นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 2 แผนการเอาตัวรอด เล่มที่ 1 บทที่ 26 คนตะกละ

            “เอาเถิด ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้ามิใช่อัศวินแห่งเชื้อพระวงศ์” เก๋อจือมองโม่จ้านอย่างใช้ความคิด

            “คงจะเป็นมือสังหารที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีตั้งแต่เด็กของตระกูลสูงศักดิ์ หลังจากนั้นคงหนีออกมาแล้วซ่อนตัวอยู่ในป่านับสิบปี”

            “...ถือเสียว่าข้าเป็นเช่นนั้นก็แล้วกัน ขอคุณชายน้อยเก๋อจือได้โปรดช่วยให้มือสังหารจากป่าเขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยเถอะ” โม่จ้านถึงกับหมดคำจะพูดไปชั่วขณะหนึ่ง

            ภายใต้การอธิบายของเก๋อจือที่มองมาด้วยสายตาสงสารคนบ้านนอกและมีน้ำอดน้ำทน มิใช่เรื่องง่ายกว่าโม่จ้านจะเข้าใจว่าคำพูดเมื่อครู่ของตนนั้นฟังดูดึกดำบรรพ์มากเพียงใด

            ไม่ผิดที่ทหารรับจ้างเป็นอาชีพหนึ่ง ทว่าก็มิได้อยู่ภายใต้กิลด์อาชีพแต่อย่างใด หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย สถานะของทหารรับจ้างก็คือ ‘เครือข่าย’ สามารถลงทะเบียนและรับภารกิจได้ในทุกกิลด์อาชีพ ถึงแม้ว่าในโลกนี้กิลด์อาชีพจะยังคงมีชื่อเสียงของสายอาชีพนั้นๆ อยู่ ทว่าแท้จริงแล้วยังมีความสามารถอื่นนอกเหนือจากสายอาชีพเดิม เนื่องจากได้กลายเป็นสโมสรรวบรวมงานต่างๆ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารไปตั้งนานแล้ว กระนั้นด้วยประวัติความเป็นมา จึงทำให้ยังมีผู้ประกอบอาชีพตามสายงานมากกว่าอยู่สักหน่อยก็เท่านั้น

            เพียงแต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเมื่อพวกทหารรับจ้างรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จะต้องเลือกอยู่ภายใต้กิลด์ใดกิลด์หนึ่ง จำนวนสมาชิกและความแข็งแกร่งของกลุ่มทหารรับจ้างจะส่งผลอย่างมากต่อศักยภาพและความแข็งแกร่งของกิลด์

            กิลด์ทหารรับจ้างกับกิลด์นักรบเป็นพันธมิตรกัน มีภารกิจหลากหลายและพลังการต่อสู้ที่มิเลวทีเดียว กิลด์จอมเวทกับกิลด์นักดาบพเนจรเป็นพันธมิตรกัน ถึงแม้จำนวนสมาชิกจะน้อยแต่โดยเฉลี่ยแล้วแข็งแกร่ง ราชอาณาจักรยิ่งใหญ่ทั้งสองอย่างอันปู้เอ่อร์และข่ายเจ๋อล้วนแต่มีกิลด์ทั้งสี่ มีเพียงกิลด์สัตว์กลายร่างที่แยกตัวออกไปและอยู่ภายใต้ราชอาณาจักรข่ายเจ๋อเท่านั้น  จำนวนสมาชิกที่มากคือข้อดีที่สุด ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคงมีเพียงอาณาจักรไหลเต๋อแห่งศาสนา พวกเขาให้สวัสดิการที่ดีเพื่อดึงดูดและครอบครองจอมเวทธาตุแสงแทบจะทั้งหมดเอาไว้ นอกจากนั้นยังเชื่อในเทพเจ้าแห่งแสงโดยมิมีข้อยกเว้น

            “ดังนั้นกลุ่มเล็กๆ ที่ออกไปรับภารกิจ หากมิไปหาหมอราคาถูกก็ต้องจ่ายราคาสูงเพื่อไปจ้างบาทหลวง” เก๋อจือแบมือยักไหล่ “หมอยังพอรักษาอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ แต่หากเป็นอาการบาดเจ็บสาหัสก็ยังต้องไปพบบาทหลวง ช่วยมิได้ ผู้ใดใช้ให้ผู้อื่นมีเงินกันเล่า ดึงดูดเมล็ดพันธุ์ดีของจอมเวทธาตุแสงไปเสียหมด”

            ดึงดูด? โม่จ้านแค่นหัวเราะในใจ หากจะพูดให้ถูก เรียกว่าคนค้ามนุษย์ก็ยังมิเกินควรนัก

            “เจ้าจะบอกว่าข้าสามารถลงทะเบียนในฐานะทหารรับจ้างภายใต้กิลด์นักดาบพเนจร จากนั้นจึงค่อยวิ่งไปรับภารกิจที่กิลด์จอมเวทได้หรือ?”

