หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ระดับเซียน!!

    ชายหนุ่มไร้ทางหนี ด้านหลังของเขามีจอมปราชญ์สิบคนกำลังพุ่งตามมาอย่างไม่ลดละ แถมด้านบนยังมีครอบครัวตระกูลหลินที่ดูสถานการณ์เพื่อไม่ให้เขาหนีได้

     

    "บ้าจริง เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร"ลั่วอู่หลินกล่าว ด้วยดวงเนตรอสรพิษสวรรค์เขาพอจะหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ ทั้งยังเห็นได้ชัดเลยว่าจอมปราชญ์ทั้งสิบคนนี้แค่หมายจะจับตัวเขาเท่านั้นไม่ได้คิดจะฆ่าเขาแต่อย่างใด

     

    "อาจารย์ช่วยข้าด้วย พวกเขาจะฆ่าข้าแล้วนะขอรับ"ชายหนุ่มแสร้งตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก แต่ทว่าหลินชิงหลวนกลับยกยิ้มเสียอย่างนั้น

     

    "ศิษย์ข้า พวกเขาฆ่าเจ้าหรอก ในเมื่อเจ้าทำผิดอาจารย์เช่นข้าจะให้ท้ายเจ้าได้อย่างไร ยอมให้พวกเขาจับเสียเถอะ รับรองว่าไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน"นางถอนหายใจยาวออกมาเมื่อกล่าวจบ

     

    ลั่วอู่หลินที่ได้ยินแทบอยากจะบ้าตาย ยอมโดนจับงั้นหรือ พูดเหมือนจะง่าย แต่เขาจะยอมได้อย่างไรในเมื่อไม่รู้ว่าหากโดนจับไปจะพบเจออะไรบ้าง ที่แน่ๆเขาต้องโดนผนึกปราณอย่างแน่นอน และนั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถหลบหนีได้อีกต่อไป

     

    "เรียนนายท่าน เราพบสิ่งนี้ที่โต๊ะทำงานของนายท่านขอรับ"องครักษ์เงาคนหนึ่งนำกล่องหยกมาให้ หลินเทียนที่เห็นจึงได้เปิดดูในทันที เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านในพวกเขาล้วนแต่หัวใจสั่นระรัว

     

    "เข็มกลัดประจำตัวของเจ้าหญิงตระกูลหลิน!!!"พวกเขากล่าวออกมาพร้อมกัน หน้าตาก็เหมือนจะดูตกใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เนื่องจากพวกเรารับรู้ได้ว่าลั่วอู่หลินเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูหลินตั้งแต่ตอนเดินทางกลับมาจากดินแดบบรรพบุรุษ ที่ยังไม่เปิดโปงเพราะต้องการรู้ว่าชายหนุ่มมีต้นกำเนิดอย่างไรและมีเป้าหมายอะไรกันแน่ก็เท่านั้น

     

    อีกทั้งงานในวันนี้แม้จะเป็นงานวันเกิดของหลินเฉินจริงๆแต่ทว่าก็เป็นเหยื่อล่อชั้นดีให้ชายหนุ่มมาติดกับเช่นเดียวกัน เพราะหากลั่วอู่หลินคิดจะทำอะไรกับตระกูลหลินจริงคงไม่พลาดช่วงเวลานี้อย่างแน่นอน และสุดท้ายคือคนที่วางแผนทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลินเยว่เฟย เรียกได้ว่าไหวพริบและรางสังหรณ์ของนางแม่นยำมากเลยทีเดียวหรืออาจจะมากกว่าหลินอี้เฟยผู้เป็นบุตรสาวด้วยซ้ำ

     

    "เขาเกี่ยวข้องกับอี้เฟยจริงๆด้วย"หลินเยว่เฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น นานแล้วที่นางไม่ได้ข่าวคราวของบุตรสาว จึงอดไม่ได้ที่จะดีใจ

     

