นับนทีแทบหยุดหายใจเมื่อสายตาทอดมองไปยังด้านนอกและพบว่าคนที่ไม่ได้เจอกันเกือบสี่ปีกำลังลากกระเป๋าตรงมาที่ร้านใบหน้าเฉยชาเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างขวางเมื่อมองมาเห็นว่าเขากำลังยืนมองอยู่ก่อนแล้วขายาวๆก้าวมาถึงประตูอย่างรวดเร็วก่อนจะผลักบานประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มส่งให้เขา
กริ๊ง กริ๊ง
กระดิ่งหน้าประตูกระทบกันจนเกิดเสียงกังวานขึ้นในร้านใครคนนั้นลากกระเป๋าเข้ามาด้านในพร้อมรอยยิ้มนับนทีราวกับคนที่ตกอยู่ในภวังค์เมื่อเอาแต่จ้องหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ละสายตาเกือบสี่ปีอัศดินทร์เปลี่ยนไปมาก ดูโตเป็ผู้ใหญ่อย่างเห็นได้ชัดความสูงที่เพิ่มขึ้น ไหล่กว้าง ตัวหนากว่าเดิมไม่ผอมแห้งเหมือนสี่ปีก่อน ในขณะที่ผิวยังขาวสว่างเช่นเดิมแต่สิ่งที่ทำให้นับนทีใจกระตุกมากที่สุดคือรอยยิ้มกว้างขวางที่ส่งมาให้เขานับนทีอยากร้องไห้เพราะช่างเหมือนกับรอยยิ้มของลูกสาวเหลือเกิน
“พี่นับสวัสดีครับ”สองมือพนมขึ้นไหว้เมื่อลากกระเป๋ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของนับนที ความสูงที่ไล่ทันเขาและอาจจะเลยเขาไปเล็กน้อยแล้วทำให้สามารถจ้องตากันตรงๆได้
“สวัสดีไม่เจอนายเกือบสี่ปีนายตัวสูงขึ้นเยอะเลย” นับนทีทักทายกลับพร้อมรอยยิ้มสายตายังไล่มองสำรวจคนตรงหน้าไม่วางตาหากเมื่อสี่ปีก่อนอัศดินทร์คือเด็กหนุ่มที่สาวๆหมายปองอัศดินทร์ในตอนนี้ก็คงจะเป็ชายหนุ่มที่สาวๆหมายปองอย่างไม่ต้องสงสัย
“พี่สบายดีนะ”
“อื้ม”นับนทีพยักหน้ารับทั้งอมยิ้มน้อยๆให้คนตรงหน้าก่อนจะเชื้อเชิญให้ไปนั่งที่โต๊ะรับแขกแล้วเดินไปรินน้ำในห้องครัวมาเสิร์ฟให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณครับผมมารบกวนหรือเปล่า นั่งคุยกันหน่อยสิ ผมมีเื่จะพูดกับพี่เยอะเลย”
นับนทีเหงื่อตกเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของอัศดินทร์ตามประสาคนมีความลับแอบซ่อนกังวลอยู่ตลอดว่าอัศดินทร์จะล่วงรู้ความลับที่เขาอยากปิดซ่อนไว้แต่กระนั้นก็หย่อนตัวลงนั่งอย่างไม่มีทางเลี่ยง
“ไม่กวนหรอก่เวลาเที่ยงแบบนี้ไม่ค่อยมีลูกค้า”
นับนทีเอ่ยตอบและอัศดินทร์ก็กวาดสายตามองรอบๆร้านอย่างสนใจทันทีก่อนจะหันมาสบตาเขาอีกครั้งเพื่อตั้งต้นเอ่ยคำถาม“ไม่เคยรู้เลยว่าพี่มาเปิดร้านขายเสื้อผ้า”
“พี่เพิ่งมาเปิด่สองปีหลังนี้เองยุ่งๆ โซเชียลก็ไม่ได้แตะเลยไม่ได้บอกนาย”
“ผม…ขอโทษนะที่ไม่ได้ติดต่อพี่มาเลยที่ตัดสินใจหายไปเพราะ่นั้นผมคิดถึงบ้านหนัก คิดถึงเพื่อน ใจมันมีแต่อยากกลับผมเลยหักดิบไม่ติดต่อใคร พยายามเปิดใจรับเพื่อนใหม่มารู้ตัวอีกทีผมกับพี่ก็ไม่ได้คุยกันมาหลายปีแล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแต่อยากให้รู้ว่าผมไม่เคยลืมพี่นะมาถึงนี่ถึงได้ตรงมาสารภาพบาปกับพี่ทันที”แม้บุคลิกจะเปลี่ยนเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นและร่างกายเองก็ดูจะเติบโตขึ้นมากหากแต่ความอ่อนโยนจากอัศดินทร์ที่มีต่อนับนทีไม่เปลี่ยนไปเลยแต่ก่อนแม้อัศดินทร์จะแข็งกร้าวกับพ่อมากแค่ไหนแต่เมื่อนับนทีปลอบโยนท่าทีนั้นก็จะหายไปทันทีและแปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนต่อเขา
