของตนเองติดสินบนขันทีแล้วให้เขาเป็นคนวิ่งเต้นมาบอกนาง คิดแล้วก็พยักหน้า รอจนขันทีเดินไปแล้วนางจึงหันไปหาฉีเฉิน

            "ฝ่าพระบาท ผู้น้อยขอตัวสักครู่"

            สายตาของฉีเฉินจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างของนางรำบนเวทีจึงเพียงพยักหน้าแล้วโบกมือให้จวินหวงไปได้จวินหวงยืนขึ้นมองเขาทีหนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า คิดว่าหากหนานกู่เยว่อยู่ที่นี่ เห็นฉีเฉินเป็นแบบนี้คงจะต้องมีเรื่องแน่ๆ

            พอเงยหน้าขึ้นมองไปที่ด้านหลังของฉากกั้นลายวิจิตรงดงามที่อยู่ไม่ไกลก็เห็นหนานกู่เยว่กำลังพูดคุยอยู่กับพระสนมกุ้ยเฟยนางถอนหายใจออกมาคราหนึ่งแล้วก็เดินตรงออกไป

            หนานจี๋หานดูเหมือนว่าจะคอยอยู่นานแล้ว เขาดูกระวนกระวายเล็กน้อยเดินไปเดินมาอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวว่าจวินหวงจะไม่มาพัดพับที่อยู่ในมือก็เกือบจะถูกเขาทำพังยับเยินเสียแล้ว

            จวินหวงค่อยๆ เดินเข้ามาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้อื่นก็ประสานมือคารวะแล้วกล่าวถาม"ไม่ทราบว่าองค์ชายรีบร้อนตามตัวผู้น้อยมาเช่นนี้ มีธุระอันใดหรือ?"

            หนานจี๋หานไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินเข้ามาคว้าข้อมือจวินหวงลืมเรื่องมารยาทและธรรมเนียมไปจนหมดสิ้นเนื่องจากการเคลื่อนไหวรุนแรงกวานหยกขาวที่ครอบอยู่บนศีรษะเกือบจะหล่นลงพื้นจวินหวงกลับเพียงขมวดคิ้ว สีหน้ายากจะคาดเดาอารมณ์ได้ 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405