บทที่ 6 นายกเทศมนตรีมอบอสังหาริมทรัพย์ให้คุณ
“กิน?” นายกเทศมนตรีตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าที “เอิ่ม คุณคงเหนื่อยจากการเดินป่าขึ้นเขา ไหนจะต่อสู้กับัสองขา… เอ่อ อย่าใส่ใจเลย ฉันพล่ามไม่เข้าเื่ ไปกินข้าวกันเถอะ โปรดตามมา”
เขาหันหลังเพื่อนำทาง ตามมาด้วยร็อบบ์ กอร์ดา จีค และเชอริล โดยมีชาวเมืองสองข้างทางรุมล้อมประตูหน้าบ้านของนายกเทศมนตรี พวกเขาเหล่านี้ตั้งคบเพลิงและโต๊ะกลางลานบ้านเท่านั้น
ทุกคนพอใจกับความสำเร็จของภารกิจ เมืองไซต์แฮมเมอร์มีประเพณีที่เรียบง่าย พวกเขาจะเต้นเมื่อมีความสุข เหล่าชายหญิงจับมือร้องรำทำเพลงไปรอบ ๆ…
ร็อบบ์ท้องร้องโครกคราก เขาหยิบขาแกะย่างขึ้นมากัด และรู้สึกได้ทันทีว่าสมองสั่น ฉันกำลังกินอะไร รสชาติแปลก ๆ นี้คืออะไร? ขาแกะย่าง ถุย! แหวะ อะไรกัน? แม้แต่ร้านแกะย่างที่แย่ที่สุดที่เคยกินก็ไม่ทำอาหารห่วยขนาดนี้!!
ฮ่าฮ่า… ลืมไป ฉันหิวนี่นา ควรกินให้อิ่มหนำก่อน!
ขณะกำลังกิน เขาก็คิดว่า ‘นี่เป็อาหารที่นายกเทศมนตรีนำมาให้ ถ้าต้องกินอาหารของชาวเมือง รสชาติไม่แย่กว่านี้เหรอ! ถ้าต้องอยู่ที่นี่คงได้ทำอาหารกินเองซะแล้วสิ โชคดีที่ฟาร์มครบทุกอาชีพ ฝีมือเชฟก็ตันแล้ว แค่ทำอาหารคงไม่ใช่เื่ยาก? อย่างแรกคือเตรียมส่วนผสม จากนั้นก็ใช้ทักษะโป้งเดียว’
เวลานี้นายกเทศมนตรีวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ
กอร์ดารีบเปิดกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเหรียญเงิน ร็อบบ์ไม่ได้นับ แต่เพียงแค่เห็นก็เดาได้ว่ามีราว ๆ สามถึงสี่ร้อยเหรียญ ผ่านไปครู่หนึ่ง พ่อค้าคนหนึ่งเดินผ่านมาวางเหรียญเงินกองโตไว้บนโต๊ะ เขายิ้มแล้วพูดว่า “คุณกอร์ดา หนังันั่น ถ้าไม่จำเป็ก็ขายให้ฉัน”
กอร์ดาหัวเราะและชกพ่อค้าเบา ๆ “คุณเป็คนเ้าเล่ห์ คุณซื้อหนังัธรรมดาได้ในราคาเพียงสองร้อยเหรียญเงิน หรือมีห้าร้อยเหรียญเงินก็ไม่สามารถซื้อหนังัหยกมณีระดังสูงได้”
พ่อค้าหัวเราะและพูดว่า “ฮ่าฮ่า กว่าฉันจะได้เงินมาก็ต้องเผชิญความเสี่ยงมากมาย นำมันไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ มอนสเตอร์นับไม่ถ้วนเดินเตร็ดเตร่ไปทั่ว ถ้าคุณต้องไปเมืองศักดิ์สิทธิ์ คุณจะคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะขายให้ฉัน”
“โอเค ก็ได้ ๆ” กอร์ดาหัวเราะร่าและรับเงินจากพ่อค้า เขาผสมกับค่าตอบแทนของนายกเทศมนตรี และแทนที่จะนับทุกบาททุกสตางค์ แต่กลับเกลี่ย ๆ ออกเป็สี่กอง ซึ่งกองหนึ่งใหญ่กว่าสามกองที่เหลือ
เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มา มา มา ทีละคน รับไป คุณร็อบบ์ กองนี้เป็ของคุณ”
เขาผลักเหรียญเงินกองใหญ่ที่สุดไปตรงหน้าชายหนุ่ม