    "เจ้าหนุ่มบอกมาว่าเจ้าเกี่ยวข้องกับเจ้าของเข็มกลัดนี้อย่างไร แล้วข้าจะลดโทษให้กับเจ้า"หลินเทียนกล่าวเสียงดัง ลั่วอู่หลินก็พลันหยุดชะงักไปในทันที เหล่าจอมปราชญ์เองก็หยุดการจับกุมเช่นเดียวกัน

     

    "ไม่เกี่ยวข้องอะไรกัน ข้าแค่รับว่าจ้างจะมาส่งของให้เท่านั้น ท่านจะปล่อยข้าไปแล้วใช่หรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าว

     

    "หืม ศิษย์ข้าจะโกหกก็ให้มันน้อยๆหน่อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าแหวนมิติที่เจ้าสวมอยู่ที่นิ้วกลางนั้นหาได้ธรรมดาอย่างที่เจ้าคิด"เป็นหลินชิงหลวนที่กล่าวขึ้น ลั่วอู่หลินยกมือของตนเองและมองไปที่แหวนมิติด้วยความประหลาดใจ

     

    "แหวนวงนั้น นอกจากหินอวกาศแล้วมันยังมีแร่ชนิดหนึ่งอยู่ด้วย นามของมันคือแร่เพลิงโลหิตเป็นแร่ที่มีแค่ตระกูลหลินเท่านั้นที่มีมัน ส่วนความสามารถนั้นก็ตามชื่อ นั่นคือการตรวจสอบสายเลือดอย่างไรละ การที่เจ้าทำให้มันส่องแสงได้เท่ากับว่าเจ้ามีสายเลือดของตระกูลหลินอยู่ในตัว และสายเลือดที่หายไปของตระกูลหลินก็มีแค่ท่านอาหญิงเท่านั้น"หลินชิงหลวนกล่าวอธิบาย

     

    ในตอนแรกหลินเยว่เฟยแค่สงสัยเท่านั้นจึงได้ลองให้แหวนวงนั้นกับชายหนุ่มไป แล้วผลก็ออกมาอย่างที่เห็นกัน ลั่วอู่หลินก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลินจริงๆ แต่ในตอนนั้นพวกเขาทำได้เพียงสันนิฐานว่าชายหนุ่มเป็นลูกหลานของหลินอี้เฟยเท่านั้นไม่มีหลักฐานยืนยันแต่อย่างใด แต่บัดนี้เข็มกลัดของเจ้าหญิงตระกูลที่หายไปได้กลับมาพร้อมกับเด็กหนุ่ม นี่เป็นหลักฐานชั้นดีที่สามารถชี้ชัดได้เลยก็ว่าได้ ต่อให้เขาแก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีทางฟังขึ้น

     

    "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ก็ว่าอยู่ว่าทำไมถึงได้โดนจับได้ง่ายนัก ที่แท้พวกท่านก็สงสัยข้ามาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่เอง"ลั่วอู่หลินยกยิ้ม หลักฐานมันมัดตัวเขาแน่นเกินไป จึงทำได้แค่จำยอมสารภาพไปตามตรงเท่านั้น

     

    "นามของข้าคือลั่วอู่หลิน และเข็มกลัดนั้นเป็นของท่านยายของข้าเอง พอใจในคำตอบหรือไม่"ลั่วอู่หลินกล่าวพร้อมกับเตรียมกระตุ้นพลัง เมื่อเหล่าตระกูลหลินทั้งหลายได้ยินก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ในทันที

     

    "หลานของลูกสาวตัวดี เยี่ยมมาก เช่นนั้นข้าจะจับเจ้าด้วยมือของตนเองเพื่อใช้เจ้าล่อนางออกมา!"

