ข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน

    58.ข้าอยากออกไปท่องเที่ยว!

            เฟิ่งเทียนจัดงานเลี้ยงต้อนรับคุณชายคนใหม่ของไร่ในยามเย็น อาหารมื้อพิเศษเช่นนี้ย่อมเป็นหม้อไฟร้อน ๆ เนื้อหมูสไลด์แผ่นบาง กับผักนานาชนิดในไร่ ขนมหวานเป็นบัวลอยไข่หวานหม้อใหญ่ ด้านข้างของโรงอาหารที่จัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีก็เป็นส่วนของสัตว์อสูรทั้งหลายที่รวมตัวกันมากินเนื้อกระทิงอสูรระดับสองตัวใหญ่ที่แบ่งกันกินได้หลายตัว และยังมีกระทิงย่างอีกหนึ่งตัวใหญ่ย่างไฟอ่อน ๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งไร่ เฟิ่งเทียนบริการน้อง ๆ ทั้งสาม เฟิ่งหลงกับเฟิ่งจินต่างชื่นชอบหม้อไฟเป็นอย่างมากยิ่งจิ้มกับซอสน้ำมันงาก็ยิ่งอร่อย  ส่วนไฉ่หงตัวน้อยกลับรู้สึกว่าให้มันคืบกินเนื้อร้อน ๆ ทีละคำมันรู้สึกไม่จุใจ กลิ่นหอมของเนื้อย่างที่อยู่ด้านข้างของพวกท่านลุงเฮยหู่ยังยั่วยวนน้ำลายมันได้มากกว่าอีก 

            “พี่ใหญ่ ข้าขอไปกินกับท่านลุงได้หรือไม่ หม้อไฟเนื้อนี้ข้ารู้สึกว่ากินไม่อิ่ม ข้าจะไปกินเนื้อกระทิงย่างขอรับ”

            “อืม ตามใจเจ้าเถอะ แต่อย่ากินเลอะจนเสื้ิอผ้าเปรอะเปื้อนหล่ะ”

            “ขอรับ”

            คุณชายน้อยแห่งไร่ตระกูลหวังรีบปีนลงจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งเข้าไปในวงล้อมของสัตว์อสูรทั้งหลายที่กำลังกินเนื้อกระทิงย่างสูตรพิเศษที่ปรุงโดยเฟิ่งเทียนโดยเฉพาะ

            “ท่านลุงข้ามาแล้ว เนื้ออสูรย่างส่วนของข้าสุกแล้วหรือไม่”

            “อืม ตัวนั่นไง กำลังสุกได้ที่พอดี เจ้าก็นำลงมากินได้แล้วหล่ะ” 

            “โอ้ ! เนื้ออสูรย่างของข้า ข้าจะกินให้ไม่เหลือซากเลยคอยดู ฮิ ฮิ ”

            ไฉ่หงไม่รอช้ามันรีบเดินเข้าไปจับขาวัวที่ถูกย่างอยู่นั้นออกมาฉีกกิน เนื้อส่วนขาติดกับสะโพกรสชาติหวานนุ่ม น้ำซอสที่ซึมเข้ากับเนื้อย่างรสชาติก็อร่อย อีกทั้งน้ำหมักเนื้ออสูรเฟิ่งเทียนนังผสมน้ำทิพย์วารีสวรรค์ชนิดเข้มข้นลงไปด้วย ไฉ่หงยืนอยู่ข้างกระทิงย่างที่อยู่บนเตาอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจสายตาอันเหลือเชื่อของเหล่าคนงานที่เดินมาพบเห็น บ้างก็เดินมาดูบ้างก็ยังคงเอร็ดอร่อยกับหม้อไฟที่อยู่ข้างหน้า เฟิ่งเทียนสังเกตเห็นคนงานบางส่วนเดินไปดูอะไรสักอย่างที่ข้างโรงอาหารก็เกิดสังหรณ์ใจจึงรีบเดินออกไปดูพร้อมกับสองฝาแฝดที่วิ่งตามพี่ชายของตน

