คืนนั้น เสี่ยวเทียนได้ทำการหลอมรวมพลังิญญาะของ เ้าแม่ลัทธิมารบัวทมิฬเข้ากับพลังิญญาของตนตามที่ อาจารย์ลู่เกินได้สอนไว้ หลังจากซึมซับพลังเข้าไปก็พบประวัติของนางปีศาจตนนี้ ความจริงแล้ว นางเป็อสูรมหิงสี พ่อแม่เป็อสูรบำเพ็ญตบะมาพันปี
ทั้งสองเกิดมา พ่อกับแม่ก็ สิ้นอายุขัย เหลือกันเพียงสองพี่น้อง อสูรมหิงษาผู้ บำเพ็ญเพียรบูชาพระพรหม มาเป็พันปี แต่สุดท้ายถูกไอปีศาจเข้าแทรกระหว่างบำเพ็ญตน จึงออกไปไล่ขวิดชาวบ้านจนล้มตาย ทำให้เ้าแม่ทุรคาพิโรธ ส่งร่างอวตาร 10 กร ลงมาหักคอ อสูรมหิสาจนตายไปต่อหน้า อสูรมหิงสี ตนนี้ สร้างความแค้นใจให้กับตัวเองยิ่งนักที่ไม่มีพลังจะช่วยพี่ชายตัวเองได้ จึงแปลงร่างตัวเองเป็นางอัปสร แล้วทำการบำเพ็ญสมาธิ อยู่หลายร้อยปี บูชาพระพรหมผู้สร้างโลก จนพระพรหมเห็นแก่ความศรัทธาที่แน่วแน่ จึงได้ให้พรกับนางหนึ่งข้อ
“ ข้าแต่พระพรหมผู้เป็ใหญ่ในสามโลก ผู้ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง ข้าขอเพียงแค่ข้อเดียวเท่านั้น คือขอให้ข้าเป็ะ ฆ่าไม่ตาย”
“ พรใดใดของข้านั้นสามารถให้ได้ก็จริง แต่ต้องมีจำกัด ด้วย การที่ข้าให้ความเป็ะกับเ้านั้น แม้ตัวข้าเอง ยังไม่สามารถเป็ะได้เลย คงให้ไม่ได้จริงๆ แต่ว่าเป็เื่อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับะนั้นก็พอให้ได้” พระพรหมเอ่ยตามความจริง
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าขอให้คนที่จะสามารถสังหารข้าให้ตายได้นั้น ต้องเป็บุตรที่เกิดจากพระศิวะกับพระนารายณ์เท่านั้น” อสูรมหิงสีตนนี้รู้สึกภูมิใจที่ตนเองนึกออกได้
“ พรที่เ้าขอนั้น เ้าจะได้รับตามที่เ้าปราถนา” แล้วพระพรหมก็ให้พรตามที่นางอสูรมหิงสี ได้ขอไว้
แล้วในที่สุดนางก็ได้ศึกษาคัมภีร์พระเวทของพี่ชาย จนสามารถเรียนรู้มนตร์ดำมากมาย จนมีพลังแก่กล้า จึงได้บุกขึ้นไปโจมตี์ขับไล่องค์อินทร์ลงมายังโลกมนุษย์ แล้วนางก็ครอง์แทน
แต่แล้วในที่สุด ก็ถูกบุตรชายของพระนารายณ์กับ พระศิวะ ที่เกิดสปาร์คกันขึ้น ตอนที่ พระนารายณ์แปลงร่างเป็นางฟ้าชื่อว่าโมหิณี ไปหลอกล่อ ั์นนทุก จนต้องชี้นิ้วเพชรใส่ตนเองจนตายไปเกิดเป็ทศกัณฐ์
แต่พอพระศิวะเห็นนางฟ้าโมหิณีก็เกิดความรู้สึกชอบขึ้นมาทันที ก็บอกกับ พระนารายณ์ว่า อย่าเพิ่งเปลี่ยนร่างกลับไป จากนั้นก็ลากนางโมหิณีเข้าห้อง จนกำเนิด กุมารน้อยอัยยัปปา พอกุมารน้อยอัยยัปปา โตขึ้น ก็เห็นพระอินทร์ตก์ ก็เลยสงสาร พอมาขอความช่วยเหลือ ก็เลยช่วยขึ้น์ไปปราบนางมหิงสีตนนี้ สุดท้ายหลังก็สังหารนางมหิงสีนี้ได้สำเร็จ จากนั้นิญญาของนางก็ลอยล่องไปไร้จุดหมาย