ร็อบบ์ต้องเปลี่ยนความประทับใจที่มีต่อกอร์ดาอีกครั้ง เขาเป็คนใจกว้างมากเกินไป ัหยกมณีตัวนี้ถูกร็อบบ์ฆ่าตาย ดังนั้นจึงเป็เื่ธรรมดาที่จะได้ส่วนแบ่งมากที่สุด แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเงินเท่าหยิบมือนี้ ถ้าอยากได้เงินจริง ๆ ร็อบบ์สามารถใช้ทักษะฆ่าัดำ ัทอง ัแห่งการทำลายล้าง หรือัอื่น ๆ ก็ได้ ทุกนาทีเงินที่หาได้อาจไม่ต้องพูดถึง แต่ท้ายที่สุด แค่ขายัหยกมณีก็ได้รับโชคลาภแล้ว
ไม่สำคัญว่าจะได้รับค่าตอบแทนมากหรือน้อย แต่เขาชอบทัศนคติของกอร์ดา นี่เป็สิ่งที่มีในตัวผู้นำที่เป็ผู้ใหญ่หรือบุคคลที่มีไหวพริบเท่านั้น
ร็อบบ์ผู้้าเงินเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกนี้ เขาไม่เกรงใจอีกต่อไป รีบโยนเหรียญเงินเข้ากระเป๋ากางเกงทันที ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่ามันนูนออกมา แต่เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ที่ชายหนุ่มสวมใส่นั้นดูพิลึกเกินกว่าใครจะสนใจ
นายกเทศมนตรีกล่าวว่า “ขอบคุณทั้งสี่คนอีกครั้งที่ให้ความช่วยเหลือ!”
กอร์ด้าหัวเราะเสียงดัง “คราวหน้าคุณอาจจะต้องกำจัดมอนสเตอร์ตัวอื่นเอง” เมื่อมาถึงจุดนี้เขาก็นึกบางอย่างได้ จึงพูดยิ้ม ๆ ว่า “แต่ในภายภาคหน้า ฉันอาจจะไม่ได้ทำแบบนี้อีก”
“ทำไมกัน?” นายกเทศมนตรีถามด้วยความสงสัย
กอร์ด้าชี้ไปที่ชายหนุ่ม “ร็อบบ์บอกว่าเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไร ทั้งยังมาจากที่แสนไกล เขาจึงตามเรามาที่เมืองเวสต์วินด์และอาจจะอยู่ที่นี่ ฉันเดาว่าหลังจากนั้นถ้าคุณอยากให้ช่วยเหลืออะไร พวกเราอาจไม่มีงานทำ ฮ่าฮ่า!”
เมื่อได้ยินเื่นี้ นายกเทศมนตรีก็หันไปหาร็อบบ์และถามว่า “คุณร็อบบ์ที่เคารพ คุณ้าที่อยู่อาศัยไหม”
“อืม!” ร็อบบ์กล่าว “ฉันเหนื่อยกับการผจญภัย มันไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ฉันก็แค่อยากจะ AFK*[1] เงียบ ๆ…”
ในขณะนั้น เขาสังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังงุนงง "แค่ก ๆ ฉันเดินทางมาไกลก็เลยเหนื่อยมากน่ะ ขอแค่ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ดื่มน้ำสะอาด ใช้ชีวิตห่างไกลจากความเร่งรีบและความวุ่นวาย การได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักสองสามปีคงดีไม่น้อย”
ไม่นาน ทุกคนก็เข้าใจคำพูดของเขา!
จิตใจของนายกเทศมนตรีวูบไหว สมองก็ครุ่นคิดไปด้วย… นายร็อบบ์คนนี้ดูแข็งแกร่งมาก หากมอนสเตอร์บุกโจมตี เขาจะถูกบังคับให้ปกป้องเมืองและบ้านตัวเองไปโดยปริยาย ดังนั้นชาวเมืองจะปลอดภัยและไม่ต้องจ้างวานนักผจญภัย
เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความยินดี “เยี่ยมมาก เมืองเวสต์วินด์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและน้ำสะอาด!”