            “ง่ำ ฮื้อ! อร่อย อย่างนี้สิถึงจะเติมกระเพาะของข้าได้”

            “โอ้ ! เจ้าดูคุณชายน้อยสิ ยืนกินกระทิงย่างคนเดียวเกือบจะหมดตัวแล้ว”

            “ใช่ ๆ เจ้าดูกระดูกที่คุณชายน้อยทิ้งสิ ไม่มีเนื้อติดกระดูกเลยสักนิด  แล้วคุณชายน้อยมากินเนื้อย่างของสัตว์อสูรของนายท่าน พวกเสี่ยวเฮยไม่มีเคืองนายน้อยเลยรึ”

            “ใช่ ๆ แล้วพุงน้อย ๆ ของคุณชายน้อยเก็บเนื้ออสูรย่างไว้ที่ไหนกัน ถ้าเป็นข้าท้องคงจะแตกไปแล้ว”

            เหล่าคนงานที่ออกมามุงดูเจ้าตัวน้อยกินกระทิงย่างโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบชี้ชวนกันให้ดูภาพที่แปลกตา เด็กน้อยวัยสามขวบตัวอ้วนจ้ำม่ำแต่กลับกินเนื้ออสูรย่างขนาดใหญ่ทั้งตัวด้วยตัวคนเดียว

            “อะแฮ่ม ! พวกเจ้าไปทานหม้อไฟต่อได้แล้วหากของหมดพวกเจ้าย่อมอดกินแน่ ๆ ส่วนเรื่องที่พวกเจ้าเห็น เจ้าตัวน้อยนี้แค่กินเก่งก็เท่านั้นไม่มีอะไรน่าแปลกใจทั้งสิ้น พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว”

            “ขอรับนายท่าน”  เหล่าคนงานทยอยเดินกลับไปนั่งประจำที่เริ่มกินหม้อไฟต่อ เหลือแต่เฟิ่งเทียนกับน้อง ๆ ทั้งสองที่ยืนดูไฉ่หงตัวน้อยฉีกเนื้อกระทิงย่างเข้าปากอย่างอิ่มหนำสำราญ

            “พี่ใหญ่ขอรับ เหตุใดน้องเล็กถึงกินเก่งเพียงนี้ขอรับ” เฟิ่งหลง

            “ใช่ขอรับ พี่ใหญ่ พี่รองท่านดูสิ เนื้ออสูรตัวใหญ่ใกล้หมดแล้วขอรับ น้องเล็กเก่งสุดยอดเลย”เฟิ่งจิน

            “เอ่อ..อาจเป็นเพราะน้องเล็กของเจ้าเป็นคนมีพลังวิเศษ เพราะต้องใช้พลังมากกว่ามนุษย์เช่นเรา อาจเป็นไปได้ที่น้องเล็กไฉ่หงจะมีความหิวหรือต้องการอาหารมากกว่าคนอื่น ๆ เช่นพวกเราก็เป็นได้”

            “อย่างนี้นี่เอง มีพลังเยอะก็ต้องกินเยอะใช่ไหมขอรับ” เฟิ่งหลง

            “ก็คงจะเป็นเช่นนั้น ป่ะ น้องรองน้องสามเราไปทานหม้อไฟกันต่อดีกว่า หากน้องเล็กกินอิ่มย่อมเดินไปหาพวกเราอย่างแน่นอน แต่ว่าใครจะช่วยป้อนเนื้ออร่อย ๆ ให้พี่ใหญ่บ้างน๊า”

            “ข้าขอรับ / ข้าก็จะช่วยป้อนขอรับ”

            “ฮ่า ฮ่า มา ๆ ถ้าอย่างนั้นเราไปทานหม้อไฟอร่อย ๆ กันต่อดีกว่า”

