"มีใครรู้เื่นี้อีกไหม หือ!"ผู้เฒ่ากิมพูดด้วยนํ้าเสียงสั่น
"ไม่มีครับมีแค่เราเท่านั้น"ทารันรีบตอบกลับ
ผู้เฒ่ากิมกระทืบเท้าเบาๆ ทั้งห้องก็เปลี่ยนไปเป็ห้องสมุดขนาดใหญ่ ชั้นหนังสือยาวสุดตาและสูงจนมองไม่เห็นแม้แต่้า จากนั้นผู้เฒ่ากิมเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่างกลางกองหนังสือที่กองไม่เป็ระเบียบอยู่กับพื้น
"อยู่ไหนนะ มันไม่เคยมี ไม่เคยมี เป็ไปไม่ได้"ผู้เฒ่ากิมก้มหาบางอย่าง ปากก็พูดอยู่ตลอดเวลา
"ท่านอาจารย์ข้าไม่เคยเห็นท่านเป็แบบนี้ช่วยบอกข้าทีได้ไหม"ทารันแปลกใจกับท่าทางของผู้เฒ่ากิม
ผู้เฒ่ากิมนิ่งและสงบสติอารมณ์ได้ก็หันมาพูดกับทารัน
"ทารันเ้ารู้จักราชันแห่งเปลวเพลิงทั้ง4ใช่ไหม ที่ข้าเคยสอนเ้า มีอะไรบ้าง?"
"ครับ มีราชันเพลิงนิล ราชันเพลิงสีเื ราชันเพลิงสีเงินและราชันเพลิงมายา "ทารันพูด
"แล้วแต่ละคนก็มีดินแดนของตัวเอง ใช่ไหม ในตำนานที่สืบทอดมาถึงปัจจุบันมีเพียง4ดวงเท่านั้น แต่เ้า เ้าลูกไฟน้อย เ้าคือไฟสีฟ้าที่แม้แต่ข้าก็ไม่รู้จัก เ้าบอกข้าทีเ้าคืออะไร"
ผู้เฒ่ากิมดึงหนังสือเล่มนึงออกมาจากชั้นที่อยู่ตรงหน้า
" เจอแล้วในคัมภีร์เดเซีย ในบทนึงได้บอกไว้ว่า เซเรเทียคือผู้สร้างโลกเธอได้สร้างขึ้นด้วยพลังของเทพ แต่เพียงโลกเปล่าๆนั้นมันยังไร้ซึ่งชีวิต เธอสร้างสิ่งมีชีวิตต่างๆขึ้นจนเกิดเป็โลกที่เราอยู่ในตอนนี้"
"ท่านจะบอกอะไร?" เนลอดสงสัยไม่ได้
"สิ่งที่ข้าจะบอก ตอนที่ก่อนเซเรเทียจะหลับนิรันดร์ เธอได้แบ่งพลังของเธอเป็ 4 เปลวเพลิงมันคือเพลิงราชันย์ เพื่อหวังให้ตัวแทนทั้ง4 เผ่าพันธุ์ได้ดูแลมันและสร้างสมดุลของโลก การดูแลนั้นสืบทอดมารุ่นต่อรุ่นจนคำสอนต่างๆก็เลืิอนหายตามกาลเวลา"
ชายแก่นิ่งไปครู่หนึ่ง
"ความโลภและลุ่มหลงในมหาพลังเพลิงที่สร้างโลกก็ทำให้เผ่าพันธุ์ทั้ง4เข้าห้ำหั่น แย่งชิงเพื่อรวบรวมเปลวเพลิงทั้งหมดเป็หนึ่งเดียว เปลวเพลิงถูกหลอมรวมกับผู้สืบทอดมันถูกชุบย้อมด้วยความรู้สึกของผู้และตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของผู้นั้น าที่แทบจะเรียกได้ว่า ชี้ชะตาของโลกใบนี้เลยก็ว่าได้"
"บูล คือ หนึ่งในสี่งั้นเหรอ? "เนล
" ข้าไม่รู้ เ้าลูกไฟน้อยคือดวงที่5ที่ในประวัติศาสตร์หรือตำนานไม่เคยกล่าวถึง ไม่เคยรู้และไม่มีใครเคยเจอ เ้าลูกไฟน้อย เ้าจำอะไรได้รึเปล่า? "
"ขะ..ข้า...ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าข้าตื่น ข้าก็เห็นเนลเป็คนแรก ข้าอยู่ในห้องที่ดูสกปรกมีหญ้าขึ้นเต็มไปหมดแค่นั้นเอง"บูลตอบเฒ่ากิม