“พี่เข้าใจนายอยู่ที่นั่นได้จนเรียนจบพี่จะโกรธลงได้ไง มีแต่จะภูมิใจล่ะไม่ว่า”นับนทีเอ่ยอย่างเอ็นดู
“ได้ยินแบบนี้ก็สบายใจผมกังวลใจมาตลอดว่าพี่อาจจะไม่อยากพูดกับผมเพราะผมทำเหมือนลืมพี่ไปเลยแบบนี้”อัศดินทร์คลายอาการเกร็งลงทันที
“จริงๆก็อยากจะโกรธอยู่หรอกนะแต่นายมาสารภาพบาปถึงที่แบบนี้พี่ก็คงโกรธไม่ลงแล้วล่ะ”นับนทีเย้ากลับจึงได้เห็นรอยยิ้มหัวของอีกฝ่ายเหมือนย้อนเวลาไปเมื่อสี่ปีก่อนที่เขาอนุญาตให้เด็กคนหนึ่งมาเป็สมาชิกในคอนโดด้วยและซึมซับเอาความขี้เล่นนี้ไว้ทุกวันกลายเป็ความเคยชินในชีวิตแม้ผ่านมาสี่ปีแล้วและห่างเหินกันไปนานมากทว่าเมื่อกลับมาเจอกันและได้เห็นความขี้เล่นนี้อีกครั้งหัวใจก็จำขึ้นมาได้ในทันที
“คิดถูกนะเนี่ยที่ตรงมาหาพี่ก่อนใครเพื่อน”คนพูดยิ้มดีใจเหมือนเด็กได้รับของเล่นและนับนทีเองก็ยิ้มกลับให้เ้าตัวนั่งมองตรงๆแบบนี้ยิ่งเห็นชัดว่าอัศดินทร์กับยัยหนูมีอะไรเหมือนกันมากจริงๆมากจนในใจอดนึกหวั่นขึ้นมาไม่ได้
“แล้วยังไงกลับมานี่จะไปพักที่บ้านกับพ่อมั้ยหรือมีแพลนอื่น”นับนทีเอ่ยปากถามกลับบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเงียบระหว่างกันให้ต้องอึดอัด
“ผมว่าจะลองกลับไปดูก่อนถ้าทนไม่ได้ก็คงออกมาอยู่ข้างนอก” รอยยิ้มเล่นหัวจางลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงบ้านทำให้นับนทีค่อนข้างแน่ใจว่าเวลาสี่ปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ของอัศดินทร์กับพ่อไม่ได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเลยสักนิด
นับนทียิ้มเอาใจอย่างที่ชอบทำทุกครั้งเวลาที่อัศดินทร์อารมณ์ไม่ดีเมื่อเอ่ยถึงพ่อก่อนจะเอ่ยปลอบโยนเช่นเคย “ลูกชายกลับมาทั้งทีคุณลุงคงดีใจ กลับไปหาท่านก็ดีแล้วไม่แน่ว่าอะไรๆตอนนี้อาจจะดีขึ้นแล้วก็ได้”
“หึ ถ้ามีผู้หญิงคนนั้นอยู่ในบ้านไม่มีวันที่อะไรๆจะดีขึ้นหรอก”อัศดินทร์เปลี่ยนจากยิ้มอ่อนโยนเป็ยิ้มเยาะเมื่อคิดถึงพ่อและอดีตคนรักที่กลายมาเป็แม่เลี้ยง
นับนทีถอนหายใจเมื่อนึกย้อนไปถึงความแตกร้าวรุนแรงระหว่างพ่อกับลูกซึ่งมีสาเหตุมาจากผู้หญิงคนหนึ่งเธอคนนั้นชื่อเพียงดาวเคยเป็คนรักของอัศดินทร์ทว่าตอนนี้เธอได้ยกฐานะขึ้นเป็แม่เลี้ยงของอัศดินทร์อัศดินทร์จึงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกทั้งพ่อและหญิงคนรักหักหลังนับนทีไม่แปลกใจเลยหากความแค้นนั้นจะไม่เคยจางลงจากใจของอัศดินทร์แม้แต่นิด
“แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกห่วงหาอะไรผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะเพียงแต่รู้สึกรังเกียจความหน้าเงินทุกครั้งที่คิดขึ้นมาก็เท่านั้น”อัศดินทร์เอ่ยลอดไรฟันด้วยความแค้นหากแต่วินาทีถัดมาก็ยิ้มให้นับนทีเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดว่าไม่แคร์แล้วนั้นคือความจริงนับนทีพยายามสำรวจความรู้สึกอีกฝ่ายและก็พบว่าไม่มีความเ็ปหลงเหลืออยู่ในสีหน้าและแววตาอย่างที่เ้าตัวว่าแล้วจริงๆกาลเวลาและความรักครั้งใหม่คงทำให้อัศดินทร์ทำใจได้นับนทีคิดอย่างนั้นพอคิดถึงรักครั้งใหม่ของอัศดินทร์ในใจนับนทีก็กระตุกขึ้นมาทันที
“ยินดีด้วยนะเื่หมั้นพี่เจอกับน้อยหน่าเลยได้รู้ว่านายลงรูปภาพพร้อมสถานะว่าหมั้นกับแฟนแล้วน้อยหน่าเอารูปมาให้พี่ดูสวยมากเลยล่ะ”ใบหน้านับนทีกำลังปั้นยิ้มกว้างขวางให้อัศดินทร์หากแต่ในช่องคอกลับรู้สึกตีบตันราวกับมีก้อนอะไรวิ่งมาจุกจนแทบหายใจไม่ออก
“ครับ แล้วพี่กับแฟนล่ะเมื่อไหร่จะมีข่าวดีหรือพี่แต่งงานไปแล้วแต่ผมไม่รู้”
กริ๊ง กริ๊ง
นับนทียังไม่ทันได้ตอบคำถามอัศดินทร์เสียงกระดิ่งประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นเสียก่อนทั้งนับนทีและอัศดินทร์หันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันเสียงใสใสเอ่ยเรียกนำมาก่อน
“คุณแม่ของขวัญมาแล้วค่า”ร่างเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งนำคุณป้าเข้ามาหานับนทีแล้วโผเข้ากอดทันทีนับนทีอุ้มแกขึ้นมานั่งบนตักในที่สุด่เวลาแห่งการเผชิญหน้าระหว่างสายเืเดียวกันก็เริ่มต้นขึ้นแกมองอัศดินทร์ตาแป๋วเมื่อหันไปเห็น อัศดินทร์เองก็มองจ้องแกอย่างสนใจเช่นกันนับนทีสูดหายใจยาวพยายามทำใจให้นิ่งแม้หัวใจข้างในจะรัวกระหน่ำราวกับมีใครมาตีกลองอยู่ข้างในก็ตาม
“สวัสดีน้าอัศก่อนสิคะ”นับนทีบอกลูก
“สวัสดีค่ะ”แกพนมมือไหว้อย่างน่ารักทันทีอัศดินทร์ยิ้มตอบรับแกก่อนจะเบนสายตามายังนับนทีพร้อมเลิกคิ้วเป็เชิงถาม
“ลูกสาวพี่เอง”นับนทีเอ่ยบอก
“อะไรกันนี่ผมตกข่าวเื่พี่แต่งงานจริงๆเหรอ ทำไมพี่ไม่บอกผมบ้างบอกแล้วไงถ้าพี่แต่งงานยังไงผมก็จะกลับมางานพี่”
นับนทียิ้มให้อีกฝ่ายหากแต่พูดอะไรไม่ออกเป็อัศดินทร์ที่เอ่ยปากถามออกมาอีก
“พี่เอกเค้าดูแลพี่ดีใช่มั้ย”
นับนทียิ้มพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ“ไม่ใช่ลูกเอกภพหรอก”
สีหน้าอัศดินทร์เต็มไปด้วยความสงสัยเมื่อนับนทีบอกแบบนั้นคิ้วเข้มสองข้างเลิกขึ้นสูงก่อนจะเอ่ยถามออกมาอีกด้วยท่าทางจริงจัง “ลูกผมมั้ย”
“บ้าเหรอนายคิดว่านายเป็ใคร เก่งจนถึงขนาดครั้งเดียวพี่จะท้องเลยเหรอ”นับนทีร้องขึ้นพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนแม้ในใจกำลังสั่นสะท้านจนแทบะเิออกมาก็ตามพยายามปั้นหน้าว่าคำถามของอัศดินทร์เป็เื่ตลกที่สุดที่เคยได้ยินทั้งที่จริงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกังวลผสมปนเปไปกับความไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจแบบนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