จนกระทั่งถูก พิธีบูชายัณเืมาอัญเชิญทำให้นางสามารถกำเนิดใหม่อีกครั้งในโลกใบนี้ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ก็ถูก จักรพรรดิฟงเทียนอี้สังหารทำให้ิญญาของนางต้องอ่อนแอ่ แร่ร่อนไปหลายที่ จนถูกสาวกบูชายัณด้วยเด็กหญิง 9 คนทำให้นางกลับมีพลังชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกอาจารย์ดูดพลังิญญา จนกลายเป็ิญญาธรรมดา แล้วถูกทำลายไปอย่างง่ายดาย เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น
“ ที่แท้ไม่ได้เป็ะ แต่เป็พรที่ต้องตายได้ด้วยน้ำมือเพียงแค่คนๆ เดียวเท่านั้น แต่อาจารย์ข้าสุดยอดกว่า สามารถจัดการกับ นางอสูรมหิงสี ตนนี้ได้”
พลังเทพของอสูรตนนี้ ไม่ใช่พลังของวิถีพลังของเทพเซียน กฏธรรมชาติเลยไม่สามารถจำกัดพลังของ เทพอสูรตนนี้ได้ แต่พลังนี้สามารถใช้พระเวทย์สะกดเซียน์ได้ ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว เสี่ยวเทียนเดินพลังเทพของอสูร ตนนี้เก็บเอาไว้ที่จุดเก็บพลัง จะใช้พลังนี้เมื่อไรก็สามารถดึงมาใช้ได้เลย เสี่ยวเทียนฝึกการใช้อยู่สักพักก็ได้เวลาเช้าพอดี
ณ สำนักสะท้านฟ้า บนยอดเขามีชายชรายืนอยู่สองคนเป็ท่านเ้าสำนักสะท้านฟ้า กับ อาจารย์เซี่ยฟง เป็ศิษย์พี่ของเขาที่เป็เ้าสำนักสะท้านฟ้า พิภพชั้นที่สอง
“ เขาสามารถช่วยให้ จักรพรรดิรอดพ้น จากการมนตร์ดำของ เ้าแม่ลัทธิมารบัวทมิฬได้ แสดงว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา”
“ ใช่แล้ว ข้าจึงอยากให้ศิษย์พี่มาชมดูด้วยตาตัวเอง ว่าเด็กคนนี้เป็เช่นไร”
เ้าสำนักเอ่ยกับ ศิษย์พี่ของเขา
“ ต้องดูความสามารถของเขา หากว่าเขาผ่านไปด้วยฝีมือตนเอง ข้าจะรับเขาไว้เป็ศิษย์หลักเอง” ศิษย์พี่เ้าสำนักชั้นสอง เอ่ย
แล้วเสี่ยวเทียน ท่านแม่ หลิงน้อย และท่านอาสี่ก็มาดูเสี่ยวเทียนเข้าทดสอบในครั้งนี้
ทั้งหมดคำนับเ้าสำนักทั้งสองทันที
“ การทดสอบเข้าสำนักสะท้านฟ้า พิภพที่สอง มี สามด่าน ด่านแรกเป็ด่านทักษะความสามารถของร่างกาย ด่านที่สองด่านทักษะจิตใจ ด่านสุดท้ายเป็ด่านทักษะปัญญา
ด่านแรก เ้าต้องเผชิญหน้ากับ หุ่นกลโลหะ 18 คน หากเ้ายังยืนอยู่ได้ 1 ก้านธูป จะถือว่าผ่าน
ด่านสอง เ้าต้องเผชิญหน้ากับ โลกมายา เมื่อเ้าเข้าห้องมายาไปแล้ว ข้างในจะมีด่านที่เกี่ยวกับจิต ในใจของเ้า หาทางออกให้เจอ แล้วเ้าจะผ่านไปได้
ด่านสาม เป็ด่านค่ายกลสัตว์อสูร เ้าหาจ่าฝูงมันตัวเดียว และสังหารมัน เ้าก็จะผ่านไปได้” เ้าสำนักสะท้านฟ้าพิภพชั้นสอง เอ่ยจบก็ดึง กล่องสีทองออกมากลายเป็ ด่านสำเร็จรูป มีประตู ทางเข้า และทางออก