            เฟิ่งเทียนเดินจูงมือน้อง ๆ ทั้งสองไปนั่งประจำที่ โดยทิ้งภาพเบื้องหลังที่ไฉ่หงตัวน้อยกินเนื้อกระทิงย่างขนาดใหญ่จนหมดเหลือเพียงกระดูกโล้น ๆ ปราศจากเนื้อติดกระดูกสักนิดก็ไม่มี เจ้ามังกรน้อยนั่งลงเอนตัวพิงเสี่ยวเฉิงลูบพุงน้อย ๆ ของมันที่ป่องออกมาอย่างมีความสุข

            “เอิ้ก ! อย่างนี้สิที่เรียกว่ากินเต็มปากเต็มคำ สมกับเป็นอสูรเทพอย่างข้า จะให้ข้ากินข้าวทีละช้อนตะเกียบทีละคำเมื่อใดข้าถึงจะอิ่มต้องอย่างนี้สิ เนื้ออสูรย่างตัวโตก็พอที่จะเยียวยากระเพาะน้อย ๆ ของข้าได้บ้าง”

            สิ้นสุดมื้อค่ำทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เฟิ่งเทียนพาน้อง ๆ ทั้งสามกลับไปที่บ้านหลังน้อยของตน เฟิ่งเทียนไล่เด็ก ๆ ทั้งสามไปอาบน้ำ เด็กทั้งสามต่างแก้ผ้าลงไปเล่นในอ่างอาบน้ำเปิดฝักบัวไม้ไผ่ให้น้ำเย็นไหลตกกระทบร่าง เสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ ก็ทำให้เฟิ่งเทียนที่นั่งผึ่งลมอยู่หน้าบ้านผ่อนคลายไม่น้อย

            ยามเข้านอนเฟิ่งเทียนก็พบกับปัญหาว่า แล้วเขาจะให้ไฉ่หงนอนที่ไหนกัน หากเขาจะให้ไฉ่หงมานอนด้วยเช่นเดิมน้อง ๆ ทั้งสองต้องน้อยอกน้อยใจเป็นแน่ ในที่สุดเจ้าตัวน้อยไฉ่หงก็แก้ปัญหาได้โดยที่คืนนี้มันจะนอนเบียดกับสองฝาแฝดไปก่อน แล้ววันพรุ่งนี้เฟิ่งเทียนจะให้คนงานมาต่อเติมเตียงให้กับพวกเขาทั้งสามคน  เมื่อหมดปัญหาเฟิ่งเทียนจึงปล่อยให้เด็ก ๆ ได้นอนหลับพักผ่อน

            เฟิ่งเทียนคิดในใจคงจะถึงเวลาที่ต้องสร้างบ้านเพื่อให้เด็ก ๆ ทั้งสามมีห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง และเด็ก ๆ เริ่มที่จะเติบโต บ้านหลังเล็กในอาณาเขตห้าหมู่ก็คงจะรองรับพวกเขาได้อีกไม่กี่ปี เขาควรจะสร้างบ้านใหม่ได้แล้ว

            “เสี่ยวเป่า หากข้าสร้างบ้านหลังใหม่ ข้าขอสิ่งอำนวยสะดวกทั้งหมดของบ้านหลังนี้ไปติดตั้งที่บ้านหลังใหม่ได้หรือไม่”

            [ระบบสามารถโอนย้ายวัสดุสิ่งก่อสร้างรวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านหลังนี้ตามแต่โฮสต์ต้องการ]

            “อืม ดีมาก ถึงเวลาที่ข้าต้องขยับขยายบ้านแล้วหล่ะเสี่ยวเป่า”