อัศดินทร์เองก็ขำออกมาน้อยๆในขณะที่สายตายังมองสำรวจเครื่องหน้าของเด็กหญิงอย่างสนใจนับนทีถึงกับหยุดหายใจเมื่อเห็นสายตาแบบนั้นก่อนสายตาอัศดินทร์จะแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนและล้วงอะไรอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เด็กหญิง
“ขอโทษด้วยนะคะน้าอัศไม่รู้ว่าคุณแม่ของขวัญมีลูกสาวโตขนาดนี้แล้วเลยไม่ได้เตรียมอะไรมาให้หนูเลยวันนี้มีแค่ลูกอมมาให้หนูค่ะ” อัศดินทร์เอ่ยอ่อนโยนขณะที่ยื่นขนมให้เด็กหญิงนับนทีถึงกับเบือนหน้าหนีไม่อาจทนเห็นการกระทำที่แสนอ่อนโยนของอัศดินทร์ต่อลูกสาวได้ความรู้สึกหลากหลายตีกันในใจจนแทบอยากร้องไห้
“ขอบคุณค่ะ”เด็กหญิงพนมมือไหว้และยื่นมือไปรับมาพร้อมรอยยิ้มสดใสทั้งสองยิ้มให้กันจนนับนทีเจ็บร้าวในช่องอกอัศดินทร์มองแกด้วยสายตาเอ็นดูแม้พบเพียงครั้งแรกอย่างไม่ต้องสงสัยในขณะที่เด็กหญิงมองคุณน้าที่ให้ขนมอย่างชอบใจทันทีเช่นกัน
กริ๊ง กริ๊ง
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็ลูกค้านำสูทมาขอแก้ไซส์นับนทีจะส่งลูกให้คุณป้าดูแล
“ให้แกนั่งอยู่ตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวผมดูแลแกให้ พี่ไปดูแลลูกค้าเถอะ”แต่อัศดินทร์อาสาดูแลแกให้เพราะมองเห็นว่าคุณป้าของนับนทีกำลังวุ่นอยู่กับอะไรสักอย่างเช่นกัน
“โอเค ฝากด้วยนะรับมือให้ได้ล่ะแกค่อนข้างจะขี้สงสัย บางทีอาจจะถามจนนายี้เีตอบเลยล่ะ”นับนทีเย้าอัศดินทร์
“แกน่ารักมากผมไม่เบื่อจะตอบหรอก พี่ไปดูแลลูกค้าเถอะไม่ต้องห่วง”
“อื้ม”
นับนทีผละไปหาลูกค้าแต่ก็ยังหันมามองอัศดินทร์กับลูกอยู่เป็ระยะอัศดินทร์ขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆแกก่อนเด็กหญิงสนใจลูกอมแปลกตาจากเมืองนอกที่ได้รับมาจากคุณน้าจนไม่ได้สังเกตุว่าผู้มาใหม่ขยับเข้าไปชิดแกแล้วในตอนนี้และกำลังทำตัวเนียนๆชวนแกคุยจนได้แกชูลูกอมขึ้นเอ่ยถามอัศดินทร์ไม่หยุดและดูเหมือนอัศดินทร์เองก็ไม่เหนื่อยที่จะตอบคำถามแกด้วยรอยยิ้มเกลื่อนหน้าเช่นกันนับนทีมองด้วยความเศร้าหากอัศดินทร์ยังไม่มีใครการบอกความจริงออกไปว่านั่นคือลูกของเขาคงเป็เื่ง่ายกว่านี้
ราวยี่สิบนาทีที่นับนทีคุยรายละเอียดกับลูกค้าเสร็จแล้วจึงเดินกลับไปหาชายหนุ่มกับเด็กหญิงที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานจากที่นั่งห่างกันตอนนี้ของขวัญได้ขึ้นไปนั่งอยู่บนตักอัศดินทร์เรียบร้อยแล้วจนแม้แต่นับนทีเองยังรู้สึกใเมื่อมองห่างๆแบบนี้ยิ่งเห็นชัดถึงความคล้ายคลึงกันของอัศดินทร์และลูกจนนับนทีถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเพื่อกลืนก้อนแข็งๆที่วิ่งขึ้นมาจุกอก
“เสร็จแล้วเหรอ”เป็อัศดินทร์ที่เอ่ยถามขึ้นก่อน นับนทีจึงรีบปรับสีหน้าให้แช่มชื่นขึ้น
“อื้ม”
