ทั้งคู่ยังคงไม่ญาติดีกันในแง่ของผู้พิทักสันติราฎกับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมและคดีทำร้ายร่างกายาเ็สาหัสที่ไม่สามารถปิดคดีและหาตัวผู้กระทำผิดตัวจริงได้
มีเพียงหลักฐานที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเ้าของเป็คนทำเพราะผู้ต้องหามีพยานแวดล้อมและกล้องวงจรปิดที่เป็หลักฐานแก้ต่าง
คน ๆ นี้คนที่มานั่งหน้ากวนบาทาช่วยคุณหมอรักษาอาการเจ็บป่วยทางจิตของตนเองอยู่ที่คลินิคประจำทุกๆ เดือน
ทั้งที่สมควรจะหันหน้าเข้าหาพูดดีใส่กันสักทีเพราะที่คลีนิคก็พูดดีกันได้ถึงจะดูแปลกๆ ไปหน่อยก็เหอะ
แต่พอออกจากห้องนี้ไปทั้งคู่ยังคงเป็ไม้เบื่อไม้เมากันเหมือนเดิม
อย่างวันก่อนที่มีคดีทำร้ายร่างกายก็มีอุปกรณ์สักอย่างปากกาที่ใช้สำหรับวาดิัซึ่งพอตรวจก็เป็รอยนิ้วมือช่างสักน้องเล็กฝีมือดีนายยอโบคนนี้
สารวัตรชากีกับเพื่อนสนิทอย่างเชมีและตำรวจอีกสามนายมาลงพื้นที่เก็บหลักฐานที่สตูดิโอซอว์เบลสก็ไม่สามารถเอาผิดอะไรช่างที่นี่ได้
ท่าทางจะมีคนหนุนหลังใหญ่น่าดู ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเ้าของที่แท้จริงของสตูดิโอนี้คือใครเพราะในฐานข้อมูลมันมีหุ้นส่วนเป็สิบในเครือชื่อนี้
วันพักผ่อนวันหนึ่งที่ต้องมาแถวประตูห้าชากีบังเอิญเห็นคนท่าทางลับๆ ล่อๆ เข้ามาในซอยที่โดนปักหมุดจับตามองจากตำรวจจึงตามเข้าไปในซอยยามหัวค่ำ
คลาดสายตาเพียงนิดเดียวก็ไม่พบคนๆ นั้นแล้วแต่ด้านหน้าเป็ร้านสักของช่างหน้ากวนคนนั้นจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปแต่ไม่พบใคร
ชากีไม่รู้ว่าตนเองระแวงมากไปไหมที่คิดว่าเื่ไม่ดียังไงก็ต้องเกิดที่นี่
"นี่!"
"เห้ย! ทำบ้าอะไร"
จู่ๆ คนหน้าคุ้นก็โผล่มาจากทางด้านหลังส่งเสียงดังจนสารวัตรหนุ่มสะดุ้งโหยงเอ่ยสวนกลับมาด้วยเสียงติดห้วน
"คุณสิทำบ้าอะไรร้านมันปิดแล้วเข้ามาทำไมเป็ตำรวจแต่ย่องเบาเข้าบ้านคนอื่นอย่างกับโจร"
"มันมีคนแปลกๆ เข้ามาซอยนี้ชั้นแค่ตามเข้ามาคิดว่า.."
สารวัตรหนุ่มพยายามจะบอกเหตุผลที่เดินเข้ามาแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้เเต่ดูเหมือนคนตัวโตตรงหน้าจะอ่านความคิดคุณตำรวจออก
"คิดว่าคนท่าทางน่าสงสัยดูเลวๆ ต้องมาที่นี่ใช่มั้ยแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วสารวัตร"
ยอโบเอียงคอพูดขึ้นมาด้วยท่าทางสบายเพราะชินกับชุดความคิดของตำรวจเป็อย่างดี
"แล้วนี่นายอยู่คนเดียวเหรอ?"