     

    "ท่านพี่หยุด......."หลินเยว่เฟยยังไม่ทันกล่าวจบ หลินเทียนก็ทะยานร่างเข้าไปไกลแล้ว แถมความเร็วของเขานั้นเพียงชั่วพริบตาก็มาอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มอย่างง่ายดาย มือของเขาพุ่งไปหมายจะคว้าจับชายหนุ่มเอาไว้ ใบหน้าประดับรอยยิ้มราวกับคนที่ได้รับชัยชนะแล้วก็ไม่ปาน

     

    "ตาแก่ จะจับข้าไม่ใช่เรื่องง่ายดายหรอกนะ!"ลั่วอู่หลินกล่าว ก่อนที่ฝ่ามือจะถึงตัวพลังของเขาก็ปะทุขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง มือของหลินเทียนกลายเป็นน้ำแข็งโดยฉับพลัน ในขณะเดียวกันลั่วอู่หลินถอยหล่นไปไกล

     

    "หืม วีรชนหนึ่งดาวกับแก่นแท้น้ำแข็ง!"หลินเทียนเอ่ยปากด้วยความตกใจ ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นแต่ทว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ตกใจเช่นกัน ลั่วอู่หลินในตอนนี้มีดวงดาวสีขาวหนึ่งดวงอยู่ด้านหลัง บริเวณพื้นที่ๆเขายืนอยู่พลันกลายเป็นน้ำแข็งจนหมดสิ้น

     

    "ตาแก่หลิน แก่นแท้น้ำแข็งของข้า เย็นพอจะดับร้อนได้หรือไม่"ลั่วอู่หลินยกยิ้มท้าทาย

     

    "หึ ก็ไม่เห็นเท่าไหร่"หลินเทียนกล่าว เปลวเพลิงสีเขียวมรกตปรากฏที่มือบนมือที่โดนแช่แข็งและหลอมละลายน้ำแข็งของลั่วอู่หลินออกไปจนหมดสิ้น

     

    ชายหนุ่มพลันหรี่ตามองในทันที เปลวเพลิงที่สามารถละลายแก่นแท้น้ำแข็งได้เห็นทีจะมีแต่เปลวเพลิงสวรรค์เท่านั้น อีกทั้งสีของมันชายหนุ่มก็จำได้ขึ้นใจ "เปลวเพลิงสวรรค์ลำดับที่เก้า เปลวเพลิงพิรุณมรกต"

     

    "โอ้ นับว่าความรู้เรื่องเปลวเพลิงสวรรค์ของเจ้าจะไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ก็นะสมควรจบเพียงเท่านี้ หากยอมให้จับเสียดีๆรับรองว่าจะไม่เจ็บตัวแต่อย่างใด"หลินเทียนกล่าวเปลวเพลิงสีเขียวมรกตรอบตัวของลั่วอู่หลินเอาไว้ และด้วยที่ตบะของทั้งสองคนมันห่างชั้นกันจนเกินไปทำให้แก่นแท้น้ำแข็งของชายหนุ่มในเวลานี้เทียบไม่ได้กับเปลวเพลิงสวรรค์ของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว

     

    "ทักษะเปลวเพลิงผนึกราชัน"

     

    กรงขังเปลวเพลิงถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังลั่วอู่หลินเอาไว้ ชายหนุ่มแม้จะมีความเร็วเป็นเลิศเพียงใดแต่ก็ไม่อาจจะรอดพ้นการจับกุมนี้ได้ทัน เขาทำหน้ามุ้ยอยู่ในกรงเปลวเพลิงอยู่เช่นนั้น ในที่สุดก็ตัดสินใจใช้ไพ่ตายสุดท้ายออกมา

     

    "ทักษะเทพอสูรผสานร่าง!"