            เก๋อจือพยักหน้า ทว่าสีหน้ากลับฉายแววค่อนข้างลุ่มลึก

            “ตามหลักแล้วมิมีปัญหา แต่คาดว่าไปที่นั่นก็คงมิได้รับภารกิจที่ดีอันใด เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าที่มามอบหมายภารกิจให้กิลด์จอมเวท โดยพื้นฐานล้วนมุ่งเป้าไปที่จอมเวทกลุ่มใหญ่ ซึ่งยามนี้เจ้ายังมิมีกระทั่งกลุ่มเล็กๆ ระดับความยากจึงมีมากเกินไป”

            ในใจของโม่จ้านเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว หลังมีสถานะเป็นทหารรับจ้าง ถึงตอนนั้นตนค่อยแอบไปรับภารกิจที่กิลด์ทหารรับจ้างก็ได้มิใช่หรือ

            “ข้ามีหนึ่งคำถาม” โม่จ้านหันกายมา จ้องมองเก๋อจือคล้ายมิได้ใส่ใจ

            “ในเมื่อสามารถลงทะเบียนกับทุกกิลด์ เช่นนั้นเหตุใดเจ้าที่ดูคล้ายจะเป็นคนใหญ่คนโตของกิลด์จอมเวทจึงได้เอาแต่แนะนำให้ข้าไปลงทะเบียนที่กิลด์นักดาบพเนจรเล่า?”

            เก๋อจือลูบคทาสั้นในมือ ทำสีหน้าท่าทางคล้ายมิมีสิ่งใดสำคัญ

            “เพราะหากไปกิลด์จอมเวท ที่นั่นแทบจะทุกคนต่างก็รู้จักข้า ข้ามิอยากตอบคำถามไปมา การลงทะเบียนทหารรับจ้างจะต้องกรอกข้อมูลตัวตนตามความเป็นจริง หากเจ้าบอกว่าตนเองมาจากแดนไกล กิลด์จะต้องส่งคนออกไปตรวจสอบแน่นอน เช่นนั้นมิเท่ากับเผยพิรุธงั้นหรือ? กิลด์จอมเวทกับกิลด์นักดาบพเนจรเป็นพันธมิตรกัน หากข้าไปกับเจ้า ด้วยฐานะของข้านั้นเพียงเอ่ยหนึ่งประโยคเป็นพอ”

            โม่จ้านคลี่ยิ้มบาง เขามองเด็กหนุ่มที่กำลังทำท่าทางพึงพอใจ ความรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของเขาถึงกับเหนือคำบรรยาย “แล้วกิลด์นักดาบพเนจรจะให้ผลประโยชน์อันใดแก่เจ้า?”

            “อย่างน้อยก็ต้องลูกแมวเพลิงสักตัว--- มิใช่ เจ้ารู้ได้อย่างไร!”

            เมื่อมองสีหน้าคล้ายยกยิ้มแต่ไม่ยิ้มของโม่จ้าน เก๋อจือที่เผลอพลั้งปากนึกอยากจะตบหน้าตนเองแรงๆ สักหลายฉาด

            “เอาล่ะๆ ถึงอย่างไรหากข้าทำภารกิจสำเร็จ ผู้แนะนำย่อมต้องมีส่วนแบ่งใช่หรือไม่?”

            โม่จ้านอดหัวเราะพลางส่ายหน้ามิได้ ผู้แนะนำลงทะเบียนได้เงินรางวัล ธรรมชาติของมนุษย์มิว่าอยู่ที่ใดก็มิมีทางเปลี่ยน

            “หากข้าเกิดมีชื่อเสียงขึ้นมา กิลด์นักดาบพเนจรก็ยังโอ้อวดได้ว่า ‘สายตาของเขาเฉียบแหลมที่เลือกกิลด์นักดาบพเนจร’ ใช่หรือไม่?”