"ใช่สินี่เวลาเลิกงานนะวันอาทิตย์เปิดครึ่งวันนี่ปาไปเกือบทุ่มแล้วจะรอใครละ?"
"ไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันกลับละ"
พรึ่บ!!
"เดี๋ยวก่อนสิไหนๆ ก็มาแล้วอยู่กินข้าวเย็นเป็เพื่อนหน่อยสิครับ"
ช่างสักหน้ามึนคว้าแขนคนพี่ที่วันนี้ไม่ใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจความจริงเขาชอบมองคนตัวขาวสวมชุดเครื่องแบบมากกว่า
ยิ่งตอนที่เหมือนมันคับจากการฟิตหุ่นจนตึงไปหมดมันเซ็กซี่จนบางทีก็คิดว่าถ้าได้ทำอะไรกับคุณสารวัตรมันจะรู้สึกยังไง..
"ฉันไม่หิวไม่อยากอยู่ที่นี่นานอึดอัด"
"เอาจริงๆ อึดอัดหรือตื่นเต้น ตอนรักษาคุณก็เอาแต่บอกว่าใจเต้นแรงตลอดรู้สึกอะไรกับผมรึเปล่าเนี่ย~"
ยอโบยักคิ้วพูดกวนหน้านิ่งใช้นิ้วเชยคางคุณสารวัตรเล่นราวกับสนิทสนมกันอย่างดีจนโดนคุณตำรวจปัดนิ้วออกทำหน้าดุใส่
"ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละ ปล่อยมือจะกลับ"
ติ้งต่อง~ไก่มาส่งครับ~
"เออวางไว้ตรงนั้นแหละ!"
ยอโบะโทะลุประตูออกไปทั้งที่ยังจับข้อมือคุณตำรวจหน้านิ่งอยู่ วันนี้ตำรวจตัวขาวสวมชุดลำลองเป็เสื้อเชิ้ตเนื้อนิ่มแขนสั้นสีเทานุ่งทับในกางเกงผ้าตัวหลวมสีครีมไม่เซ็ตผมยิ่งดูหน้าเด็กจนน่าแกล้ง
"กินไก่เป็เพื่อนก่อนจะเล่าอะไรให้ฟังอยากรู้เบาะแสไม่ใช่เหรอเื่ทำร้ายร่างกายเ้าของร้านสักน่ะ"
หลังจากล่อลวงคนพี่ให้เข้ามานั่งกินไก่ทอดที่สั่งมาได้ช่างสักก็ทำตัวเหมือนโคนันเ้าหนูยอดนักสืบ พูดถึงความน่าจะเป็ของเื่ราวที่เกิดขึ้นแน่นอนล่ะถูกใส่ร้ายด้วยการเอาของสักไปวางไว้ที่เกิดเหตุใครจะเฉยอยู่ได้ ก็ต้องปกป้องตัวเองบ้างยังไงก็เป็คนพูดตรงอยู่แล้วไม่เห็นจำเป็ต้องกลัวอะไร
"ของสักนายหายประจำอย่างนั้นเหรอ?"
"ใช่ พี่ชอนกัลช่างสักผู้หญิงน่ะเตือนบ่อยๆ ว่าให้ระวัง"
ยอโบกินไก่ไปพูดไปไม่ได้สนใจว่าคุณสารวัตรจะตั้งใจฟังและคิดตามแค่ไหนคนพี่เอาแต่นั่งหลังตรงไม่แตะอะไรแม้แต่น้ำเปล่าที่เอามาวางให้
"พวกช่างสักสนิทกันมากมั้ย?"