“ เฉินเสี่ยวเทียน เข้าไปได้”
เสี่ยวเทียนเข้าไปด่านแรก พบกับหุ่นกลโลหะ สีดำทมึน เคลื่อนไหวเข้าหาเสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพต่อยหมัดเดียว ร่างหุ่นกลโลหะแตกกระจายเป็ผุยผง
“ ใช้แค่เพียงพลังกาย ห้ามใช้พลังปราณ ห้ามใช้พลังจิต และห้ามใช้พลังเทพ” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมาใส่หัวเสี่ยวเทียน
“ อาจารย์ยังนี้ก็เสียเวลาแย่ซิ”
“ ค่ายกลนี้แค่ค่ายกลกระจอก มีไว้เพื่อคนธรรมดาทั่วไป แต่เ้าจะเอาเปรียบคนอื่นทำไม” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา
“ ได้ ข้าจะใช้พลังกายธรรมดาก็ได้” เสี่ยวเทียนวิ่งเข้าไปถีบสกัด จนหุ่นกลโลหะล้มลงไปกับพื้น แล้วก็ะโต่อยเข้าที่ลำคอ และจุดข้อต่อของหุ่นแต่ละตัว หุ่นกลโลหะ ถึงกับ ร่วงไปกองเป็เศษเหล็กไปสี่ห้าตัวในคราวเดียวกัน จากนั้นก็ใช้เท้าตวัดขา แต่ละตัว ถึงกับล้มไปอีกเป็แถบ ไม่ทันจะลุกขึ้น ก็ถูกจับแขนหุ่นกลฟาดเข้าใส่หุ่นแต่ละตัว จนพังพินาศไปอีก เกือบ 6 ตัว จากนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปหักคอ หุ่นกลที่เหลือ ไม่ถึงสองนาที เสี่ยวเทียนก็ก้าวเข้าสู่ห้องมายา
พอเข้าไปก็พบกับกระจกมายาส่องผ่านที่จิตใจของเสี่ยวเทียน
“ ท่านพ่อ ท่านพ่อมาได้ยังไงนี่”
“ ลูกพ่อ พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน” ตูม ! เสี่ยวเทียนใช้เท้าดีดร่างพ่อของตัวเองปลิวกระเด็นไปติดผนังทันที
“ ลูกพ่อ เตะพ่อทำไมละลูก”
“เ้าไม่ใช่พ่อของข้า กลิ่นในตัวของพ่อข้ามีถุงหอมของแม่ตลอด แต่เ้าไม่มี”
เทียนเหวี่ยงเข็มสังหารเข้าใส่ไปเป็ชุด แล้วไปกระแทกใส่กระจกมายาจนแตกละเอียด ร่างมายาหายไปสิ้น แล้วประตูทางออกก็ปรากฏขึ้น ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็ผ่านด่านที่สอง มาถึงด่านสุดท้าย ด่านสัตว์อสูร พอเดินเข้าไป ฝูงสัตว์นับร้อย หลากหลายชนิด วิ่งกรูกันเข้ามาใส่เสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนยืนนิ่งหลับตาแล้วส่งเข็มสังหารเข้าไป เล่มเดียว พุ่งเจาะกะโหลก ลิงน้อยที่ขี่ช้างนำมา สุดท้ายสัตว์อสูร ที่มากันมากมาย ก็หายไปหมด
เสี่ยวเทียนเปิดประตูทางออกไม่ถึงห้านาทีก็ผ่านทั้งสามด่านอย่างง่ายดาย
“เสี่ยวเทียน นี่เ้ายังไม่เข้าไปอีกรึ อาจารย์เ้าสำนักนั่งรอเ้าอยู่นะ” อาสี่ไม่รู้ไปอยู่ไหนมาเดินจูงมือเสี่ยวเทียนจะเข้าไปอีก
“ ท่านอาสี่ ข้าเข้าไปแล้ว เพิ่งจะออกมาเนี่ย”