“ผมเห็นทีต้องกลับก่อนล่ะที่บ้านรู้แล้วว่าผมมาถึงไทย แม่บ้านโทรตามยิกๆว่าพ่ออยากให้รีบกลับ”อัศดินทร์เอ่ยบอกด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นักก่อนจะก้มลงมองเด็กหญิงที่ยังนั่งอยู่บนตักเพราะกำลังสนใจพวงกุญแจสะสมของที่ระลึกจากเมืองต่างๆที่อัศดินทร์ไปเที่ยวขณะที่อยู่ต่างประเทศ“แกน่ารักมาก อ่อนหวานเหมือนพี่เลย ไม่ซนเลยสักนิด”
นับนทีหัวใจพองโตอย่างไม่อาจห้ามเมื่อได้ยินคำชมแบบนั้นจนถึงกับเก็บรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ก่อนจะเดินเข้าไปอุ้มเด็กหญิงออกจากตักของอัศดินทร์พร้อมเอ่ยบอกลูก“คืนพวงกุญแจให้น้าอัศก่อนนะคะ น้าอัศต้องกลับบ้านแล้ว”
เด็กหญิงยื่นพวงกุญแจคืนอัศดินทร์อย่างว่าง่ายอัศดินทร์รับจากมือแกพร้อมยิ้มให้แล้วเอื้อมมือมาลูบหัวแกอย่างอ่อนโยนก่อนเอ่ยลา“ไว้เจอกันใหม่นะคะ”
“น้าอัศมาอีกนะคะมาเล่นกับของขวัญกับคุณแม่”
“แน่นอนค่ะน้าไปก่อนนะคะ” อัศดินทร์บอกลาเด็กหญิงก่อนแล้วพยักหน้าให้นับนที “ผมไปก่อนนะ”
“อื้ม”
ร่างสูงเดินไปลากกระเป๋าเดินทางที่จอดนิ่งอยู่มุมหนึ่งก่อนจะหันมาพูดกับอัศดินทร์ทิ้งท้าย“นัดรวมตัวกันหน่อยดีมั้ย พวกเราไม่ได้เจอกันนานแล้ว กระชับมิตรซักหน่อย”
“เอาสิ จะไปร้านไหนนายนัดมาได้เลย”
“ผมไม่รู้พี่มีไอเดียมั้ยล่ะ”
“อืม ร้านเอกภพเป็ไงพวกพี่นานๆทีก็มีเจอกันที่ร้านเอกภพบ้างมาห่างกันมากๆก็ตอนน้อยหน่าไปทำงานต่างจังหวัดนี่แหละ นัดร้านเอกจะได้ไปง่ายๆหน่อย”
“ดีครับพี่ส่งโลเคชันร้านมาให้ผมหน่อยแล้วกัน”
“อื้ม ได้”
“ไปนะครับ”อัศดินทร์เอ่ยลาอีกครั้งพร้อมยกมือบ๊ายบาย เด็กหญิงตัวน้อยยกมือบ๊ายบายตอบทันที
“บ๊ายบายค่ะ”
“บ๊ายบายครับคนสวย”อัศดินทร์ตอบรับแกพร้อมยิ้มให้แล้วลากกระเป๋าออกไปขึ้นแท็กซี่หน้าร้าน
นับนทีมองตามจนรถวิ่งออกไปจากหน้าร้านก่อนจะกอดลูกไว้แนบอกขณะที่กลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดความสามารถในที่สุดเขาก็ไม่ได้บอกอัศดินทร์ถึงความจริงที่เขาเก็บซ่อนไว้ได้แต่ภาวนาว่าสิ่งที่เขาเลือกจะเป็สิ่งที่ถูกต้อง
ทันทีที่เขาโผล่เข้าไปในบ้านใครคนหนึ่งก็ผุดลุกขึ้นจากโซฟาห้องรับแขกโผเข้ามาหาเขาทันทีราวกับรออยู่ก่อนแล้วอัศดินทร์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเ็าพร้อมขยับถอยหลังหากแต่อีกคนกลับไม่สะทกสะท้านก้าวตามมาชิดเขาอย่างไม่ลดละและยังยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
“ทำไมอัศเพิ่งเข้าบ้านดาวรอตั้งนาน”
“มารอทำไม ไม่ได้ขอ”อัศดินทร์ตอบกลับอย่างเ็า
“แหมน้ำเสียงห่างเหินจัง” เพียงดาวตัดพ้อเสียงเล็กเสียงน้อยซึ่งอัศดินทร์เคยชอบกิริยาแบบนี้ในอดีต เคยมองว่ามันเป็จริตที่น่ารักหากแต่ตอนนี้เขาสะอิดสะเอียนเต็มที
“หลีกไปฉันจะขึ้นห้อง”
“ดาวขอเข้าไปคุยในห้องอัศด้วยสิ”เพียงดาวขอดื้อๆไม่สนใจท่าทีรังเกียจของอัศดินทร์ที่แสดงออกอย่างชัดเจนเลยแม้แต่นิด