"ก็คุยกันเื่งานได้หมดแต่เื่ส่วนตัวไม่ค่อยรู้หรอกไม่ก้าวก่ายกัน"
"จะเป็ไปได้มั้ยว่าเป็คนในร้านนี้ที่อยากใส่ความนาย"
คุณสารวัตรนั่งคิดจนคิ้วขมวดเขาอยากจะปักใจเชื่อว่าคนตรงหน้าเป็ผู้ต้องหาแต่ไอ้คนที่พูดตรงเหมือนขวานผ่าซากนี่ไม่มีสักครั้งที่จะโกหกเพื่อเอาตัวรอดแม้แต่ตอนแรกที่เจอกันยังตวาดใส่ตำรวจด้วยคำพูดที่ไร้การกลั่นกรองด้วยซ้ำไป
"ผมจนที่สุดในบรรดาช่างสักนะคุณสารวัตร เขาจะทำไปเพื่ออะไรนึกแรงจูงใจไม่ออกเลย"
คนตัวโตนั่งไขว้ห้างกินไก่ทอดอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับสายตาคมกริบที่มองคนตรงข้ามเผลอเลียริมฝีปากบ่อยครั้งที่มองคนหน้านิ่งท่าทางครุ่นคิดเื่งาน
ท่าทางที่ดูผ่อนคลายขึ้นยกน้ำขึ้นดื่มโดยลืมระแวดระวัง ลูกกระเดือกแหลมๆ ขยับขึ้นลงตามการไหลผ่านของน้ำทำเอาคนที่จ้องมองคอแห้งตามไปด้วยจนต้องยกโคล่าขึ้นดื่มแก้กระหาย
"เคยแย่งลูกค้ากันไหม ชอบคนคนเดียวกันบ้างหรือเปล่า หรือ.."
"หรืออะไร?"
"เหมือนฉันที่ไม่ชอบคนสักลาย"
"ผมยังยืนยันนะว่าไม่เคยฆ่าใครตายคุณโกรธแค้นคนพวกนั้นแล้วมาเหมารวมที่ผมเอง แล้วอีกอย่างถ้าเป็คนในร้านนี้ที่พยายามดันร่างกฎหมายให้ช่างสักเป็เื่ถูกต้องยิ่งเป็ไปได้ยาก"
"ยังไงนายก็เป็ผู้ต้องหาหนึ่งเดียวของฉันอยู่ดี"
คนตัวโตทำท่ากรอกตาหนึ่งรอบด้วยท่าทางเซ็งๆ ถ้าไม่อยากเชื่อกันจะนั่งฟังตั้งนานสองนานทำไม
"เห่อะ! ก็ดี~ ผมชอบอยู่ในสายตาคุณจับตามองผมดีๆ นะเดี๋ยวเผลอไปฆ่าใคร โถ่เอ๊ย! อธิบายมาตั้งนานถูกสงสัยเหมือนเดิมคนอะไรเผด็จการชะมัด"
"นายได้กลับบ้านบ้างไหม?"
"กลับอาทิตย์ละหน"
"ที่นั่นเป็อย่างที่เขาลือกันมั้ย?"
"ลือว่ายังไง? หมู่บ้านขี้คุกรวมคนกากไร้ประโยชน์หมู่บ้านที่มีอาชกรรวมตัวกันมากที่สุดเหรอ"
"ก็..."
"อยากรู้ก็ไปดูสิจะถามทำไมพรุ่งนี้ผมจะกลับไปด้วยกันไหม..กล้าหรือเปล่าครับ สารวัตร มองหน้าคุณนานๆ แล้วผมร้อนวูบวาบทุกทีทำไมเป็แบบนี้ได้นะ"
"เพ้อเจ้ออะไร"
"ถอดเสื้อนะ"
พรึ่บ!!
"ถอดทำไม ทำไม่ไม่ลดแอร์"
"อยากถอดโชว์หุ่นมีอะไรไหม ทำไม? กลัวอดใจไม่ไหวจะมาปล้ำผมเหรอ คุณเนี่ยน้าย้อนแย้งจริงๆ เลยปากก็บอกว่ากลัวแต่ตอนลูบๆ คลำๆ ตัวผมทำท่าฟินขนาดนั้น"
"ถ้ายังไม่หุบปากฉันจะกลับ"
"เดี๋ยวอย่าพึ่ง ..ดื่มเบียร์ละลายพฤติกรรมกันผมไปหยิบในตู้เย็นแปป"
"..ไม่"
ควับ!