"ท่านอาจารย์ครับ เขามีพลังของอาภรณ์ราชันครับ"ทารันพูดแทรกขึ้น ผู้เฒ่าได้ฟังก็ใ
"หะ อะ อาภรณ์ราชัน......ทำไมถึงมีพลังของราชันเพลิงสีเงินได้ละ"ผู้เฒ่ารีบวิ่งหาอะไรสักอย่างอีกครั้ง
แต่แล้วจู่ๆก็มีทหาร วิ่ง กระหืดกระหอบเข้ามา
"ท่านกิมแย่แล้ว พระาาเรียกรวมพลแล้วท่าน"
"พวกเธอรออยู่นี้ ฉันกับทารันจะไปเอง"ผู้เฒ่ากิมบอก
มีบางอย่างเกิดขึ้น
ณ ปราสาทของาาเซิก
"ตอนนี้ขุนพลกาลานของราชันเพลิงนิลยกพลอยู่หน้าเมืองของเรา เขา้าจะเจรจากับเรา เพื่อแลกกับเสบียง เราเรียกพวกเ้ามาเพื่อถามความเห็นพวกเ้าข้าควรทำยังไง"าาเซิกพูด
"แบบนี้มันมาขูดรีดเราชัดๆ และแอบมาสอดแนมเราอีก"เรซพูดพลางกัดฟัน
"เราจะไม่ให้ก็จะเป็การเป็การแข็งข้อกับราชันเพลิงสีนิล"ทารันพูดขึ้น
"ข้าขอเจรจากับกาลานได้ไหม"หนึ่งในองครักษ์ซิลพูดขึ้น
"ข้าขอไปด้วย"ทารันพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
"พวกเ้ามีวิธีรึ"าาเซิกพูด
"ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่ข้าคิดว่าน่าจะแก้ปัญหาได้"ซิลพูด
การต่อรอง
หน้าเมืองวาดิช
ทหารตรึงกำลังอยู่บนกำแพงอย่างเคร่งเครียด
ซิลกับทารัน เดินออกจากกำแพงั์ เพื่อไปเจรจา เมื่อประตูเมืองเปิดเผยให้เห็นกองทัพาาเพลิงนิลกว้างใหญ่สุดสายตาจะมองเห็น ไม่แปลกเลยที่สามารถชนะแต่ละเมืองมาได้ เพียงแต่ทหารแต่ละคนแปลกไปราวกับไม่มีชีวิตยืนนิ่งเหมือนหุ่นเชิด
ซิลกับทารันเดินมาหยุดหน้ากองทัพราชันย์เพลิงสีนิล
"ข้ามาเจรจา กับท่านแม่ทัพกาลาน"ซิลพูดเสียงดัง
"เข้ามา" เสียงดังออกมาจากหลังทหารไม่กี่แถว ทหารเปิดแถวเพื่อให้ ซิลกับทารันเดินเข้าไป ลึกเรื่อยๆ เรื่อยๆ ก็หยุดอยู่ตรงชาย ตัวใหญ่ร่างกายกำยำ ใส่ชุดเกราะสีดำดุดันเหมือนผ่านใช้งานมีร่องรอยมากมายเกิดขึ้นบนชุด หัวโล้นนั่งอยู่บนก้อนหิน เื้ั มีขวานสีดำสนิทเล่มใหญ่ปักพื้นอยู่
"ว่ามา คนสวย"กาลานพูดด้วยเสียงหยอกเย้า
"พวกเรามีคนที่ต้องเลี้ยงดูมากมาย และพวกเรามีเสบียงไม่พอที่ให้ท่าน ขอเวลาให้เราสักระยะได้ไหม"ซิลพูด
กาลานไม่ตอบกลับ จ้องมองมาที่ซิลตาเขม้ง
"ขอเวลาให้พวกเรา เราจะหามาให้แต่อาจจะไม่มากตามที่ท่านขอ....."ซิลยํ้าอีกครั้ง
กาลานลุกขึ้นยืน เดินมาหาซิล เอามือจับที่แขน
"ข้าเปลี่ยนใจ ไม่เอาเสบียง แลกกับเ้า ข้าสัญญาณจะยกทัพผ่านไปเฉยๆเลยละ....."กาลานพูด
ยังไม่ทันจะจบคำของกาลาน ทารันผลักกาลาน แต่กาลานไม่แม้แต่จะะเื ยืนยันได้ว่าเขาแข็งแกร่งมาก