            ตลอดทั้งคืนเฟิ่งเทียนออกแบบร่างแบบบ้านสองชั้นหกห้องนอน โดยชั้นแรกจะออกแบบให้เป็นห้องรับแขกและห้องอาหารและห้องตำรา และมีพื้นที่ทำกิจกรรม ส่วนชั้นสองเป็นห้องนอนทั้งหกห้องสำหรับพวกเขากับห้องนอนแขก เงินที่ได้จากตระกูลเย่มาหนึ่งล้านเหรียญทองคงต้องนำมาแบ่งสร้างบ้านหลังใหม่ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป หากเขามีปัญหาด้านการเงินจริง กองมหาสมบัติในมิติของเสี่ยวเฮยย่อมสามารถนำมาแก้ปัญหาได้

            เมื่อเฟิ่งเทียนอาบน้ำเสร็จและแวะไปดูเด็กน้อยทั้งสามว่าหลับไปแล้วหรือไม่ ผลปรากฏว่าเจ้ามังกรน้อยไม่ได้อยู่ในห้องนอนเฟิ่งเทียนเห็นแต่น้อง ๆ ทั้งสองที่นอนหลับตาพริ้มหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ เขาจึงเดินเข้าไปในห้องนอนของเขาเพราะคิดว่าไฉ่หงจะกลับมานอนด้วย แต่ในห้องนอนก็ว่างเปล่าไร้ซึ่งเงาของลูกมังกรน้อย

            "เสี่ยวเป่า ไฉ่หงหายไป เจ้าลองสแกนดูซิว่ามันไปซุกซนอยู่ที่ใด"

            [เปิดระบบตรวจสอบ…มังกรน้อยอยู่ในสวนของไร่และกำลังจะออกไปนอกอาณาเขตขอรับ]

            “เสี่ยวเป่าเปิดระบบปิดกั้นอย่าให้เจ้าตัวยุ่งออกไปได้”

            [รับทราบ]

            ไฉ่หงที่อำพรางกายหวังจะลอบออกไปเที่ยวเล่นในยามค่ำคืน เมื่อมันลอยตัวจะออกจากเขตของไร่ มันกลับรู้สึกถึงแรงต้านคล้ายกับว่ามีเกราะโปร่งใสกั้นไม่ให้มันลอยออกไปได้ มันพยายามพุ่งตัวชนหรือใช้พลังของมันพุ่งกระแทกแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรกับเกราะโปร่งใสนี้ได้

            “งื้อ ! ทำไมข้าถึงออกไปเล่นข้างนอกไม่ได้ ใครบังอาจกล้ามาขังข้าไว้ในนี้!”

            “ข้าเอง แล้วเจ้าจะทำไมฮึ ไฉ่หง” เฟิ่งเทียนยืนกอดอกมองดูเจ้าตัวน้อนที่พยายามกระแทกเกราะกั้นอาณาเขตของระบบ

            “งื้อ ! นายท่าน ข้าก็แค่อยากออกไปเที่ยวแถว ๆ นี้เองขอรับ” ไฉ่หงตกใจที่ถูกจับได้ จึงลอยตัวลงมาใกล้ ๆ กับเฟิ่งเทียน

            “แต่เจ้าไม่ได้ขออนุญาตจากข้า อีกทั้งเจ้าจะออกไปหนีเที่ยวตัวคนเดียวทั้ง ๆ ที่เจ้าเพิ่งฟักออกจากไข่ หากเจ้าถูกจับตัวไปแล้วข้าจะไปตามหาเจ้าจากที่ไหนได้อีก”

            “ข้าผู้เก่งกาจใครจะมาทำอะไรข้าได้ขอรับ ถ้าใครคิดมาทำร้ายข้าข้าจะเผามันให้สิ้น”

            “ไฉ่หง ถึงเจ้าจะเป็นมังกรเทพ แต่ก็อาจจะมีผู้ที่เก่งกาจเหนือกว่าเจ้าก็เป็นได้ เอาหล่ะไม่ต้องพูดมากเจ้าเข้าบ้านมานอนได้แล้ว แล้วเจ้าไม่ต้องคิดหนีออกไปเที่ยวเล่นตราบใดที่ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าออกไป หากเจ้าอยากออกไปเที่ยวข้าจะพาเจ้าไปเองแต่ไม่ใช่ตอนนี้ เจ้าเข้าใจหรือไม่”