“อยากให้พ่อลูกทะเลาะกันบ้านแตกอีกเหรอไม่เจอกันหลายปีไม่คิดจะเปลี่ยนนิสัยหน่อยหรือไง” อัศดินทร์ว่าใส่หน้าตรงๆริมฝีปากยกขึ้นเยาะขณะที่สายตาไล่มองเพียงดาวด้วยสายตาดูถูกอย่างไม่ปิดบังสี่ปีที่ผ่านดูเหมือนเพียงดาวจะมีอะไรๆที่เปลี่ยนไปมากจากเด็กสาวตัวผอมบางเรียบร้อยกลายเป็หญิงสาวสวยที่มีรูปร่างสัดส่วนอวบอัดขึ้นใบหน้าสวยใสของสาวน้อยวัยแรกแย้มถูกแต่งแต้มอย่างปรานีตให้ดูสวยโฉบเฉี่ยวจนไม่เหลือเค้าสาวน้อยคนเดิม
“แหมดาวเก่งขนาดนั้นเลยเหรอคะ อัศจะชมดาวเกินไปแล้วนะ”หากแต่เพียงดาวไม่สะทกสะท้านกับสีหน้าไม่แยแสของอัศดินทร์หญิงสาวเอ่ยยั่วเย้าและขาก็ก้าวเข้ามาประชิดอัศดินทร์อย่างไม่ลดละอัศดินทร์เลิกถอยหนีและยืนปักหลักประจันหน้ากับหญิงสาวเพียงดาวมองอย่างท้าทายขณะที่วางมือขาวทาบลงบนอกอัศดินทร์พร้อมยิ้มใส่ตาอัศดินทร์อย่างพอใจ
“อัศตัวหนาแล้วก็สูงขึ้นมากเลยนะแต่ก่อนก็หล่ออยู่แล้ว กลับมาคราวนี้ทั้งหล่อทั้งภูมิฐาน”
“เอามือสกปรกของเธอออกไปจากตัวฉัน”อัศดินทร์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน
“กล้ามอกก็แน่น”แต่เพียงดาวทำหูทวนลมมือยังคงลูบไล้อยู่ที่อกของอัศดินทร์และเริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆอัศดินทร์มองอีกฝ่ายตาขวาง สันกรามบดเข้าหากันจนเป็สันนูนด้วยความโกรธแต่เพียงดาวไม่กลัว ไม่แม้แต่จะขยับออกห่าง
“เพียงดาว”อัสดินทร์กดเสียงต่ำเอ่ยเรียกชื่อเมื่อเพียงดาวยังไม่หยุดมองด้วยสายตาดุดันขึ้นกว่าเดิมมาก
“ว่าไงคะ”
“เอามือออกไป”
“ก็ได้ๆหยอกแค่นี้เองทำไมอัศต้องโมโหตาขวางใส่ดาวขนาดนี้ด้วย ไม่เจอกันตั้งสี่ปีไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง”หญิงสาวชักมือกลับขณะที่ช้อนสายตาขึ้นออดอ้อนอัศดินทร์
อัศดินทร์ไม่ต่อปากต่อคำต่อเพียงเบี่ยงตัวออกจากเพียงดาวแล้วเดินขึ้นชั้นสองของบ้านแต่เพียงดาวไม่ลดละเอ่ยเสียงดังไล่หลังมา
“แต่ดาวกดไลก์ให้อัศในไอจีทุกรูปเลยนะดาวมองอัศอยู่ตลอดเลยแหละ”
อัศดินทร์โมโหจัดจนหยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับไปพูดใส่เพียงดาว“งั้นก็คงเห็นฉันลงรูปคู่กับคู่หมั้นแล้ว”
“อืม สวยดีนะแต่แล้วไงล่ะ อยู่ห่างกันขนาดนี้จะไปรอดเหรอ”หากแต่เพียงดาวไม่สะทกสะท้านหรือแสดงสีหน้าเ็ปเลยสักนิดนอกจากนี้ยังยิ้มยั่วเย้าส่งมาที่อัศดินทร์ราวกับเหนือกว่าอีกอัศดินทร์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธหมุนตัวกลับแล้วเดินลงส้นขึ้นไป้าทำไมเมื่อสี่ปีก่อนเขาถึงอ่อนต่อโลกจนโดนผู้หญิงคนนี้หลอกด้วยท่าทีอ่อนหวานได้ทำไมเขาถึงได้โง่เง่ามองไม่ออกเลยสักนิด อัศดินทร์โกรธตัวเองจนไม่อยากให้อภัย
ความกรุ่นโกรธของอัศดินทร์หยุดชะงักลงเมื่อใครอีกคนเปิดประตูออกมาจากห้องดวงตาคมมองสบกันอย่างเ็าเป็นานที่ไม่มีแม้แต่คำทักทายให้แก่กัน
“กลับมาถึงไทยทำไมไม่กลับมาบ้านก่อนหรือแกไม่เห็นแม้แต่หัวฉันถึงได้ออกไปตะลอนๆอยู่ข้างนอกเหมือนคนไม่มีบ้าน”คนที่เอ่ยขึ้นก่อนคือพ่อ สายตาเ็าราวกับเขาไม่ใช่ลูกยังคงเป็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากสี่ปีก่อนอัศดินทร์เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ตอบกลับเสียงเรียบ
