“พี่แดเนี่ยลไม่ใช่คนแปลกหน้านะคะ เพียงพอเห็นหน้าพี่แดเนี่ยลทุกวัน”
เด็กหญิงตัวน้อยบอก แดเนี่ยลเห็นท่าทีลำบากใจของพี่น้ำหวานก็เลยรีบกล่าวออกไปว่า
“ผมไม่เข้าไปข้างในก็ได้ครับ แต่ช่วยเปิดประตูรับของฝากหน่อยได้ไหมครับ”
“นะคะป้าน้ำหวาน เพียงพออยากได้”
เด็กหญิงตัวน้อยหันไปเขย่าแขนพี่เลี้ยงรัวๆจนหญิงวัยกลางคนใจอ่อน ยอมเปิดประตูให้ชายหนุ่มได้ส่งของฝากให้กับเด็กหญิงด้วยมือตัวเอง
“ขอบคุณพี่เขายังล่ะ”
หญิงวัยกลางคนกล่าวเตือนเมื่อเห็นเด็กหญิงมัวแต่ลิงโลดด้วยความดีใจจนทำท่าจะลืมมารยาทอันดี ที่ผู้เป็แม่เฝ้าย้ำนักย้ำหนาว่าให้พยายามปลูกฝังไว้ั้แ่เด็ก
เด็กหญิงรีบวางถุงของฝากแล้วยืนขาชิด กระพุ่มมือขึ้นแล้วค้อมศรีษะลงไหว้อย่างอ่อนช้อย กิริยาน่ารักน่าเอ็นดูมาก จนคนทั้งสองที่มองอยู่อดอมยิ้มไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ พี่แดเนี่ยล”
“ครับผม พี่ขอตัวกลับก่อนนะ และถ้าน้องเพียงพออยากได้อะไรอีก ก็บอกพี่ได้นะ เดี๋ยวพี่จะซื้อมาฝาก”
“ขอบคุณค่ะ”
เด็กหญิงรีบกล่าวด้วยรอยยิ้มแป้น
แต่คนเป็พี่เลี้ยงรีบออกตัว
“อุ้ย ไม่ต้องซื้ออะไรมาแล้วค่ะคุณแดเนี่ยล แค่นี้น้าก็ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกคุณพิมพ์ดุเอาหรือเปล่า”
“แต่ผมให้เพราะรู้สึกถูกชะตากับน้องเพียงพอจริงๆนะครับ ไม่ได้คิดอะไรมาก”
“แต่คุณพิมพ์ก็สั่งน้าไว้ว่าอย่าไปให้ความสนิทสนมกับคนแปลกหน้ามากนัก เพราะคนสมัยนี้ไว้ใจกันลำบากค่ะ”
“แต่ผมจริงใจนะครับ ไม่ได้คิดร้ายอะไร”
“น้ารู้ค่ะ แต่น้าก็ต้องทำตามคำสั่งของคุณพิมพ์ด้วย”
“งั้นผมขอมาทำความรู้จักกับคุณพิมพ์บ้างได้ไหมครับ เธอจะได้ไว้ใจผม ยอมให้ผมสนิทกับน้องเพียงพอได้”
“คุณพิมพ์เธอมีงานยุ่งมากค่ะ หยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียว”
“งั้นผมจะลองมาขอพบเธอในวันอาทิตย์นะครับ”
“แต่น้าไม่แน่ใจนะคะ ว่าเธอจะยอมให้พบหรือเปล่า”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ”
แล้วชายหนุ่มก็ลาเด็กหญิงตัวน้อยมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาทำความรู้จักกับแม่ของเธอให้ได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
พิมพ์ชนกกลับเข้าบ้านมาในตอนเย็นพร้อมข้าวของพะรุงพะรังตามเคย เป็ของที่เธอซื้อมาเพื่อเตรียมทำอาหารกล่องส่งให้ลูกค้า เมื่อวางของลงมือเรียวเล็กก็ยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอาบสองข้างขมับด้วยความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งมีสิ่งเดียวเท่านั้นที่ทำให้เธอยอมเหน็ดเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดอย่างนี้ นั้นก็คือลูก
หญิงสาวนึกเอะใจที่ปกติแล้วทันทีที่เข้าบ้านมา เธอจะต้องได้เห็นร่างเล็กของลูกสาวตัวน้อยวิ่งเข้ามาหา เข้ามากอดแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวาด้วยความดีใจ แต่วันนี้กลับไม่เห็น แต่เธอได้ยินเสียงเล่นอยู่ในครัว
ร่างโปร่งบางของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัยยี่สิบแปดปีเดินตรงไปยังต้นทางของเสียง ไปเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังนั่งเล่นของเล่นง่วนอยู่กับพื้นในขณะที่น้าน้ำหวานกำลังทำอาหารอยู่ คงจะเตรียมอาหารเย็นให้เด็กหญิงอย่างเช่นเคย
“เพียงพอ ทำอะไรอยู่คะ วันนี้ไม่เห็นสนใจแม่พิมพ์เลย”
เสียงทักถามของเธอทำให้เด็กหญิงทำท่ารู้สึกตัว รีบลุกขึ้นวิ่งเข้ามาในอ้อมแขนที่เธอกางออกรับทันที
“เพียงพอสนใจแม่พิมพ์ค่ะ คิดถึงม๊ากมาก”
เสียงเล็กๆเอ่ยเจื่อยแจ้วแล้วหอมแก้มผู้เป็แม่ทั้งซ้ายและขวาอย่างประจบเอาใจ