            “งื้อ ก็ได้ ท่านต้องสัญญาว่าจะพาข้าไปเที่ยวด้วยนะขอรับ”

            “อืม , ข้าจะพาเจ้ากับน้องรอง น้องสาม ไปเที่ยวเมืองหลวงในอีกเจ็ดวัน หากเจ้าทำตัวว่าง่ายข้าก็จะพาเจ้าไปด้วย หากเจ้ายังไม่เชื่อฟังอีกข้าจะให้เจ้าอยู่ในมิติของเฮยหู่ เข้าใจหรือไม่”

            “ขอรับ ข้าสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีขอรับ”

            “กลับเข้าห้องนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เจอกันนะไฉ่หง ราตรีสวัสดิ์”

            “ราตรีสวัสดิ์ขอรับนายท่าน”

    ******************

            รุ่งอรุณยามเช้า น้ำค้างทิ้งตัวหยดจากชายคาบ้าน เฟิ่งเทียนตื่นแต่เช้ามืดออกไปวิ่งบนภูเขากับเสี่ยวเฮยกับเสี่ยวเฉิง ทิ้งให้เสี่ยวหู่กับเสี่ยวไฉ่และลูก ๆ ของมันอยู่เฝ้าเด็ก ๆ ทั้งสามที่ยังไม่ตื่น เมื่อกลับมาถึงไร่ก็ฝึกประมือกับผู้คุ้มกันที่ตื่นออกมาฝึกยุทธ์เช่นกัน จากนั้นจึงเข้าไปในไร่เพื่อเก็บพืชผักสด ๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุเพื่อนำมาทำอาหารมื้อเช้าแสนอร่อยและมีคุณค่าให้กับเด็กน้อยทั้งสาม

            เสียงกุกกักในครัวก็เรียกให้เด็กน้อยทั้งสามลุกจากที่นอน เฟิ่งหลงกับเฟิ่งจินล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดนอก แต่ไฉ่หงกลับใช้พลังเปลี่ยนชุดเป็นผ้าไหมสีน้ำเงินลายเมฆมงคลสีรุ้งยืนยิ้มทำหน้าตาแจ่มใสเดินตามพี่รองกับพี่สามไปให้อาหารสัตว์ในคอก

            “เจ้าเทา วันนี้มีหัวผักกาด กับผักกาดขาว ส่วนผลไม้เป็นลูกผิงกั่วหวาน ๆ เจ้าก็กินเยอะ ๆ น๊า”

            “พรืด ! ขอรับนายน้อย ข้าจะกินให้หมดเลยขอรับ”

            ไฉ่หงยืนดูเฟิ่งหลงกับเฟิ่งจินที่ง่วนให้อาหารสัตว์ในคอก มันจึงเดินเข้ามาช่วยด้วยความอยากรู้ เมื่อครู่มันได้ยินเสียงเจ้าลาที่พูดตอบโต้กับน้องชายของนายท่าน แล้วผักผลไม้ที่มันได้กินก็เป็นผักปราณทั้งหมด คล้ายกับว่าสัตว์ในบ้านหลังนี้กินดีอยู่ดีกันทุกตัว  

            เมื่อทำหน้าที่ของตนเองเสร็จแล้วก็ถึงเวลาอาหารเช้าที่ทุกคนรอคอย มื้อนี้เฟิ่งเทียนต้มโจ๊กหมูสับเห็ดหอม กินคู่กับผัดผักรวมมิตรในสวน อีกทั้งยังมีปาท่องโก๋เสิร์ฟคู่กับน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ อีกคนละหนึ่งแก้ว เฟิ่งเทียนทำโจ๊กหม้อใหญ่และเกินครึ่งหม้อนั้นอุดมไปด้วยหมูสับที่ลอยอยู่เต็มหม้อ เฟิ่งเทียนกับน้อง ๆ ใช้ชามโจ๊กใบเล็ก แต่สำหรับไฉ่หงเฟิ่งเทียนตักโจ๊กชามโตให้เพราะรู้ว่าอย่างไรเจ้าตัวตะกละน้อยนี้กินอย่างไรก็ไม่อิ่ม

