ผมตกหลุมรักพี่สาว(ข้างบ้าน)

    ตอนที่ 10

             

            “พี่แดเนี่ยลไม่ใช่คนแปลกหน้านะคะ เพียงพอเห็นหน้าพี่แดเนี่ยลทุกวัน”

            เด็กหญิงตัวน้อยบอก แดเนี่ยลเห็นท่าทีลำบากใจของพี่น้ำหวานก็เลยรีบกล่าวออกไปว่า

            “ผมไม่เข้าไปข้างในก็ได้ครับ แต่ช่วยเปิดประตูรับของฝากหน่อยได้ไหมครับ”

            “นะคะป้าน้ำหวาน เพียงพออยากได้”

            เด็กหญิงตัวน้อยหันไปเขย่าแขนพี่เลี้ยงรัวๆจนหญิงวัยกลางคนใจอ่อน ยอมเปิดประตูให้ชายหนุ่มได้ส่งของฝากให้กับเด็กหญิงด้วยมือตัวเอง

            “ขอบคุณพี่เขายังล่ะ”

            หญิงวัยกลางคนกล่าวเตือนเมื่อเห็นเด็กหญิงมัวแต่ลิงโลดด้วยความดีใจจนทำท่าจะลืมมารยาทอันดี ที่ผู้เป็๞แม่เฝ้าย้ำนักย้ำหนาว่าให้พยายามปลูกฝังไว้๻ั้๫แ๻่เด็ก 

            เด็กหญิงรีบวางถุงของฝากแล้วยืนขาชิด กระพุ่มมือขึ้นแล้วค้อมศรีษะลงไหว้อย่างอ่อนช้อย  กิริยาน่ารักน่าเอ็นดูมาก  จนคนทั้งสองที่มองอยู่อดอมยิ้มไม่ได้

            “ขอบคุณค่ะ พี่แดเนี่ยล”

            “ครับผม พี่ขอตัวกลับก่อนนะ และถ้าน้องเพียงพออยากได้อะไรอีก ก็บอกพี่ได้นะ  เดี๋ยวพี่จะซื้อมาฝาก”

            “ขอบคุณค่ะ”

            เด็กหญิงรีบกล่าวด้วยรอยยิ้มแป้น

            แต่คนเป็๞พี่เลี้ยงรีบออกตัว

            “อุ้ย ไม่ต้องซื้ออะไรมาแล้วค่ะคุณแดเนี่ยล แค่นี้น้าก็ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกคุณพิมพ์ดุเอาหรือเปล่า”

            “แต่ผมให้เพราะรู้สึกถูกชะตากับน้องเพียงพอจริงๆนะครับ  ไม่ได้คิดอะไรมาก”

            “แต่คุณพิมพ์ก็สั่งน้าไว้ว่าอย่าไปให้ความสนิทสนมกับคนแปลกหน้ามากนัก  เพราะคนสมัยนี้ไว้ใจกันลำบากค่ะ”

            “แต่ผมจริงใจนะครับ ไม่ได้คิดร้ายอะไร”

            “น้ารู้ค่ะ แต่น้าก็ต้องทำตามคำสั่งของคุณพิมพ์ด้วย”

            “งั้นผมขอมาทำความรู้จักกับคุณพิมพ์บ้างได้ไหมครับ  เธอจะได้ไว้ใจผม  ยอมให้ผมสนิทกับน้องเพียงพอได้”

            “คุณพิมพ์เธอมีงานยุ่งมากค่ะ หยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว”

            “งั้นผมจะลองมาขอพบเธอในวันอาทิตย์นะครับ”

            “แต่น้าไม่แน่ใจนะคะ ว่าเธอจะยอมให้พบหรือเปล่า”

            “ไม่เป็๞ไรครับ  ผมเข้าใจ”

            แล้วชายหนุ่มก็ลาเด็กหญิงตัวน้อยมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำความรู้จักกับแม่ของเธอให้ได้

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

            พิมพ์ชนกกลับเข้าบ้านมาในตอนเย็นพร้อมข้าวของพะรุงพะรังตามเคย เป็๲ของที่เธอซื้อมาเพื่อเตรียมทำอาหารกล่องส่งให้ลูกค้า เมื่อวางของลงมือเรียวเล็กก็ยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบสองข้างขมับด้วยความเหน็ดเหนื่อย  ซึ่งมีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอยอมเหน็ดเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดอย่างนี้  นั้นก็คือลูก

            หญิงสาวนึกเอะใจที่ปกติแล้วทันทีที่เข้าบ้านมา เธอจะต้องได้เห็นร่างเล็กของลูกสาวตัวน้อยวิ่งเข้ามาหา เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวาด้วยความดีใจ  แต่วันนี้กลับไม่เห็น  แต่เธอได้ยินเสียงเล่นอยู่ในครัว

            ร่างโปร่งบางของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัยยี่สิบแปดปีเดินตรงไปยังต้นทางของเสียง ไปเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังนั่งเล่นของเล่นง่วนอยู่กับพื้นในขณะที่น้าน้ำหวานกำลังทำอาหารอยู่  คงจะเตรียมอาหารเย็นให้เด็กหญิงอย่างเช่นเคย

            “เพียงพอ  ทำอะไรอยู่คะ  วันนี้ไม่เห็นสนใจแม่พิมพ์เลย”

            เสียงทักถามของเธอทำให้เด็กหญิงทำท่ารู้สึกตัว รีบลุกขึ้นวิ่งเข้ามาในอ้อมแขนที่เธอกางออกรับทันที

            “เพียงพอสนใจแม่พิมพ์ค่ะ คิดถึงม๊ากมาก”

            เสียงเล็กๆเอ่ยเจื่อยแจ้วแล้วหอมแก้มผู้เป็๞แม่ทั้งซ้ายและขวาอย่างประจบเอาใจ