“ ฮ้า นี่เ้าผ่านด่านมาออกมาได้ยังไง ไม่เจออุปสรรคเลยรึ?” อาสี่ร้องออกมา อาจารย์เ้าสำนักทั้งสองก็เดินเข้ามาดูเช่นกัน อาจารย์เ้าสำนักเซี่ยฟงจากพิภพที่สอง เปิดค่ายกลทั้งสามดูก็ใ ด่านแรกถูกทำลายเละเทะ ด่านที่สองกระจกมายาถึงกับแตก ด่านสุดท้าย แค่เข็มสังหารเข็มเดียว ก็ทำลายกองทัพสัตว์อสูรจนสลายหายไปหมด
“เสี่ยวเทียนเ้าผ่านด่านแล้ว พร้อมที่จะขึ้นไปอยู่พิภพชั้นสอง กับข้าเลยหรือไม่”
“ พร้อมขอรับ” เสี่ยวเทียนเข้าไปกอดลาท่านแม่กับหลิงน้อย
“ ไปเถิดลูก ไม่ต้องห่วงแม่กับน้องแล้ว ดินแดนพิภพชั้น 1 นี้ไม่มีอะไรให้เ้าทำแล้ว พอเรียนจบ ก็ขึ้นไปหาท่านปู่ แล้วแม่จะตามขึ้นไปหา” แม่กอดเสี่ยวเทียนน้ำตาไหลที่ต้องจากเสี่ยวเทียน ตลอดเวลา เจ็ดปี เสี่ยวเทียนไม่เคยห่างจากแม่กับน้องเลย ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกใจหายเช่นกัน
“ หลิงน้อยอย่าซนนะ ดูแลท่านแม่แทนพี่ใหญ่ด้วยรู้ไหม”
“ รู้เ้าค่ะ หลิงน้อยจะไม่ซน จะดูแลท่านแม่เอง” หลิงน้อยพูดไปสะอื้นไป
“ ไปกันเถอะ ท่านเ้าสำนักรออยู่” อาสี่ เอ่ยลาทุกคนแล้วเดินเข้าไปหาท่านเ้าสำนักเซี่ยฟง ที่รออยู่ พอไปถึงเ้าสำนักเซี่ยฟง ก็กดหยกเคลื่อนย้าย ทั้งสามคนก็หายตัวจากไป
พอไปดินแดนชั้นสอง ในสำนักสะท้านฟ้า อาสี่ก็เอ่ยลา แล้วบอกว่า
“ ร้านยาตระกูลเฉินเราอยู่ในเมืองลั่วอัน ใครๆ ก็รู้จัก มีเวลาก็ไปหาอาสี่ที่ร้าน”
อาสี่เอ่ยจบก็อำลาเ้าสำนัก แล้วจากไป
“เสี่ยวเทียนต่อไปนี้ ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์หลัก เ้าไม่ต้องไปฝึกตนกับพวกศิษย์คนอื่นๆ ข้าจะคอยดูแลการฝึกตนของเ้าเอง บนพิภพชั้นที่สองนี้ มีพลังการฝึกตนเริ่มจากการฝึกตน ขั้นแรก คือ ขั้นปราณเทพ ระดับ 1 - 20
ขั้นสองคือ ปราณพรหมเทพ ระดับ 21 - 40 ซึ่งกฏธรรมชาติจะจำกัดคนทั่วไปเอาไว้ไม่เกิน ปราณพรหมเทพ ระดับที่ 40 เท่านั้น ยกเว้นองค์จักรพรรดิหยางไค
และองค์รัชทายาท หยางซู่ ซึ่งท่านทั้งสองคุมพิภพชั้นที่สอง จึงไม่ถูกจำกัดพลัง
ในเมืองนี้ มีสำนักยุทธ์มากมาย แต่ที่เป็คู่แข่งของสำนักสะท้านฟ้า มีอยู่สามสำนัก พวกเราแข่งขัน กันอยู่เสมอ เวลานี้ยังเด็กนักหมั่นฝึกฝนพลังปราณเทพก่อน นี่คือหยกประจำตัวของเ้า ในนั้นจะมี หินพลังงาน กับ ยาเม็ด สำหรับเพิ่มพลังปราณเทพ เ้าเอาไปศึกษา อีกสามวันข้าจะเริ่มทดสอบเ้า ว่าเรียนรู้ไปได้แค่ไหน เซี่ยคัง” อาจารย์เ้าสำนักเรียกลูกศิษย์วัย 20 ปีคนหนึ่งให้เข้ามา
“ นี่คือ เฉินเสี่ยวเทียน เป็ศิษย์น้องเล็ก เ้าพาเขาไปที่พัก หลังที่สี่ แล้วพรุ่งนี้เช้าพาเขาไปเดินสำรวจรอบ สำนักของเราว่ามีอะไรบ้าง”