            ร่างทั้งร่างของเก๋อจือแข็งทื่อเสียแล้ว “เจ้าเจ้าเจ้ารู้ทั้งหมดได้อย่างไร เจ้ามิใช่คนป่าหรอกรึ?”

            โม่จ้านตบบ่าเก๋อจืออย่างแฝงความนัย จากนั้นก็สาวเท้าเดินออกไป

            “ช่วยเหลือผู้อื่นโดยมิมีข้อแม้ กระทั่งคนป่ายังรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังจะต้องมีสิ่งใดเป็นแน่”

            ขณะมองโม่จ้านเดินจากไป เก๋อจือที่สีหน้าลุกลี้ลุกลนร้องตะโกนเสียงดังว่า “รอก่อน เจ้าจะไปที่ใด! หากมิมีข้าก็มิมีผู้ใดยืนยันตัวตนให้เจ้านะ!”

            “ข้า ไป กิน ข้าว!” โม่จ้านหันกลับมาอย่างจนปัญญา “หรือว่าเจ้าจะเลี้ยงข้าวข้า?”

            เก๋อจือนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างเขินอาย “ใช่ ข้าจะเลี้ยงข้าวเจ้า!”

            ....

            โม่จ้านมองจานเปล่าสิบกว่าใบตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน

            ตนเป็นพวกอรรถประโยชน์นิยม รู้สึกอ่อนไหวกับการสิ้นเปลืองอาหารอย่างมาก การที่เก๋อจือผู้อยู่ตรงหน้าเขี่ยอาหารเพียงมิกี่คำก็เช็ดปากแล้ววางจานลง ถึงกับกระตุ้นความอยากเทศนาของโม่จ้าน ทว่าหลังจากตนเริ่มก้มหน้าก้มตากินข้าว โม่จ้านพลันพบความจริงหนึ่งประการที่น่าหวาดกลัว --- คล้ายกับกระเพาะของตนจะกินมิมีวันอิ่มอย่างไรอย่างนั้น

            ยามเร่งเดินทางกับป๋อเก๋อ ทุกๆ มื้อจะกินข้าวในปริมาณของคนโตสองคน ดังนั้นตนจึงมิได้รู้สึกสงสัยอันใด ทว่ายามนี้เมื่อโม่จ้านมองจานที่เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าขึ้นเรื่อยๆ ตนก็เริ่มเก็บสีหน้ามิอยู่เสียแล้ว

            ...ข้า ข้ามิอาจควบคุมมือทั้งสองข้างและปากของตนเองได้

            ฝีมือการทำอาหารของโรงเตี๊ยมเล็กนอกเมืองมิเลวทีเดียว เดิมทีโม่จ้านเพียงอยากจะลองดูว่ากระเพาะของตนจะสามารถบรรจุได้มากน้อยเพียงใด ผลลัพธ์ที่ได้แม้จะลองแบบมิจริงจัง แต่คล้ายกับข้าวปลาอาหารบนโต๊ะจะถูกกินจนเกลี้ยงเสียแล้ว สถานการณ์เช่นนี้นับว่าแปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ทั้งๆ ที่รับรู้ได้ว่าตนเองอิ่มแล้ว แต่กระนั้นกลับมิได้ส่งผลต่อความอยากอาหาร

            โม่จ้านเงยหน้าอย่างประหม่าอยู่บ้าง ครั้นเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงรักษากิริยาสง่างาม ทว่าใบหน้ากลับกระตุกมิยอมหยุด--- เก๋อจือที่เดิมทีคิดอยากจะแสดงตัวเป็นผู้ร่ำรวยต่อหน้า ‘คนป่า’ สักหน่อยเพื่อสนองความฟุ้งเฟ้ออันจอมปลอม ยามนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าโม่จ้านมีสายเลือดของเผ่าสัตว์กลายร่างใช่หรือไม่ นึกมิถึงว่าจะสามารถยัดอาหารสำหรับหกเจ็ดคนเข้าไปในปากได้