"ถ้าเ้า้าา ข้าก็พร้อมเสมอ"กาลานพูด พรางยิ้มใส่ทารันเหมือนเย้ยใส่
"กลับไปได้แล้วพวกเ้า การเจรจาจบเพียงแค่นี้"กาลาน
"ไปบอกาาของพวกเ้า ข้าให้เวลาแค่รุ่งเช้าทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น"
กาลานดึงขวานั์ออกมาจากพื้นและฟันลงบนพื้นตรงหน้าทารัน
"หมดเวลา ข้าจะทำลายทุกอย่างให้ย่อยยับจำเอาไว้"
การต่อรองล้มเหลว
ณ ปราสาทเมืองวาดิช
ในห้องโถงบนปราสาทของาาเซิกองครักษ์ทั้ง 6 กำลังประชุมกันด้วยบรรยากาศที่ดูตรึงเครียด
"ข้าขอโทษ"ทารัน
"คงคิดจะทำาอยู่แล้วซินะ"
าาเซิกพูดเสียงเครียด
"เอาละ ตอนนี้เราจะหนีไม่ได้แล้ว ที่นี่เป็ที่ที่เราต้องปกป้อง องครักษ์ทั้ง6หน้าที่สำคัญของพวกเ้าคือการดูแลประชาชนทั้งหมดให้เขาปลอดภัย"าาเซิกพูดเสียงเข้มขึ้นและดังขึ้น
"บอกทหารทุกนาย ที่ประจำอยู่ทุกจุด ว่าเตรียมพร้อมรบ เราจะรับศึกใหญ่" าาพูด
"ขอรับฝ่าา"องครักษ์ทั้ง 6 ขานรับคำสั่งโดยพร้อมกัน
การเตรียมพร้อมเริ่มขึ้น
ณ กองทัพาาเพลิงนิล
ผู้ที่เรียกตัวเองว่ากาลานนั่งก้มหน้า ให้กับหญิงสาวใส่ชุดสีแดงคลุมหน้า
"ขอโทษที่ข้าแอบอ้างเป็ท่านขอรับ ท่านกาลาน" ชายหัวโล้น
หญิงสาวภายใต้เสื้อคลุมหัวเราะ
"ทำดีแล้ว ฟิส"
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องสมุดที่2พี่น้องกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างสนใจจนแทบไม่รับรู้เลยว่าภายนอกเกิดอะไรขึ้น
จู่ๆบูลได้ยินเสียงบางอย่าง
"ข้าได้ยินเสียงใครบางคนเรียก"บูลนํ้าเสียงสงสัย
"ข้าไม่ได้ยิน ถ้าเ้าได้ยินทางไหนละ ข้าจะพาไป" เนลพูด
"พวกเ้าจะไปไหนนะ"เบลถามด้วยความสงสัยแต่ก็เดินตามด้วยความอยากรู้เช่นกัน
บูลบอกตำแหน่งให้เนลเดินไปเรื่อยๆ ลึกเข้า ลึกเข้า ชั้นหนังสือที่สูงใหญ่ กลับน้อย น้อยลง เรื่อยๆ จนกระทั่ง ไม่มีชั้นหนังสือ กลายเป็ห้องโล่งสีขาว แต่ก็มาสะดุดตากับบางอย่างที่ปักอยู่บนแท่นหิน มันดูสภาพคล้ายดาบแต่มันผุพังเกินกว่าจะเรียกว่าเป็สิ่งนั้นได้ เพราะเหตุใดของที่มีสภาพผุพังถึงถูกเก็บรักษาไว้อย่างระวัง
"นี่ละ กำลังเรียกข้าอยู่"บูลพูด
"เอ่อ.. ฉันว่า เราอย่าซนเลยนะ ฉันว่ามันแปลกๆนะ"เบลพูดห้ามเนล
เนลพยายามเอื้อมมือไปจับดาบเล่มนั้น จู่ๆมันก็สั่นอย่างผิดปกติ ทั้งสามใจนต้องถอยหลังออกไป
แต่ทันใดนั้นเสียงของาาเซิกก็ดังขึ้น
"พวกเ้าจะทำอะไรนะ"าาเซิก ในชุดเกราะสีทองจ้องมองทั้ง3อย่างไม่ละสายตา
พากเขาหยุดนิ่งราวกับกลัวความผิด
"พวกเ้าเข้ามาได้ยังไง!!? " าาเซิกถามเสียงดัง ยังไม่ทันได้คำตอบจากเนลและเบล
ตู้มมมมมมม!!!