“ ขอรับ ท่านอาจารย์” เซี่ยคังเอ่ยจบ ก็มาจูงมือ เสี่ยวเทียนที่ยังตัวเล็กวัยแค่7ขวบเดินออกมา ที่พักหลังที่สี่
“ ศิษย์พี่เซี่ยคัง”
“ ศิษย์น้องเล็ก เ้าเรียกข้าว่า ศิษย์พี่สามดีกว่า ท่านอาจารย์มีศิษย์ทั้งหมดสี่คนรวมทั้งเ้า ยังมีศิษย์พี่ใหญ่ และ ศิษย์พี่รองอีก ว่าแต่เ้าจะนอนบ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นคนเดียวได้หรือเปล่า เ้ากลัวไหม” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยความเป็ห่วงเห็นว่าเสี่ยวเทียนเพิ่งจะขึ้นมาจากแดนพิภพชั้นที่ 1 เกรงว่าจะอยู่ไม่ได้
“ อย่าห่วงเลย ข้าอยู่ได้” เสี่ยวเทียนเอ่ยตอบทันที
แล้วทั้งสองคนก็มาหยุดยืนที่ บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งข้างในมีห้องนอนมากกว่าสามห้อง แต่ศิษย์หลักอันดับ สี่ เลยได้ห้องที่ใหญ่โตโอ่อ่าไม่น้อย เสี่ยวเทียนก็ไม่ใส่ใจเท่าไร ได้แต่พยักหน้าขอบคุณ ศิษย์พี่สาม
“ นี่เพิ่งจะบ่ายสามเอง เ้าอาจจะหิว ข้าจะพาเ้าไปร้านอาหารของสำนัก เ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษไหม”
“ ข้ากินได้ทุกอย่าง”
“ ดีแล้ว เราเหล่าผู้ฝึกตนเื่กินเื่เล็ก ที่นี่มีอาหารที่กินแล้วอยู่ได้ถึงสามวันไม่ต้องกินอะไรอีกเลย แต่ว่าราคาแพง หากเ้าอยากได้ ศิษย์จะให้คะแนนความดีของข้าให้เ้าไปใช้ก่อนก็ได้ เพราะว่าเด็กใหม่คงได้เริ่มต้นแค่ สามพัน คะแนนเท่านั้น”
เสี่ยวเทียนหยิบหยกออกมาแล้วนำส่งพลังเข้าไป ก็พบว่าหยกประจำตัวมีคะแนนความดี อยู่สามพันตามศิษย์พี่บอกจริงๆ ด้วย
“ แล้วในสำนักเขาไม่ใช้เงินทองกันเลยหรือศิษย์พี่”
“ ก็ใช้ได้ แต่ว่าจะแพงกว่าพอสมควร แต่ถ้าเ้ามีก็เก็บไว้ หากไม่พอใช้คะแนนความดีของข้าไปก่อน ข้ามีอยู่ สามหมื่นคะแนน” ศิษย์พี่สามเอ่ยแนะนำ แล้วพาเสี่ยวเทียนเดินมาที่ ห้องอาหารของสำนัก ระหว่างทาง ก็พบเห็นคนในสำนักมีอยู่มากมายกว่า สำนักสะท้านฟ้าชั้น 1 มาก แต่ละคนก็แต่งตัวเป็ชุดของสำนักระดับต่างๆ คือศิษย์ทั่วไป ศิษย์สายนอก ศิษย์สายใน และศิษย์หลัก ซึ่งศิษย์พี่สามบอกว่าใน สำนักเวลานี้ มีศิษย์หลักเพียงแค่ สี่คนเท่านั้น แล้วก็มาถึงร้านอาหารภายในสำนัก ซึ่งเป็ร้านค้าที่มีของขายมากมาย ั้แ่ อาหาร ยา สมุนไพร และอาวุธ
ซึ่งทางสำนักเปิดโอกาสให้ศิษย์ที่ชำนาญแต่ละสาขา สามารถทำออกมาขาย หรือว่าซื้อ ของจากด้านนอกมาขายได้ แต่ไม่ให้คนภายนอกนำสินค้ามาขายเอง ต้องเป็ศิษย์ของสำนักสะท้านฟ้าเท่านั้น ถึงจะทำการค้าใน อาคารนี้ได้