“ผมจะกลับตอนไหนมันก็เื่ของผมผมอายุจะยี่สิบห้าแล้วต้องให้พ่อตามกลับบ้านเหมือนเด็กเหรอ”
“พูดว่าตัวเองอายุยี่สิบห้าแต่เถียงคำพ่อไม่ตกฟากเหมือนเด็กห้าขวบแกมันไม่ได้โตขึ้นเลยสักนิด”
“หึ จะเอาไงจะทะเลาะกันั้แ่วันแรกเลยมั้ย”อัศดินทร์ก้าวขึ้นบันไดต่อจนไปถึงชั้นบนเพื่อจะเผชิญหน้ากับพ่อตรงๆเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเกือบสี่ปีที่ไม่ได้เจอกันไม่ได้ทำให้พ่อเกลียดเขาน้อยลงเลยใช่ไหม
“นิสัยเด็กไม่เลิกไม่มีสัมมาคารวะ”อัศดินทร์ถูกพ่อว่าอีกก็ยิ่งโกรธจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาหากแต่เสียงใสใสของคนด้านล่างร้องขึ้นมาก่อน
“คุณคะจะไปตีกอล์ฟไม่ใช่เหรอ ลงมาสิคะเดี๋ยวเพื่อนๆที่สโมสรรอนานนะคะ”เป็เสียงเพียงดาวนั่นเอง
คุณอดิสรทิ้งสายตาดุใส่ลูกชายเพียงเล็กน้อยแล้วเดินสวนลงบันไดไปอัศดินทร์มองตามแผ่นหลังพ่อที่ดูจะลู่ลงเล็กน้อยบ่งบอกความแก่ที่เห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นก่อนจะเบนสายตาไปยังเพียงดาวที่กำลังส่งสายตารอเขาอยู่ก่อนแล้วและขยิบตาใส่เขาทันทีเมื่ออัศดินทร์มองตอบ
อัศดินทร์หมุนตัวกลับจากทางเดินไปห้องพ่อสู่ห้องนอนตัวเองดึงประตูกระแทกปิดระบายอารมณ์ถอดเสื้อขว้างทิ้งด้วยความโมโหแล้วเปิดแอร์ปรับอากาศในห้องเพื่อให้อารมณ์ร้อนคลายลงก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอย่างแรงสี่ปีก่อนกับตอนนี้บ้านของเขาก็ยังเป็สถานที่ที่ไม่มีความสุขสำหรับเขาเช่นเดิม
นับนทีกับเอกภพหันมองหน้ากันทันทีราวกับนัดเมื่อร่างของอัศดินทร์พ้นประตูร้านเข้ามาเอกภพยิ้มยั่วเย้าใส่นับนทีในขณะที่นับนทีถลึงตาใส่เพื่อนก่อนที่จะต้องหันกลับเมื่ออัศดินทร์เดินมาถึงโต๊ะที่ถูกจัดไว้เป็พิเศษบนชั้นสองของคืนนี้
“ผมเกือบขับรถไปผิดที่รู้สึกลืมถนนหนทางไปหมด” อัศดินทร์เดินยิ้มเข้ามาพูดกับนับนทีก่อนจะหันไปหาเอกภพพร้อมรอยยิ้มเป็มิตร“สวัสดีครับพี่เอก”
“สวัสดีครับดูอัศตัวสูงขึ้นมากเลยนะ หล่อขึ้นมากด้วย” เอกภพชมจากใจจริง
อัศดินทร์ก้มลงยิ้มเมื่อถูกชมตรงๆก่อนเอกภพจะเชื้อเชิญให้นั่ง อัศดินทร์ไม่หย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามนับนทีหากแต่อ้อมมานั่งลงข้างเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังทานของว่างอย่างเอร็ดอร่อยไม่ได้สนใจว่าผู้ใหญ่กำลังพูดคุยอะไรกัน
“สวัสดีค่ะคนสวยจำน้าอัศได้ไหมเอ่ย”
“สวัสดีค่ะน้าอัศของขวัญจำน้าอัศได้ค่ะ”
ประโยคสนทนาของอัศดินทร์กับเด็กหญิงเรียกให้นับนทีกับก้องภพหันมองกันโดยอัตโนมัติอีกครั้งก่อนที่นับนทีจะแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกใส่เอกภพเอกภพส่งสีหน้าเป็คำถามกลับมายังนับนทีว่าแน่ใจแล้วเหรอที่จะทำแบบนี้ก่อนที่อัศดินทร์จะสังเกตเห็นการโต้ตอบกันทางสีหน้าระหว่างนับนทีกับเอกภพนับนทีก็ลากเพื่อนเข้ามาในครัวเสียก่อนโดยทำทีขอเข้ามาเป็ลูกมือให้เอกภพและฝากของขวัญไว้กับอัศดินทร์