ทันทีที่ยอโบหันหลังท่ามกลางแสงไฟบนเพดานห้องเตี้ยๆ ปรากฏรอยสักด้านหลังที่เป็รอยเเผลเป็นูนเด่นขึ้นมาทั้งที่มีแต่คนชมว่ามันสวยงามปราณีตแต่คนที่มีปมกับรอยสักเช่นนี้ถึงกับผงะรีบหันหลังเดินตรงดิ่งไปที่ประตูทางเข้าทันที
"เดี๋ยว ๆ ๆ จะรีบไปไหนไม่ร่ำไม่ลาครับคุณสารวัตร"
"นายก็รู้ว่าชั้นไม่ชอบรอยนั่นที่หลังนาย ทำไมต้องจงใจถอดเสื้อให้มองด้วย!"
อาการลนลานของคนพี่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการมองแผ่นหลังที่มีรอยกรีดเป็รูปเทพเ้านั่นจนอยากออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด
"ก็คุณเริ่มชินรอยสักข้างหน้าแล้วแค่อยากให้ชินข้างหลังด้วยไง"
ยอโบดึงแขนขาวที่สั่นน้อยๆ เข้าหาตัวจนใกล้กันมากๆ
"มันเร็วไปฉันรับไม่ไหวมันมวลท้อง อึดอัด หายใจไม่ออก"
คุณสารวัตรไม่ยอมสบสายตามองเขาอีก
"งั้นมากอดกัน"
"ไม่ๆ"
หมับ!
"กอดกันเหมือนที่คุณยอมกอดผมที่คลีนิคพี่หมอไง ความจริงแล้วคุณอยากให้มีคนคอยกอดคุณใช่ไหม..ชากี ถ้ากลัวมันก็ต้องเผชิญหน้ากับมันไม่ใช่เอาแต่เลี่ยงคุณทำแบบนั้นไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก"
คนตัวโตพูดเสียงอ่อนลงเหมือนที่คุยกันตอนอยู่ที่คลีนิคกอดเกี่ยวร่างเล็กกว่าจมไปกับอกทุกครั้งที่กอดคุณสารวัตรแม้ปากจะปฏิเสธทุกครั้งแต่จะอ่อนลงจนอยู่นิ่งให้กอดได้ในเวลาต่อมา
"..."
"คุณชอบให้ผมกอดรู้ตัวไหม"
"ไม่ ..ใช่สักหน่อย"
พรึ่บ!
"ปากแข็งชะมัดพูดตามที่รู้สึกบ้างมันจะตายหรือไง?"
"นายก็ปากเสียมีหน้ามาว่าชาวบ้านหรือไง"
หลายครั้งหลายคราที่เห็นสารวัตรผู้เย่อหยิ่งมีอาการลุกลี้ลุกลนผิดวิสัยจากการเห็นรอยสักเขายามถอดเสื้อออก
จนได้รู้จากปากพี่หมอว่าคนตัวขาวมีอาการแพนิคจากเื่เมื่อยี่สิบปีก่อนเขาเป็ลูกผู้กำกับาุโชื่อดังที่มาเฟียจับลูกชายทั้งสองไปแลกเปลี่ยนข้อตกลงบางอย่างในสมัยนั้น
เขารอดกลับมาเพียงคนเดียวพร้อมติดอาการ ptsd มาด้วยทำให้ต้องใช้ยากดประสาทชนิดอ่อนๆ ร่วมกับการรักษาคือการพูดคุยกับหมอจิตแพทย์ตลอดมา
"ชากี..ไม่เป็ไร ผมไม่ทำร้ายคุณ..ไม่มีวัน"