            สายตาของเก๋อจือเบนไปด้านข้าง แสร้งทำราวกับมองมิเห็น โม่จ้านพลันตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ยังคงหน้าด้านดึงอาหารจานสุดท้ายมาตรงหน้า ก่อนจะกินอาหารที่อยู่ด้านในจนหมดภายในสองสามคำ โต๊ะกลมขนาดกลางถูกวางไว้ด้วยถ้วยจานจนเต็ม ที่สำคัญแต่ละจานยังถูกกินจนเกลี้ยง

            “...ขอบคุณมากที่ต้อนรับเป็นอย่างดี” โม่จ้านเช็ดปาก ตามด้วยฝืนส่งยิ้มออกมา

            “อ่า อ่า เจ้ากินอิ่มก็ดีแล้ว” เก๋อจือหยัดกายลุกขึ้นและพยายามฝืนยิ้มออกมาเช่นกัน

            “โอกาสหน้าเชิญใหม่เจ้าค่ะ” ลูกจ้างหญิงยกยิ้มตาหยีอย่างเป็นมืออาชีพ คลี่ยิ้มส่งคนทั้งสองออกจากร้านตั้งแต่ต้นจนจบ ครั้นหันกลับมากลับเผยสีหน้าซับซ้อนมิน้อยทีเดียว

            อีกฝั่งหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งกำลังใคร่ครวญถึงชาติกำเนิดของอีกคน อีกฝ่ายหนึ่งก็ถูกปริมาณการกินอาหารของตนทำให้ตกใจเช่นกัน คนทั้งสองต่างคนต่างเดินด้วยท่าทางที่แฝงความคิดที่มิอาจเปิดเผยได้ขณะเดินออกจากร้าน

            บรรยากาศหลังเวลาอาหารเที่ยงมิเลว เก๋อจือเดินอยู่ด้านหน้าเพื่อนำทาง โม่จ้านเดินตามอยู่ด้านหลังโดยมิได้สนใจสถานการณ์รอบตัว หลังลังเลอยู่ครึ่งค่อนวัน จึงตัดสินใจที่จะเอ่ยปากออกไป

            “...เจ้าจะพาข้าไปลงทะเบียนเมื่อใด?”

            “ดูเจ้าร้อนรนถึงเพียงนั้น ขาดแคลนเงินถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” เก๋อจือแคะหูพลางทำสีหน้ารังเกียจ “วันนี้เป็นวันหยุด มีผู้เข้างานเพียงมิกี่คน มิเพียงแต่หยุดการลงทะเบียน กระทั่งภารกิจยังมีแต่ลงประกาศมิมีการรับภารกิจ ร้อนใจไปก็มิมีประโยชน์”

            โม่จ้านเงยหน้าพลางเอามือทั้งสองข้างพาดหลังคอ “เจ้ามิได้บอกว่าอีกหนึ่งวันจะไปเข้าร่วมการประเมินงั้นหรือ ข้าเกรงว่าจะเร่งเดินทางมิทัน”

            เก๋อจือยินดีเสียแล้ว “เช่นนั้นรอข้าประเมินเสร็จแล้วค่อยไปเถิด อยู่ในเขตของอาณาจักรมีสิ่งใดให้ไปมิทัน ใช้จุดวาร์ปก็ไปถึงแล้ว”

            ...จุดวาร์ป? มันอันใดอีกล่ะนั่น

            โม่จ้านเอ่ยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง “จุดวาร์ป...แพงมากกระมัง?”

            เก๋อจือทุบอกตนเองอย่างแรง ท่าทางคล้ายไก่น้อยตัวผู้ที่เดินยกเท้าสูงอย่างมั่นอกมั่นใจ “ข้าคือบุตรชายของหัวหน้าสาขาย่อยของกิลด์จอมเวท ท่านพ่อมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงมาร์ควิส ข้าต้องการจะใช้จุดวาร์ป ผู้ใดจะกล้ามิไว้หน้าข้า!”

            โม่จ้านเบะปากด้วยความอิจฉา ใช่ๆๆ ลูกคนรวยทั้งยังเป็นลูกข้าราชการคิดจะทำสิ่งใดล้วนได้ทั้งสิ้น

            “เช่นนั้นบ่ายวันนี้พวกเรากลับโรงเตี๊ยมใช่หรือไม่ นอนจนถึงวันพรุ่งนี้?”

            “ไม่ ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่ดีๆ ” เก๋อจือขยิบตาให้โม่จ้าน ก่อนจะลากเขาไปยังถนนใหญ่นอกเมือง

            

            

            

            

             

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668