เสียงดังสนั่น ห้องสมุดะเืราวกับโดนบางอย่างชนอยู่ด้านนอก าาเซิกสงสัยรีบวิ่งออกมาแต่ยังไม่ลืมบอกเนลกับเบล
"พวกเ้าอย่าออกมานะ อยู่ในนี้และอย่ายุ่งกับดาบเล่มนั้น"
2พี่น้องก้มรับคำที่าาเซิกห้ามและยังดูใอยู่ไม่น้อย
"ยังไม่รุ่งเช้า เ้าเล่ห์นัก" าาเซิกพูดพลางกัดฟัน
ณ ภายนอกปราสาท
การโจมตีเริ่มขึ้นก่อนที่กาลานได้กล่าวไว้เสียอีกแต่ก็ยังดีที่องครักษ์ทั้ง6ได้เตรียมตัวไว้แล้ว
องครักษ์ ทั้ง6กำลังอพยพประชาชน อย่างไม่ลดละ แม้ประชาชนมากมาย แต่ทั้ง6ก็พยายามช่วยอย่างเต็มที่ ในขณะที่ก้อนหินก้อนใหญ่ถูกยิงมาจากนอกกำแพงไม่หยุดและมีลูกธนูถูกยิงมาเช่นเดียวกัน ยิงมาจากทุกทิศทาง เพื่อหวังสังหารคนที่อยู่ภายในเมืองวาดิช แต่เพราะการสั่งเตรียมพร้อมของาาเซิกทำให้การสูญเสียน้อยลง แต่ทุกอย่างถูกยิงลงมามากมายนักเหลือเกิน
"ข้าจะป้องกันให้พวกท่านช่วยเร่งมือหน่อยนะ"
เดลลอนพูดแล้วยกไม้เท้าขึ้น ร่ายเวทย์บางอย่าง จากนั้นกระแทกไม้เท้าลงกับพื้นเสียงดังสนั่น พื้นดินยกตัวสูงขึ้น กลายเป็กำแพงั์ปกป้องเมืองไว้อีกที จอมเวทย์ผู้ใช้เวทย์แห่งปฐี
"เร่งมือหน่อยพวกท่าน"เดลลอนกำชับให้เร็วขึ้น
การอพยพเป็ไปอย่างรวดเร็วขึ้น แต่ก็ยังมีผู้าเ็ จากการโจมตีหลงเหลืออยู่
"ข้าจะหาคนที่ยังเหลืออยู่"ซิลขึ้นก่อนจะวิ่งออกไป
"ช่วยข้าด้วย!! "
ชายคนหนึ่งโดนก้อนหินก้อนใหญ่ทับขาจนไม่สามารถที่จะขยับมันได้
ชายในผ้าคลุมสีดำ1ในองครักษ์นามว่าเดลเดินไปที่ชายคนนั้นใช้มือดันเบาๆ ก้อนหินก็กลิ้งออกไป แล้วอุ้มชายคนนั้นออกมา
ไม่นานนักกำแพงดินั์ก็สู้ะุก้อนหินั์ไม่ไหวก็สลายหายไปการโจมตีมันหนักเกินกว่ากำแพงั์จะรับไหวและมันก็หนักเกินไปที่ป้องกันเพียงฝ่ายเดียว
อีกด้านหนึ่งเมื่อรับรู้ว่าการป้องกันถึงขีดจำกัดแล้ว ก็พยายามหาทางโจมตีเพื่อยื้อเวลาให้คนที่เหลือหนีได้ทัน
เรซที่อยู่บนกำแพงเมืองก็รักษาประตูเมืองไม่ให้ศัตรูเข้าและบัญชาการให้ทหาร ยิงปืนใหญ่
"ถ่วงเวลาไว้ ขอให้ทันทีเถอะ รีบๆหน่อยแล้วกันทุกคน" เรซ
ระหว่างนั้นทหารฝ่ายราชันเพลิงนิลก็ยิงหินก้อนใหญ่มาทางเรซเขาดึงดาบและฟันเข้ากับก้อนหินจนมันแตกกระจายออกไป
ปราการสุดท้ายกำลังจะถึงขีดจำกัด