     

    ลั่วอู่หลินกล่าวร่างกายของเขาผสานเข้ากับราชามังกรอัสนีบาตทรราชในทันที และด้วยอำนาจการเจาะทะลวงของธาตุสายฟ้าเขาพลันทะลายออกจากกรงขังอย่างรวดเร็วและเตรียมพุ่งทะยานบินหนีไป เนื่องจากถึงอย่างไรก็ไม่มีทางสู้ได้ อีกทั้งหากเปิดมิติของหอคอยมหาสมบัติตอนนี้ ด้วยวามเร็วของหลินเทียนสามารถเข้าประชัดตัวเขาได้ในพริบตานั่นจะทำให้หอคอยมหาสมบัติไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

     

    "สายฟ้า เด็กคนนี้ช่างมีความสามารถที่หลากหลายเสียจริงๆ น่าเสียดายที่ตบะของเจ้ายังน้อยเกินไปที่จะหลบหนีจากข้า"หลินเทียนยกยิ้ม ตบะของเขาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้งพร้อมกับด้านหลังมีสิ่งที่ลั่วอู่หลินไม่อยากจะเห็นปรากฏขึ้นมา

     

    "นั่นภาพลักษณ์สวรรค์!"ใช่ มันคือภาพลักษณ์สวรรค์รูปแบบกิเลนเพลิงที่แสนจะน่าเกรงขาม และนั่นคือสิ่งบ่งบอกว่าชายคนนี้ไม่ได้อยู่ระดับจอมปราชญ์แต่เป็นระดับเซียน

     

    ลั่วอู่หลินถึงกับสั่นสะท้านในทันทีที่ได้เห็นมัน ไหนท่านยายบอกเอาไว้ว่าตาแก่หลินมีตบะอยู่ที่ขั้นจอมปราชญ์ขั้นต้นในตอนที่นางหนีออกมาไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้เป็นตัวตนระดับเซียนได้ ทั้งๆที่ระยะห่างมันก็แค่สามร้อยปีเท่านั้นเอง

     

    "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว เจ้าควรจะยอมรับความพ่ายแพ้เสียที"หลินเทียนปรากฏอยู่เบื้องหน้าของลั่วอู่หลิน ฝ่ามือของเขากระเเทกไปบริเวณตันเถียนของชายหนุ่มจนปลิวกระเด็นไป

     

    'พี่สาว หากโดนปิดผนึกพลังปราณข้าจะสามารถใช้พลังอะไรได้บ้าง'เมื่อตกลงสู่พื้นลั่วอู่หลินก็กล่าวถามไฉ่เยว่เอ่อร์ในทันที

     

    "เจ้ายังคงใช้พลังของดวงจิตอสูรเทวะได้.......น้องชายเจ้าคิดจะทำอะไรอีกกัน"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวถามขึ้น

     

    ลั่วอู่หลินจึงกล่าวตอบออกไป 'ในเมื่อพวกเขาอยากให้ข้าอยู่ที่นี่ข้าก็จะอยู่ในสมใจพวกเขาไงละ คอยดูแล้วกันว่าข้าจะทำให้ตระกูลนี้ปั่นป่วนได้อย่างไร'

     

    ชายหนุ่มกล่าวจบก็แสร้งทำเป็นสลบไปในทันที หลินเทียนที่เห็นว่าชายหนุ่มหมดสภาพไปแล้วก็พลันลงมือผนึกปราณและอุ้มเขาขึ้นมาอย่างเบามือ ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย

     

    "จบเรื่องแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันไปได้ ส่วนเรื่องของเด็กคนนี้ให้เป็นความลับหากเเพร่งพรายออกไปจะโดนโทษสถานหนักในทันที"หลินเทียนประกาศออกไปเช่นนั้น ทั้งเหล่าจอมปราชญ์และข้ารับใช้บริเวณนั้นก็ตอบรับอย่างนอบน้อมในทันที

     

    เมื่อสิ้นสุดคำกล่าว เขาและครอบครัวก็ทะยานร่างกลับไปยังคฤหาสน์ของผู้นำตระกูล โดยหารู้ไม่ว่าปีศาจน้อยที่อยู่ในอ้อมอกนั้นหาได้หมดสภาพอย่างที่คิด