“จะทำแบบนี้จริงๆเหรอนับจะให้ของขวัญเรียกเขาว่าน้าอัศจริงๆเหรอ” เอกภพถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฉันไม่เปลี่ยนใจหรอกนายไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมนะเอก ฉันจะไม่มีวันไปพรากความรักของใครเด็ดขาด”
“แต่นับกำลังพรากพ่อพรากลูกนะ”
คำพูดของเอกภพทำเอานับนทีอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเดินเลี่ยงไปจัดผักไม่ยอมสบตาเอกภพตรงๆอีก
“บอกตอนนี้ก็ยังไม่สาย”เอกภพเอ่ยต่อ นับนทีเงยหน้าขึ้นมามองเอกภพในที่สุดด้วยสีหน้าหนักใจก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีจนใจ
“ขอร้องนายช่วยสนับสนุนฉันได้มั้ยเอก ฉันตัดสินใจแล้ว และฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
“ถึงแม้สุดท้ายคนที่เ็ปที่สุดก็คือนับที่ต้องเก็บมันเป็ความลับตลอดไปเหรอ”
“ถ้าทำแบบนั้นแล้วทุกคนมีความสุขฉันก็ยอม”นับนทีเอ่ยแน่วแน่
เอกภพยกมือขึ้นทั้งสองข้างเป็สัญลักษณ์ว่าเขายอมแพ้ในการเกลี้ยกล่อมแล้วหันไปตักอาหารใส่จานเตรียมยกออกไปเสิร์ฟให้แขกคนพิเศษที่เขาปิดชั้นสองไว้ต้อนรับโดยเฉพาะหากแต่ยังอยากแกล้งเพื่อนจึงเอ่ยเย้าขึ้น
“แต่เขาหล่อขึ้นมากเลยนะดูเป็ผู้ใหญ่ ดูภูมิฐานมาก”
“ฉันก็ว่างั้น” นับนทีเห็นด้วย
"ว่าแต่จะไม่เสียดายทีหลังเหรอคุณสมบัติครบขนาดนี้ อายุก็น้อย รูปก็หล่อ พ่อก็รวย ดีกรีปริญญาจากต่างประเทศอีก”
“เอกภพจะไม่ยอมหยุดใช่มั้ย!!!”นับนทีแหวใส่เพื่อนจึงได้ยินเสียงหัวเราะและไหล่สั่นๆของเอกภพจนต้องปาผักใส่แผ่นหลังเพื่อน
แต่ทว่าคำถามของเอกภพก็ทำให้นับนทีนิ่งคิดขึ้นมาทันทีเหมือนกันจะไม่เสียดายเลยเหรอกับคนดีๆคนหนึ่งที่เขาเองก็รู้จักดี….ถ้าวันหนึ่งอัศดินทร์ต้องไปเป็ของคนอื่นเขาเองจะไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ
#ซ่อนรักอัศดินทร์
100%
………………………………………………………….
*จำลองเหตุการณ์เมื่อคนเขียนแอบไปได้ยินทั้งสองคุยกันดังเนื้อหา้า
อัศดินทร์ :ลูกผมมั้ย
นับนที : บ้าเหรอนายคิดว่านายเป็ใคร เก่งจนถึงขนาดครั้งเดียวพี่จะท้องเลยเหรอ
คนเขียน : นับๆอย่าไปพูดแบบนั้นนับ ยัยหนูตัวเล็กๆที่นั่งตาแป๋วอยู่ตรงนั้นก็ฝีมืออัศดินทร์นะนับครั้งเดียวด้วยนะนับ
555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
ทุกคนคอยดูวันที่นายอัศดินทร์รู้ความจริงว่ายัยหนูคือลูกนะพ่อจะเป็ฟืนเป็ไฟขนาดไหนที่โดนสบประมาทว่าครั้งเดียวจะติดเหรอรอเลยนับนทีเจออัศดินทร์พิสูจน์บนเตียงอีกแน่55555555555555555555555555555555555555
ปล.1 นิยายเราน้ำเน่าทุกเื่ค่ะดูได้จากนางร้ายสไตล์ละครน้ำเน่าเลยเราสารภาพไว้เผื่อบางท่านไม่ชอบสไตล์นี้จะได้ไหวตัวทันค่ะ55555555
ปล.2 ขอบคุณที่ติดตามนะคะ^^