            “เด็ก ๆ กินเยอะ ๆ ไม่อิ่มก็เติมได้ พี่ใหญ่ทำโจ๊กไว้หม้อใหญ่ ส่วนวันนี้มีน้ำเต้าหู้กินคู่กับปาท่องโก๋อร่อยมาก ๆ เดี๋ยวเรากินเสร็จเราจะเอาน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ไปแจกให้คนงานในไร่กัน สำหรับน้องเล็กเจ้าต้องดื่มน้ำแก้วนี้ให้หมดด้วยเจ้าจะได้ไม่หิวมากในระหว่างวัน” สำหรับเสี่ยวหงเขาเพิ่มน้ำทิพย์วารีสวรรค์ให้มันอีกหนึ่งแก้ว มันจะได้ไม่หิวมากนัก

            “ขอรับพี่ใหญ่”

            ยามสายเด็ก ๆ ในไร่ทั้งหลายต่างจับกลุ่มวิ่งเล่นกันที่หน้าประตูไร่ เฟิ่งเทียนมองดูน้อง ๆ ของเขาที่กำลังวิ่งไล่จับกับทาสเด็กตัวน้อยที่เขาได้ซื้อมา เมื่อมีเด็ก ๆ เพิ่มขึ้นเฟิ่งหลงกับเฟิ่งจินก็ไม่ค่อยที่จะออกไปเล่นกับเพื่อนที่หมู่บ้านแล้ว วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทุกคนในไร่ได้รับการพักผ่อน ที่โรงครัวคนงานในไร่ทุกคนต้องมาช่วยกันทำอาหารและเก็บล้างเพราะแม่ครัวก็ได้รับวันหยุดเช่นกัน วันนี้เฟิ่งเทียนมีเป้าหมายที่จะพาน้อง ๆ ทั้งสามเข้าไปในอำเภอเพื่อติดต่อเถ้าแก่ฮัวให้มาสร้างบ้านหลังใหม่ในที่ดินริมน้ำที่เขาได้ไปกว้านซื้อเพิ่มจากทางการ จากนั้นจึงพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวจับจ่ายซื้อของตามที่พวกเขาอยากได้ เด็ก ๆ ได้ขนมกลับบ้านมาหลายห่อใหญ่ 

            “น้องรอง น้องเล็ก น้องสาม ในสัปดาห์หน้าพี่ใหญ่จะพาพวกเจ้าไปเยี่ยมพี่ชายเย่เฉินที่เมืองหลวง และเราจะแวะเที่ยวตามรายทางสักหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนั้นเราจะกลับไร่เพื่อรอให้เถ้าแก่ฮัวที่จะมาสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับพวกเรา”

            “ไปเที่ยวเมืองหลวงหรือขอรับ ” เฟิ่งจิน

            “พี่ใหญ่จะสร้างบ้านหลังใหม่หรือขอรับ ” เฟิ่งหลง

            “ฮ่า ฮ่า ข้าจะได้ไปดูหน้าตาของเจ้าฮ่องเต้แล้ว!” ไฉ่หง

            “ …….”

            รู้สึกว่าจะมีคนตื่นเต้นไม่เข้าพวกอยู่หนึ่งคน หวังว่าเมื่อเขาพามันไปเมืองหลวงเจ้าไฉ่หงตัวน้อยคงจะไม่สร้างความวุ่นวาย เขาต้องบอกให้เสี่ยวเฮยกับเสี่ยวเป่าจับตามองเจ้าตัวน้อยทุกฝีก้าวซะแล้ว เฮ้อ!"

    ********************

     

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน ที่คุณอ่าน