“ นี่คือร้านอาหารของสำนักของเรา ที่นี่เปิดั้แ่ตีห้า ถึง สี่ทุ่ม มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย เ้าอยากกินอะไร ก็ไปเลือกได้เลย แล้ว ถ้าอยากห่อกลับไปกินต่อก็บอกเขาได้ เ้าใช้คะแนนในหยกประจำตัวซื้อได้เลย หมดแล้วก็มาพบข้าที่นี่”
เสี่ยวเทียนเดินดูรอบๆ ว่ามีอะไรน่ากินบ้าง ท่ามกลางสายตาของหลายๆ คนที่ไม่เคยเห็นเสี่ยวเทียนมาก่อน ทุกคนนึกว่าเสี่ยวเทียนคงเป็เด็กใหม่ ในขณะที่เสี่ยวเทียนกำลังสั่งซาลาเปาไปกินสี่ลูก หลังจากห่อกระดาษเสร็จแล้ว ก็เก็บเอาไว้ใน แหวนมิติ แล้วก็นำออกมากิน 1 ลูกรอศิษย์พี่สามกลับมา ทันใดนั้นเองก็มีรุ่นพี่อายุ 18-22 ปี เดินเข้ามานั่งประกบเสี่ยวเทียน 8 คน แต่ละคนมีพลังปราณเทพระดับ 7 ถึง 10 กันแล้ว
“ ไอ้หนู รู้ไหมว่า ธรรมเนียมของที่นี่ เด็กใหม่ต้องส่งของมีค่าทั้งหมดมาให้รุ่นพี่ทั้งหมด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
เสี่ยวเทียนยังไม่ตอบ แต่กินซาลาเปาจนหมด แล้วเอ่ยถามกลับไปว่า
“ ของมีค่าทั้งหมดเลยรึ?”
“ ใช่แล้ว ถ้าเช่นนั้นเวลานี้ข้ามีคะแนนความดี สามพัน พวกเ้าจะเอาไปหมดเลยไหม” เสี่ยวเทียนย้อนถาม
“ ใช่ เ้านำหยกมา แล้วข้าจะดูดมันออกมาเอง” เสี่ยวเทียนมอบหยกให้คนพวกนี้ไป เพื่อดูว่า พวกเขาใช้วิธีดูดคะแนนคนอื่นอย่างไร พบว่า แค่เอาหยกประจำตัวไปทาบของอีกคน แล้วส่งจิตเข้าไปก็สามารถส่ง หรือดูด ของอีกฝ่ายก็ได้แล้ว
อ้อ เป็เช่นนี้เอง
“ ไอ้หนู เอาแหวนมิติของเ้ามาให้ข้าด้วย” รุ่นพี่อีกคนหนึ่งตาดีเห็นแหวนมิติของเสี่ยวเทียนที่จักรพรรดิฟงเลี่ยให้มา เกิดอยากได้
“ โอ้ สิ่งนี้ด้วยรึ? คงให้ไม่ได้ แต่พวกเ้าทุกคนควรจะมอบมาให้ข้าทั้งหมดจะมากกว่านะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ปล่อยพลังจิตเทพอสูรออกไป ทั้งแปดคนล้วนนิ่งจังงัง รีบทำตามที่เสี่ยวเทียนสั่งทันที ทุกคนเริ่มทยอย นำคะแนนความดีของทั้งแปดคนที่มีคนละสองสามหมื่น ยกให้เสี่ยวเทียนจนหมด ทำให้เสี่ยวเทียนมีคะแนนความดีเวลานี้ สองแสน คะแนนแล้ว
“ โอ้ อยู่ดีดี ก็มีคนเอาคะแนนความดีมาให้ โชคดีจัง”
“ เสี่ยวเทียนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ศิษย์พี่สามเดินมาเห็นทั้งแปดคนล้อมเสี่ยวเทียนอยู่ก็ใ รีบเข้ามาดู
“ ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราไปกันเถอะ” เสี่ยวเทียนเดินกลับไป ทั้งแปดคนก็ฟื้นสติกลับมา
“ นี่พวกเราเป็อะไรกันนี่ เอ๊ะ ! คะแนนความดีของข้า หายไปไหนเนี่ย?”
“ ของข้าด้วย” ทั้งแปดคนร้องเสียงหลง คะแนนความดีหายไปหมดแล้ว
“ ไอ้เด็กใหม่นั่นแน่เลย มันต้องใช้ของวิเศษอะไรสักอย่างทำกับพวกเรา ฮึ่ม ! อย่าให้เจอแกอีกก็แล้วกัน” ......