ร็อบบ์พึมพำ “ธรรมชาติและน้ำสะอาด? เห็นว่าทางเข้าเมืองมีเหมืองหลายแห่งเลยนี่ มันดูวุ่นวายนะ”
นายกเทศมนตรีถึงกับน้ำท่วมปาก “เอ่อ…”
น่าขายหน้านัก! เขาจึงรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว “เราอยู่ห่างไกลจากความเร่งรีบและความวุ่นวาย ที่นี่เงียบสงบ ซึ่งเหมาะแก่การลงหลักปักฐาน”
ชายหนุ่มถามต่อว่า “ทำไมคุณถึงระดมเงินจ้างนักผจญภัย? เห็นได้ชัดว่ามอนสเตอร์ชอบมาสร้างปัญหา แล้วมันสงบตรงไหน”
นายกเทศมนตรี “เอ่อ… щ(ʘ╻ʘ)щ”
จู่ ๆ ร็อบบ์ก็พบว่าได้เรียนรู้อาชีพที่ซ่อนอยู่โดยไม่ได้ตั้งใจ ‘ทะสึโคมิ’*[2] รู้สึกดีมากที่ชอบหักหน้าคนอื่น
นายกเทศมนตรีถูกขัดคอจนเสียหลัก จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากงัดไพ่ตายออกมา “คุณโรเบิร์ต มีโบสถ์เล็ก ๆ ในเมือง แต่ท่านบาทหลวงไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่กลับมาอีกเลย ตอนนี้โบสถ์ไม่มีคนดูแล หนำซ้ำคุณยังศรัทธาเทพเ้าแห่งแสงด้วย ถือเป็การที่หากมีคุณมาคอยจัดการคริสตจักร คิดเห็นอย่างไร?”
‘โย่! นายกเทศมนตรีไม่อยากให้ฉันโกรธ เขาเลยยกอสังหาริมทรัพย์ให้’ ร็อบคิด ถ้าอยากมีชีวิตที่สุขสบายก็ต้องเข้าร่วมข้อเสนอ ฉันต้องกิน ต้องใส่เสื้อผ้า และต้องนอน ตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาเื่ที่พักแล้ว ท่านนายกเทศมนตรี คุณเยี่ยมมาก!
เขายื่นมือออกไปและบอกกับนายกเทศมนตรีว่า "โอเค งั้นฉันจะอยู่ที่นี่สักพัก"
[ร็อบบ์ได้รับโบสถ์]
[1] AFK (Away Keyboard) การที่ผู้เล่นไม่ได้อยู่ตรงหน้าจอ อาจจะไปทำธุระส่วนตัว พฤติกรรมที่แสดงให้ผู้อื่นเห็นผู้เล่นคนนี้อยู่ในสถานะ AFK คือการที่ตัวละครในเกมไม่ขยับเขยื้อนเป็เวลานาน ต่อให้โดนมอนสเตอร์หรือบอสโจมตี ตัวละครก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น
[2] ทะสึโคมิ (Tsukkomi) คือคนที่ทำหน้าที่แก้มุก หรือที่รู้จักคือ ตัวตบมุก ซึ่งมักพบเห็นการแสดงตลกแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า manzai (漫才) ซึ่งเป็ประเภทของการแสดงตลกโดยชายสองคน
การแสดงตลกของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะเป็การแสดงตลกโดยคนสองคน สองประเภท นิสัยต่างกัน ประกอบด้วยตัวชงมุก - เล่นมุกเรียกว่าโปเกะ (Boke) และตัวตบมุก - รับมุกเรียกว่าทะสึโคมิ (Tsukkomi)
การแสดงตลกของญี่ปุ่นจะเริ่มจากคนคนชงมุกมักจะพูดหรือทำอะไรผิดเพี้ยนไปจากความจริง พวกเื่บ้าบอ แล้วคนตบมุกจะเป็คนคอยแก้อะไรก็ตามที่คนชงมุกพูดหรือทำอะไรผิด เพื่อเรียกเสียงฮาแก่ผู้ชม ทำให้สื่อบันเทิงแนวตลกญี่ปุ่นมักมีตัวละครสองประเภทนี้อยู่เสมอ